ไทยเวอร์ชั่น นิตยสารออนไลน์สำหรับผู้รักการเดินป่า Online Magazine for Trekking in Thailand English Version
อุทยานแห่งชาติตะรุเตา
...จากหนังสืออสท. ---
การเดินทางจากกรุงเทพสู่จังหวัดสตูล ทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านเข้าอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง ไปอำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา โดยทางหลวงหมายเลข 4 แยกขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 406 ถึงจังหวัดสตูล รวมระยะทาง 973 กิโลเมตร
ทางรถไฟ จากรุงเทพ เดินทางไปกับขบวนรถกรุงเทพ-ยะลา หรือกรุงเทพ-หาดใหญ่ ลงรถไฟที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ แล้วต่อรถประจำทางเข้าจังหวัดสตูลอีกประมาณ 97 กิโลเมตร
ทางรถโดยสาร บริษัทขนส่ง จำกัด บริการเดินรถโดยสารปรับอากาศและรถธรรมดา กรุงเทพ-สตูล ทุกวัน ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ โทร 02-435557-8
หาดใหญ่-ปากบารา-สตูล
รถโดยสารประจำทาง ออกวันละ 3 เที่ยว คือเวลา 7.00 11.00 15.00 รถจอดที่หอนาฬิกา หาดใหญ่
รถตู้ปรับอากาศ บริการทุกวัน ออกทุกชั่วดมง ตั้งแต่เวลา 6.00-16.00 นาฬิกา รถจอดที่หน้าธนาคารกรุงไทย ถนน นิพัทธ์อุทิศ 1
รถยนต์ จากตัวเมืองสตูล ใช้ทางหลวงหมายเลข 416 ประมาณ 14 กิโลเมตร ถึงอำเภอละงู แยกไปตามทางหลวงหมายเลข 4052 อีกประมาณ 12 กิโลเมตร ถึงท่าเรือปากบารา
จากท่าเรือปากบารา (ขึ้นเรือที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเขต 3 ปากบารา)
แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในอุทยานแห่งชาติตะรุเตา
1.อ่าวพันเตมะละกา เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติตะรุเตา จะมีหาดทรายขาวสะอาด เหมาะสำหรับเดินเล่นชายหาด เล่นน้ำทะเล และยังมีคลองพันเตมะละกา ซึ่งเป็นคลองที่มีความยาวที่สุด ของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา กิจกรรมการล่องเรือชมคลอง ชมความงามของฟากฝั่งคลองที่มีป่าโกงกางที่สมบูรณ์ สัตว์น้ำขนาดเล็กหลายชนิดที่ยังคงใช้คลองแห่งนี้เป็นที่อาศัยเลี้ยงชีพ เป็นโปรแกรมหนึ่ง ที่ไม่ควรพลาด
2. ถ้ำจระเข้ ถ้ำนี้ตั้งอยู่ในสุดของคลองพันเตมะละกา จึงต้องใช้การนั่งเรือเข้าไป ปัจจุบันการเข้าไปชมความงามในถ้ำจะสะดวกสบายกว่าแต่ก่อน มีการสร้างทางเดินอย่างดีและติดตั้งระบบไฟไว้ตามจุด
3. เส้นทางศึกษาธรรมชาติจากอ่าวพันเตถึงอ่าวสน ระยะทาง 8 กม. จากสองข้างทางที่เต็มไปด้วยความสมบูรณ์ของป่าดงดิบ นอกจากนี้ยังมีน้ำตกลูดูให้เราเดินเข้าไปชมตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
4. อ่าวจาก เป็นอ่าวที่มีขนาดเล็กจะอยู่ติดต่อกับอ่าวพันเตมะละกา
5. อ่าวสน อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯตะรุเตา 8 กม. เป็นหาดทรายสีขาวที่มีความยาว 4 กม. เดิมเป็นที่วางไข่ของเต่าทะเล สามารถกางเต็นท์ค้างแรมได้ และมีบริการอาหาร ไว้บริการ
6. อ่าวมะขาม เป็นที่จอดพักเรือประมงขนาดเล็ก มีน้ำจืดสนิท สภาพป่ายังคงอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่าและนกชุกชุม
7. อ่าวตะโละวาว ตั้งอยู่ด้านตะวันออกของเกาะตะรุเตา อดีตเคยเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ ทัณฑสถานนิคมฝึกอาชีพนักโทษระหว่าง พ.ศ. 2480-2490 การเดินทางสามารถเข้าถึงได้สองทางคือ ทางเรือและทางเท้า ระยะทาง 10 กม. จากที่ทำการอุทยานฯ ถึงอ่าวตะโละวาว (การเดินทางเท้าควรติดต่อกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯก่อน)
8. อ่าวตะโละอุดัง ตั้งอยู่ด้านทิศใต้ของเกาะตะรุเตา และห่างจากเกาะลังกาวี มาเลเซียประมาณ 8 กม. อดีตเคยเป็นที่กักขังนักโทษการเมือง กบฎบวรเดช และกบฏนายสิบสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 การเดินทางเข้าถึงได้โดย ทางเรือ (ขอติดต่อเช่าเรือได้ที่ที่ทำการอุทยานฯ)
9. อ่าวฤาษี เป็นอ่าวเล็ก ๆ มีถ้ำไว้หลบฝน และยังเป็นที่เหมาะแก่การดูปะการัง
10. เกาะไข่ เป็นเกาะที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมาก ตั้งอยู่ระหว่างเกาะตะรุเตาและหมู่เกาะอาดังราวี นอกจากเกาะไข่จะมีหาดทรายที่ขาวสะอาด ปะการังรายรอบเกาะแล้วยังมีซุ้ม ประตูหินธรรมชาติสวยงามซึ่งเป็นสัญญลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดสตูลอีกด้วย
11. เกาะอาดัง เป็นเกาะที่ตั้งของหน่วยย่อยของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา (หน่วยแหลมสนฯ) ภูมิประเทศมีลักษณะเป็นเกาะภูเขา โดยเฉพาะในบริเวณตอนกลางของเกาะ มียอดเขาสูงสุดประมาณ 703 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่หลายแห่งบนภูเขา มีน้ำตกและลำธารที่มีน้ำไหลตลอดปี จึงเป็นแหล่งน้ำจืดที่อุดมสมบูรณ์อีกแห่งหนึ่งของอุทยานตะรุเตา ลักษณะของชายฝั่งรอบเกาะบางแห่งเป็นหน้าผาสูงมีพื้นที่เป็นที่ราบน้อยมาก แนวชายฝั่งเป็นอ่าวเล็ก ๆ อยู่เรียงราย ได้แก่ อ่าว ตะโละเละซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะ อ่าวตะโละลันจา ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตก อ่าวตะโละอาเยียง อยู่ทางทิศใต้ ตรงข้ามกับเกาะหลีเป๊ะ และอ่าวตะโละโปะยะอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะ แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในเกาะอาดังได้แก่ -หาดแหลมสน จะเป็นที่ตั้งที่ทำการหน่อยย่อยของอุทยานฯ มีร้านอาหาร ห้องน้ำ บ้านพักและจุดกางเต็นท์ไว้ค้างแรม -จุดชมวิวเขาชะโด ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 20 นาที บนจุดชมวิวผาชะโด สามารถมองเห็นทิวสนเขียวขจีของอ่าวแหลมสนตัดกับน้ำสีเขียวครามยาวราบขนานกับแนวขอบฟ้า ผาชะโดนี้เรายังสามารถมองเห็น พระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตกในเวลาเดียวกันด้วย -น้ำตกรัตนา อยู่ห่างจากที่ทำการ ประมาณ 3 กม. เป็นน้ำตกที่ไม่ใหญ่นักแต่มีน้ำไหลตลอดปี
12. เกาะราวี เป็นเกาะที่มีภูมิประเทศเป็นภูเขาเหมือนกับเกาะอาดัง โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางระหว่าง 300-460 เมตร บนเกาะราวีมีแหล่งน้ำจืดเป็นลำธารสายสั้น ๆ แหล่งท่องเที่ยวในเกาะราวียังคงอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะแนวปะการัง เพราะมีนักท่องเที่ยวเข้าไปน้อย สาเหตุจากยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และยังไม่มีการสำรวจอย่างจริงจัง
13. เกาะหลีเป๊ะ เกาะแห่งนี้มีชื่อเดิมว่า เกาะปีนิส เป็นภาษามลายู แปลว่า "บาง" เป็นเกาะที่มีขนาดเล็ก มีพื้นที่ประมาณ 4 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางทิศใต้ของเกาะอาดัง ห่างกันประมาณ 1 กม. แม้จะเป็นเกาะที่มีขนาดเล็ก แต่กลับมีแนวชายหาดที่สวยงาม ด้านหน้าเกาะหลีเป๊ะ เป็นที่ตั้งของชุมชนชาวเลที่ดำรงชีวิตด้วยการประมงพื้นบ้าน เกาะนี้มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบเกือบทั้งเกาะ มีแหล่งน้ำจืดเหมาะแก่การตั้งถิ่นฐานและยังมีบังกะโลรีสอร์ทของเอกชน ให้นักท่องเที่ยวได้พักค้างแรม ร้านอาหารมีให้เลือกมากมาย สะดวกสบายพร้อมสรรพ จึงไม่แปลกอะไรที่เกาะหลีเป๊ะแห่งนี้จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างชาติที่ต้องการความสงบและเรียบง่าย
14. เกาะหินงาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวไม่พลาดโอกาสมาที่แห่งนี้ เป็นเกาะที่มีความแปลกที่ความงามของหินเมื่อยามถูกน้ำซัด ลวดลายของหินมีลักษณะกลมเกลี้ยงมีอยู่เต็มไปทั้งเกาะ ดูโดดเด่นสวยงามยิ่งนัก
15. เกาะจาบัง เกาะนี้อยู่ใกล้กับเกาะหินงาม เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่ไม่มีหาดทราย แต่สิ่งที่น่าสนใจอยู่ที่ใต้ท้องทะเล จะมีปะการังที่มีสีสันอยู่มากมาย เกาะนี้จึงเป็นที่นิยมในการดำน้ำดูปะการังอีกแห่งหนึ่ง
16. เกาะยาง เป็นอีกเกาะหนึ่งที่มีแนวปะการังที่สวยงามอีกแห่ง และมีหาดทรายขาวให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อนหลบแสงแดดยามเที่ยงวัน
17. เกาะดง เป็นเกาะที่อยู่ไกลสุดในบรรดาหมู่เกาะอาดัง-ราวี จุดสนใจของเกาะนี้อยู่ที่ความแปลกของหินที่เรียงรายเป็นรูปร่างแปลก ๆ และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ที่สวยงามอีกด้วย
----- รักษ์ธรรมชาติกับเทรคกิ้งไทย.คอม------
กลับไปหน้าแรก