Refresh visit our sponsor
เขาหลวง ประจวบคีรีขันธ์

.... สำหรับผมแล้วการได้ไปเดินป่าเพียงสุดสัปดาห์นี่ก็เป็นความสุขมากๆ แล้วครับ เช่นเดียวกับทริพนี้ที่ตอนแรกผมเข้าใจว่าเค้าจะไป เที่ยวแค้มป์ปิ้งกันที่ตัวน้ำตกซะอีกแต่ว่าจริง ๆแล้ว เป็นทริพการเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาที่สูงสุดในประจวบคีรีขันธ์ ที่นี่คุณสามารถมองเห็น 2 ทะเล นั่นคือทะเลจริง ๆ ของชายฝั่งประจวบ และมองเห็นทะเลหมอกของฝั่งพม่าได้พร้อมกันครับ ...อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยางนี้อยู่ที่ประจวบครับ มี พื้นที่ 100,125 ไร่ต่อกับป่าพม่าซึ่งยังคงมีความสมบูรณ์อยู่มาก...และยอดเขาที่ผมได้ไปมาก็คือยอดเขาหลวงซึ่งพ้องชื่อกับยอดเขาหลวง นครศรีธรรมราชและเขาหลวงสุโขทัยครับ....

....พวกเราออกเดินทางโดยรถทัวร์ กรุงเทพ-บางสะพานในคืนวันศุกร์ จากสายใต้ใหม่ ทริปนี้มีคนเดินทางคุ้นหน้าคุ้นตา หลายคนเลย หลังจากทักทายและถามไถ่ถึงการเดินทางในช่วงที่ห่างหายกันไปว่าการเดินทางในทริปที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง แล้วเราก็หลับยาวไปจนประมาณตี 3 พี่ที่รับดูแลลูกทัวร์จอมขี้เซาอย่างเราก็ปลุกพวกเราให้ลงที่หน้าปากทางเข้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง รถพี่อรรถที่มาก่อนหน้าเราก็ออกมารับเข้าไปผูกเปลนอนตั้งหลักกันที่ใต้เรือนพักรับรองของป่าไม้กันก่อน ตอนเข้าไปรุ้สึกเฉย ๆ เพราะดูเป็นอุทยานเล็ก ๆ ที่มีน้ำตกที่เหมาะสำหรับฉิ่งฉับทัวร์อยู่ใกล้ ๆ เลย ที่นี่เข้ามาแค่ 6 กิโลจากถนนเพชรเกษมเองซึ่งก็ถือว่าไม่ใกลนัก ดู ๆ แล้วไม่มีมีอะไรแฮะ เรานอนหลับอีกรอบจนถึงเช้า ก่อนเริ่มเดินทางเราก็ทราบว่าเส้นทางได้ถูกตัดถางโดยชาวบ้านที่ถูกว่าจ้างด้วยเงินมิยาซาวา ทำให้ทางเดินง่ายกว่าเดิม เยอะ ระยะทาง 7 กิโลของทางขึ้นเขาหลวงทำให้ผมเปลี่ยนความคิดว่าที่นี่ไม่มีอะไรกลายเป็นพูดว่า "เมื่อไหร่จะถึงซะทีนะเนี่ย" ยิ่งคุณต้องแบกเป้ไปด้วยตัวเองอีกต่ะหาก นั่นคือน้ำหนักอีกสิบกว่ากิโลที่เพิ่มขึ้นมาตลอดการเดินในทางชันสู่ยอดเขาหลวงแห่งนี้ล่ะครับ

Website for wilderness travel in Thailand

....พี่ป่าไม้ที่ไปกับเราบอกว่าที่นี่มีทากอยู่เยอะทีเดียวในช่วงบนของเขาเพราะยังมีสัตว์ป่าอยู่เยอะ ข้ามไปๆมาๆจากเขตพม่าน่ะครับ แรก ๆ เราก็ไม่เชื่อหรอก เดินตั้งนานไม่เห็นมีซะตัว แต่เริ่มรู้สึกว่างานนี้ไม่หมูแล้ว เพราะว่ามันชันน่ะครับ การเดินช่วงแรกจะเป็นการเดินเลาะ ข้างน้ำตกไปเรื่อย ๆ จากนั้นก็เดินตัดขึ้นเขาลูกเล็กลูกน้อยไปเรื่อย ๆ กลุ่มที่มีประสบการณ์เดินป่าโชกโชนทั้งหลายก็จ้ำเอา จ้ำเอา ส่วนเราสมัครใจอยู่รั้งท้าย อ้างว่าคอยดูแลสาว ๆ น่ะ แต่ความจริงแล้วเหนื่อยน่ะ แฮ่ะ แฮ่ะ .....พอผ่านมาได้สักสองชั่วโมงเราก็มาถึงน้ำตกเล็ก ๆ แห่งนึง กำลังน่ารักเลยครับ ผมนั่งพักอยู่ตั้งนาน ร่ำ ๆ จะลงไปแล้วแต่ติดว่าต้องเดินต่ออีกยาว ไม่เป็นไรเดี๋ยวขากลับมาเจอกันใหม่ เราแวะพักกินข้าวกลางวันกันเกือบบ่ายสอง วันนั้นเพื่อนผมมีมังคุดมาด้วยสองโล ปรากฎว่าหมดไปในพริบตาที่เค้าแจก จากนั้นก็เดินทางกันต่อ กลุ่มแรกไปถึงตั้งแต่บ่ายสาม ส่วนกลุ่มทิ้งท้ายนี่ไปถึงเกือบหกโมงโน่นล่ะครับ ..... บริเวณที่ไปตั้งแค้มป์กันนี่จะเป็นจุดที่มีลักษณะเป็นลานหินมีหญ้า เตี้ย ๆ คลุม มีต้นจันทร์ผาขึ้นริมผา มองเห็นชายฝั่งยาวเหยียดครับ สวยมาก กลางคืนนี่จะมองเห็นแสงไฟจากเรือประมงระยิบระยับเต็ม ทะเลไปหมดเลย

Website for wilderness travel in Thailand

....เย็นนั้นมีฝนพรำลงมาเล็ก ๆ ให้ได้หลบกัน แถมเพื่อน ๆ ก็เริ่มพบว่ามีทากกระดึ๊บ ๆ อยู่แถวนั้นด้วย แต่ยังไงก็ต้องนอนที่นี่ล่ะ กับข้าวตอนเย็นทั้ง แกงส้ม กับไข่เจียวรสเด็ดหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่พวกเราจะไปนั่งชมวิวริมผากันและคุยกันจนดึกเหมือนไม่ได้คุยกันมาหลายปี ก่อนเข้านอน แล้วฝนก็พรำลงมาอีกแล้วล่ะ.... ......ตอนเช้าตรู่ พี่ป่าไม้ก็นำเราไปดูวิวของป่าไม้ฝั่งพม่าที่ยอดเขาหลวงกัน ระหว่างทางปรากฎว่าพี่ที่ไปด้วยเจอดอกไม้ป่าถูกใจก็เลยเดิน ลุยออกนอกเส้นทางไปสัก 3 เมตรพร้อมทากอีกนับสิบบบ..ต้องแกะออกกันใหญ่ และระหว่างก็ยังมัเจ้าตัวดูดกระดึ๊บมาหาเรื่อย ๆ ตัวโต ๆ ทั้งน้าน ยังไงก็ตามด้วยวิชาตัวเบาที่เก่งกาจกับยาเส้นทำให้เรารอดมาได้อีกครั้ง เพื่อน ๆ บางท่านก็โดนทากคลานไปในเสื้อเล่นเอาผู้ชมหวาดเสียวกันไปตาม ๆ กันล่ะ ครับเพราะคุณเธอพยายามจะรีบถอดเสื้อเพื่อเอาทากออกให้เร็วที่สุดพร้อม ๆ กับเสียงร้องวีดว้ายประกอบพองาม พอวิ่งหนีทากมาเสร็จเราก็มาถึง ยอด ได้ไปชมทะเลหมอกเหนือยอดเขาหลวง แต่เพราะว่าไปสายแล้ว ทะเลหมอกจึงมีให้ดูพอประมาณเท่านั้น แต่แน่ใจได้เลยว่าถ้ามาเช้ากว่านี้อีกหน่อย ได้ดูเต็ม ๆ ตาแน่เลย เพื่อน ๆ ถ้ามาก็ตื่นเช้า ๆ นะครับ ทะเลหมอกเป็นสิ่งแสดงว่าป่าไม้ทางฝั่งพม่านี่ยังสมบูรณ์มาก ๆ ในขณะที่ฝั่งไทยนี่เตียนไป นานแล้วครับ เราอินอยู่กับบรรยากาศประทับใจนี้นานทีเดียว จนกลับถึงเต็นท์เป็นกลุ่มสุดท้าย กินข้าวเช้ากัน ก่อนเดินทางกลับ

Website for wilderness travel in Thailand Website for wilderness travel in Thailand

...บนยอดเขาช่วงที่เราไปกันนี่มีการดายหญ้าบริเวณริมผาไว้ให้เป็นจุกชมวิวที่ดีเลยครับ ตามคำบอกเล่าที่นี่ยังพบเห็นสัตว์ป่าได้บ่อย ๆ แต่ไม่ค่อยมีนกเลยแฮะ บรรดานักถ่ายรูปทั้งหลายดูจะชื่นชอบวิวตรงนี้มาก หมดฟิล์มกันไปคนละหลายม้วนเลย ส่วนผมก็รับหน้าที่เป็นดาราหน้ากล้องไปเรื่อย ๆ ฮะ

Website for wilderness travel in Thailand Website for wilderness travel in Thailand

...ขากลับนี่เดินกันคล่องล่ะครับ เรามาแวะเล่นน้ำตกเล็ก ๆ กลางทางกันอีกพักใหญ่ ๆ ก่อนเดินลงมาทานข้าวกันข้างล่าง ถ้าอยากเห็นทะเลทั้งสองแบบพร้อมกัน พร้อมวิวสุดสวยกับการเดินทางแค่สุดสัปดาห์ก็ต้องมาที่นี่เลยครับ แต่ว่าต้องเตรียมร่างกายด้วยนะ ไม่งั้นเดี้ยงแน่ ๆ เลย ตัวผมกลับมาแล้วก้เดี้ยงไปหลายวันเพราะเดินลงช้าทำให้ต้นขาปวดเพราะเกร็งมากไปหน่อย..จะไปก็ไปติดต่อที่น้ำตกเลย ได้ข่าวว่ากำลังจะเปิดเส้นทางน้ำตกแห่งใหม่ด้วยครับ...ลอง ๆ ไปถามพี่ ๆ เค้าดูนะครับ


ข้อมูลเสริมอุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยางครับ...จาก ATG ครับ
---- อดีตน้ำตกห้วยยางเป็นน้ำตกที่มีความสวยงาม มีน้ำที่ใสสะอาดมีแก่งหิน มีเชิงชั้นน้ำตกที่ลดหลั่นกันอย่างสวยงาม สภาพต้นไม้โดยรอบร่มครึ้ม มีต้นยางนาขึ้นกระจัดกระจายไปตามลำห้วยจดทะเลเป็นที่รู้จักดีของผู้คนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดใกล้เคียง ที่สำคัญก่อนที่น้ำตกห้วยยางจะ ถูกพายุรูธถล่ม ในหลวงเคยเสด้จประพาสถึง 2 ครั้ง ........
.....ราวเดือนตุลาคม 2513 ได้เกิดพายุรูธ มีลมพัดแรงและฝนตกหนักติดต่อกัน 3 วัน 3 คืน ทำให้มีน้ำป่าไหลบ่าลงจากยอดเขาพัดพาเอาต้นไม้และก้อนหิน ลงมา สร้างความเสียหายแก่น้ำตกและสภาพแวดล้อมโดยรอบน้ำตกห้วยยาง ต้นยางต้นใหญ่ล้มตาย น้ำตกที่เคยสวยงามกลายสภาพเป็นธารหิน ทิ้งส่วนที่เหลือเป็นน้ำตกเอาไว้ ไม่กี่แห่ง ต่อมากรมป่าไม้ได้เข้ามาปรับสภาพแวดล้อมบริเวณน้ำตก มีการปลูกไม้ยืนต้นทดแทนของเดิมที่ได้รับความเสียหายจากพายุตั้งแต่หัวน้ำตกชั้น 5 จนถึงลำธาร(บริเวณใกล้ที่ทำการปัจจุบัน) และพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในรูปแบบของวนอุทยานน้ำตกห้วยยาง เมื่อปี 2514 ต่อมาได้มีการสำรวจ เพิ่มเติมบริเวณใกล้เคียงในท้องที่อำเภอทับสะแก และอำเภอบางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์ พบน้ำตกอีกหลายแห่ง จึงได้ประกาศเป้นอุทยานแห่งชาติน้ำตก ห้วยยางเมื่อ 8 ธันวาคม 2534 มีเนื่อที่ 100,625 ไร่ เป็นอุทยานลำดับที่ 70 ของประเทศไทย
ที่ตั้ง....อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยางห่างจากจุดที่แคบที่สุดของประเทศไทยไปทางทิศใต้ประมาณ 15 กิโลเมตร อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติทับสะแก ในท้องที่หมู่ 11 ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก และอำเภอบางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์ สภาพทั่วไปเป็นภูเขาและหุบเขาอยู่บนเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งกั้น เขตแดนระหว่างไทยกับพม่าครับ
สถานที่เที่ยวที่น่าสนใจ....1.จุดชมวิวยอดเขาหลวง สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1251 เมตร เป็นสันแดนระหว่างไทยกับพม่า มีลำธารซึ่งเป็นต้นน้ำตก ห้วยยาง เป็นแหล่งอาศัยของปูเจ้าฟ้า บริเวรลานหญ้าหรือลานดอกกระเจียวเป็นจุกชมวิวทะเลประจวบที่สวยงามและยังมีกล้วยไม้ป่าที่น่าสนใจอีกหลาย ชนิดมีจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตก อากาศค่อนข้างหนาวเย็นและมีโอกาสเจอฝนค่อนข้างมาก สามารถขึ้นไปเที่ยวชมได้ตลอดปี ฤดูแล้งจะได้เห็นสภาพป่าที่ เปลี่ยนสี อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 6.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 4-5 ชั่วโมง จะต้องติดต่อกับทางอุทยานล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน
.....2.น้ำตกห้วยยาง อยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯมี 9 ชั้นบรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนเล่นน้ำ มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพียบพร้อม
.....3.น้ำตกเขาล้าน อยู่ห่างจากที่ทำการลงไปทางใต้ 40 กิโลเมตร มีหน่วยพิทักษ์อุทยานที่นั่น และมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก จากหน่วยพิทักษ์จะต้อง เดินป่าเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงน้ำตกชั้นล่าง น้ำตกมี 7 ชั้น แต่ละชั้นอยู่ไม่ไกลนัก เหมาะสำหรับเดินทางโดยรถปิคอัพ
.....4.น้ำตกขาอ่อน(ทัพมอญ) อยู่ใกล้ชายแดนไทย-พม่า ห่างจากที่ทำการอุทยานลงไปทางใต้ประมาณ 55 กิโลเมตร ในท้องที่อำเภอบางสะพาน น้ำตกมี ทั้งหมด 13 ชั้น ไม่เหมาะที่จะเข้าชมในช่วงน้ำหลาก สามารถเข้าชมได้ดดยรถปิคอัพ
.....5.น้ำตกบัวสวรรค์ อยู่ห่างจากที่ทำการไปทางทิศเหนือประมาณ 20 กิโลเมตร มีน้ำตก 6 ชั้นการเดินทางควรใช้รถปิคอัพ
.....6.น้ำตกหินดาด อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานลงไปทางใต้ประมาณ 50 กิโลเมตร มีน้ำตก 5 ชั้น เหมาะสำหรับคนชอบการผจญภัยต้องขอเจ้าหน้าที่นำทาง ยานพาหนะควรเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อ
สิ่งอำนวยความสะดวก.....อุทยานมีบ้านพัก 4 หลังที่สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ 30-40 คน และมีลานกางเต็นท์ที่รับนักท่องเที่ยวได้อีกกว่าร้อยคน มีร้านค้า สวัสดิการและร้านขายอาหารอีกหลายร้าน ปัจจุบันทางอุทยานฯยังไม่เคร่งครัดต่อการเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าชมและเข้าพักมากนัก แต่ขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวทุกคนเรื่องความสะอาด
การเดินทาง....จากกรุงเทพไปจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ใช้ทางหมายเลข 4 ถึงกิดลเมตรที่ 350 ถึงสี่แยกห้วยยางทางแยกเข้าอุทยานฯอยู่ทางขวา ...หากเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางมีรถปรับอากาศกรุงเทพ-บางสะพานออกจากสายใต้ใหม่ทุกชั่วโมง ค่าโดยสาร 175 บาทครับ
สถานที่ติดต่อ...อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก ประจวบคีรีขันธ์ 77130

สมัครสมาชิกวันนี้ ลุ้นรับมีดพกสวิสแท้ฟรีครับ จับรางวัล 10 พ.ย.นี้ครับ

Join our mailing list!
Enter your email address below,
then click the 'Join List' button:
Subscribe Unsubscribe
Powered by ListBot

......มาเล่าความประทับใจในการเดินทางของท่านให้เพื่อนๆ ฟังกันเถอะครับ.........
กลับไปหน้าแรก