...ท่องไพรเขาสก....ภาคพื้นน้ำ
|
พวกเราหน้าท่าเทียบเรือของแพเขาสก |
...ในช่วงวันปีใหม่ที่ของปีที่หนาวที่สุดในรอบ 40 ปี ตามที่กรมอุตุนิยมท่านว่าไว้ คนขี้หนาวอย่างผมก็นั่งนึกนอนนึก
ตะแคงนึกว่าเราจะไปที่ไหนดีน้อ ปีนี้ เอาที่มันหนาวน้อย ๆ แล้วก็มัน ๆ หน่อย ลองเอาปากกามาขีดเขียน ๆ ว่าเราจะขับรถหนีหนาว
หนีคนไปที่ไหนก็ได้ข้อสรุปว่าไปเขาสกกันซะทีดีกว่า เพราะได้ยินว่าที่นี่ก็มีที่เที่ยวหลายแห่ง ใช้เวลาได้หลายวันเลยทีเดียว
จะได้วนออกทางตะกั่วป่าและระนองด้วย ครั้งนี้พรรคพวกหายต๋อมเกือบหมด ส่วนใหญ่ก็แยกย้ายกันขึ้นเหนือครับ ช่วงที่ขับลงใต้กล่าวได้เลย
ว่ารถว่าง คนก็น้อยจนสังเกตได้ ข้อดีก็ดีเราเต็มอิ่มกับทุกที่ที่ได้ไปในทริปนี้เลยล่ะ
....แล้วนายโอบีวันกับสองน้องสาว(สวย ?) ปอและป่าน ก็ตกลงปลงเพื่อนร่วมเดินทางกัน งานนี้ผมซื้อของตุนไปเพียบฮะ กินกันได้จนกลับมาจะเดือนมีนาคม แล้วยังกินขนมที่ตุนกันไว้กันไม่หมดเลย ฮ่า ๆๆๆ ..........ตัดฉับไวดั่งโกหกมาที่เขื่อนเชี่ยวหลาน หลังการขับแบบเอ้อระเหย แวะเที่ยวกันหลายที่แล้วก็มาพักที่เรือนพักของอุทยานที่ เขื่อนเชี่ยวหลานกันก่อน 1 คืน เราก็ถือโอกาสเที่ยวตัวเขื่อนไปในตัว ไม่อยากจะคิดเลยว่าข้างล่างของที่นี่เคยเป็นที่อาศัยของสัตวืป่ามากมายและจมน้ำตายไป พร้อม ๆ กับน้ำในเขื่อนที่เพิ่มขึ้น ๆ และเป้นที่อยู่ของสัตว์ที่หายากอย่างกระซู่ ซึ่งไม่มีใครพบเห็นมานานมากแล้ว ผมสาละวนกับการจัดของอยู่พักใหญ่ ขณะที่ป่าน วุ่นกับการเพาะถั่วเขียว แกบอกว่าอีก 2-3 วันก็ได้กินผัดถั่วงอกกันแล้วพี่ ส่วนเจ้าปอก็นั่งเหม่อดูฝั่งน้ำเป็นหลัก จนเรือของเจ้าหน้าที่มารับเรา..1 ชม. ถัดมาเราก้มาเสนอหน้าที่หน้าหน่วยโดยสวัสดิภาพ นายป้อม เจ้าหน้าที่อุทยานมารับพวกเราขึ้นด้วยความยินดี .... |
"พี่ ๆ พวกพี่เป็นคนไทยกลุ่มเดียวของอาทิตย์นี้เลยนะเนี่ย"
..ป้อมบอก ขณะผมกำลังโซ้ยข้าวผัดสัปะรด หมูอบ มีน้ำซุปซดคล่อง ๆ คออยู่
|
รอบข้างเป็นเทือกเขาสูงโอบล้อม
เรือหางพาเราท่องชมวิวภาคพื้นน้ำ |
|
มุ่งหน้าสู่ถ้ำน้ำทะลุ |
...ห้องนอนของพวกเราเป็นเรือนกระท่อมไม้ไผ่โล่ง ๆ ด้านนอกมีชานเล็กๆ ไว้ให้นั่งเล่น เพื่อนชาวต่างชาติเพลินกับการโดดน้ำเล่นกันใหญ่ ส่วนพวกเราเอง
ทานข้าวกันเสร็จก็นั่งพักชมวิวกัน พร้อม ๆ กับพูดคุยทำความรู้จักกับเพื่อน ๆ ชาวต่างชาติ 2-3 คนที่อยู่ที่นั่นอยู่แล้ว ภาษาอังกฤษของทั้งสองฝ่ายกระท่อนกระแท่น
พอ ๆ กัน แต่ไม่มีปัญหาสำหรับการสร้างมิตรภาพกับคนที่รักในธรรมชาติเหมือน ๆ กัน ทุกอย่างก้ดูสนุกและง่ายไปหมด....
|
ทางเดินป่าชุ่มชื้นและสมบูรณ์มาก
|
น้องป่านสนุกกับการนั่งเถาวัลย์เล่น
อาบน้ำตกในถ้ำ.. |
ในถ้ำนั้นเป็นอะไรแปลกใหม่สำหรับผมครับ ซึ่งปกติกลัวทั้งความมืด กลัวความสูง แล้วก็กลัวทากด้วย แต่ก็อยากลองดู บางช่วงมีลักษณะเป็นโถงใหญ่
มีค้างคาวเต็มไปหมดเลย พอแสงไฟฉายไปกระทบ เค้าก็บิน ๆๆ เล่นเอาคนขี้กลัวอย่างผมหวั่น ๆ อีกแล้ว เพราะในใจมันชวนคิดไปถึงเรื่อง
ค้างคาวดูดเลือดไปโน่นแน่ะฮะ ฮ่า ๆๆๆ ...
.......ระหว่างทางจะมีหินสีฟ้า สีเขียวระยิบระยับให้ได้ชมไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงบริเวณน้ำตกกลางถ้ำ ป้อมก็ชักชวนพวกเราให้ลองเล่นน้ำตก ที่ไม่ได้พบที่อื่นง่าย ๆ นัก น้ำเย็นเจี๊ยบเลยครับ ดุได้จากหน้าตาน้องป่านก็ได้ว่าเย็นจริง ๆ นะ จากความเย็นก็กลับกลายเป็นความสนุก เราเล่นน้ำกันเพลินไปเลย พอเต็มอิ่มแล้ว ป้อมก็บอกว่า "อยากรู้มั๊ยครับ ว่าความมืดในถ้ำมันเป็นยังไง" ก่อนที่จะผมจะตอบว่า ไม่อยากรู้หรอก ป้อมก็ดับไฟฉายทันที แล้วเราสี่คน ก็พบกับความมืด ๆๆๆ มืดสนิท คือแม้แต่ลาง ๆ ก็มองไม่เห็นเลยครับ เวลาที่เราเดินในความมืดข้างนอก อาจจะพอเห็นอะไรลาง ๆ บ้าง แต่ในถ้ำนี่หมดสิทธิ์ สักพักน้องป่านซึ่งกลัวความมืดอยู่เอามาก ๆ ก็บอกให้ป้อมเปิดไฟ แล้วเราก็ท่องถ้ำที่ดูจะมีอะไรอีกเยอะนี้กันต่อ |
บางช่วงก็เดินลุยน้ำ |
บางช่วงก็ต้องลอยคอในน้ำกัน |
การเดินทาง |
|
|
ออกมาเร็ว ไม่มีเรือเลยพายเรือชาวบ้านเขากลับแพแทน |
|
ชานเล็ก ๆ ข้างหน้า ยามเย็น |
คนที่ชูสองนิ้วนั่นแหละนายป้อม... |
| Last Update : นำลงครั้งแรกในอินเตอร์เนตเมื่อ 2 พ.ค. 2543 |
ขอเชิญท่านที่รักในธรรมชาติเหมือนกัน สมัครสมาชิกครับ
......มาเล่าความประทับใจในการเดินทางของท่านให้เพื่อนๆ ฟังกันเถอะครับ.........
กลับไปหน้าแรก
Free Advertising from
Click2Net!