![]() |
| |
|
.... | ... |
ก่อนที่จะเล่าเรื่องทั้งหมดในการเดินป่าครั้งนี้ ต้องขอบอกให้ทราบก่อนว่ารายละเอียดต่าง ๆ อาจจะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์
นัก เนื่องจากเป็นการเล่าจากประสบการณ์และสิ่งที่ตัวเองได้พบ ได้เห็นเองเท่านั้น ไม่ได้หาข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติม มาก่อนเลย เมื่อต้นปี 2542 (ช่วงวันหยุดปีใหม่) เราได้มาเยือนอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า จังหวัดกำแพงเพชร มาครั้งนึงแล้ว โดยครั้งนั้นเรามุ่งหน้าไปที่น้ำตกเต่าดำ ซึ่งเราได้เห็นภาพและรายละเอียดเพียงเล็กน้อยจากหนังสือ อสท. ปี 2539 และเนื่องจากเรามีเพื่อนคนหนึ่งอยู่ที่กำแพงเพชร เรา(10 คน) จึงตัดสินใจไปชม ความงามที่น้ำตก เต่าดำ เรานำรถไปจอดที่บ้านเพื่อนที่กำแพงเพชร และเดินทางด้วยรถ 4WD ต่อไปยังอุทยานฯ เมื่อไปถึงที่ทำการ อุทยานฯ เจ้าหน้าที่แนะนำว่าทางที่ขึ้นไปน้ำตกเต่าดำลำบากและทางแย่มาก ๆ คนขับควรจะมีฝีมือและความชำนาญใน การขับรถพอสมควร และเมื่อไปถึงก็จะต้องจอดรถทิ้งไว้ที่ป่า และเดินเท้าเข้าไปยังน้ำตก (จำไม่ได้ว่ากี่กิโล) พวกเรา ทุกคนตกลงที่จะไป และถามถึงน้ำตกคลองน้ำแดงว่าการเดินทางเป็นอย่างไรบ้าง เราได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ว่า พวกเรายังไม่ควรไปเพราะลำบากและอันตรายมาก ๆ ต้องเดินเข้าป่าไปถึง 12 กิโลเมตร หากพวกเราผ่านน้ำตกเต่า ดำไปแล้ว ครั้งหน้าค่อยมาคุยกันใหม่ว่าจะทรหดพอจะไปน้ำตกคลองน้ำแดงหรือไม่ ทำให้พวกเราสนใจและอยากไป มากขึ้น แต่ก็ต้องลองเผชิญกับการเดินทางไปน้ำตกเต่าดำก่อน ซึ่งก็โหดเอาการเหมือนกัน |
|
ความยิ่งใหญ่ของน้ำตกเต่าดำที่ทำเอาพวกเราเป็นมดตัวน้อยตัวนิดไปเลย |
เริ่มออกเดินทาง |
.... |
........เช้าวันที่ 10 ธันวาคม 2542 นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่พวกเรามาเยือนอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า เราได้ ติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าแล้ว และขอให้จัดเจ้าหน้าที่ช่วยจัดหาคนนำทางให้ เมื่อเรามาถึงที่อุทยาน เจ้าหน้าที่ชี้ ให้ดูแผนที่ภายในเขตอุทยานฯ รวมทั้งชี้ให้เห็นถึงทางแยกก่อนถึงหมู่บ้านโละโคะ หากจะเข้าไปยังน้ำตกคลอง น้ำแดง จะต้องเดินตัดไร่ของชาวเขาเข้าไปในป่า และเดินต่อเข้าไปในป่า ซึ่งอาจจะต้องเดินลุยลำธารหลาย ลำธาร ขึ้นเขา บุกป่าและลุยโคลนด้วยประมาณ 12 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ถามเราเพื่อยืนยันว่า โหดมาก เจ้าหน้าที่แนะนำให้พวกเราระมัดระวังให้มาก เนื่องจากทางอุทยานฯ ไม่ได้เข้าไปสำรวจพื้นที่นี้นานพอสมควร และบอกว่ายังเปลี่ยนใจทันที่จะไม่ไป แต่พวกเราตั้งใจมาแล้ว เจ้าหน้าที่จึงจัดคนนำพร้อมด้วยปืนยาว 3 นาย นำทางพวกเราทั้งหมด 16 ชีวิตเข้าป่า ทั้งยังเตือนด้วยว่าอาจจะมีพวกมาหาของป่า รวมทั้งพวกมูเซอดำซึ่ง ลือกันว่าโหดมากด้วย ซึ่งนั่นก็เหมือนเป็นการท้าทายให้เราอยากเข้าไปสัมผัสชีวิตแบบนี้เข้าไปใหญ่... |
......เราเริ่มออกเดินทางด้วยรถไปทางเดียวกับที่ไปที่น้ำตกเต่าดำ แต่ครั้งนี้โหดกว่ามาก เนื่องจากว่าอาจจะ
|
เลาะลำน้ำ ไปคลองน้ำแดง |
ข้ามลำธารตลอด |
...สะดวกขึ้น แต่ก็คงไม่ได้มากเท่าไหร่ เพราะรกมากจริง ๆ เราเริ่มเดินเข้าป่าลึกซึ่งเป็นป่าดิบชื้น เราเดิน
|
รกมาก เราก็ต้องเดินก้มจนแทบคลานกันไป บางช่วงขึ้นเขาลื่นหกล้มกันก็มี ช่วงขึ้นเขานี่ที่สุดของความ
|
สองสาว ระหว่างทาง |
พักค้างแรมกันแบบง่าย ๆ |
น้ำค้างตกใส่เต๊นท์ทำให้เรารู้สึกตัวขึ้นในขณะที่จะเคลิ้มหลับ เรารู้สึกว่าเต๊นท์เราเปียกชุ่มไปหมด เรา
นอนกันด้วยความทรมาณพอสมควร พอรุ่งเช้าเรารีบหุงหาอาหารกินเอาแรงเพื่อเดินทางต่อ เราเก็บ เต๊นท์และออกเดินทางในเวลาประมาณ 8.30 น. ....สมกับที่พี่วุฒิบอกไว้ เหนื่อยแสนสาหัสจริง ๆ เพราะทางส่วนใหญ่เป็นทางขึ้นเขาที่ค่อนข้างจะชันและลื่นเนื่องจากเป็นป่าดิบชื้น แสงแดดส่องไป ไม่ถึง เราเดินข้ามเขาเป็นลูก บางช่วงเดินลุยโคลนสกปรกไปทั้งตัว บางคนก็ลื่นหกล้ม บางคนจม โคลน ก็ช่วยกันดึงขึ้นแล้วเดินทางต่อ เราเดินผ่านไปเห็นถ้ำเล็ก ๆ ถ้ำหนึ่งมีร่องรอยของการก่อฟืน และพอเดินต่อไปเรื่อย ๆ มีเพิงที่ทำด้วยใบตาวและนำมาพาด ๆ กันไว้ เหมือนกับเพิงกระต๊อบเล็ก ๆ พี่ต๋องบอกว่า คาดว่าจะเป็นพวกมูเซอดำที่มาพักอาจจะเป็นเมื่อคืนนี้ด้วยซ้ำ เพราะยังเป็นรอยใหม่ ๆ อยู่เลย ทำให้พวกเราตกใจกลัวกันมากแต่ต้องค่อย ๆ เดินกันไป เรายังเจอเพิงเก่า ๆ อีกหลายเพิง ตลอดทาง ซึ่งพี่วุฒิบอกว่ากลับไปครั้งนี้คงต้องนำกองกำลังทหารมาตรวจป่าแถวนี้อีกรอบ เพราะ มีพวกลักลอบเข้ามาเยอะมากจากร่องรอยที่เห็น ตลอดทางมีต้นไม้ใหญ่และพันธุ์ไม้แปลก ๆ มากมาย |
...ดอกไม้ป่าก็สวยเหลือเกิน เราไม่เคยพบเห็นแบบนี้มาก่อนเลย เมื่อเราเดินมาใกล้ถึงน้ำตก ทุกคนกำลังเร่งรีบกับการเดิน เพื่อไปให้ถึงจุดหมาย คือน้ำตกคลองน้ำแดงเร็ว ๆ
|
ใกล้ถึงแล้วล่ะ (อยู่ในน้ำอีกแล้วสิ) |
...บรรยากาศแตกต่างจากเมื่อวานเนื่องจาก เราต้องกางเต๊นท์ใกล้น้ำตก แน่นอนเสียงน้ำ ตกดังสนั่นก้องหู ละอองน้ำจากน้ำตกบวก กระแสลม เพิ่มความหนาวเย็นเข้าไปอีก คืน นี้ต้องหนาวกว่าเมื่อคืนอีกแน่นอน พวกเรา รีบก่อกองไฟหุงหาอาหาร แต่คราวนี้ลำบาก เสียแล้ว ฟืนที่เราหาได้ล้วนแต่เป็นฟืนที่เปียก และชื้นเนื่องจากอยู่ใกล้น้ำตก กว่าจะก่อฟืนได้ ใช้เวลานานพอดู และด้วยอากาศที่ชื้นและลม แรง เราใช้หม้อสนามต้มน้ำ แค่น้ำในหม้อต้มน้ำ เล็ก ๆ ยังต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าจะเดือด เราก็กินกันแบบง่าย ๆ ส่วนใหญ่เป็นอาหาร กระป๋อง และมาม่าเนื่องจากเราต้องการให้เป้ ของเราเบาที่สุดเท่าที่จะเบาได้ แต่ถึงอย่างนั้น ก็เถอะ เราแบกกันจนไหล่เคล็ดและเมื่อยไป หมดทั้งตัว บางคนเป้หนักถึง 15 กิโลกรัม... |
....คืนนี้หนาวเหน็บกว่าคืนก่อน เราตื่นตลอดคืนด้วยความหนาว แทบไม่ได้นอนเลย พอฟ้าสางเรารีบมาก่อฟืนหุงหาอาหารเช้า และเก็บเป็นเสบียงในตอนกลางวัน วันนี้เรา
|
ดูกันเต็ม ๆ ตากับน้ำตกคลองน้ำแดง |
| Last Update : นำลงครั้งแรกในอินเตอร์เนตเมื่อ 1 มี.ค. 2543 |
ขอเชิญท่านที่รักในธรรมชาติเหมือนกัน สมัครสมาชิกครับ
......มาเล่าความประทับใจในการเดินทางของท่านให้เพื่อนๆ ฟังกันเถอะครับ.........
กลับไปหน้าแรก
Free Advertising from
Click2Net!