![]() |
เทรคกิ้งไทย.คอม ... รวมเรื่องเที่ยวธรรมชาติเอาไว้มากมายครับ | |
..........ถึงแม้น ที่ ผ้าห่มปก จะมีแหล่งดูนกที่สำคัญอยู่มากมายทางภาคเหนือของบ้านเรา หากแต่ว่าแหล่งดูนกนั้นๆ ก็มีความแตกต่างกัน
เพราะสภาพพื้นที่และ พืชพรรณธรรมชาติมีความแตกต่างกันอย่างมาก หากเราพิจารณาถึงสาเหตุที่แท้จริง
เราก็จะทราบถึงสาเหตุนั้นที่ทำให้เกิดความแตกต่างขึ้น อะไร??? ที่ทำให้เกิดความแตกต่างนั้น
|
|
...ผมจึงลองถามพวกพี่นักดูนกผู้มากด้วยประสบการณ์ แล้วนักดูนกรุ่นพี่ท่านหนึ่งก็ช่วยตอบคำถามให้ผมได้คลายความสงสัยว่า
"ชนิดของนกที่เราพบมักจะเปลี่ยนไปตามระดับความสูงไงน้อง" แต่คำตอบที่ได้ยินมานั้นกลับทำให้ผมสงสัยมากกว่าเก่าอีกว่า
แล้วนกกับความสูงเกี่ยวข้องกันตรงไหนเล่า นักดูนกรุ่นพี่อีกท่านหนึ่งก็เลย ช่วยบอกเพื่อให้หายสงสัยเสียทีว่า
"ช่างสงสัยจริงๆๆนะไอ้น้องคนนี้ สาเหตุที่ชนิดของนกเปลี่ยนไปตามระดับความสูงก็เพราะ
อาหารและที่อยู่อาศัยของนกขึ้นอยู่กับระดับความสูงไง ดังนั้นเราจะพบนกบางชนิดที่ระดับความสูงนั้นๆที่มีพืชหรืออาหารและที่อยู่อาศัยที่พวกมันกิน
และอาศัยอยู่เท่านั้น และระดับความสูงนี้ยังใช้แบ่งชนิดของป่า และชนิดของพืชพรรณต่างๆเหมือนกับแบ่งชนิดนกด้วย"
จากคำตอบดังกล่าวผมก็ถึงบางอ้อ
..แต่ในสมองก็ยังคิดต่อไปอีกว่าแล้วที่สูงที่สุดของเมืองไทยล่ะอยู่ที่ไหน ........
|
นกเขนท้องแดง(Daurian Redatart) |
...แต่คำถามนี้ผมไม่ได้ถามพวกพี่ๆๆเขาหรอกครับเพราะผมเองก็ตอบได้ จะที่ไหนล่ะครับ ก็ที่ผมกำลังเดินดูนกอยู่นี่ไง ใช่แล้วครับ อุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ มียอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย คือมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 2,565 เมตร แต่สิ่งที่สมองของผมคิดไม่ออกสิครับ น่าสนใจกว่า ก็แล้วที่ไหนเล่าจะมีความสูงเป็นอันดับสองรองจากยอดดอยอินทนนท์เล่า คราวนี้ผมก็เลยจะต้องรบกวนถามรุ่นพี่นักดูนกอีกครั้ง "ก็ยอด ดอยผ้าห่มปก ไงน้อง ที่สูงรองจากยอด ดอยอินทนนท์ และที่นั้นยังเป็นแหล่งดูนกที่น่าสนใจอย่างยิ่งไม่แพ้ที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์แห่งนี้เลยทีเดียว ........ ที่นั้นหนาวพอๆๆกับที่นี่และเป็นแหล่งดูนกหายาก แบบพวก very rare หรือ rare resident " |
... จากวันนั้นชื่อ ดอยผ้าห่มปก ก็ติดอยู่ในหัวสมองผมและเป็นที่ที่ผมใฝ่ฝันจะได้เดินทางไปเยือนสักครั้ง ในชีวิตของนักดูนกผู้ช่างขี้สงสัย .แต่แล้วเมื่อไม่นานมานี้ ผมก็ได้มีโอกาสเดินทางไปดูนกที่ ดอยผ้าห่มปก ดอยที่ได้ชื่อว่าหนาวเย็นที่สุดตลอดปีจนต้องห่มผ้าหนาทึบตลอดเวลา จนใครๆๆเรียกดอยแห่งนี้ว่า ดอยผ้าห่มปก ก่อนการเดินทางไปยัง ดอยผ้าห่มปก ผมได้ค้นคว้าศึกษาหาข้อมูลและรายละเอียดของพื้นที่และสภาพเส้นทาง เพื่อจะได้ไม่เกิดความสงสัย และการเข้าใจผิดในทุกๆเรื่อง ดอยผ้าห่มปก มียอดดอยที่สูงที่สูงของเทือกเขาในเขต อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีความสูงถึง 2,285 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง และเป็นดอยที่มียอดสูงเป็น อันดับสองรองจากยอดดอยอินทนนท์ ปัจจุบันดอยผ้าห่มปกกำลังอยู่ในระหว่างการรวมกับพื้นที่กับวนอุทยาน บ่อน้ำร้อนฝาง และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติลุ่มน้ำฝาง ในเขตท้องที่ อ.แม่อาย อ.ฝาง และ อ.ไชยปราการ เพื่อประกาศจัดตั้งเป็น อุทยานแห่งชาติแม่ฝาง โดยมีเนื้อที่ประมาณ 525 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 327,500 ไร่........ |
นกมุดน้ำ(Brown Dipper) |
นกเสือแมลงปีกแดง( White-browed Shrike-Babbler) (ตัวบน ตัวผู้) (ตัวล่าง ตัวเมีย) |
...บริเวณเชิงดอย ผ้าห่มปก ในอดีตมีการบุกรุกแผ้วถางป่า และทำไร่เลื่อนลอย จนทำให้ปัจจุบันเป็นพื้นที่การเกษตร และไร่ส้ม ไร่ลิ้นจี้ เส้นทางขึ้นดอย ผ้าห่มปก นี้ในอดีตเป็นพื้นที่สีแดง เพราะเป็นเส้นทางลำเลียงขนย้ายยาเสพติดของพวกว้าแดง จากประเทศพม่าเข้าสู่ประเทศไทย ปัจจุบันยังมีการใช้เส้นทางนี้อยู่ในช่วงที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองสอดส่องดูแลไม่ทั่วถึง ดังนั้นก่อนเดินทางไปดูนกที่นี้ควรศึกษาและหาข้อมูลถึงสถานการณ์ในพื้นที่นี้ก่อนการเดินทางทุกครั้ง บน ดอยผ้าห่มปก มีชุมชนชาวเขาเผ่ามูเซอดำตั้งอยู่ ชาวเขาส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตร เก็บของป่า ล่าสัตว์ รับจ้างนำทาง เป็นลูกหาบ และจับผีเสื้อขาย โดยเฉพาะอย่างการจับผีเสื้อชาวเขาเผ่ามูเซอดำจะเริ่มจับผีเสื้อในช่วงเดือน มกราคม -มีนาคม ของทุกปี ซึ่งมีผีเสื้อที่หายากหลายชนิดถูกจับขายจากที่ดอยแห่งนี้เป็นจำนวนมาก เช่น ผีเสื้อมรกตผ้าห่มปก หรือ ผีเสื้อไกเซอร์ (Teinopalpus imperialis), ผีเสื้อสมิงเชียงดาว หรือ ผีเสื้อภูฏาน(Bhutanitis lidderdalei) (คาดว่าปัจจุบันสูญพันธุ์ไปจากพื้นที่เช่นเดียวกับที่ดอยเชียงดาวแล้ว) ... พืชพรรณธรรมชาติของดอย ผ้าห่มปก เนื่องจาก ดอยผ้าห่มปก อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล ปานกลางตั้งแต่ 400- 2,285 เมตร จึงทำให้สภาพพืชพรรณธรรมชาติมีความแตกต่างกัน ในแต่ละระดับความสูง พื้นที่ช่วงเชิงดอยถึงหมู่บ้านมูเซอดำ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่โล่งการเกษตร และเมื่อสูงขึ้นจะเป็นพื้นที่ป่าดิบแล้ง และเมื่อเลยขึ้นจากหมู่บ้านมูเซอดำไปแล้วจนถึงที่ตั้งของ หน่วยย่อยของหน่วยพัฒนาต้นน้ำลุ่มน้ำแม่สาว พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าสนเขา พรรณไม้เด่นได้แก่ พรรณไม้วงศ์ก่อ(Fagaceae) ซึ่งพื้นที่นี้เองมีรายงานการพบนกนกติ๊ดหัวแดง(Black-throated Tit) , นกกะรางหางแดง(Red-tailed Laighingthrush) เสมอ ส่วนพื้นที่ช่วงหน่วยย่อยฯจนถึง ยอดดอยผ้าห่มปก จะเป็นป่าดงดิบเขา หรือที่เราเรียกว่าป่าเมฆ พรรณไม้ที่เป็นชนิดเด่นได้แก่ พรรณไม้วงศ์ก่อ(Fagaceae) พรรณไม้สกุลอบเชย(Cinnamomum spp.) เช่น มณฑาดอย (Manglietia garrenttii), ทะโล้ (Schima wallichii) และนกเด่นที่หายาก ได้แก่ นกไต่ไม้สีสวย (Beautiful Nuthatch), นกปีกแพรสีม่วง(Purple Cochoa), นกขัติยา(Cutia) และนกกินปลีแดงหัวไพลิน(Fire-tailed Sunbird) บริเวณยอดดอยเป็นพื้นที่โล่ง มีลักษณะเป็นทุ่งหญ้า ลมแรง และมีเมฆปกคลุมอยู่ตลอด และยังเป็นที่ที่ชาวเขาเผามูเซอผูกนั่งร้านจับผีเสื้อด้วย และบริเวณนี้เราสามารถชมทิวทัศน์ ขุนเขา ทะเลหมอก ที่สามารถมองเห็นได้ไกลจนเข้าไปในเขตแดนของประเทศพม่า............ |
... จุดดูนกที่น่าสนใจ หากในการเดินทางขึ้น ดอยผ้าห่มปก เราใช้รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ(4WD) แล้ว ตามรายทางจากที่ทำการหน่วยพัฒนาต้นน้ำลุ่มน้ำแม่สาวขึ้นสู่ ดอยผ้าห่มปก ตั้งแต่รอกสวนไร่นาเชิงดอย ก็เป็นจุด ดูนก ที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว เพราะเราอาจพบนกปรอดหัวโขน(Red-whiskered Bulbul) นกที่ใกล้จะสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติทางภาคใต้ของบ้านเรา เกาะอยู่ตามกิ่งไม้รายทาง จากเชิงดอยเส้นทางสายนี้จะค่อยๆไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ หากเราได้ยินเสียงนกร้องอยู่ระหว่างสองข้างทาง เราอาจหยุดรถลงมาชมเหล่าสกุณาตามรายทาง และเราอาจโชคดีก่อนเดินทางถึงที่พัก หากเราได้พบ เห็น นกปรอดหงอนปากหนา (Crested Finchbill) เพราะนกชนิดนี้เป็นนกที่มีการแพร่กระจาย อยู่เฉพาะในเขตภาคเหนือฝั่งตะวันออกเท่านั้น และยังมองดูอย่างไรก็ไม่เห็นเหมือนนกปรอดสักครั้ง จากเชิงดอยถึงหมู่บ้านปู่หมื่นของชาวเขาเผ่ามูเซอดำ สภาพเส้นทางค่อนข้างจะแย่พอสมควร ในฤดูฝนเส้นทางนี้แทบจะใช้การไม่ได้เลยทีเดียว ที่หมู่บ้านปู่หมื่นเป็นชุมชนเล็กกลางหุบเขา ที่นั้นมีแปลงการเกษตรหลายแปลง บางแปลงก็ปลูกข้าวไร่ และหากเราเดินทางมาต้นฤดูหนาวซึ่งเป็นช่วง ชาวเขากำลังเก็บเกี่ยวข้าวไร่ เราอาจได้พบกับ นกจาบปีกอ่อน สีกุหลาบ(Common Rosefinch) ที่มักชอบหากินอยู่กันเป็นฝูงใหญ่ หรือตามหลักไม้เก่าข้างๆๆไร่ นกยอดหญ้าสีเทา (Grey Bushchat) ก็มักชอบเกาะอยู่บนหลักไม้นิ่ง แล้วบ้างครั้งก็กระดกหางเร็วสักครั้งบ้างครั้งก็ส่งเสียงร้องสั่นๆ เมื่อเราเดินทางถึงหน่วยย่อยของหน่วยพัฒนาต้นน้ำ ลุ่มน้ำแม่สาว แล้วขนย้ายเก็บสัมภาระในบ้านพักรับรอง ที่มีหลังคารูป A เรียบแล้ว เราควรออกมาเดินดูนกบริเวณหน่วยย่อยฯแห่งนี้ เพราะบริเวณนี้เป็นจุดดูนกที่สำคัญอีกจุดหนึ่ง บริเวณหน่วยย่อยฯแห่งนี้มีการปลูกต้นนางพญาเสือโคร่ง (Prunus cerasoides) ขึ้นทดแทนพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกแผ้วถาง........ |
นกเสือแมลงคอสีตาล( Black-eared Shrike-Babbler) (ตัวบน ตัวผู้) (ตัวล่างตัวเมีย) |
นกหางรำดำหางยาว(Long-tailed Sibia) |
...หากเราเดินทางมาในช่วงที ต้นกำลังเสือโคร่ง ออกดอกสีชมพูเต็มต้น จะมีนกภูหงอนวงตาขาว (Whiskered Yuhina) ที่มีหงอนเล็กยามมันกระโดดหากินน้ำหวานจากดอกไม้พร้อมกับส่งเสียงร้องด้วยแล้ว หากใครที่ยังไม่เคยพบเห็นนกชนิดนี้ จะประทับใจในความน่ารักอันสดใสและเสียงร้องของพวกมันไม่รู้ลืม นอกจากนี้ยัง ฝูงของนกแว่นตาขาว (White-eyes) ที่มีทั้งนกแว่นตาขาวข้างแดง(Chestnut-flanked White-eye) นกแว่นตาขาวหลังเขียว (Japanese White-eye) นับร้อยๆๆตัว ปะปนกันก็กำลังกระโดดหากินตามดอก ต้นกำลังเสือโคร่งที่บานสะพั่งอยู่เช่นกัน ปลายๆแปลงต้นกำลังเสือโคร่ง ที่มีพงหญ้ารกๆ นกปีกลายตาขาว(Spectacied Barwing) ก็ชอบออกมาปรากฏ ตัวให้เห็นประจำ ส่วนตามพุ่มไม้รกๆก็ยังมีนกกะรองทองแก้มขาว(Silver-eared Mesia) กระโดดหากินตามพุ่มไม้นั้นเช่นกัน หากเหนื่อยล้าจากการเดินทาง เราอาจนั่งพักอยู่ที่ม้าหินหน้าบ้านพัก เราอาจได้พบนกติ๊ดใหญ่(Great Tit) ขี้สงสัย แวะมาทักทายเราถึงหน้าบ้านพัก บริเวณหลังครัวของหน่วยย่อยฯ ตามต้นพุ่มไม้เตี้ยๆ เราอาจพบนกเขนท้องแดง(Daurian Redatart) ที่กำลังดักจับกินแมลงภายใต้พุ่มไม้นั้น บริเวณหน่วยย่อยนี้ยังเป็นจุดชมวิวที่สามารถ มองเห็นอำเภอฝาง ในยามอากาศเปิดได้เป็นอย่างดี และตามไหล่เขาที่มีต้นไม้ขึ้นปกคลุม อยู่ตามยอดไม้เหล่านั้นเราอาจพบนกปรอดหัวโขนก้นเหลือง(Brown -breasted Bulbul) นกที่มีการแพร่กระจายอยู่เฉพาะในเขตภาคเหนือฝั่งตะวันออกเท่านั้น อีกชนิดหนึ่งก็ได้ บริเวณด้านทิศเหนือของหน่วยย่อยฯนี้มีทางเดินเท้าไปยังน้ำตกเล็กแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหน่วยย่อยฯ ที่นั้นหากเราเดินดูนกเงียบๆ เราอาจได้พบเห็น นกกางเขนน้ำหลังเทา(Slaty-back Forktail) ที่กำลังเกาะอยู่บนโขดหิน เพื่อจับแมลงกินอยู่ก็เป็นได้ หรือเราอาจโชคดีกว่านั้นเพราะที่น้ำตกเล็กๆแห่งนี้ ยังมารายงานการพบเห็นนกหายากอย่างนกมุดน้ำ(Brown Dipper) นกที่มีพฤติกรรมในการหากินแปลกอีกชนิดหนึ่งที่ชอบแสดงพฤติกรรมในการหากิน โดยทำท่าเหมือนกำลังมุดน้ำเสมอ เลยจากน้ำตกแห่งนี้ไปอีกประมาณ 200 เมตร เราจะพบเนินเขาเตี้ยๆพรรณไม้ที่ขึ้นบริเวณนั้นจะเป็นไม้ที่ไม่สูงมากนัก........ |
นกขัติยา(Cutia) |
... หากเรามองหานกกันสัดหน่อยเราก็จะพบนกติ๊ดหัวแดง(Black-throated Tit) ที่กำลังก้มตัวพลิกใบไม้หาหนอนหรือแมลงกินตามต้นไม้เหล่านั้น หรือไม่เราก็อาจได้บพนกปากหนาตัวสีแดงสดเกาะอยู่นิ่งๆอยู่ตามยอดไม้ นกจาบปีกอ่อนสีแดง(Scarlet Finch) นั้นเอง จากบ้านพักที่หน่วยย่อย บริเวณหลังบ้านพัก จะเป็นเส้นทางเดินเท้าขึ้นสู่ยอดดอย บริเวณหลังบ้านพักนี้เป็นเขตชายป่า และมีพกหญ้ารกๆ แต่ก็มีนกที่อาศัยอยู่ที่น่าสนใจไม่น้อยอย่างนกกะรางหางแดง (Red-tailed Laughingthrush) นกระวังไพรแก้มสีน้ำตาล (Rusty-cheeked Scimitar-Babbler) นกกะรางอกลาย(Spot-breasted Laughingthrush) ที่ทั้งสามชนิดชอบอาศัยและอาจปรากฏตัวให้เราได้เห็นทุกเมื่อ ระหว่างทางเดินขึ้นดอย เส้นทางจะค่อยชันและบางช่วงที่ต้องออกเราปีนเขากันเล็กน้อย ป่าตามเส้นทางก็จะค่อยๆเปลี่ยนไปตามระดับความสูง หากเหนื่อยจากการเดินก็หยุดพักดื่มน้ำกันเล็กน้อย พร้อมๆกับลองงอยหน้ามองหานกขณะนั่งพักดู เพราะเราอาจพบกับคลื่นนก (Bird wave) ที่มีนนกเสือแมลงปีกแดง (White-browed Shrike-Babbler), นกเสือแมลงคอสีตาล(Black-eared Shrike-Babbler), นกเสือแมลงหน้าสีตาล(Chestnut-fronted Shrike-Babbler), นกหางรำหลังแดง (Rufous-backed Sibia), นกศิวะปีกสีฟ้า(Blue-winged Minla) นกศิวะหางสีตาล(Chestnut-tailed Minla) และนกไต่ไม้ยักษ์Giant Nutatch) บินทยอย ออกมาให้เราดูจนหายเหนื่อย ขณะเดินเท้าขึ้นดอย หากกลัวเหงาลองหยุดเดินแล้วฟังเสียงธรรมชาติที่มีเสียงผสมของเหล่านกจับแมลง (Flycatchers)ทั้งหลายดู ก็จะไม่รู้สึกเหงาอีกเลยเพราะระว่างรายทางนี้ เราอาจได้พบนักร้องแห่งพงไพรหลายชนิดด้วยกันอย่าง นกจับแมลงเล็กขาวดำ (Little Pied Flycatcher), นกจับแมลงแถบคอสีส้ม(Rufous-gorgetted Flycatcher) หรืออย่างนกจับแมลงสร้อยคอขาว(White-gorgetted Flycatcher) ก่อนถึงยอดดอย 0.5 กิโลเมตร เราจะได้พบกับป่าดงดิบเขาหรือป่าเมฆที่มีสภาพ ไม่แตกต่างกับป่าบนยอดดอยอินทนนท์เลยแม้แต่น้อย ที่นั้นเรามักจะได้ยินเสียงร้อง เหมือนคนกำลังร้องขายกาแฟอยู่บ่อยๆแต่ จริงๆแล้วมันเป็นเสียงร้องของ นกกะลิงเขียดสีเทา(Grey Treepie)นั้นเอง....... |
เหนือพื้นดินขึ้นไปบริเวณปลายยอดของหมู่ไม้
หากหมู่ไม้นั้นกำลังออกดอกและส่งกลิ่นหอมหวานอยู่เราจะได้พบอัญมณีมีปีกแห่ง
ขุนเขาอย่างนกกินปลีหางยาวเขียว(Green-tailed Sunbird) หรือนกกินปลีหางยาวคอสีฟ้า
(Gould's Sunbird)ที่กำลังดูดกินน้ำหวานจากช่อดอกไม้ช่อนั้น
และตามคบไม้ที่มี มอส ไลเคน เหล่าพืชอิงอาศัย และพวกฝอยลม ขึ้นปกคลุม นกหางรำดำ
(Black-headed Sibia) หรือ นกหางรำดำหางยาว(Long-tailed Sibia)
ก็กำลังไต่ไปตามคบไม้นั้นซึ่งดูกิริยาท่าทางของมันเหมือนกับกำลังร่ายรำด้วยหางอันยาวของพวกมัน
หากเราพบเห็นที่กำลังไต่คามคบไม้ดังกล่าว แล้วถ้าใครเคยเห็นนกหางรำครบทุกชนิด
ที่พบได้ในเมืองไทยแล้ว อย่าเพิ่งเกิดความเบื่อหน่ายเสียก่อนเพราะบ้างที
นกตัวที่กำลังไต่ตามคาคบไม้นั้นอาจไม่ใช่นกหางรำก็ได้ แต่มันอาจเป็นนกขัติยา
(Cutia) แสนสวยที่กำลัง กระโดดไต่คบไม้เพื่อหาอาหารกินก็ได้
บริเวณนี้เองเป็นบริเวณที่เหมาะสมที่เราสามารถกางเต็นท์ตั้งแค้มป์
เพราะเป็นที่ราบบนยอดดอยแห่งนี้แห่งเดียวและอยู่ใกล้แหล่งน้ำที่สามารถเดิน
ลงหุบไปนำมาใช้ดื่มและประกอบอาหารแหล่งสุดท้าย ก่อนถึงยอดดอย
บริเวณนอกจากเราจะตั้งแค้มป์กันที่นี่แล้ว ป่าบริเวณนี้ยังเป้นแหล่งอาศัยที่สำคัญ
ของนกเปลือกไม้(Brown-throated Treecreeper) ที่มีสีสันคล้ายเปลือกต้นไม้
แต่เวลไต่ต้นไม้แล้วมีใครหลายคนมักกล่าวว่าเหมือนจิ้งจกมากกว่านก
บริเวณพื้นดินเราอาจพบเงาของสิ่งมีชีวิตที่อยู่สูงเหนือยอดไม้ขึ้นไปกำลังทอดเงาเคลื่อนที่ไปมา
แต่ไม่ต้องตกใจเพราะสิ่งมีชีวิตที่กล่าวนี้หาใช้สัตว์ประหลาดที่ไหนไม่
แต่เป็นเจ้านกอินทรีดำ(Black Eagle) สัตว์ผู้ล่าแห่งขุนเขานั้นเอง
บริเวณที่พักนี้ หากเราเดินทางขึ้นมาในช่วงที่ต้นมณฑาดอยกำลังออกดอกแล้วเราจะพบกับ
นกปรอดดำ(Black Bulbul) ที่ปากแดงเท้าแดง แต่ตัวดำเป็นฝูงใหญ่
กำลังหาอาหารกินแถวๆๆดอกของต้นมณฑาดอยเป็นฝูงใหญ่
หรือบางทีเราก็อาจเห็นญาติใกล้ชิดกับเจ้านกปรอดดำแทนอย่าง
นกปรอดเทาหัวขาว(White-headed Bulbul) ออกมาหากินแทนก็เป็นได้
การตั้งแค้มป์บนดอยสูงอย่าง ดอยผ้าห่มปก นี้หากใครขยันและมีน้ำใจในการที่
จะอาสาลงหุบไปนำน้ำขึ้นเพื่อดื่มและทำอาหารแล้ว ท่านอาจจะได้รางวัลล้ำค่า
จากธรรมชาติอย่าง ได้เห็นนกกระทาดงคอสีแสด(Rufous-throated Partridge)
ฝูงใหญ่กำลังเดินอยู่หรือขุ่ยเขี่ยใบไม้อยู่แถวๆแหล่งน้ำสุดท้ายนั้น
หรือใครมีน้ำใจที่จะกางเต้นท์ให้ผู้ที่อาสาไปนำน้ำมาให้
ธรรมชาติก็อาจตอบแทนท่านด้วย ให้ท่านได้พบกับนกหัวขวานอกแดง
(Crimson-breasted Woodpeck) บนกิ่งไม้ ต้นที่ท่านกำลังกางเต็นท์ใต้ต้นไม้นั้น
แต่ถ้าการเดินทางขึ้นดอยผ้าห่มปกนี้มาทันในช่วงที่ต้นไม้กำลังออกผลอยู่พอดี
เราอาจจะได้พบ นกหายากอย่างนกปีกแพรสีม่วง(Purple Cochoa) และเหล่านกเดินดง
(Thrushs) ที่ผลัดกันเข้ามากินลูกไม้ผลไม้แถวๆแค้มป์ที่พัก
แต่ทั้งนี้หากเรานำพาโชคและความปราถนาดีแก่ธรรมชาติเพื่อให้ธรรมชาติอยู่แก่อนุชนคนรุ่นหลังสืบต่อไป
อย่างเข้าไปในความเป็นไปของธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่เกินกว่ามนุษย์อย่างเราจะกำหนดได้แล้ว
ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ก็อาจจะกำนัลเราด้วยของขวัญอันแสนสวยและมีคุณค่าแก่จิตใจนักดูนกทั้งหลาย
ด้วยการพบนกกินปลีแดงหัวไพลิน(Fire-tailed Sunbird) ที่มีหางยาวสีแดงสด
นกหายากยิ่งที่มีรายงานการพบเห็นเพียงครั้งเดียวในประเทศไทยที่นี้
หรือพบเห็นนกไต่ไม้สีสวย(Beautiful Nuthatch) นกหายากมากที่มีชื่อบ่งบอก
ถึงความสวยงามอันที่จะหานกชนิดได้มีชื่อและความสวยงามเทียบได้
และยังมีรายงานการพบแห่งเฉพาะที่นี้แห่งเดียวเช่นกัน......
|
ตามแนวสัน ดอยผ้าห่มปก จะมีห้างนั่งร้านที่ชาวเขาเผ่ามูเซอดำมาปลูกสร้างไว้เพื่อจับผีเสื้อ |
| Last Update : นำลงครั้งแรกในอินเตอร์เนตเมื่อ 1 มี.ค. 2543 |
......มาเล่าความประทับใจในการเดินทางของท่านให้เพื่อนๆ ฟังกันเถอะครับ.........
กลับไปหน้าแรก มีเรื่องดี ๆ ให้อ่านอีกมากเลยครับ
ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก ดอยผ้าห่มปก