![]() |
| |
| คุณรู้ไหม...
|
| No. 0002 : บัวผุด กับ ย่านไก่ต้ม |
|
---- บัวผุด (Rafflesia kerri Meijer) บัวผุด เป็นพืชในวงศ์ Rafflesiaceae เป็นกาฝากชนิดหนึ่ง ที่อาศัยกินน้ำเลี้ยงจากรากของพืชชนิดอื่น
จะโผล่เฉพาะดอก เป็นดอกเดี่ยวขึ้นมาจากพื้นให้เห็น ในระหว่างฤดูฝนหรือในระยะที่อากาศ และพื้นดินยังมีความชื้นสูง คือระหว่างเดือนพฤษภาคม
ถึงเดือนธันวาคม ขณะนี้ยังไม่มีใครทราบว่า ลำต้นของ บัวผุด มีลักษณะเป็นอย่างไร เกาะหรือเชื่อมติดกับพืชที่มันอาศัยอยู่ได้อย่างไร
ลักษณะของ บัวผุด เมื่อยังตุมคล้ายหัวกระหล่ำปลี สีแดงคล้ำหรือน้ำตาลปนแดงคล้ำ เมื่อดอกบานจะมีลักษณะคล้ายหม้อ หรือกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่ มีกลีบหนาอุ้มน้ำขนาดใหญ่ เมื่อบานเต็มที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางของดอก 70-80 เซนติเมตร ที่โคนของดอกจะมีกลีบเลี้ยงสีน้ำตาลอมเหลือง เรียงสลับซับซ้อนอยู่ ภายในดอกจะมีแผ่นแบนคล้ายจานด้านบน มีปุ่มคล้ายหนามแหลม จานนี้จะซ่อนเกสรตัวผู้และรังไข่ไว้ข้างล่าง .....ดอก บัวผุด เมื่อยังสดอยู่จะมีน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม กลีบดอกมีความหนาตั้งแต่ 0.5-1 ซม. นับว่าเป็นดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่มีการค้นพบในประเทศไทย แม้ดอก บัวผุด จะมีขนาดใหญ่ก็ตาม แต่เมื่อแห้งมันจะกรอบ เปราะบางผุพังได้ง่ายมาก ฉะนั้นเราจึงไม่พบบัวผุดที่แห้งเหลือไว้ตามธรรมชาติให้ได้เห็น ....จากการสำรวจพบว่า บัวผุด พันธ์ใหม่ที่พบในประเทศไทยนี้ เป็นพืชกาฝากที่เกาะกินเพาะน้ำเลี้ยงจากรากของไม้เถาของว่านป่า ชื่อว่า " ย่านไก่ต้ม " (Tetrastigma papillosum Planch) เพียงชนิดเดียวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้บางครั้งมีผู้เข้าใจผิดไปว่าดอก บัวผุด เป็นดอกของ ย่านไก่ต้ม ซึ่งความจริงย่านไก่ต้ม เป็นต้นไม้ในวงศ์องุ่น ที่มีเถาขนาดใหญ่ พบขึ้นในป่าดิบชื้นของภาคใต้ที่มีฝนตกสม่ำเสมอเกือบตลอดปี พื้นดินเป็นดินร่วนหรือดินปนทรายตามหุบเขา และบริเวณริมลำธาร ดอกของ ย่านไก่ต้ม มีสีเขียวอมเหลืองขนาดโต ประมาณ 2 เท่าของก้านไม้ขีดไฟเท่านั้น ....ปัจจุบันดอก บัวผุด หาดูได้ยาก เพราะป่าถูกทำลาย ระบบนิเวศน์เปลี่ยนไปมาก จะเห็นดอกบัวผุดได้บ้าง ก็ตามอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าท่านั้น เช่น อุทยานแห่งชาติเขาสก และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา ระนอง ---------- รักชีวิต รักษ์ธรรมชาติ กับเทรคกิ้งไทย.คอม----------------------- |
| กลับไปหน้าแรก มีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับธรรมชาติให้อ่านกันอีกมากครับ |