 |
สัตว์ป่า สมาชิกบนแดนดอย
นับตั้งแต่ในช่วงปี พ.ศ. ๒๔๓๓-๒๔๖๕ เฮรี คาร์เรดและอัลเฟรด เคอร์ เดินทางมาดอยอินทนนท์หลายครั้งเพื่อสำรวจพรรณพืช ในบันทึกของพวกเขาบางส่วนกล่าวถึงการพบสัตว์ป่ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นกระทิง ช้าง กวางผา หรือแม้กระทั่งกระซู่
เวลาผ่านไป ความสมบูรณ์ของป่าและสัตว์ป่าถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันในรายงานระบุมีเพียงเลียงผา กวาง เสือ หมูป่า หมี และชะนี โดยล่าสุดมีผู้พบรอยเท้าเสือบริเวณยอดดอย ซึ่งก็น่าจะยืนยันว่าดอยอินทนนท์ยังพอมีสัตว์ใหญ่หลงเหลืออยู่บ้าง อย่างไรก็ตามยังคงมีสัตว์ป่าจำนวนมากกว่า ๔๔๖ สายพันธ์ รวมนก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก
ด้วยเหตุนี้จึงดูเหมือนว่าสัตว์เล็ก ๆ ในอุทยานฯ จะได้รับความสนใจมากกว่า นับตั้งแต่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมซึ่งมีบรรพบุรุษอยู่ที่หิมาลัย จัดเป็นสัตว์ในเขตอบอุ่นอย่างหนูผีอ่างกา หนูน้ำดอยอ่างกา หนูผีป่าหางจู๋ และหนูผีหางยาวฟันแดง สัตว์เลื้อยคลาน เช่น เต่าหก เต่าบกขนนาดใหญ่ที่สุดของไทย และเต่าปูลู ก็เป็นเต่าหายากที่อาศัยอยู่ตามลำธารบนภูเขาสูง บริเวณที่ชุ่มน้ำและลำห้วย ตั้งแต่ กม.๓๑ ใกล้กับที่ทำการฯ จนถึงระดับความสูง ๒,๐๐๐ เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ก็เป็นแหล่งอาศัยของกะท่าง สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำหายากชนิดหนึ่งประเภทซาลาแมนเดอร์ รวมทั้งปลาค้างคาวที่พบตามลำน้ำช่วง กม. ๒๔-๓๑ เฉพาะบนดอยอินทนนท์เท่านั้น
ผีเสื้อก็เป็นชีวิตเล็ก ๆ ที่มีควนสนใจ กล่าวกันว่าผีเสื้อกลางวันนั้นมีอยู่ราว ๑๕,๐๐๐ ชนิด แต่ผีเสื้อกลางคืนมีมากกว่าสิบเท่า ดอยอินทนนท์เป็นแหล่งของผีเสื้อกลางคืนนานาชนิดตลอดปี โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน ที่ด่านตรวจ กม.๓๗ ก่อนถึงทางแยกไปอำเภอแม่แจ่ม มักเป็นที่รวมนักดูผีเสื้อกลางคืน รวมทั้งแมลงกลางคืนชนิดต่าง ๆ
แมลงที่น่าสนใจชนิดหนึ่งพบตามทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน คือ โคแลมโบลา รูปร่างแบนยาวราว ๒-๓ มิลลิเมตร ทำหน้าที่ย่อยสลายซากพืชให้ผุพังแทนมด หรือปลวก บนพื้นที่สูงตั้งแต่ ๑,๘๐๐ เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางมีนักวิจัยสำรวจพบว่าที่อินทนนท์มีโคแลมโบลาอยู่ถึง ๙๐ ชนิด เป็นชนิดเดียวกับที่พบในหิมาลัย ญี่ปุ่นและอัฟกานิสถาน รวมทั้งชนิดหนึ่งที่ใกล้เคียงกับชนิดที่อยู่ในอลาสกา
|