| อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า |
|
...............โทรศัพท์ ...055-233527 อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตั้งอยู่บนเทือกเขาสลับซับซ้อนสูงตระหง่าน ของพื้นที่ 3 จังหวัดคือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย ดินแดนที่เคยเป็นสมรภูมิที่
ยังคงร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม พร้อมทั้งพื้นที่มีภูมิประเทศและทิวทัศน์สวยงาม และมีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่เป็นจุดเด่น
หลายแห่ง ประกอบกับเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ เหมาะสมที่จะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ต่อมาในปี 2527 ภูหินร่องกล้าก็ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ
ครอบคลุมเนื้อที่ 307 ตารางกิโลเมตร เพื่อที่จะรักษาป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ และลักษณะทางธรณีวิทยาที่มีความวิจิตรพิสดาร อีกทั้งยังเป็นแหล่งของต้นน้ำลำธารที่สมบูรณ์
ของแม่น้ำหลายสาย
สภาพภูมิประเทศ ..ลักษณะโดยทั่วไปประกอบด้วยแนวเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ทอดยาวจากเหนือสุดติดชายแดนลาวด้านแขวงไชยบุรี ลงมาทางใต้ในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมียอดภูที่สำคัญ คือ ภูหมันขาว ภูแผงม้า ภูขี้เถ้า ภูลมโล และภูหินร่องกล้า โดยมีภูหมันขาวเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดประมาณ 1,614 เมตร เทือกเขาเหล่านี้จะมีความสูงลดหลั่นลงไปจากด้านตะวันออกไปทางทิศตะวันตก และเป็นแหล่งกำเนิดของ ต้นน้ำลำธารหลายสาย เช่น ห้วยน้ำไซ ห้วยน้ำขมึน ห้วยออมสิงห์ ห้วยเหมือดโคน และห้วยหลวงใหญ่ สภาพภูมิอากาศ ..โดยทั่วไปอากาศบนภูหินร่องกล้า จะหนาวเย็นตลอดเกือบทั้งปี เนื่องจากมีความสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,200 เมตร โดยเฉพาะในฤดูหนาวอุณหภูมิจะต่ำสุดประมาณ 0-4 องศาเซลเซียส มีหมอกปกคลุมทั่วบริเวณ จึงเป็นฤดูหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนเป็นจำนวนมาก ในช่วงระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ในช่วงฤดูฝนประมาณเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม จะมีฝนตกชุก อากาศจะหนาวและเย็น เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบเดินป่าจะได้สัมผัส ป่าไม่ที่เขียวขจี อุดมสมบูรณ์ ในช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน อากาศก็ยังคงเย็นสบาย เป็นฤดูที่มีงานประเพณีกุหลาบขาวบานที่ลานหินปุ่ม จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมากเช่นกัน พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า ......อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ปกคลุมไปด้วยป่าหลากหลายชนิด มีทั้งป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขาและป่าสนเขา ลักษณะพันธุ์ไม้ที่เด่นได้แก่ เต็ง รัง พะยอม เหียง ฯลฯ ส่วนพันธุ์ไม้ที่พบเห็นในบริเวณอากาศชื้นเป็นป่ารกทึบ ได้แก่ พันธุ์ไม้ตระกูลก่อ อบเชย ไม้ตระกูลหวาย ตระกูลปาล์มเป็นต้น บางส่วนยังประกอบไปด้วยป่าสนเขา มีสนสองใบและสนสามใบขึ้นปะปนกัน นอกจากนั้นยังพบพันธุ์กล้วยไม้ป่า ดอกไม้ป่าหลายชนิด เช่น ม้าวิ่ง เอื้องคำหิน น้ำเต้าฤาษี เก้ากิ่ว หลุยส์เซีย หญ้าปรากดอย ช้องนางคลี่ เอื้องสายสามสี เหง้าน้ำทิพย์ กุหลาบขาว กุหลาบแดง และเฟิร์นต่าง ๆ พบเห็นได้ตามลานหินต่าง ๆ ในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ดอกไม้ป่าเหล่านี้จะออกดอกบานสะพรั่งมีสีสันที่สวยงาม ในอดีตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเคยเป็นป่าดงดิบ จึงมีสัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จนกระทั่งได้เกิดมีการใช้พื้นที่เป็นที่จัดตั้งของพรรคคอมมิวนิสต์ ทำให้พื้นที่ป่าถูกทำลายเสียหายเป็นจำนวนมาก สัตว์ป่าถูกฆ่านำมาเป็นอาหาร ส่วนที่มีชีวิตอยู่พากันอพยพหลบหนีไปอยู่ที่อื่น ในปัจจุบัน ทางราชการได้ดำเนินการตามโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ ฯ โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัทเอกชน เป็นผู้บริจาคเงินและเข้ามาดำเนินการปลูกป่าในพื้นที่ที่ถูกทำลาย ในช่วงปี พ.ศ. 2537-2539 บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ดำเนินการ ปลูกป่าในพื้นที่จำนวน 32,797 ไร่ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าเป็นอุทยานที่สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ 1. โรงเรียนการเมืองการทหาร ในปี พ.ศ. 2513 เคยเป็นที่ตั้งของคณะกรรมการเขต คือ จังหวัดเลย จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดพิษณุโลก ต่อมา ในปี พ.ศ. 2520 ได้จัดตั้งเป็นโรงเรียนสอนเกี่ยวกับการเมืองการทหาร ลัทธิคอมมิวนิสต์ มีการออกหนังสือรายสัปดาห์ชื่อ "เอกราช" หลัง เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ได้มีนิสิตนักศึกษา หลบหนีมาอยู่ที่นี่ และเป็นผู้สอนวิชาการเมือง การทหาร โรงเรียนแห่งนี้ได้เลิกล้มในราวกลางปี 2525 เมือสมาชิก พคท. (พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย) เข้ามอบตัวกับทางราชการ 2. ผาชูธง เป็นหน้าผาสูงชัน สามารถจะชมทัศนียภาพของอุทยานฯ โดยเฉพาะในยามเย็นเมื่อดวงอาทิตย์กำลังลับแนวเหลี่ยมเขาในอดีต ที่เคยเป็นสถานที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย จะขึ้นไปชูธงแดงรูปฆ้อนเคียวทุกครั้งที่มีชัยชนะต่อทหารของรัฐบาลไทย 3. สะพานมรณะ (ประตูวัว) คือ หลืบหินแคบ ๆ มีประตูไม้กันไว้เพื่อให้วัวผ่านได้ทีละตัว ส่วนทางด้านขวายังมีสะพานหินธรรมชาติสวยงามมาก ที่เรียกว่าสะพานมรณะเนื่องจากทหารไทยบุกขึ้นมาและผ่านประตูวัว ผกค. ตั้งรบอยู่บนสะพานหินยิงทหารไทยคนแล้วคนเล่า ทหารไทยจะไม่ผ่านประตูวัวก็ไม่ได้ เพราะด้านอื่นเป็นหน้าผาทั้งสิ้น จึงขนานนามที่แห่งนี้ว่า "ประตูวัวหรือสะพานมรณะ" 4. กังหันน้ำ อยู่ติดถนนตรงข้ามกับโรงเรียนการเมืองการทหารเยื้องไปทางทิศใต้ประมาณ 20 เมตร เป็นกังหันที่ต่อเข้ากับแกนของครกกระเดื่องตำข้าว ที่ใช้พลังน้ำเป็นตัวขับเคลื่อนซึ่งผันน้ำมาจากน้ำตกเล็ก ๆ ผ่านรางน้ำที่ทำจากไม้มายังตัวกังหันน้ำนี้สร้างโดยแนวความคิดของนิสิตคณะวิศวะ จุฬาฯ ที่หนีเข้ามาอยู่หลังจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งเปรียบเสมือนกับโรงสีข้าวของ ผกค. ในสมัยนั้นสามารถประหยัดแรงงานของคนในการตำข้าวได้อย่างมาก 5. ที่หลบภัยทางอากาศ พคท. อาศัยสภาพธรรมชาติลดความเสียเปรียบในการสู้รบ เพิงหินจึงเป็นที่หลบภัยอย่างดี บรรจุคน 200 คน 6. สำนักอำนาจรัฐ เป็นสถานที่ปกครองระบบท้องถิ่นมีฐานะเทียบเท่าอำเภอ จังหวัด ขึ้นกับ พคท. โดยตรง เป็นฝ่ายปกครองทั้งหมดบนภูหินร่องกล้า ให้อยู่ในระบบพรรค มีกฎระเบียบเป็นของตนเอง หากมวลชนไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของพรรคจะถูกลงโทษ แล้วแต่ความหนักเบาของโทษนั้น ก่อตั้งระหว่างปี พ.ศ. 2520 ถึงปี พ.ศ. 2525 |
![]()
|
|
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ 1. ลานหินปุ่ม เป็นลานหินขนาดใหญ่มีลักษณะเป็นก้อนปุ่มเล็กใหญ่ สูงต่ำสลับกันซึ่งเกิดจากลักษณะโครงสร้างของหิน และการกระทำของธรรมชาติ ในอดีตพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ใช้เป็นสถานที่พักฟื้นคนไข้ เพราะอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลของรัฐ ในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาวจะมีดอกไม้ป่าบานสะพรั่ง 2. ลานหินแตก มีเนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ สันนิษฐานว่าเกิดการแยกออกจากกันเพื่อยุทธการภูขวาง เมื่อ พ.ศ. 2515 ได้เป็นสมรภูมิระหว่างฝ่ายไทยกับฝ่ายคอมมิวนิสต์ จนได้อีกชื่อว่า "ลานเลือด" บริเวณนี้เป็นจุดชมทัศนียภาพอีกแห่งหนึ่ง พรรณไม้ต่าง ๆ เต็มลานหิน โดยเฉพาะกุหลาบขาวซึ่งจะออกดอก ในเดือนเมษายนของทุกปี 3. น้ำตกหมันแดง มีต้นน้ำออกจากเขาภูหมัน ซึ่งมีน้ำตลอดปีตามเส้นทางเดินเท่าคน จะผ่านป่าดงดิบที่อุดมสมบูรณ์ ที่ท้าทายนักท่องเที่ยว สัมผัสความเย็นสดชื่นของสภาพป่าดงดิบ เส้นทางเดินเท้าที่เข้าสู่น้ำตกระยะทาง 3.5 กิโลเมตร (ไป-กลับ 7 กิโลเมตร) 4. น้ำตกร่มเกล้า-ภราดร ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับที่เกิดจากลำธารเดียวกัน แต่น้ำตกภราดร มีความสูงน้อยกว่า กระแสน้ำแรงกว่าน้ำตกร่มเกล้า ทางแยกเดินลงน้ำตกนี้ระยะทาง 400 เมตร ถึงน้ำตกร่มเกล้าก่อน แล้วเดินลงไปอีก 200 เมตรจะเป็นน้ำตกภราดร 5. น้ำตกศรีพัชรินทร์ ชื่อน้ำตกนี้ตั้งขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับทหารจากค่าย "พัชรินทร์" ซึ่งเป็นทหารหน่วยแรกที่ขึ้นมาบนภูหินร่องกล้า น้ำตกมีความสูงประมาณ 20 เมตร บริเวณน้ำตกเป็นแอ่งขนาดใหญ่ที่เหมาะสำหรับเล่นน้ำ 6. จุดชมวิวทับเบิก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าประมาณ 32 กิโลเมตร ไปตามเส้นทางนครไทย-หล่มเก่า 7. ภูแผงม้า อยู่บริเวณจุดชมวิวทับเบิกทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ การเดินทาง ... อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า สมารถเดินทางโดยรถยนต์จากกรุงเทพได้ 2 เส้นทางคือ 1. เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพ ฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ผ่านจังหวัดสระบุรีถึงพุแค ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ ถึงอำเภอหล่มเก่า ระยะทางประมาณ 270 กิโลเมตร ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 2331 ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ระยะทางประมาณ 65 กิโลเมตร (เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว) 2. เส้นทางที่ 2 เดินทางจากกรุงเทพ ฯ ถึงตัวเมืองจังหวัดพิษณุโลก โดยสารรถประจำทางเส้นทางพิษณุโลก-นครไทย ระยะทางประมาณ 68 กิโลเมตร จะถึงสามแยกบ้านแยงเลี้ยวซ้ายเข้าสู่อำเภอนครไทย เป็นระยะทาง 29 กิโลเมตร จากนั้นเดินทางต่อด้วย รถสองแถวอีกประมาณ 30 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า (สำหรับผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว) สิ่งอำนวยความสะดวก อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มีสถานที่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวคือ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เป็นสถานที่ให้คำแนะนำและให้ข้อมูลข่าวสารของอุทยานฯทางด้านประวัติศาสตร์และสถานที่แหล่งท่องเที่ยว เป็นของนิทรรศการ และส่วนพิพิทธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา มีร้านสวัสดิการ และมีร้านอาหารและเครื่องดื่มไว้บริการนักท่องเที่ยว ที่อยู่ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตู้ ปณ. 3 อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก 65120 โทร 055-233527 หรือ 01-2260726 |
|
อ่านเรื่องราวที่เคยลงในเวปมาแล้วครับ
น้ำตกหมันแดงที่แสนงดงาม แห่ง ภูหินร่องกล้า |
![]()
|
![]() ![]() |
| กลับไปหน้าแรก |