Refresh visit our sponsor

Website for wilderness travel in Thailand



แต่พอดูใบที่ร่วง ลงมาสู่พื้นจึงรู้ว่าเป็นใบเมเปิ้ลหนึ่งในเสน่ห์ของภูนี้แต่ตอนที่ไปนั้นใบยังไม่เปลี่ยนเป็นสีแดงมากนัก ก็เป็นที่รู้กันว่าเราใกล้มาถึงน้ำตกถ้ำใหญ่แล้วที่นี่หินทุกก้อนยังเต็มไปด้วยตะไคร่สีเขียวสวยงามมากเพราะ ยังไม่มีใครเข้ามาหลังจากที่อุทยานปิด

จากที่นี่อีกไม่ไกลก็กลับมาสู่ทุ่งโล่งอีกครั้งหนึ่งบริเวณใกล้น้ำตกธารสวรรค์ ที่นี่มีลานหินอยู่เราพบกล้วยไม้ที่ขึ้นแถวลานหินเช่น เอื้องใบหมาก เอื้องบายศรี สิงโตสมอหิน เอื้องม้าวิ่ง และดอกไม้เล็กอื่นๆอีก ตอนนี้ก็บ่ายมากแล้วจึงตัดสินใจไปดูพระอาทิตย์ตกที่เดิมอีกแต่ในที่สุดก็พลาดอีก เลยนั่งแงะทากเล่นๆแถวลานหินดีกว่า

เช้าอีกวันหนึ่งเราเตรียมที่จะลุยต่อไปที่น้ำตกถ้ำสอ ผ่านดอนมนดูทิวสนที่เรียงรายเป็นระเบียบแต่เส้นทางนี้เดินยากลำบากผมเองลื่นล้มแล้วล้มอีกเท้าที่ ชุ่มน้ำตลอดมาหลายๆวันเข้าก็เริ่มเจ็บหนักขึ้นเรื่อยๆ

ตามทางเดินเราพบกับรอยเท้าสัตว์เล็กจนถึงรอยเท้าช้าง ที่นึกว่ารอยอะไรกลมๆ คล้ายจานและยังพบพืชพวกหยาดน้ำค้าง เอื้องหงอนนาค แต่วันนี้มีแดดอ่อนเป็นวันแรกที่เห็นแสงแดดทำให้ทากที่มีอยู่น้อยลงไป ก่อนถึงน้ำตกถ้ำสอเราผ่านลำห้วยเล็กที่ชื่อว่าห้วยพระองค์ที่ไหลมาจากป่าปิดก่อน หลังจากที่นี่เดินไปถ้ำสอไม่ไกลมากแต่ทางรกและน้ำขังตลอดทางเดินที่จะไปน้ำตกซึ่งเป็นที่จะหยุด พักทานอาหารกลางวันที่นี่
น้ำตกแถวนี้ลื่นมากและมีต้นไม้พวกหม้อข้าวหม้อแกงลิงอยู่มาก หลังจากอิ่มแล้วเดินต่อไปเพื่อไปผาหล่มสัก เกิดสิ่งประหลาดมหัศจรรย์ขึ้นคือที่ผาหล่มสักไม่มีคน เราถ่ายรูปกันจนต้องบอกว่าพอคนละหลายภาพแล้ว แต่ดูจากฟ้าแล้วไม่สามารถเห็นพระอาทิตย์ตกอีกเราจึงเดินทางกลับกันทางผานาน้อยเพื่อลดระยะทาง อีกสองกิโลเมตร.......












Website for wilderness travel in Thailand
Website for wilderness travel in Thailand
Website for wilderness travel in Thailand
คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายแล้วก่อนที่จะเดินทางกลับลงภู เช้าวันสุดท้ายที่ปกคลุมด้วยสายหมอกเราตัดสินใจที่จะไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่นถึงจะรู้ว่าโอกาส ที่ฟ้าจะเปิดน้อยเต็มทน ทางเดินเราจะต้องเดินผ่านลานวัดพระแก้วทีทมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่อยู่ทุกคนที่ผ่านก็จะแวะสักการะ เพื่อเป็นสิริมงคลกัน

ที่ผานกแอ่นวันนี้ เต็มไปด้วยหมอกและเม็ดฝนที่โปรยปรายลงมา เราทุกๆคนจึงกลับมาเก็บสัมภาระเตรียมที่จะเดินทางกลับลงภู........

จากหลังแปสู่เส้นทางที่ลงภูวันนี้ยิ่งกว่าตอนขึ้นอีกเพราะว่าแบกของกันลงเองและเท้าเจ็บหมดแล้ว เราใช้เวลาลงประมาณ 4 ชั่วโมงกว่าจะถึงที่ทำการอุทยานที่อยู่ข้างล่างเรานำขยะที่เก็บไว้ทั้งหมดชั่งน้ำหนักและทุกคนก็ได้ ประกาศนียบัตรกลับมา หลังจากนั้นนั่งรถสองแถวกลับมายังร้านเจ๊กิมเพื่ออาบน้ำและนั่งรถกลับสู่เมืองหลวงอย่างสวัสดิภาพ...


รายละเอียดการเดินทาง

โดยรถยนต์ อุทยานแห่งชาติภุกระดึงตั้งอยู่บนบ.ศรีฐาน อ.ภูกระดึง จ.เลย บนทางหลวงหมายเลข 201 (บ้านโนนหัน-เลย) บริเวณกิโลเมตรที่ 276 มีทางแยกเข้าสู่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ตามทางหลวง 2019 ประมาณ 8 กม. นักท่องเที่ยวที่นำรถไปเอง สามารถจอดรถไว้ที่ลานจอดรถของอุทยานฯ และเดินเท้าขึ้นภูได้

โดยรถประจำทาง เดินทางจากหมอชิต2ไปยังบ้านผานกเค้า หรือร้านเจ๊กิม และนั่งรถสองแถวต่อไปที่ภูกระดึงอีกครั้งหนึ่ง

ในช่วงเปิดภูใหม่ ๆ สายฝนและความชุ่มชื้นจะยังไม่จางหาย นักท่องเที่ยวที่ ขึ้นภูฤดูนี้มักพบกับทากดูดเลือด ควรเตรียมถุงกันทาก ยาป้องกันไปด้วย............. อ่านเพิ่มเติมคู่มือท่องเที่ยวภูกระดึง คลิกที่นี่

..... ย้อนไปอ่านหน้า 1
Last Update : นำลงครั้งแรกในอินเตอร์เนตเมื่อ 1 มิ.ย. 2543

......มาเล่าความประทับใจในการเดินทางของท่านให้เพื่อนๆ ฟังกันเถอะครับ.........
กลับไปหน้าแรก