น้ำตกตาดหมอก-เพชรบูรณ์

....อุทยานแห่งชาติตาดหมอก เป็นอุทยานที่เพิ่งขึ้นไม่นานนักครับ ผืนป่าแห่งนี้เชื่อมต่อกับทั้งป่าน้ำหนาวและภูเขียวจึงยังมีความสมบูรณ์อยู่มาก เวลาที่เดินเข้าไปจะเห็นแต่ต้นไม้ขนาดใหญ่มากมายแสดง ถึงความสมบูรณ์ของป่าในบริเวณนี้ได้เป็นอย่างดี เราไปถึงที่นี่ล่าช้าไปจากกำหนดการนิดหน่อย ทำให้ความตั้งใจเดิม ที่จะไปให้ครบทั้งน้ำตกสองนางกับน้ำตกตาดหมอกต้องพับไปก่อน เพราะว่าแค่เดินไปน้ำตกตาดหมอกอย่างเดียว ทีมถ่ายภาพทั้งหลายก็หอบแฮ่ก ๆ กันทั่วหน้าฮะ ในรูปคือตัวผมเองกะพี่เจิน ๆ ครับ ถ่ายที่บริเวณน้ำตกตาดหมอก หลังจากเดิน + ปีน + ป่าย + ตะแคง + คลานสี่ขาบางจังหวะ เพื่อไปให้ถึงตัวอ่างน้ำหน้าน้ำตกให้ได้.........

Website for wilderness travel in Thailand

Website for wilderness travel in Thailand

...เมื่อแรกไปถึง ทางเข้าเป็นทางราดยางอย่างดีแต่ว่าชันเอาเรื่องครับ ระหว่างทางที่ขับผ่านจะมีป้ายระวังสัตว์ต่าง ๆ ติดอยู่ตลอด ทั้งระวังหมูป่า ระวังกวาง ระวังช้าง ไปถึงระวังเม่น แค่ป้ายไม่เป็นไรหรอกฮะ ถ้าท่านไม่โผล่มาทักทายแบบช้างที่เขาใหญ่ พอถึงด่านที่ทำการซึ่งดูจะใหม่ ๆ และเหงา ๆ สักหน่อย เจ้าป้ากอแก้วก็กระโดดฉับในแบบนักยิมเก่าจากรถตู้ลงไปติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง ได้มาสองท่าน แต่เอ๋ อยู่ไหนล่ะครับเนี่ย ว่าแล้วป้าแก้วก็สั่งออกรถ "ไปโลดน้อง พี่เค้าตัดหญ้าอยู่ข้างหน้าน่ะ" พอขับผ่านป้าย "ระวังเลียงผา" ไปสักพัก เราก็เจอกลุ่มเจ้าหน้าที่กำลังง่วนกับการตัดหญ้ากันใหญ่เลย ป้าแก้วก็เอาโพยหวย เอ้ย รายชื่อของเจ้าหน้าที่ที่จะช่วยนำให้เราลงไปติดต่ออีกครั้ง แล้วเราก็ได้คุณเจ้าหน้าที่มาช่วยนำทางอีก 2ท่าน ทางช่วงท้าย ๆ โดนน้ำป่าพัดขาดไปหลายตอน นี่ถ้ามาตอนนั้นคงได้ลุ้นกันล่ะครับ เพราะไอ้ก้อนหิน กับซุง ที่ตกมาทับทางนี่มันโคตรหิน โคตรซุงเลย คือใหญ่เอาเรื่องแสดงถึงพลังน้ำป่าได้เป็นอย่างดี...

Website for wilderness travel in Thailand

...อย่างที่บอกแต่ต้นครับว่า โครงการเดิมนี่ เราจะเดินน้ำตกสองนางกัน เพราะมีตั้ง 12 ชั้นให้เดินว่ากันว่าชั้น 11 นี่เป็นชั้นที่งดงามไม่น่าพลาดด้วยประการทั้งปวง แต่ว่า แต่ว่า เรามาเอาตอนบ่ายแล้ว แล้วเจ้าหน้าที่ก็เป็นห่วงเพราะป่าแถบนี้ทึบและมืดเร็ว พร้อมกับให้คำแนะนำว่าถ้าจะมาก็ควรจะมาเช้า ๆ จึงจะขึ้นน้ำตกสองนางทัน ระหว่างทางที่เดินจะมี จุดให้ข้ามลำธารตลอด แต่ว่ามีการจัดเรียงหินเอาไว้เป็นที่เหยียบเท้าทุกจุดเลยอะ สอบถามได้ความว่าเมื่อไม่นานท่านผู้ว่าฯมาที่นี่เพื่อนำน้ำจากน้ำตกตาดหมอกนี้ เป็นน้ำมงคลทำน้ำมนต์ในโอกาส ฉลอง 72 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครับ เมื่อเราเดินเข้าไปได้สักกิโลกว่า ๆ ก้ถึงจุดที่เริ่มมองเห้นสายน้ำตก แต่ถ้าจะเข้าไปถ่ายรูปต้องปีนป่ายกันต่อฮะ ทางช่วงแรกของการปีนเป็นทางปูนสบาย ๆ แต่หลังจากนั้นต้องตะกายกันเลยก็ว่า เรียกว่าถ้าใครมาในหน้าฝน รับรองว่ามันอย่าบอกใคร ที่บริเวณด้านหน้าเป็นอ่างน้ำใหญ่ มีสายรุ้งเกิดพอดี บรรดานักถ่ายรูปทั้งหลายก็ตั้งต้นหามุมถ่ายรูปกันล่ะครับ

... ตัวเราเวลาเปรียบเทียบกับสายน้ำสูงตระหง่านแห่งนี้แล้ว ช่างเล็กเสียจริง ๆ ยอดที่อยู่ก็ดูไกลแสนไกล แต่นั่นแหละครับ ถ้ามีเวลา มีความตั้งใจ เราคงฝ่าฟันขึ้นไปถึงยอดเขาต้นน้ำได้สักวัน น้ำตกตัวแทนแห่งธาตุน้ำ นาม "ตาดหมอก" น้ำตกสูงแห่งนี้ดึงเวลาไปกว่าชั่วโมงทีเดียว จากนั้นพวกเราจึงเดินทางกันต่อโดยอ้อมไปอีกทางหนึ่งไปที่น้ำตกสองนางชั้นที่ 2 ตรงนี้เองที่มีช่วงสั้น ๆ ช่วงหนึ่งที่ต้องกระโดดลงมาจากด้านบน ถ้าพลาดก็มีสิทธิหล่นไปน้ำตกชั้นหนึ่งได้เลยเหมือนกัน พวกเราค่อย ๆ ทยอยโดดกันลงไปทีละคน สองคน พอมาถึงพี่อ้อปรากฎว่าแกเกิดกลัวความสูงขึ้นมากระทันทัน ก็เลยยื้อ ๆ ยัก ๆ อยู่เป็นนานกว่าจะตัดสินใจกระโดดตุ๊บลงมาข้างล่าง
"เอพี่ ทางขึ้นนี่อยู่ตรงไหนอ่ะฮะ " "อยู่ข้างนีแหละน้อง ลองเงยหน้าขึ้นไปสิ" พอเราลองเงยหน้าไปจากชั้นสองนี้ สูงลิบ ๆ เป็นช่องทางเดินอยู่ แต่ว่าชันหายห่วงครับ ดีแล้วล่ะที่ไม่ไปน้ำตกสองนางชั้นต่อ ๆ ไป เอาไว้เตรียมตัวพร้อม ๆ แล้วล่ะก็ไม่พลาดแน่ ๆ ฮะ

Website for wilderness travel in Thailand
Website for wilderness travel in Thailand

...ช่างภาพทั้งหลายเจอของชอบเข้าให้อีกแล้ว ก็เลยตั้งกล้องถ่ายรูปกันใหญ่เลยครับ ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายกันลงไปที่น้ำตกชั้นหนึ่งต่อ ระหว่างทางลงตรงนี้จะได้เห็นจุดที่น้ำตกทั้งสองสายนี้ไหลมารวมกัน ดูแปลกแล้วก็เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่เลย เรียกมาเที่ยวหนึ่งได้ถึงสองแน่ะ ช่วงเดินกลับเราก้ได้พบกับกางเขนน้ำหลังเทาบินอยุ่ตัวเดียวเหมือนกับที่หมันแดงเมือ่วานเลย ในใจผมตอนนั้นก้คิดเพลิน ๆ ต่อไปว่า เอ๊ จะเป็นตัวเดียวกันรึเปล่าหว่า ขาออกนี่เดินกันเร็วเลยอะ เพราะใกล้มืดเต็มที พอมาถึงด้านหน้าได้มีโอกาสคุยกับเจ้าหน้าที่ได้ความว่าแต่ก่อนที่นี่ตอนเย็น ๆ จะมีฝุงนกเงือกกว่า 30 ตัวบินมารวมกันทุกเย็น จนเมื่อต้นปี 2542 เกิดไฟป่าใหญ่ขึ้น จากนั้นพี่เค้าก็ไม่ได้เห้นว่าพวกเค้ากลับมาอีก แต่ก็ไม่แน่ใจว่ายังมีอยู่หรือไม่....เราฟังแล้วก็ได้แต่นั่งเสียดายฮะ ไฟป่านี่ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติแล้ว แต่เกิดเพราะมนุษย์นี่แหละที่ไปเผาเพื่อจะได้ล่ายิงสัตว์ที่วิ่งหนีไฟป่าได้โดยง่าย..เฮ้อ ...คนหนอคน

...ยังไงก็ยังมีข่าวให้ใจชื้นเพราะพี่เค้าบอกว่าที่นี่ยังมีเลียงผาอีกมาก ส่วนสัตวืเล้กเช่น หมุป่า อีเห็น เม่น กระต่ายป่า ยังพบเห็นได้อยู่ตลอด ... ขากลับพวกเราแวะทานร้านข้าวต้มในตัวเมืองกันก่อน ทำความรู้จักกันมากขึ้นอีกนิด นัดแนะกันไปดูรูปด้วยกัน แล้วก็เดินทางกลับ ....คราวหน้าถึงตาพิชิตน้ำตกสองนางกันล่ะครับ...

Website for wilderness travel in Thailand
Website for wilderness travel in Thailand
ข้อมูลเสริมอุทยานแห่งชาติตาดหมอกครับ
---อุทยานแห่งชาติ ตาดหมอก
ที่ติดต่อคนนำทาง
----ติดต่อได้จากที่ทำการอุทยานเลยครับ ทางอุทยานเค้าไม่ให้พักในน้ำตกสองนาง การเดินทาง จึงควรไปแบบไปเช้าเย็นกลับมากกว่า
ใครรู้จักเจ้าที่บริการดี ๆ ก็ช่วยบอกต่อนะครับจะเผยแพร่ให้
งบประมาณ
----ประมาณ 1000 บาท / คน กรณีเหมารถตู้ไปกันช่วงเสาร์-อาทิตย์ วันเสาร์ก็เที่ยวน้ำตกตาดหมอกกัน ส่วนวันอาทิตย์ก็ปีนน้ำตกสองนางแต่เช้า เย็น ๆ ก็กลับกัน
Last Update : นำลงครั้งแรกในอินเตอร์เนตเมื่อ 15 ก.พ. 2543

ขอเชิญท่านที่รักในธรรมชาติเหมือนกัน สมัครสมาชิกครับ

Join our mailing list!
Enter your email address below,
then click the 'Join List' button:
Subscribe Unsubscribe
Powered by ListBot

......มาเล่าความประทับใจในการเดินทางของท่านให้เพื่อนๆ ฟังกันเถอะครับ.........
กลับไปหน้าแรก