ไทยเวอร์ชั่น นิตยสารออนไลน์สำหรับผู้รักการเดินป่า Online Magazine for Trekking in Thailand English Version
โดยความเอื้อเฟื้อจากอนุสาร อสท. visit our sponsor
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
ป่าดอยอินทนนท์นั้นเดิมเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ต่อมาเมื่อได้มีการสำรวจทางอากาศพบว่า ป่าแห่งนี้มีสภาพสมบูรณ์มาก เป็นต้นน้ำลำธาร มีทิวทัศน์และเอกลักษณ์ทางสภาพธรรมชาติสวยงาม และเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด เหมาะสมที่จะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติในสมัยนั้นสภาบริหารคณะปฏิวัติ (หัวหน้าคณะปฏิวัติคือ จอมพล ถนอม กิตติขจร) จึงได้อนุมัติหลักการให้กรมป่าไม้ดำเนินการ ที่ดินป่าดอยอินทนนท์ในท้องที่ตำบลบ้านหลวงตำบลสบเตี้ยะ ตำบลสองแคว ตำบลยางคราม อำเภอจอมทอง ตำบลแม่วิว อำเภอสันป่าทอง เนื้อที่ ๑๖๘,๗๕๐ ไร่ จึงได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ ๖ วันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๑๕
ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๑๗ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ บริเวณดอยขุนกลาง อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้พิจารณาขยายอาณาเขตของอุทยานฯ ออกไปครอบคลุมถึงพื้นที่ที่เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารด้วย กรมป่าไม้จึงได้กำหนดจัดตั้งป่าดอยอินทนนท์ในท้องที่ตำบลแม่นาจร ตำบลช่างเคิ่ง ตำบลท่าผา อำเภอแม่แจ่มตำบลแม่วิน ตำบลทุ่งปี้ อำเภอสันป่าตอง และตำบลสองแคว ตำบลยางคราม ตำบลบ้านหลวง ตำบลสบเตี้ยะ อำเภอจอมทองรวมเป็นอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ในปี พ.ศ.๒๕๒๑ รวม เนื้อที่ทั้งหมด ๓๐๑,๕๐๐ ไร่
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์เป็นที่อยู่อาศัยของพรรณพิชและสัตว์เขตกึ่งร้อนและเขตอบอุ่น ทั้งที่หายากและมีอยู่เฉพาะถิ่น เป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่ปิง มีพื้นที่ต้นน้ำย่อยให้กำเนิดแม่น้ำละธารหลายสาย ที่สำคัญได้แก่ลำน้ำแม่กลาง แม่ยะ แม่เตี้ยะ ลำน้ำแม่แจ่ม ลำน้ำแม่วาง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอฮอด อำเภอแม่วาง และอำเภอสันป่าตอง
สภาพพื้นที่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนของเทือกเขาถนนธงชัยที่ทอดตัวยาวแนวเหนือ-ใต้ ระดับความสูงของพื้นที่อยู่ระหว่าง ๓๐๐-๒,๕๖๕ เมตร จากระดับน้ำทะเลป่านกลางจุดสูงสุดอยู่ที่ยอดดอยอินทนนท์ ๒,๕๖๕ เมตร จากระดับน้ำทะเลป่านกลางด้วยความที่เป็นภูเขาสูงอากาศจึงหนาวเย็นตลอดปี ความชื้นสูงมาก โดยเฉพาะบนยอดดอย ในฤดูหาวอุณหภูมิจะลดต่ำกว่า ๐ องศาเซลเซียส และมักจะมี "เหมยขาบ" หรือแม่คะนิ้งเห็นเป็นเกล็ดน้ำแข็งจับอยู่ตามยอดหญ้า ส่วนฤดูร้อนแม้ว่าอากาศในตัวเมืองหรืออำเภอใกล้เคียงจะร้อนแต่บนดอยอินทนนท์ก็ยังคงหนาวเย็น
ใน ๑ ปีของดอยอินทนนท์
เดือน สภาพอากาศ พืชพรรณ สัตว์ป่า นก
มกราคม หนาวจัด อุณหภูมิ ๐-๑๐ องศาเซลเซียส มีเกล็ดน้ำแข็งบนยอดหญ้า ป่าเต็งรังเริ่มเปลี่ยนสี กุหลาบพันปีออกดอก สัตว์กินพืชเริ่มออกหากิน ตามลำห้วยหรือป่าดงดิบเขา เนื่องจากในป่าผลัดใบมีอาหารน้อย นกประจำถิ่นบาง ชนิดจับคู่ผสมพันธ์ สร้างรังและวางไข่
กุมภาพันธ์ หนาว อุณหภูมิ ๔-๑๕ องศาเซลเซียส ฟ้าเริ่มหลัว เริ่มเข้าสู่ฤดูร้อน กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ออกดอกบริเวณป่าดิบเขา อีเห็นเลี้ยงลูกอ่อน สัตว์ป่าหลายชนิดลงกินดินโป่ง นกเลี้ยงลูกอ่อนและฝึกลูกบินหากิน
มีนาคม เย็นสบาย ฟ้าหลัว อุณหภูมิ ๑๕-๒๕ องศาเซลเซียส ฟ้าหลัวเวลากลางวัน เพราะควันไฟ ต้นไม้ในป่าผลัดใบทิ้งใบเพื่อรักษาน้ำในช่วงฤดูแล้ง ดอกไม้สัญลักษณ์แห่งฤดูร้อนเริ่มบาน เช่น ดอกงิ้ว ดอกทองกวาว และดอกทองหลาง แม่หมีเลี้ยงลูกอ่อน หวงลูกมากและจะพาลูกกันน้ำผึ้งตามต้นไม้ ลูกนกเริ่มออกหากินด้วยตัวเอง แต่ก็ยังอยู่กับพ่อแม่บ้างเพื่อเรียนรู้ชีวิตในป่า นกอพยพบางชนิดเดินทางกลับ
เมษายน เย็นสบาย ฟ้าหลัว อุณหภูมิ ๑๕-๒๕ องศาเซลเซียส อาจมีพายุฤดูร้อนในวันที่ร้อนจัด ต้นไม้หลายชนิดในป่าผลัดใบแตกใบอ่อน เป็นแหล่งอาหารของหนอนผีเสื้อ รวมทั้งลูกนกที่จะมากินหนอน หมาหริ่ง หมู่หริ่งออกลูกและจำศีลอยู่ในโพรงดินเพื่อป้องกันการถูกล่าจากสัตว์กินเนื้อ นกอพยพบางชนิดผลัดขนใหม่เพื่อใช้ในการเดินทางกลับบ้าน
พฤษภาคม เย็นสบาย ท้องฟ้าโปร่ง อุณหภูมิ ๑๕-๒๕ องศาเซลเซียส อาจมีพายุฤดูร้อนบ่อย ดอกตะแบกบานในป่าผลัดใบและป่าผสม ไผ่บางชนิดแตกหนอ ฤดูผสมพันธ์ของสัตว์กันพืช เช่น กวาง เก้ง เลียงผา นกอพยพบางชนิดผลัดขนใหม่เพื่อใช้ในการเดินทางกลับบ้าน
มิถุนายน เย็น เริ่มเข้าฤดูฝน อุณหภูมิ ๑๐-๒๐ องศาเซลเซียส หญ้าอ่อนในป่าผลัดใบเริ่มกลับมาเขียวชอุ่ม สัตว์ป่าส่วนมากออกหากินในป่าผลัดใบ ป่าโปร่งไหล่เขา เนื่องจากบริเวณลำห้วยและป่าดิบเขาต้นไม้จะรกชัฎ นกอพยพชุดสุดท้ายเดินทางกลับเมื่อฝนเริ่มตกหนัก ลูกนกประจำถิ่นบางชนิดเริ่มแยกออกหากิน แต่ยังคงรวมอยู่ในฝูง
กรกฎาคม เย็น ฝนเริ่มตกหนัก อุณหภูมิ ๑๐-๒๐ องศาเซลเซียส เห็ดต่างเริ่มขึ้นหนาแน่น โดยเฉพาะในป่าผลัดใบ สัตว์ป่า เช่น เก้งและกวาง เริ่มตั้งท้อง พ่อแม่และลูกนกประจำถิ่นแยกกันออกหากิน บางชนิดเริ่มผลัดขนรอรับฤดูหนาว
สิงหาคม ฝนตกหนัก อาจมีน้ำป่าไหลหลาก อุณหภูมิ ๑๐-๒๐ องศาเซลเซียส พื้นป่ารกชัฎ ไม้พื้นล่างที่ต้องการความชื้นสูงขึ้นหนาแน่น สัตว์เลื้อยคลานวางไข่และออกลูก เช่น งู มีพฤติกรรมหวงไข่ ฝนตกหนัก ทำให้ช่วงเวลาหาอาหารของนกมีน้อย โดยเฉพาะนกที่อาศัยในป่าดิบเขา
กันยายน ฝนตกหนัก อาจมีน้ำป่าไหลหลากและดินพังทลาย อุณหภูมิ ๑๐-๒๐ องศาเซลเซียส พื้นที่ป่ารกชัฎ ไม้พื้นล่างที่ต้องการความชื้นสูงบางชนิดเริ่มออกดอกรอรับฤดูหนาว ในช่วงเวลาฝนหยุดตกและแดดออก ชะนีจะกู่ร้องรอบดอยหัวเสือ นกอพยพชุดแรกจากเขตหนาวและเขตอบอุ่นเกินทางมาแวะพักเหนื่อย ก่อนจะบินไปยังประเทศมาเลเซีย
ตุลาคม เริ่มหนาว กลางคืนมีน้ำค้างมาก อุณหภูมิ ๑๐-๒๐ องศาเซลเซียส ขนุนดิน พืชเบียนในป่าดิบเขาขึ้นหนาแน่น พื้นป่ามีใบไม้ทับถมหนาแน่น กระรอกและกระรอกบินเลี้ยงลูกอ่อน เริ่มตั้งแต่กระรอกที่อาศัยในป่าผลัดใบจนถึงป่าดิบเขาตามลำดับ นกประจำถิ่นและนกอพยพเริ่มคึกคักเนื่องจากผลไม้ในป่าเริ่มออก
พฤศจิกายน หนาว ตอนเช้ามีหมอกจัด กลางคืนมีน้ำค้างมาก อุณหภูมิ ๕-๑๐ องศาเซลเซียส กระโถนฤาษีเริ่มบานในป่าดิบเขา เก้งออกลูกบริเวณทุ่งหญ้าแห้งเพื่อพรางตัว นกอพยพชุดสองจากเขตหนาวและเขตอบอุ่นเดินทางมาถึง
ธันวาคม หนาวจัด อาจต่ำกว่า ๐ องศาเซลเซียส มีเกล็ดน้ำแข็งตามยอดหญ้า อุณหภูมิ ๐-๑๐ องศาเซลเซียส นางพญาเสือโคร่งออกดอกรอรับการมาเยือนของนกอพยพ หมูป่าเริ่มทำรังและออกลูกในโพรงไม้หรือพุ่มหญ้าเพื่อพรางตัว นกอพยพชุดสุดท้ายเดินทางมาถึง ในช่วงนี้จึงพบนกได้หลายชนิด
........... สารบัญ
---------------------------------------------------------------------
ใน 1 ปีของดอยอินทนนท์
อินทนนท์ ปลายสุดแห่งเทือกหิมาลัย
ป่าสูงเสียดฟ้า
สัตว์ป่า สมาชิกบนแดนดอย
แผนที่
เส้นทางศึกษาธรรมชาติ
ดูนก
สถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ
น่าสนใจใกล้เคียง
การเดินทาง
ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก
ประกาศอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

ข้อมูลโดย ....กุลธิดา สืบหล้า
ภาพโดย....สาทิพย์ ทองนาคโคกกรวด
สนับสนุนข้อมูลโดย...อนุสาร อ.ส.ท.

----------------------------------------------------------
----- รักษ์ธรรมชาติกับเทรคกิ้งไทย.คอม------
กลับไปหน้าแรก