ไทยเวอร์ชั่น นิตยสารออนไลน์สำหรับผู้รักการเดินป่า Online Magazine for Trekking in Thailand English Version
ข้อมูลจากเอกสารประชาสัมพันธ์ของอช.น้ำหนาว ผนวกกับประสบการณ์เดินทางจริง... visit our sponsor
น้ำหนาว...สวรรค์ของนักศึกษาธรรมชาติ.. ..แผนที่อช.น้ำหนาว.....แผนที่เส้นทางศึกษาธรรมชาติ.....
ผืนป่าใหญ่แห่งเทือกเขาเพชรบูรณ์แห่งนี้ที่อดีตเคยได้ชื่อว่าอากาศหนาวจัดจนน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง ชุกชุมด้วยมาเลเรียและสัตว์ร้าย จวบจนถนนสาย 12 ได้สร้างขึ้น ถนนสายนี้ได้ตัดผ่านกลางป่าผืนนี้และทำให้ความเจริญคืบเข้ามาพร้อม ๆ กับการหายไปของภยันตรายต่าง ๆ...อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวนั้นมีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในหลายท้องที่ทั้งอำเภอเมือง อำเภอหล่มสัก อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ และอำเภอคอนสาร ชัยภูมิ ในแง่ของการศึกษาธรรมชาติถือได้ว่าเป็นอุทยานแห่งชาติที่ดีมากแห่งหนึ่ง หรือจะมาเพียงแค่ชมวิวทิวทัศน์ก็พอได้ ส่วนน้ำตกนั้นถือว่าไม่เด่นแต่อย่างใด สภาพพื้นที่ทั่วไปเป็นเทือกเขาสูง มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีทิวทัศน์ทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง เนื้อที่รวมประมาณ 966 ตารางกิโลเมตรหรือ 603,750 ไร่
ประวัติความเป็นมา....ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2502 ให้กำหนดป่าน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ และป่าอื่น ๆ ในท้องที่จังหวัดต่าง ๆ รวม 14 ป่า เป็นอุทยานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2511 กรมป่าไม้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปทำการสำรวจเบื้องต้นเกี่ยวกับสภาพพื้นที่บริเวณป่าน้ำหนาว ปรากฎว่ามีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ มีทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง ตลอดจนเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า นานาชนิด จึงได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ กำหนดพื้นที่บริเวณป่าน้ำหนาวในท้องที่ตำบลบ้านโคก อำเภอเมือง ตำบลบ้านกลาง ตำบลบ้านติ้ว ตำบลบ้านไร่ อำเภอหล่มสัก ตำบลน้ำหนาว อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ และตำบลห้วยยาง อำเภอคอนสาร ชัยภูมิ ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2515 นับเป็นอุทยานลำดับที่ 5 ของประเทศ ต่อมากองอุทยานแห่งชาติ(เดิม) กรมป่าไม้ ได้กำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งครอบคลุมถึงท้องที่ตำบลปากช่องและตำบลท่าอิบุญ อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์
ลักษณะภูมิประเทศ....ป่าน้ำหนาวเปรียบเสมือนกำแพงธรรมชาติ กั้นเขตแดนระหว่างภาคอีสานและภาคเหนือ สภาพพื้นที่ทั่วไปเป็นเทือกเขาสูง ทอดยาวผ่านจังหวัดชัยภูมิและจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยเฉพาะ ภูผาจิตและภูกุ่มข้าว เทือกเขาโดยรอบประกอบขึ้นเป็นป่าต้นน้ำลำธารแหล่งกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำป่าสัก สายน้ำสำคัญของภาคกลาง แม่น้ำพอง แม่น้ำเลย ห้วยขอนแก่น ห้วยน้ำเชิญ ซึ่งไหลลงสู่เขื่อน อุบลรัตน์และห้วยน้ำพรมซึ่งไหลลงสู่เขื่อนจุฬาภรณ์

ด้วยสภาพผืนป่าที่ยังคงมีความสมบูรณ์ประกอบกับภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงทำให้มีสภาพอากาศที่หนาวเย็นในตอนดึกและตอนเช้า ส่วนใหญ่ตอนกลางวัน อากาศเย็นสบาย กล่าวได้ว่าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 25 องศาเซลเซียส ในฤดูฝนจะมีฝนตกชุกระหว่าง เดือนก.ค.-ต.ค. ส่วนในฤดูหนาวอากาศค่อนข้างหนาวจัด จนบางครั้งน้ำค้างจะกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง อากาศหนาวเย็น ที่สุดในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ในบางปีอุณหภูมิจะลดต่ำลงถึงศูนย์องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวมักนิยมไปเที่ยวกันในช่วงนี้ ยิ่งช่วงเทศกาลแล้ว บางครั้งไม่มีที่กางเต็นท์เหลือเลย เนื่องจากอุทยานฯนั้นตั้งอยู่ใกล้ถนนหลวง ผู้คนจึงหลั่งไหลเข้าไปท่องเที่ยวพร้อม ๆ กัน

พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า......ป่าน้ำหนาวเป็นป่าผืนใหญ่ติดต่อกัน ที่ยังคงความสมบูรณ์สูงสุดในภูมิภาคแห่งนี้ ประกอบด้วยป่าหลายชนิด คือ ป่าเต็งรังหรือป่าแดง ป่าผสมผลัดใบ ป่าดงดิบ ป่าดิบเขา ป่าสนเขาและทุ่งหญ้า มี พันธุ์ไม้ที่สำคัญและมีค่าทางเศรษฐกิจหลายชนิด เช่น ไม้ประดู่ แดง มะค่า ชิงชัน เต็ง รัง ยาง ตะเคียน สนเขา ก่อ สมุนไพรและกล้วยไม้ต่าง ๆ เนื่องจากสภาพป่าส่วนหนึ่งเป็นป่าสลับกับทุ่งหญ้า และป่าดิบ มีดินโป่งและน้ำไหลตลอดปี จึงทำให้ป่านี้มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่อย่างชุกชุม เช่น เสือโคร่ง เสือดาว กระทิง วัวแดง กวาง เก้ง หมีควาย หมีคน เลียงผา หมาป่า กระจง เม่น หมูป่าและกระต่ายป่า (พบประจำที่ลานกระต่ายแถวภูกุ่มข้าว) สำหรับช้างป่านั้นมีอยู่ทั่วไป ซึ่งเรามักจะเห็นกองมูลที่ช้างถ่ายไว้ริมทางหลวงอยู่เสมอ และที่สำคัญมีนกอีกมากมาย เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักดูนกอีกแห่งนึงเลยทีเดียว..นกต่าง ๆ สามารถพบเห็นได้ที่นี่ง่ายมาก เพียงแต่คุณออกเดินไปมาแถว ๆ ที่ทำการก็สามารถพบเห็นนกหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นกะรางหัวหงอก หรือว่าไก่ป่า.


จุดเด่นที่น่าสนใจ

จุดชมวิวภูค้อ...ตั้งอยู่บริเวณ กม. 46 ของทางหลวงสาย 12 (หล่มสัก-ชุมแพ) เป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า โดยสามารถมองเห็นภูกระดึง และภูผาจิตอยู่เบื้องหน้า นอกจากนี้ทางอุทยานฯ ยังได้จัดทำเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติประมาณ 4 กิโลเมตร ไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย
จุดชมวิวถ้ำผาหงษ์ ... ตั้งอยู่บริเวณ กม. 39 ของทางหลวงหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ) ระยะทางเดินเท้าประมาณ 300 เมตร มีลักษณะเป็นเขาสูง มีทางเท้าเดินขึ้นสู่ยอดเขาประมาณ 200 เมตรเพื่อชมทิวทัศน์และ ชมพระอาทิตย์ตกในยามเย็น

สวนสนดงแปก...ทางเข้าอยู่กม. 49 ของทางหลวงหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ) มีทางแยกแยกไปตามทางลูกรังประมาณ 4 กิโลเมตร ลักษณะเป็นป่าสนสองใบขึ้นอยู่เป็นกลุ่มใหญ่เพียงชนิดเดียวตามธรรมชาติ ต้นไม้พื้นล่างประกอบด้วย ทุ่งหญ้า และหญ้าเพ็กจำนวนมาก มีความสวยงามยิ่ง นอกจากนี้ทางอุทยานฯยังได้จัดให้มีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติป่าสนไว้ด้วย
สวนสนภูกุ่มข้าว...ทางเข้าอยู่ตรง กม. 53 ของทางหลวงหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ) มีทางลูกรังมาตรฐานจากทางแยกถึงสวนสนภูกุ่มข้าว ระยะทาง 14 กิโลเมตร ลักษณะเป็นป่าสนสามใบขึ้นอยู่ตามธรรมชาติอย่างหนาแน่นประมาณ 10 ตารางกิโลเมตร ในฤดูแล้งป่าสนจะค่อย ๆ เปลี่ยนสีจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาลแก่ พอถึงฤดูฝนใหม่ทุ่งหญ้าเหล่านี้ก็จะกลับเขียวขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ตามทุ่งหญ้าจะมีพันธุ์ไม้หลากสีนานาพรรณขึ้นอยู่อย่างสวยงาม บริเวณสวนสนนี้จะมีเนินเขาเตี้ย ๆ ลูกหนึ่งเรียกว่า "ภูกุ่มข้าว" สูงประมาณ 880 เมตร เป็นเนินเขาที่เป็นจุดเด่นจุดหนึ่งท่ามกลางสวนสน เมื่อขึ้นไปยืนอยู่บนเนินเขาจะมองเห็นแนวยอดสนระดับสายตา เมื่อมองไปทางทิศใต้จะเห็นอ่างเก็บน้ำ ของเขื่อนจุฬาภรณ์ (น้ำพรม) ที่กว้างใหญ่
น้ำตกเหวทราย...ทางเข้าอยู่ตรง กม. 67 ของทางหลวงหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ) ระยะทางเดินเท้า 700 เมตร เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยสนามทรายซึ่งเป็นแนวธรรมชาติ ที่แบ่งเขตแดนระหว่าง อำเภอน้ำหนาวจังหวัดเพชรบูรณ์ กับอำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ มีความสูงประมาณ 20 เมตร

น้ำตกทรายทอง...เป็นน้ำตกที่อยู่ห่างจากน้ำตกเหวทรายไปอีกประมาณ 1300 เมตร กว้างประมาณ 30 เมตรสูง 4 เมตร บริเวณโดยรอบมีบรรยากาศที่ร่มรื่นเหมาะแก่การเข้าไปพักผ่อนหย่อนใจโดยเฉพาะในฤดูฝนน้ำตกจะมีปริมาณน้ำมาก นับได้ว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง

ป่าเปลี่ยนสี ...บริเวณ กม. 63-70 ทางหลวงหมายเลข 12 ประมาณเดือน ธ.ค.ถึง ม.ค. ของทุกปี ผืนป่าบริเวณนี้ซึ่งเป็นป่าผสมผลัดใบ ก่อนที่พันธุ์ไม้จะผลัดใบจะมีปรากฎการณ์ธรรมชาติของป่าเปลี่ยนสีที่สวยงามน่าชมยิ่ง
ถ้ำใหญ่น้ำหนาว (ภูน้ำริน) ... ทางเข้าอยู่ตรงบริเวณ กม. 60 ของทางหลวงสายบ้านห้วยสนามทราย-อำเภอหล่มเก่า-บ้านโนนชาด รถยนต์สามารถเข้าถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานถ้ำใหญ่น้ำหนาวได้ ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตรเป็นเทือกเขาหินปูนมีความสูงประมาณ 955 เมตร ทำให้เกิดเป็นถ้ำ น้ำหนาวที่มีความวิจิตรงดงามตามธรรมชาติ มีหินงอกหินย้อยและที่แปลกที่สุดคือมีน้ำไหลหรือน้ำรินจากปากถ้ำ


เส้นทางเดินชมธรรมชาติ..
เส้นที่ 1 ห้วยหญ้าเครือ เส้นทางศึกษาระบบนิเวศป่าเขตร้อน สายศูนย์บริการนักท่องเที่ยว-ห้วยหญ้าเครือ ระยะทางประมาณ 1,000 เมตร เส้นทางเส้นนี้เป็นเส้นทางที่เป็นวงรอบกลับมาที่เดิม เริ่มต้นจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เดินเข้าสุ่ป่าดงดิบ ระหว่างทางจะผ่านสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ ทางเดินเท้าลาดยาง ขนาดกว้าง 1.00-1.50 เมตร มีป้ายสื่อความหมายธรรมชาติและคู่มือสื่อความหมายธรรมชาติพร้อมที่นั่งพักผ่อน ตามจุดศึกษาต่าง ๆ ทั้งสิ้นประมาณ 12 จุด ใช้เวลาเดินศึกษาทั้งสิ้นประมาณ 2-3 ชั่วโมง สามารถเดินศึกษาได้ด้วยตนเอง โดยดูจากป้ายสื่อความหมายก็ได้ หรือจะให้เจ้าหน้าที่ศึกษาธรรมชาตินำก็ได้

เส้นที่ 2 ศูนย์บริการ-ดงมะไฟ-ทุ่งนาน้อย เส้นทางนี้คือการสึกษาความหลากหลายทางชีวภาพ เส้นทางจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว-ดงมะไฟ-ทุ่งนาน้อย แล้วกลับมาบรรจบที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เป็นวงรอบ ระยะทางประมาณ 3 กม. ใช้เวลาเดินศึกษาธรรมชาติประมาณ 3 ชั่วโมง ระหว่างทางนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับผืนป่าดงดิบที่อุดมสมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำลำธารของลุ่มน้ำพอง เหมาะกับการศึกษาโครงสร้างและสภาพป่าดงดิบ ป่าดิบเขา ป่าสนเขาและทุ่งหญ้า ซึ่งจะมีพรรณไม้พื้นล่างที่ออกดอกสวยงาม นอกจากนี้แล้ว ในช่วงฤดูหนาว-ร้อน เส้นทางนี้ยังเหมาะสำหรับการดูนกอีกด้วย สภาพทางเดินเท้าชัดเจน กว้างประมาณ 1.00-1.50 เมตร
เส้นที่ 3 ศูนย์บริการ-ดงมะไฟ-จุดชมวิวทุ่งนาน้อย เส้นทางเดินป่าศึกษาความหลากหลายของระบบนิเวศ ระยะทางประมาณ 5.5 กิโลเมตร เส้นทางเส้นนี้มีบางส่วนซ้อนทับกับเส้นที่ 2 แต่จะมีจุดที่น่าสนใจเพิ่มเติมอีกหลายประการได้แก่ ดงเฟิน ปรงยักษ์ และจุดชมทิวทัศน์ ซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของภูกระดึงได้ชัดเจน ประกอบกับสามารถพบเห็นสัตว์ป่าได้ง่าย เช่น ช้าง ค่าง เก้ง พญากระรอก ไก่ฟ้าหลังขาวและจุดเด่นอีกประการของเส้นทางนี้ก็คือ จะต้องใช้เวลาเดินยาวนานนานกว่า 4 ชั่วโมง ดังนั้นนักท่องเที่ยว จึงต้องจัดเตรียมอาหารไปรับประทาน ท่ามกลางป่าธรรมชาติ จึงเป็นเสน่ห์สำคัญ
เส้นที่ 4 ศูนย์บริการ-จุดชมวิวภูค้อ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ (ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว-จุดชมวิวภูค้อ) ระยะทางประมาณ 3.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 2-3 ชั่วโมง เป็นเส้นทางที่ค่อนข้างลาดชัน ผ่านสภาพป่าผ่านสภาพป่าสองประเภทคือ ป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณ จุดเด่นของเส้นทางนี้คือ จุดชมวิวภูค้อ ที่สามารถมองเห็นสภาพป่าโดยรอบพื้นที่อุทยานฯแห่งชาติน้ำหนาว เส้นทางเส้นนี้มีความลาดชันมาก ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงควรเดินทางโดยการนั่งรถยนต์จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ไปตามถนนสาย 12 ไปยังจุดชมวิวภูค้อ ด้วยระยะทางประมาณ 5 กม. เพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นหรือชมวิว แล้วจึงเดินกลับโดยใช้ทางเดินเท้าในป่า จะทำให้การเดินทางไม่ยากลำบากมากนัก เพราะเป็นการเดินลงเขาขากลับสู่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว...


กิจกรรมเดินป่าระยะไกล...
เส้นทางสู่ยอดภูผาจิต ระยะทางไป-กลับ เส้นทางเดินยาวประมาณ 15 กม. เส้นทางนี้ออกเดินทางจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ระหว่างทางจะผ่านสภาพหลากหลาย อุดมสมบูรณ์ ทางเดินขึ้นยอดเขาสูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว คือ ยอดภูผาจิต ความสูง 1,271 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง นักท่องเที่ยวจะต้องขึ้นไปกางเต็นท์พักแรมบนยอดภูผาจิต เพื่อชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม นักท่องเที่ยว ต้องเตรียมอาหารและเครื่องดื่มไปเอง..

เส้นทางเที่ยวถ้ำห้วยประหลาด ระยะทางไป-กลับ ตามเส้นทางเดินประมาณ 15 กม. เส้นทางนี้ออกเดินทางจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งฃาติน้ำหนาว เดินไปตามทางเดินป่าทิศใต้ ผ่านสภาพป่าเต็งรัง สลับกับป่าผสมผลัดใบ ระยะทางประมาณ 7 กม. ระหว่างทางเป็นเนินเขาไม่สูงชันมากนัก เดินค่อนข้างสะดวก จุดเด่นของเส้นทางนี้ก็คือ การเที่ยวถ้ำห้วยประหลาด ซึ่งเป็นถ้ำที่ยังคงมีความสวยงามของรูปลักษ์ทั้งหินงอก หินย้อย ม่านหินปูนที่ยังคงสมบูรณ์สวยงาม และยังมีน้ำตกถ้ำห้วยประหลาด อยู่บริเวณใกล้เคียงกัน เหมาะกับการเดินป่าสัมผัสะรรมชาติและตั้งแค้มป์พักแรม...
เส้นทางเที่ยวผาล้อมผากอง ระยะทางประมาณ 7 กม. เดินทางจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว (ภูผากลางดง) ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ลัดเลาะไปตามสันเขา ผ่านป่าดงดิบ เพื่อไปยังหน้าผาหินปูน ที่เรียกว่า ผาล้อม ผากอง ผาหมากพริก ที่เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,134 เมตร เส้นทางเดินสามารถเดินกลับทางเดิมก็ได้...


กิจกรรมศึกษาธรรมชาติ...

กิจกรรมศึกษาท้องฟ้าและดาราศาสตร์ ที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวได้จัดให้มีวิทยากร 3 คน มีอุปกรณ์ประกอบด้วย กล้องดูดาว 1 ตัว และกล้องส่องทางไกลแบบตาเดียว กำลังขยาย 15-45 เท่า 1 ตัว มีการบรรยายเกี่ยวกับดาราศาสตร์ แผนที่ดาว กลุ่มดาว ตลอดจนเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับดาราศาสตร์ โดยใช้ห้องประชุมศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเป็นสถานที่บรรยายแล้วจึงนำกลุ่มนักท่องเที่ยว ออกดูดาวในท้องฟ้าจริง บริเวณสนาม ข้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว นับเป็นกิจกรรมที่น่าให้ความสนใจยิ่ง
กิจกรรมดูดอกไม้ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวมีป่าที่มีสภาพโปร่ง เช่น ป่าสนเขา ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง ตามพื้นล่างของป่าเหล่านี้เป็นทุ่งหญ้า ซึ่งในช่วงปลายฝนต้นหนาว ประมาณเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน พรรณไม้นานาชนิดจะออกดอกบานสะพรั่ง เช่น เอื้องใบไผ่ หญ้าเหลี่ยม หญ้าดอกลาย เทียนน้ำ หงอนไก่โอ๊ก ฯลฯ ส่วนใหญ่เป็นดอกไม้เล็ก ๆ ขึ้นอยู่ริมทาง ผู้สนใจควรตั้งใจสังเกตหาแล้วจะไม่ผิดหวัง นอกจากนี้ในป่าต่าง ๆ ทั้งป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณและป่าดงดิบ ก็มีพรรณไม้ที่ออกดอกสวยงาม ทั้งดอกของพืชล้มลุกที่อาจหลบซ่อนอยู่ตามพื้นดิน พวกกาฝากและกล้วยไม้ที่ขึ้นเกาะตามคบไม้หรือกิ่งไม้สูง


กิจกรรมดูนก... กิจกรรมดูนกเป็นกิจกรรมเฉพาะ สำหรับผู้ที่มีความสนใจในเรื่องนก สิ่งที่ดึงดูดความสนใจที่สำคัญคือ นกชนิดต่าง ๆ ทั้งที่เป็นนกประจำถิ่น นกอพยพ โดยเฉพาะนกที่หาดูได้ยาก กิจกรรมดูนกที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวสามารถดูนกได้ตลอดปี พื้นที่ในการดูนกสามารถใช้พื้นที่ทั่วไป เช่น ตามเส้นทางเดินเท้า สองข้างถนนและบริเวณสถานที่พักแรม ปัจจุบันพบนกในป่าน้ำหนาวมากกว่า 252 ชนิด

กิจกรรมดูผีเสื้อ... ป่าน้ำหนาวมีการสำรวจพบผีเสื้อต่าง ๆ มากมายแล้วกว่า 350 ชนิด มีเส้นทางดูผีเสื้อที่น่าสนใจหลายเส้นทาง ซึ่งผ่านเข้าไปในป่าที่แตกต่างกันหลายประเภท ทำให้เราสามารถพบเห็นผีเสื้อได้หลายชนิดมากขึ้น นับว่ามากมายและทำให้นักดูผีเสื้อสมัครเล่นทุกคนได้ตื่นตาตื่นใจ เป็นกิจกรรมที่ให้ความเพลิดเพลินแก่ผู้สนใจ เพราะนอกจากจะได้เห็นผีเสื้อหลายชนิดแล้วยังได้สัมผัสกับธรรมชาติอันร่มรื่นอีกด้วย ..
การเดินทาง....การเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวสามารถเริ่มเดินทางจาก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์หรือจาก จ. ขอนแก่น โดยที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว อยู่ห่างจากตัวเมืองขอนแก่นประมาณ 103 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากอำเภอหล่มสัก ประมาณ 55 กิโลเมตร เดินทางโดยรถยนต์ไปตามทางหลวงหมายเลข 12 ถึงหลักกิโลเมตรที่ 50 จะมีป้ายชี้ทางเข้าสู่ที่ทำการอุทยาน ซึ่งเป็นทางลูกรังระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เส้นทางนี้มีสัตว์ป่ายังใช้อยู่จึงไม่ควรขับเร็ว ไม่ยังงั้นคุณอาจจะกลายเป็นฆาตกรโดยไม่รู้ตัว....

ถ้าเดินทางโดยรถประจำทาง สามารถขึ้นรถได้จากจ.ขอนแก่น หรืออ.หล่มสัก ซึ่งรถจะผ่านหน้าทางเข้าที่ทำการอุทยานฯ ทุกวัน วิธีเดินทางแบบประหยัดก็นั่งรถไปลงที่หล่มสัก แล้วต่อรถที่ผ่านไปเลย - ขอนแก่น ก็จะผ่านหน้าทางเข้า จากนั้นก็รอโบกรถเข้าไป หรือจะโบกรถจากแยกหล่มสักมาลงหน้าอุทยานฯ ก็ได้นะครับ


สิ่งอำนวยความสะดวก....อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว มีบ้านพักไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวจำนวน 10 หลัง พักได้หลังละ 8-50 คน นอกจากนั้นยังมีเต็นท์บริการให้เช่าอีกจำนวนมาก มีลานกางเต็นท์อีก 3 ลานใหญ่ ๆ เบอร์โทร 056-729002 ก็โทรไปสอบถามไปจองกันไว้ก่อนก็จะดี สำหรับร้านอาหาร ที่ที่ทำการนั้นมีขายหลายร้าน ร้านที่ขอแนะนำคือร้านป้าแดง ส่วนขนมขอเคี้ยวมีเพียบ ใครอยากทำเองต้องใช้เตาถ่านหรือเตาแก๊ส เพราะว่าที่นั่นห้ามก่อไฟ แถวนั้นจะมีฟักแม้ว ข้าวโพดต้ม ซื้อฟักแม้วมาผัดทานกันเองก็อร่อยดีนะครับ...ส่วนของที่ระลึกยอดฮิตคือหมวกไหมพรม เสื้อลายต่าง ๆสวยงาม อ้อ อย่าลืมประทับตราอุทยานฯไว้ที่ระลึกด้วยนะครับ...



รายชื่อบ้านพัก ติดต่อจองได้ที่ฝ่ายบ้านพัก ส่วนอุทยานฯแห่งชาติ
กรมป่าไม้ ถนนพหลโยธิน เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10900 โทร 02-579-5734,02-579-7223
หรือสอบถามที่ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว อำเภอน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ 67260 โทร 056-729-002

บ้านน้ำหนาว 1 ราคา 1,200 บาท พักได้ 6 คน

บ้านน้ำหนาว 2 ราคา 3,000 บาท พักได้ 15 คน

บ้านน้ำหนาว 3 ราคา 3,200 บาท พักได้ 16 คน

บ้านน้ำหนาว 4 ราคา 3,000 บาท พักได้ 30 คน

บ้านน้ำหนาว 5 ราคา 3,000 บาท พักได้ 15 คน

บ้านน้ำหนาว 6 ราคา 800 บาท พักได้ 4 คน

บ้านน้ำหนาว 7 ราคา 800 บาท พักได้ 4 คน

บ้านน้ำหนาว 8 ราคา 800 บาท พักได้ 4 คน

บ้านน้ำหนาว 9 ราคา 3,000 บาท พักได้ 15 คน

บ้านน้ำหนาว 10 ราคา 3,000 บาท พักได้ 15 คน

ค่าเช่าเต็นท์หลังละ 40 บาทต่อคืน ผ้าห่มผืนละ 10 บาทต่อคืน

ที่นั่นมีโปสการ์ดสวย ๆ เป็นภาพทิวทัศน์ของอช.น้ำหนาวจำหน่าย อย่าลืมเขียนบันทึกดี ๆ ส่งไปให้คนที่คุณคิดถึงนะครับ..


----------------------------------------------------------
เทรคกิ้งไทย.คอม..เราเติมฝัน วันแรมทาง ... ให้คุณ...
กลับไปหน้าแรก