จากหนังสือธรรมชาติศึกษาป่าห้วยขาแข้งครับ.......โป่ง (Salt Lick) หมายถึง พื้นดินบริเวณที่มีแร่ธาตุสะสมแล้วมีสัตว์ป่ามากินจนเกิดเป็นแอ่ง โป่งเป็นแหล่ง
อาหารที่จำเป็นของสัตว์กีบและสัตว์กินพืช เช่น ช้าง กระทิง วัวแดง เก้ง กวาง รวมทั้งนกหลายชนิด เพราะพืชที่สัตว์เหล่านี้กินเป็นอาหารให้สารอาหารไม่ครบถ้วน
สัตว์ป่าจึงจำเป็นต้องได้รับแร่ธาตุเสริมให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โป่งส่วนใหญ่เกิดในพื้นที่ค่อนข้างราบ ประมาณ 200-400 เมตร เหนือระดับ
น้ำทะเล เนื่องจากแร่ธาตุหลายชนิด เช่น โซเดียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส กำมะถัน ถูกชะล้างจากดินในระดับสูงลงมาสะสมกันในพื้นดินบริเวณหนึ่ง ในธรรมชาติสัตว์ป่าที่เป็นตัวเปิดโป่ง
มักจะเป็นสัตว์ใหญ่ เช่น ช้าง หรือ กระทิง
โป่งแบ่งได้เป็นสองชนิดได้แก่ โป่งดินและดป่งน้ำ โป่งน้ำแตกต่างจากดป่งดินตรงที่เป็นบริเวณที่มีน้ำไหลซึมตลอดทั้งปี โป่งน้ำจะมีสัตว์มาใช้บ่อยและประจำมากกว่าโป่งดิน
เพราะในช่วงฤดูร้อน โป่งดินจะแข้งมาก สัตวืป่าไม่สามารถขุดเจาะเพื่อกินดินดป่งได้สะดวกนัก นอกจากนี้ บริเวณที่น้ำซับใต้ดินได้พัดผ่านเกลือแร่จากใต้เปลือกโลก ขึ้นมาสะสมจนเป็นแอ่งเป็นบ่อ
ก็จัดอยู่ในประเภทโป่งน้ำเช่นกัน โดยมักเรียกกันว่า โป่งน้ำซับ
เมื่อแร่ธาตุในโป่งหมดลงหรือมีน้อย สัตว์ป่าอาจทิ้งโป่งเก่าเพื่อไปหากินยังโป่งใหม่ โป่งที่สัตว์ทิ้งและไม่ใช้ประโยชนือีกเรียกว่าโป่งร้าง หากเกิดโป่งร้างขึ้นมาก ๆ โดยไม่มีโป่งใหม่ ๆ เกิดขึ้น
เจ้าหน้าที่อาจสร้างโป่งเทียมในพื้นที่เพื่อเสริมแร่ธาตุให้กับสัตว์ป่า แต่กรณีเช่นนี้แทบไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเพราะโดยธรรมชาติสัตว์ป่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการค้นหาโป่งเป็นอย่างยิ่ง โป่งเทียมส่วนมากที่มนุษย์ทำขึ้น
โดยจะต้องมีการเติมเกลือลงในดินโป่งอยู่เสมอ
สัตว์กินพืชมาลงกินโป่งเพื่อชดเชยสารอาหารที่ได้ไม่ครบถ้วน ส่วนสัตว์ผู้ล่ามาหากินอยู่ใกล้โป่งเพื่อรอจับสัตว์กินพืชเป็นอาหาร สายใยธรรมชาติเส้นนี้ถักทอขึ้นโดยมีโป่งเป็นผู้เชื่อมโยง
---------- รักชีวิต รักษ์ธรรมชาติ กับเทรคกิ้งไทย.คอม-----------------------
|