 |
เปิดตำนานตะรุเตา
ความปวดร้าวและอิสรภาพ
เรื่องราวของตะรุเตาเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๗๙ หรือ ๖๔ ปีที่แล้ว เมื่อรัฐบาลมีนโยบายให้กรมราชทัณฑ์สำรวจพื้นที่
เพื่อจัดตั้งนิคมฝึกอาชีพ สำหรับกักขังและฝึกอาชีพให้นักโทษคดีอุกฉกรรจ์ เกาะตะรุเตา จังหวัดสตูล
จึงถูกเลือกด้วยเพราะเป็นเกาะใหญ่อยู่กลางทะเลลึก ในน้ำมีจระเข้และฉลาม ไม่มีเรือวิ่งผ่านไปมา ลมแรง คลื่นจัด
เป็นกำแพงธรรมชาติป้องกันการหลบหนีอย่างดี
หลวงพิธานฑัณฑทัย เจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์และคณะสำรวจ รวมทั้งนักโทษผู้มีความประพฤติดีบางส่วนถูกส่งเข้ามาบุกเบิก
จัดสร้างอาคารที่ทำการ บ้านพักของผู้คุม เรือนนอนของนักโทษ และโรงฝึกอาชีพขึ้นที่อ่าวตะโละวาวและอ่าวตะโละอุดัง
ใช้เวลาเตรียมการสร้างคุก ๒ ปี จึงแล้วเสร็จ
ในปี พ.ศ. ๒๔๘๑ นักโทษชุดแรก ๕๐๐ คนถูกส่งมายังตะรุเตา และทยอยเข้ามาอีกเรื่อย ๆ นักโทษเหล่านี้เป็นนักโทษคดีร้ายแรง
หรือที่เรียกว่านักโทษผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย ยากแก่การควบคุมดูแล จึงถูกส่งมาอยู่ที่อ่าวตะโละวาว
พ.ศ. ๒๔๘๒ รัฐบาลส่งนักโทษการเมือง ๗๐ คน มายังตะรุเตาโดยถูกควบคุมอยู่ที่อ่าวตะโละอุดัง
นักโทษการเมืองเหล่านี้เป็นกลุ่มนักโทษจากกบฎบวรเดชและกบฎนายสิบ มีทั้งนักการเมือง เชื้อพระวงศ์ และผู้มีการศึกษาสูงจากต่างประเทศ
ซึ่งเคยอยู่ในแวดวงการเมือง การทหาร เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในการบริหารประเทศ รวมทั้งนักคิดนักเขียนชั้นนำ
นักโทษการเมืองเหล่านี้ไม่ถูกกวดขันมากและไม่ต้องทำงานหนักเหมือนนักโทษอุกฉกรรจ์ทั่วไป
แต่กระนั้นอิสรภาพก็เป็นสิ่งที่ชีวิตโหยหา นักโทษการเมือง ๕ คน นำโดยพระยาศราภัยพิพัฒน์ พระยาสุรพันธ์เสนี
ขุนอัคนีรถการ นายหลุย และนายแฉล้ม เสี่ยมเพชร จึงคิดหลบหนี
พระยาศราภัยพิพัฒน์พยายามศึกษาภูมิประเทศ พร้อมกับเริ่มเรียนภาษามลายู เพราะรู้ว่าต้องขึ้นฝั่งที่เกาะลังกาวีและต้องพบกับคนมลายู
ทั้งพยายามตีสนิทชาวบ้าน ในที่สุดก็ได้ชาวบ้านมาเป็นผู้ติดต่อจัดหาเรือให้ โดยนัดหมายกันท้ายเกาะ ใช้เงิน ๕,๐๐๐ บาท ติดสินบนผู้คุมและจ่ายค่าเรือ
แล้วในคืนเดือนหงายนักโทษทั้งห้าก็พากันว่ายน้ำข้ามคลองที่เต็มไปด้วยจระเข้ หลบหนีไปกับเรือขึ้นฝั่งเกาะลังกาวีและขอลี้ภัยอยู่ในมาเลเซีย
|