ถ้ำธารลอดน้อย ถ้ำธารลอดใหญ่ - กาญจนบุรี

.... ถ้ำธารลอดน้อย อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ เป็นครั้งแรกของผมหลังจากเริ่มเข้าสู่แวดวงเวปบอร์ดบลูพลาเนต แล้วก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมงานปันน้ำใจ #5 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการจัดต่อเนื่องเรื่อยมาหลายครั้งก่อนที่ผมจะเริ่มกลับมาใช้อินเตอร์เนตอีกครั้งหลังจากห่างเหินไปเป็นปี โครงการปันน้ำใจนี้เป็นโครงการที่รวมกันจัดขึ้นโดยเพื่อน ๆ ที่ชอบการท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์ด้วยกัน ชวนกันไปทำสิ่งดี ๆ ให้สังคมและก็แวะเที่ยวพักผ่อนถ่ายรูป ดูนก เดินป่าสัมผัสธรรมชาติกันด้วยครับ โดยจะนำข้าวของและอาหารกลางวันไปเลี้ยงเด็ก ๆ นักเรียนที่โรงเรียนยากจน และห่างไกลความเจริญและยังต้องการความช่วยเหลือจากพวกเรา ผมรวบรวมเพื่อนนั่งเป็นเพื่อนได้อีก 2 คนครับงานนี้ได้มีโอกาสรู้จักเพื่อน ๆ ที่เคยเห็นข้อเขียนผ่านกระทู้ในบลูพลาเนตกัน บางคนก็เคยเขียนโต้ตอบ กันอยู่โดยไม่รู้จักตัวจริงก็ได้มารู้จักกันก็คราวนี้เอง ซึ่งแต่ละคนก็นิสัยดี ๆ และเป็นมิตรมากเลยครับ

.....วันที่พวกเราไปเที่ยว ถ้ำธารลอดน้อย กันนั้นเป็นวันที่ 2 ที่มาพบเจอกัน หลังจากที่ในช่วงวันเสาร์เราได้ร่วมในกิจกรรมการบริจาคและร่วมเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับเด็ก ๆ โรงเรียนบ้าน พุน้ำเปรี้ยว อำเภอ ศรีสวัสดิ์ ไปแล้ว พวกเราออกเดินทางกันในตอนสาย ๆ ตอนนั้น ตัวผมเองช่วงนั้นก็เพิ่งจะซื้อรถคันใหม่มาแทนคันเดิมที่เก่าเต็มที ก็เลยขับค่อนข้างช้ากว่าชาวบ้านเค้าเยอะอยู่เหมือนกันครับ เลยขับหลุดจากกลุ่ม ทำให้คันอื่นเป็นห่วงกันใหญ่แถมตอนเลี้ยวเข้าก็เลยไปอ้อมเข้าซะนี่ แต่ไปถึงก่อนแฮะเพราะคันอื่น ๆ รอผมอยู่นั่นเอง พอไปถึงก็บ่าย ๆ แล้วล่ะฮะ พวกเราเติมกำลังให้ท้องกันก่อนเริ่มต้นออกเดินเที่ยวที่นี่ โดยแบ่งเป็นสี่กลุ่มด้วยกันคือ ดูนก ซึ่งแยกออกเดินไปตามน้ำตกธารเงินและธารทอง ทีมถ่ายรูปที่ปักหลักกันใน ถ้ำธารลอดน้อย เป็นหลัก เดินป่า (ซึ่งมีอยู่ 3 คน)คือพวกเราที่กะจะไปพิชิต ถ้ำธารลอดใหญ่ กัน แล้วก็กลุ่มเรื่อยเปื่อยครับ คือไม่ค่อยสนใจอะไรเป็นพิเศษมั๊ง อิอิ เลยเดินเล่น นั่งเล่นอยู่ใกล้ ๆ นั่นเอง เป้าหมายในวันนี้ของพวกทีมเราคือ ถ้ำธารลอดใหญ่ อ่ะ คือเคยเห็นภาพลงในหน้าปก อสท. แล้วดูสวยและอลังการ มากครับ แต่ตอนเค้าทำสารคดีกันนี่พี่เค้าเดินมาจากข้างบนลงล่างครับ ส่วนนักท่องเที่ยวทั่วไปอย่างเราต้องเดินจากล่างขึ้นบนซึ่งแน่นอนว่าจะเจอทางชันกว่า ทั้งนี้มีคำเตือนเล็ก ๆ ก่อนมาว่าทางเดินที่นี่เป็นทางเดินปราบเซียนนะคุณต้า แต่เอ ดู ๆ แล้วมันก็ไม่น่าเท่าไหร่นี่หว่า เลยไม่ได้เตรียมอะไรไปมากมาย ระหว่างทางมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยว น้ำตกไตรตรึงษ์ หลายคนสวนลงมาก็ดูเค้าสดชื่นดีนะ เด็ก ๆ ก็มีวิ่งขึ้นวิ่งลงกันหลายคน ท่าทางสนุกสนานกันดีนี่นา

ถ้ำธารลอดน้อย ถ้ำธารลอดใหญ่ - กาญจนบุรี
ถ้ำธารลอดน้อย ถ้ำธารลอดใหญ่ - กาญจนบุรี

...เมื่อผ่านบริเวณด่านเข้า ถ้ำธารลอดน้อย ซึ่งเป็นบริเวณสุดท้ายที่ไม่อนุญาตให้นำอาหารเข้าไปต่อได้ หลายคนฝากถุงส้มตำ อาหารว่างต่าง ๆ ไว้ที่นั่นก่อนเริ่มเดินเข้าไปในถ้ำ ผมชอบนโยบายนี้มากครับ แต่ก่อนนี่เค้าจะอนุญาตให้นำอาหารเข้าไปทานได้ทุกชั้นทุกที่ ซึ่งก็พบว่ามีคนที่ไม่รับผิดชอบในธรรมชาติทิ้งขยะไว้ไม่เป็นที่ พอทิ้งไป ๆ สถานที่นั้นก็จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เสื่อมโทรมไปภายในที่สุด บางทีก็เป็นเรื่องที่เข้าใจยากและถ่ายทอดออกไปได้ยากนะครับว่าคุณไม่ควรจะทิ้งเศษขยะ ไว้ในอุทยานนะ เขารู้แต่ขอเฮมัน ๆ ก็พอ แล้วพวกนี้เวลาเจอขยะที่คนอื่นทิ้งไว้บ้างก็มักจะบอกว่า ยี้ ๆ สกปรกจัง ความจริงขยะเหล่านั้นก็มาจากพวกคุณเองน่ะแหละ...ระยะหลัง หลาย ๆ น้ำตกจึงไม่อนุญาตให้นำอาหารเข้าไปทานได้ อย่างไรก็ตามก็จะมีการกำหนดเขตผ่อนผันเอาไว้ให้ตามสมควร..........กลับมาเข้าเรื่องดีกว่าฮะ ในตัว ถ้ำธารลอดน้อย นี่มีไฟสว่างครับแต่ว่ามีเวลาเปิดปิดถึงแค่ 16.00 น.เท่านั้น นั่นคือถ้าคุณเดินไป ถ้ำธารลอดใหญ่ แล้วจะเดินกลับมาก็ต้องเดินกลับมาให้ทันตอน เขาปิดไฟด้วยนะ ไม่งั้นก็มืดตึดตื่อแน่นอน ช่วงเดินเข้าไปใน ถ้ำธารลอดน้อย บางช่วงจะมีหลืบหินงดงามให้ถ่ายภาพ บางช่วงก็จะมีค้างคาวอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อเดินไปสักกลางทางก็จะพบกับห้องโถงหินขนาดใหญ่ ทางอุทยานได้ติดตั้งไฟส่องสว่างเอาไว้ทำให้เวลาที่ถ่ายรูปจะได้ภาพของถ้ำออกมาเป็นสีทองดูสวยงาม บรรดาทีมนักถ่ายรูปต่างก็หยุดถ่ายรูปกันที่นี่ล่ะครับ เรียกว่าถ่ายกันจนพวกผมเดินไปแล้วเดินกลับมาก็ยังอยู่ที่เดิมกันเลยล่ะ เพราะว่าตรงนั้นมันดูสวยจริง ๆ พวกเราออกเดินออกจาก ถ้ำธารลอด เลาะลำธารเส้นที่มาจาก น้ำตกไตรตรึงษ์ ขึ้นไปเรื่อย ๆ ทางเดินช่วงแรกเป็นทางราบ เดินกันได้เร็วแทบจะเป็นวิ่งเลยฮะ ในใจก็นึกว่างานนี้หวานหมู ไม่เห็นจะเดินยากตรงไหนแบบที่มีคนเคยเตือนเลย แต่นี่มันเพิ่งเริ่มต้นเองแหละ......

ถ้ำธารลอดน้อย ถ้ำธารลอดใหญ่ - กาญจนบุรี ถ้ำธารลอดน้อย ถ้ำธารลอดใหญ่ - กาญจนบุรี

....พอเดินไปได้สักพักเราก็มาถึงทางชันล่ะครับ ลักษณะเป็นทางชัน 60-70 องศายาวขึ้นไปตามภูเขาเรื่อย ๆ ทางอุทยานก็ทำราวไม้ไผ่ไว้ช่วยดึงตัวขึ้น ผมออกเดินขึ้นนำหน้าอีกตามเคย เดินไป ๆๆ "ทำไมมันชันยาวอย่างนี้ฟะ" พอเดินไปได้อีกสักพัก "แฮ่กๆ พักก่อนนะ ไม่ไหวแล้ว" ตอนนั้น น้ำก็ไม่มี เพื่อนเค้าดื่มน้ำลำธารกันช่วงก่อนเดิน เราก็ดันไม่ดื่มเลยต้องมาหอบแฮ่กอยู่บนทางชันที่ดู ๆ มันจะชันอีกไกลแน่ ๆ เลย เราเดินต่อกันไปเรื่อย ๆ ในสปีดเร็วกว่าหอยทากนิดนึง ในที่สุดก็ถึงน้ำตกไตรตรึงษ์ชั้นบนจนได้ น้ำตกมี เป็นน้ำตกไม่ใหญ่นัก แต่ก็มีความสวยงามทีเดียวครับ เราแวะพักที่นี่กันพักใหญ่ ๆ ถ่ายรูปกันเต็มอิ่ม ก่อนที่จะตัดสินใจว่าคงไม่เดินไปถ้ำธารลอดใหญ่ที่เคยเห็นในรูปแล้วล่ะ เพราะว่ามันเหนื่อยฮะ แล้วก็เห็นทางขึ้นชัน ๆ ต่อไปอีกก็ทำให้ฝ่อไปใหญ่เลย นอกจากนี้ก็ยังกลัวว่าจะลงมาช้าทำให้ทุกคนต้องรอและเป็นห่วงเรา ก็เลยตัดสินใจลงดีกว่า เอาไว้คราวหน้าจะมาใหม่ ว่าแล้วก็เดินลงมากัน แต่ขากลับนี่เร็วแฮะ ก็มันเป็นทางลงนี่นา ลงมาถึงก็อยากที่บอกไปคือทีมถ่ายรูปยังอยู่เลยครับ ส่วนทีมดูนกที่แยกออกไปทาง น้ำตกธารเงิน ธารทอง นี่ก็เพิ่งจะ มาเริ่มเดินเข้าถ้ำกันเอง พวกเราเดินออกมานั่งพักผ่อนกันสักพัก ก่อนรวมทีมกันไปทางอาหารเย็นปิดท้ายที่ร้านอาหารอร่อย ๆ ริมเขื่อนวชิราลงกรณ์ ก่อนแยกย้ายกันกลับบ้านด้วยความสบายใจกับสิ่งที่ได้ทำ เพื่อนใหม่ ๆ และวิวสวย ๆ ที่เราได้พบเจอ...... ....รูปที่นำมาลงรูปสุดท้ายนี่มาจากหนังสือครับ ยังไม่ได้ไปเห็นเองเลย เพราะความประมาทเส้นทางและการเตรียมตัวที่ไม่พร้อมของตัวเองแท้ ๆ เชียว...

ถ้ำธารลอดน้อย ถ้ำธารลอดใหญ่ - กาญจนบุรี ถ้ำธารลอดน้อย ถ้ำธารลอดใหญ่ - กาญจนบุรี ถ้ำธารลอดน้อย ถ้ำธารลอดใหญ่ - กาญจนบุรี ถ้ำธารลอดน้อย ถ้ำธารลอดใหญ่ - กาญจนบุรี
ข้อมูลเสริมอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ครับ
---............เดิมใช้ชื่อ อุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอด มีเนื้อที่ 36,875 ไร่ (59 ตารางกิโลเมตร) เป็นอุทยานที่มีพื้นที่น้อยที่สุดในบรรดาอุทยานฯทั้งหมดของจังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ที่ตำบลเขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ประกาศเป็นเขตอุทยานฯเมื่อปี พ.ศ.2523 ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานชื่อใหม่ว่า " อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ " นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 17 ของประเทศไทย
สภาพภูมิประเทศ ..อุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของอำเภอศรีสวัสดิ์ สภาพพื้นที่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน ประกอบด้วยเขาพุช้างหมอบ เขาไม้นวล เขาไม้หอมและเขากำแพง ยอดเขาที่สูงที่สุดจากระดับน้ำทะเล 1,257 เมตร มีแหล่งน้ำที่หล่อเลี้ยงและให้ความชุ่มชื้นที่อุดม สมบูรณ์คือ ห้วยกระพร้อย ลำทองหลาง ห้วยลำพอง ฯลฯ ลำห้วยเหล่านี้จะไหลลงสู่ลำน้ำแควใหญ่
ลักษณะภูมิอากาศ ..ฤดูฝน ระหว่างเดือนกรกฎาคม-เดือนกันยายน มีฝนตกชุกปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,200 มม.
ฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม อากาศหนาวเย็น อุณหภูมิเฉลี่ย 36-39 องศาเซลเซียส
ชนิดป่า ...ป่าดงดิบ สภาพป่าค่อนข้างทึบอยู่บริเวณสองฝั่งห้วย มีไม้ขนาดใหญ่ขึ้นอยู่ทั่วไป เช่น ไม้ยาง ไม้ตะเคียน ไม้มะม่วงป่า ฯลฯ
ป่าดงดิบเขา อยู่ถัดขึ้นไปจากป่าดงดิบ มีไม้ประดู่ ไม้มะค่า ไม้สมอ ไม้ชิงชัน ฯลฯ
ป่าเบญจพรรณ เป็นป่าผลัดใบ สภาพป่าโปร่งส่วนใหญ่เป็นไม้ขนาดกลางและไผ่ป่าหลายชนิด
สัตว์ป่า....มีสัตว์หลายชนิด เช่น เสือ หมูป่า หมี สมเสร็จ ชะนี นกเงือก ไก่ป่า เหยี่ยว นกดพระดก นกสาริกา ตะพาบ งู และหมาน้ำซึ่งเป็นสัตว์หายาก ลักษณะคล้ายคางคก เสียงร้องคล้ายเสียงเห่าของสุนัข อาศัยอยู่ในถ้ำธารลอด
แหล่งท่องเที่ยว
ถ้ำธารลอดน้อย เป็นถ้ำที่ห้วยกระพร้อยไหลผ่านถ้ำตลอดปี ความยาวประมาณ 250 เมตรมีหินงอกหินย้อยที่มีความสวยงามตามะรรมชาติ อยู่ห่างจากที่ทำการ 200 เมตร
อ่างเก็บน้ำ อยู่บริเวณหน้าถ้ำธารลอดน้อย มีฝายกักน้ำ 2 ฝาย ลดหลั่นกัน มีพื้นอ่างประมาณ 1 ไร่ สามารถเล่นน้ำได้ตลอดปี
น้ำตกไตรตรึงษ์ เป็นน้ำตกขนาดกลางมีน้ำไหลตลอดปี อยู่ข้างเส้นทางเดินเท้าไปถ้ำธารลอดใหญ่ ห่างจากถ้ำธารลอดน้อยประมาณ 1 กิโลเมตร
ถ้ำธารลอดใหญ่ ลักษณะเป็นรูปโดมคล้ายสะพานโค้ง มีช่องเปิดบนเพดานตรงกลางถ้ำ มีความสูงประมาณ 50-60 เมตร ลำห้วยกระพร้อยไหลผ่านตลอดปี ห่างจากน้ำตกไตรตรึงษ์ ประมาณ 1.5 กิโลเมตร
สไลเดอร์หินธรรมชาติ เป็นร่องหินกว้างประมาณ 1 เมตร ยาว 20 เมตร อยู่ในแนวลำห้วยลาดเทสูงประมาณ 15 เมตร ตามลำห้วยมีน้ำหล่อเลี้ยงตลอดปี สามารถนั่งลื่นไถลลงตามความลาดชัน อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 2.5 กิโลเมตร
น้ำตกธารเงิน-ธารทอง น้ำตกธารเงินเป็นน้ำตกขนาดย่อมลดหลั่นกันเป็นชั้น ๆ ถึง 7 ชั้น ชั้นแรกและชั้นสุดท้ายมีลักษณะน้ำไหลตกลงมาจากหน้าผาสูง ส่วนชั้นอื่น ๆ จะเป็นชั้นเล็ก ๆ ส่วนน้ำตกธารทองเป็นน้ำตกขนาดใหญ่มี 15 ชั้น ชั้นบนสุดจะมีความสูงชัน น้ำไหลแรงตกมาจากหน้าผาสุง สองข้างทางเดินไปน้ำตกทั้งสองจะมีต้นไม้ เฟิร์น ขึ้นอยู่หลายชนิด ทางเดินค่อนข้างชันแต่จะมีบันไดและทางเดินให้เกาะตลอดเส้นทาง เวลาเดินทางไป-กลับทั้งสองน้ำตกประมาณ 3 ชั่วโมง
ทางอุทยานฯ มีบ้านพักบริการอยู่หลายหลัง และสถานที่กางเต๊นท์ รายละเอียดสอบถามได้ที่ส่วนอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. 5795734,5797223 นอกจากนั้นยังมีร้านอาหารเอกชนตรงทางเข้าเรียงรายอยู่สองฝั่ง เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง ราคาไม่แพง
การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ จากตัวเมืองกาญจน์ไปตามทางหลวง 3199 กาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์ ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3086 ผ่านบ้านลาดหญ้า อำเภอบ่อพลอย บ้านหนองปรือ ระยะทาง 65 กิโลเมตร ถึงทางแยกเลี้ยวซ้าย เข้าทางหลวง 3306 ตรง สถอ. หนองปรือ อีก 20 กิดลเมตร ถึงอุทยานฯ รวมระยะทางจากตัวเมืองถึงอุทยานฯ ประมาณ 91 กิโลเมตร
ที่ติดต่อคนนำทาง
----ติดต่อได้จากที่ทำการอุทยานเลยครับ
ใครรู้จักเจ้าที่บริการดี ๆ ก็ช่วยบอกต่อนะครับจะเผยแพร่ให้
งบประมาณ/เวลา
----ประมาณ 400 บาทต่อคนครับ ไปแบบเอารถหารประมาณ 4 คนนะ กางเต๊นท์นอนเอง / 2 วัน 1 คืน ขากลับจะแวะเที่ยวในตัวเมืองกาญฯก่อนก็ได้นะครับ ถ้ามีเวลาก็ขับต่อไป เที่ยวเขื่อนกระเสียว จังหวัดสุพรรณบุรีซะเลยก็ได้..
Last Update : นำลงครั้งแรกในอินเตอร์เนตเมื่อ 15 ม.ค. 2543

ขอเชิญท่านที่รักในธรรมชาติเหมือนกัน สมัครสมาชิกครับ


......มาเล่าความประทับใจในการเดินทางของท่านให้เพื่อนๆ ฟังกันเถอะครับ.........
กลับไปหน้าแรกของ trekkingthai.com มีเรื่องท่องเที่ยวดี ๆ ให้อ่านอีกเยอะมากครับ