Refresh visit our sponsor
 
My Dream..My Time..@..Phu Soi Dao...
TrekkingThai Home
TRIP & Travel
 
ภูสอยดาว
แหวกฟ้า ตามหาฝัน..ที่ภูสอยดาว....จันทิมา สุทธิพิทักษ์วงศ์
หลังจากนั้นเราก็เริ่มทยอยกันเดินขึ้นภู โดยสมาชิกในกลุ่มที่ไปคราวนี้มีมากเป็นประวัติการณ์คือ 22 คน ซึ่งเราไม่เคยเที่ยวด้วยกันขนาดนี้เลย กลุ่มที่มารวมกันนี้เป็นเพื่อนของเพื่อนที่มีจุดมุ่งหมายในการเดินทางเที่ยวธรรมชาติคล้ายกัน และการเดินทางครั้งนี้ทุกคนก็มุ่งหวังที่จะพิชิตยอดภูสอยดาวเหมือนกัน กลุ่มของดิฉันเดินรั้งท้ายสุดเพราะจะได้ดูดอกไม้ป่าตามทางขึ้นด้วย

....... เราเดินเรียบน้ำตกชั้นต่างๆ ขึ้นไปก็จะพบกับเนินแรกคือ เนินส่งญาติ ที่เดินจนไม่อยากมีญาติอีกเลยเพราะทั้งสูงและชัน พอพ้นเนินนี้จะมีทางที่ชันน้อยกว่าให้พักเพื่อที่จะเจอเนินต่อไปคือ เนินปราบเซียน ฟังชื่อก็ท้อแล้วเลยขอพักที่นี่ก่อน แต่โชคดีที่ทางเดินมีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมตลอดทางทำให้มีที่พักสบายๆ และทางเดินไม่มีทางแยกสามารถเดินตามทางได้ตลอดไม่ต้องกลัวหลง หลังจากที่ผ่านเนินปราบเซียนมาจะมีชาวบ้านนำของกินมาขาย เราจึงตัดสินใจพักทานข้าวกลางวันที่นี่ก่อนจะเดินทางต่อ

....... เนินต่อไปที่จะเจอเป็นเนินที่ยาวที่สุดซึ่งยาว 2 กม. แต่โชคยังดีเพราะเป็นเนินที่ไม่สูงชันมากเดินสบายๆ ก็ผ่านไปได้ เสียงลูกหาบบอกว่าภูเขาขวามือนี่ไงล่ะคือภูสอยดาวแต่เราไม่สามารถขึ้นไปได้และดูจากความสูงเราเพิ่งเดินได้ยังไม่ถึงครึ่งของมันเลย ลูกหาบได้ร้องบอกก่อนที่เราจะเดินต่อไปว่าให้พักให้หายเหนื่อยก่อนที่จะถึงอีกสองเนินสุดท้ายซึ่งก็คือ เนินเสือโคร่งและเนินมรณะ

....... หลังจากหายเหนื่อยเราก็เดินทางกันต่อ เราเดินผ่านพ้นป่ามาถึงสันเขาที่มีลักษณะเป็นป่าหญ้า แต่สิ่งที่เราเห็นข้างหน้าคือ ทางเดินที่ต้องปีนป่ายขึ้นไปซึ่งทั้งชันและสูงกว่าเนินอื่นๆ ที่ผ่านมา เราเห็นสายมนุษย์ที่เดินตามกันขึ้นไปเรื่อยๆ มากมาย หลังจากเดินได้ไม่ไกลคุณตะคริวก็เริ่มถามหาจนต้องนวดและดัดกันบ้าง ก่อนที่แรงจะหมดเราก็มาถึงหลังแปรซึ่งเป็นที่ราบทุ่งหญ้า และมีแนวสนเรียงราย ลมที่พัดและทิวสนทำให้ความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินระยะทาง 6.5 กม.หายไป เราเดินหาทำเลที่จะกางเต้นท์บนลานสนนี้

....... ในที่สุดเราก็ได้ที่ที่เหมาะสมซึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากลำธารที่ไหลลงไปเป็นน้ำตกสายทิพย์มากนัก หลังจากกางเต้นท์เสร็จแล้ว เราก็เดินสำรวจและชมวิวใกล้ๆ ที่พักก่อน หลังจากนั้นเราก็ทำอาหารเย็นกันง่ายๆ ก่อนจะแยกย้ายกันพักผ่อนและหลับลงด้วยความอ่อนเพลียมาทั้งวัน .
มองออกไป เห็นยอดภูสอยดาวอยู่ลิบ ๆ

........วันรุ่งขึ้นเรามีโปรแกรมที่จะเดินรอบๆ ยอดภู เราเดินกันมาเรื่อยๆจนเดินข้ามลำธารมา พี่เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าเป็นพื้นที่ของประเทศลาว เราก็พูดกันว่าเออได้มาเที่ยวต่างประเทศอีกแล้ว และพี่เค้าไม่ให้เดินออกนอกเส้นทางเพราะกลัวกับระเบิดที่ยังกู้ไม่หมดจากบริเวณแนวชายแดน

....... เราเดินตามทางชมทิวสนที่ประดับด้วยดอกหงอนนาคสีม่วง ดอกกระดุมเงินมาเรื่อยๆ เมื่อเดินไม่นานนักพี่เจ้าหน้าที่ก็ชวนเดินลงไป ชมกล้วยไม้รองเท้านารี (น่าจะเป็นรองเท้านารีอินทนนท์) ที่มีมากมายอยู่บนต้นไม้ เมื่อเดินครบรอบเราก็เดินลงไปเที่ยวน้ำตกสายทิพย์ ซึ่งมีลักษณะเป็นน้ำตกผ่านชั้นหินที่เต็มไปด้วยมอส เฟิร์น แถมยังมีใบเมเปิ้ลด้วยแต่ตอนที่ไปใบเมเปิ้ลยังไม่แดง

....... ไม่นานนักเราก็เดินตัดขึ้นมาถึงหลังแปรอีกครั้ง จากนั้นก็กลับไปยังเต้นท์ ทำอาหารเย็นและพักผ่อน คืนนี้เราโบกมือลาพระจันทร์เต็มดวงก่อนที่จะเข้านอนเอาแรงเพื่อที่จะเดินทางกลับในวันรุ่งขึ้น

....... การเดินทางมาที่ภูสอยดาวควรเตรียมร่างกายให้แข็งแรง และเตรียมอุปกรณ์แคมป์ปิ้งมาให้พร้อมเพราะทางอุทยานยังไม่มีบริการด้านต่างๆ ขากลับถ้ามีเวลาก็อย่าลืมแวะเที่ยวน้ำตกชาติตระการด้วยก็ได้

.......
ข้อมูลการเดินทาง
1. จากจังหวัดพิษณุโลก-ชาติตระการ ตามทางสาย 1237 ผ่านบ้านบ่อภาค ต่อด้วยทางสาย 1268 ผ่านบ้านร่มเกล้าจะพบที่ทำการทางขวามือ
2. จากจังหวัดอุตรดิตถ์-น้ำปาด ตามเส้นทาง 1239 และต่อด้วยทาง 1268 เลี้ยวขวามาทางบ้านห้วยมุ่น จะเจอน้ำตกภูสอยดาว .
แผนที่การเดินป่าขึ้นภูสอยดาว (จากหนังสือแหล่งท่องเที่ยว)
<<< BACK
ข้อมูลเสริมอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว..กรมป่าไม้
ข้อมูลเสริมอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว..Tourthai.com