น้ำตกทีลอเร อุ้มผาง

....ล่องแก่ง ผจญภัยสมบูรณ์แบบ ที่น้ำตกทีลอเร อุ้มผาง จังหวัดตาก

....การเดินทางสู่ดินแดนแห่งความฝันในใจผมครั้งนี้เป็นจริงได้เพราะเพื่อนใหม่จากโรงพยาบาลหัวเฉียวนั่นเอง หลังจากได้มีโอกาสไปเดินชมทุ่ง ดอกไม้สมอปูนกันมาเราก็มาคิดหาโปรแกรมไปเที่ยวกันต่อทันที มาลงตัวที่น้ำตกทีลอเรกับการเดินทางสี่วันสามคืนในช่วงใกล้มีฝนดาวตกพอดี พวกเรา ต่อรองราคากับบรรดาผู้ให้บริการล่องแก่งอยู่นานก่อนลงตัวในที่สุด เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯโดยรถทัวรืไปเช้าที่อุ้มผางกัน ที่นั่นทางรีสอร์ทได้เตรียมรถมารับพวกเราเรียบร้อย โดยได้พาพวกเราไปแวะทานเกาเหลาเลือดหมูที่ระหว่างทาง ร้านนี้เป็นร้านของชาวบ้านที่ทำได้อย่างมีมาตรฐานและผักที่ใช้ก็ปลูกเองแบบปลอดสารพิษซะด้วยสิครับ เพื่อน ๆ ที่ได้ไปลองถาม ๆ เค้าดูนะครับ เพราะผมเองก็เห็นทีมอื่นมาทานกันที่นี่ก็เยอะเหมือนกัน
....รถของแค้มป์สุขเสถียรพาเราเดินทางแวะชมน้ำตกพาเจริญกันก่อนด้วย น้ำตกนี้มีชั้นเล็ก ๆ มากมายครับเหมือนใครมาสร้างเอาไว้เลย ถ้ามีขนาดใหญ่ ๆ นะผมว่าจะเป็นน้ำตกที่สวยอันดับต้น ๆ ของเมืองไทยแน่นอน แต่นี่เหมือนน้ำตกจำลองไปหน่อยน่ะครับ จากนั้นโชเฟอร์อารมณ์ดีก็ ขับพาเราไปในเส้นทางลอยฟ้าต่อไปจนถึงที่พัก ตั้งหลักเตรียมข้าวของกัน ที่หลังที่พักเป็นลำห้วยขนาดกำลังดี มีเรือยางเล็ก ๆ อยู่ด้วยครับ ฝากไว้ก่อนเหอะเดี๋ยวกลับ มาเมื่อไหร่จะพายเล่นให้หายอยากเลย
แวบแรกที่ได้เห็นลำน้ำแม่กลองที่จะล่องแก่งกันอีก 2 คืน ผมก็รู้แล้วว่าที่นี่สวยแน่ ๆ เลย น้ำใสกำลังดี ไม่เชี่ยวและไม่เอื่อยเกินไป พร้อมกับฉากป่าทึบรอบ ๆ มีนกหลาก ชนิดบินไปมาอยู่ตลอด ทางแค้มป์ได้อบรมเรื่องความปลอดภัย การใช้ชูชีพ และก็อวยพรส่งท้ายก่อนการเดินทางของเรากับคนนำทางและอาจารย์ใหญ่โรงเรียน ตชด. อุ้มผางที่ขอเดินทางไปด้วยอีกคน เราเริ่มพายกันไปเรื่อย ๆ ช่วงแรกของการเดินทาง ไม่มีแก่งอะไรเราก็ดูร่องรอยสัตว์ป่าที่ลงมากินน้ำไปเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่เป็นรอยหมูป่า ครับ ระหว่างทางที่พายไปมีนกหลายอย่างบินข้ามไปมา ตอนนั้นผมยังดูนกไม่เป็นสักตัว ก็เลยได้แต่ดูความสวยงามของเค้าไปแต่ไม่ได้ส่องเป็นเรื่องเป็นราวอะไร
แก่งแรกที่เราต้องผ่านไปคือแก่งเลเกติครับ แก่งมีมีการแบ่งเป็นสามส่วนด้วยกัน แต่นี่มารู้ตอนหลังนะ ตอนล่องอยุ่น่ะเจอแก่งติด ๆ กันตลอดต้องคอยช่วยประคองแล้วก็ ลุ้นให้ผ่านไปได้ตลอดรอดฝั่ง พอถึงแก่งเลเกติ 2ปรากฏว่าข้างหน้ามีก้อนหินใหญ่อยู่ครับ สายน้ำบีบเข้าหากันแรงขึ้น ลำผมเข้าไปเป็นลำที่ 2 ปรากฎว่าพอผ่านเข้าไปก้เจอลำแรกติดหินอยู่ สาว ๆ ร้องกันลั่นเลย เพราะเรือยางชนกันแล้วก็ค้างกันอยู่พักนึง คนนำก้ลงไปผลักลำแรกผ่านไปได้แล้วแกก็มากระโดดขึ้นลำผมไหลตามกันไปออกจนได้ พอผ่านไปได้เราก้พักกันก่อน ลงไปดุแก่งใกล้ ๆ แล้วก็ลองไหลลงมาจากปลายแก่งกันเพราะน้ำตรงนั้นลดความแรงจากเดิมลงมามากแล้ว จากนั้นเราก็ล่องกันต่อผ่านไปจนกระทั่งถึงบริเวรผาคนมอง ที่มีก้อนหินเหมือนคนกำลังจ้องมองลง มาที่เราอยู่ เข้าเขตแก่งคนมอง เราเฝ้าลุ้นให้ลำแรกผ่านไปได้ก่อน ปรากฏว่าลำแรกไปติดค้างเติ่งคาแก่งอยู่ครับ คนนำก็กระโดดลงไปดันอีกแล้ว ลำแรกลงไปได้ แต่พอมาถึงลำเราปรากฎว่าคนนำลงไป แล้วแกทำเชือกหลุดมือ เพื่อนเราก็ทำพายหลุดมือไปอีก พายที่เหลือก็อยู่ในมือพยาบาลสาว ๆ ที่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกไปแล้ว ผมเองก็ทำอะไรไม่ถุกเหมือนกัน แต่อาศัยลูกบ้าเลยแย่งพายเพื่อนมาดันเรือยางแล้ว ก็คัดเข้าฝั่งไปให้แบบมัน ๆ มาดูตอนหลังแก่งนี้ก้ไม่ได้อันตรายครับเพราะพอลงมาก็เป็นสายน้ำเอื่อยและมีหาดทรายอยู่ข้าง ๆ เนื่องจากมีอีกกลุ่มนึงมาพักที่หาดทรายตรงนี้แล้ว เราจึงพายต่อไปที่หาดทรายถัดไป ผูกเรือแล้วก็ลงไปเล่นน้ำกัน ฝ่ายทำอาหารก้ทำกันไป ทางคนนำได้ไปหาปลาและกบมาให้พวกเรากินกันด้วยครับ ความจริงในเขตรักษาพันธุนี่ก็ห้ามจับทุกอย่างล่ะครับ แต่ถ้ากินเพื่ออยู่กับสัตว์ที่เป็นอาหารปกติก็ พอไหว เรานอนฟังเสียงน้ำไหล คุยกันเรื่องการผ่านแก่งแต่ละแก่งอย่างสนุกสนาน (ความจริงตอนนั้นก็กลัวเหมือนกัน) แล้วก็หลับปุ๋ยในเวลาไม่ดึกนัก ....

Website for wilderness travel in Thailand
Website for wilderness travel in Thailand

....พอผมตื่นขึ้นมาก็เจอบรรดาเพื่อน ๆไปพายเรือเล่นกันกลางน้ำหมดแล้ว แต่สาว ๆเอาเชือกผูกไว้เรียบร้อย แล้วพวกเธอก็จัดฉากทำทีเป้นพายเรือกลาง สายน้ำกันอย่างสนุกสนาน ทีเมื่อวานยังหน้าตื่น ๆ กันอยู่เลย พอสาย ๆ เราก็ขับ เอ้ย พาย ต่อกันไปจนถึงหาดทรายจุดตั้งแค้มป์ ที่นี่มีช้างที่นัดไว้มารอพวกเราอยู่แล้วล่ะ แต่เราจะพายเรือไปดูน้ำตกทีลอเรกันก่อน ฮะ ระหว่างเจอหินขวางกลางน้ำก้อนบะละเฮิ่มคือแก่งอกแตกนั่นเอง สายน้ำแยกเป็นสองทาง เราเลือกออกซ้ายครับ น้ำแรงแต่ก้ไหลผ่านเร็ว พอผ่านไปได้แป๊ปนึง ภาพน้ำตกสวยที่เห็นมานานจากหนังสือท่องเที่ยว ต่าง ๆ และอยู่ในความคิดคำนึงของผมมานานว่าจะต้องมาเที่ยวที่นี่ให้ได้ก็ปรากฎชัดขึ้น ๆ สวยงามจริง ๆ ครับ พอไปถึงจริง ๆ ปรากฎว่าเพื่อน ๆขึ้นไปเล่นน้ำใต้น้ำตกกันหมด ยกเว้นผมคนเดียว ที่เอาแต่อึก ๆ อัก ๆ เพราะว่ากลัวความสูงฮะ แล้วก็กลัวลื่นด้วยเลยถอยมาตั้งหลักห่าง ๆ อยุ่พักนึง กลุ่มอื่นที่พายเรือกลับผ่านเราก็มองแปลก ๆ ว่าทำไมหมอนี่มานั่งจุ้มปุ๊กอยู่ซะห่าง แทนที่จะไปเล่นน้ำตก เอาละซี ....หลังจากปลุกใจอยู่พักใหญ่ผมก็ไปเล่นน้ำกับเพื่อน ๆ จนได้ หินที่ใต้น้ำตกนี่ไม่ลื่นเลยครับ ก็เลยเล่นน้ำ อาบน้ำ ซักผ้า เอ้ย ถ่ายรูป เลยจากนี้จะเป็นบริเวณถ้ำน้ำมุดที่อยู่ใต้ภุเขาซับซ้อน เคยมีคนมาทำไม้แล้วล่องไปผ่านถ้ำน้ำมุดแล้วก็ติดอยุ่ข้างในไม่ออกมา การสัมปทานไม้ครั้งนั้นจึงยกเลิก ต้นไม้ใหญ่แถวนั้น จึงยังเหลืออยุ่มาได้ถึงทุกวันนี้... พอแก่เวลาแล้วก็พายเรือย้อนกลับมาทางเดิมล่ะครับ ขนาดน้ำไม่ได้เยอะ มากยังเหงื่อตกเลยล่ะครับ ท่านที่มาตอนน้ำเยอะรับรองว่ามันแน่ ต้องอาศัยความสามัคคีของกลุ่มเป็นอย่างมาก ไม่งั้นก็ติดแหงกกันอยู่แถว ๆ นั้นแหละ บางที่พายแล้วแล้วมันช้าก็ต้องแบกกันแบบที่เห้นในรูปล่ะครับ จากนั้นพวกเรามาขึ้นช้างเดินทางต่อไปพักที่ห้วยสวย ๆ กลางทางไปบ้านปะหละทะ

Website for wilderness travel in Thailand Website for wilderness travel in Thailand

....เนื่องจากระยะทางกลับในไม่ใกล้นักและช้างเค้าเดินช้ากว่าคน เราก็พักกันกลางทางอีกคืนหนึ่ง ก่อนเดินทางกลับ้านปะหละทะกัน คืนนั้นเรายังไปดูฝนดาวตก กันอีกก่อนดูทะเลหมอกยามเช้าที่ดอยหัวหมดปิดท้ายเป็นของแถม ...ยังไม่พอครับพอกลับมาที่พัก เราก็เอาเรือยางเล็กไปล่องลำธารหลังแค้มป์สุขเสถียร กันอีก รับประทานอาหารที่เสริฟกันแบบไม่อั้น แล้วก็เดินทางกลับพร้อมกับความสุขอีกครั้ง.......... .....

Website for wilderness travel in Thailand Website for wilderness travel in Thailand Website for wilderness travel in Thailand
ข้อมูลเสริมน้ำตกทีลอเรครับ...จากทริปแมกกาซีน ครับ
---แม่น้ำแม่กลองมีถิ่นกำเนิดจากยอดเขาสูงใน ต.โมโกร มีสายน้ำหลายสายไหลมารวมกันที่บ้านแม่กลองคี่ ในตำบลโมโกรและไหลจากตำบลนี้ไปสู่ตำบลแม่ละมุ้ง ผ่านตำบลแม่จันและไหลไปบรรจบแม่น้ำแม่จันที่ปากห้วยแม่จันรวมกันเป็นลำน้ำแม่กลองแล้วจากนั้นการเดินทางของสายน้ำอันยิ่งใหญ่ก็เริ่มต้น ........
เส้นทางล่องแก่งไปน้ำตกทีลอเร เหมาะสำหรับผู้รักการผจญภัย เพราะจะได้ผจญแก่งหลายแก่ง จะได้พบกับแก่งเลเกติ ..เป็นแก่งใหญ่ทอดยาวมี 3 ช่วง มีโขดหินใหญ่ ๆ ขวางอยู่ แก่งที่รุนแรงมากคือแก่งเลเกติ 2 พอพ้นแก่งนี้มาได้จะมีหาดทรายอยู่ด้านขวา นักท่องเที่ยวมักแวะพักหายใจหายคอกันที่นี่ก่อนไปต่อ ...............ผาคนมอง..บนผาสูงมองเห็นเหมือนคนมองลงมาข้างล่าง ที่นี่มีแก่งคนมองแบ่งเป็น 3 ช่วงและรุนแรงกว่าแก่งเลเกติ หลังรอดพ้นสายน้ำก็เริ่มราบเรียบไปเรื่อย .......ห้วยกะชอจิ๊ทะ หรือห้วยช้างวิ่ง ที่มีมีลานกรวดหินคล้ายสาละวินแต่เล็กกว่าเป็นที่ตั้งแค้มป์ นักท่องเที่ยวจะลงหลักปักเต็นทืและพักแรมที่นี่ หลังจากขนของลงจุดตั้งแคมป์ ก็ล่องเรือไปดูน้ำตกทีลอเรกัน อยู่ห่างไป 500 ม.แต่จะต้องผ่านแก่งอกแตกไปก่อน แก่งนี้จะมีหินใหญ่ขวางกลางน้ำอยู่ จะไปทางไหนเลือกให้ดี พอพ้นไปก็จะถึงน้ำตกทีลอเรล่ะครับ ..หลังชื่นฃมกับน้ำตกทีลอเรแล้ว ต้องลากเรือทวนน้ำกลับขึ้นมา จากนั้นเดินเท้าหรือนั่งช้างกลับไปบ้านปะหละทะ
---ไปเที่ยวอุ้มผางอย่างไร ... การเดินทางไปอุ้มผางโดยการใช้ยานพาหนะส่วนตัว ไม่ว่าคุณจะใช้พาหนะแบบใดหรือยี่ห้อใด ก่อนเดินทางคุณควรตรวจเช็ค สภาพรถของคุณให้แน่ใจเสียก่อนว่ายานพาหนะคุณอยู่ในสภาพดี โดยเฉพาะเบรคควรอยู่ในสภาพที่เหยียบปุ๊ปหยุดปั๊บไม่มีแถม ยิ่งเมื่อเดินทางขึ้นไปบนเส้นทางกระเหรี่ยงลอยฟ้า ระยะทาง 164 กม. จำนวนโค้ง 1,219 โค้งด้วยแล้ว ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ควรเริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพสักประมาณ 22.00 น. กะให้ไปถึงอ.แม่สอด 5.00 ใช้เวลา ประมาณ 7 ชั่วโมง ขับรถไปเรื่อย ๆ เหนื่อยหรือง่วงนอนนักก็หยุดพักตามปั๊มน้ำมันข้างทางบ้าง หรือให้คนที่ร่วมเดินทางมาด้วยผลัดเวรกันขับบ้างก็ได้เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ขับมาตามทางหลวงผ่านอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท นครสวรรค์ กำแพงเพชร จนถึงบ้านโล๊ะโค๊ะ จะเห็นบริาทผาแดงอินดัสตรี้ จำกัด อยู่ทางซ้ายมือเลยไปสักหน่อยตรงประมาณกิโลเมตร ที่เกือบจะ 420 จะเห็นทางแยกเข้าสู่ตัวอำเภอแม่สอดอยู่ทางซ้ายมือ ขับไปตามเส้น 105 ประมาร 80 กิดลเมตร จะถึงแม่สอดเป็นทางราดยางสองเลนขึ้น ๆ ลง ๆ เนินเขาสลับกันไปเรื่อย ๆ การขับรถในเวลาค่ำคืนในเส้นทางสายนี้ควรระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะรถบรรทุกที่วิ่งสวนมามักชอบเปิดไฟสูง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก็จะถึงตัวอำเภอแม่สอด อย่าลืมเตรียมหลักฐานบัตรต่าง ๆ ให้ครบเผื่อการเรียกตรวจสอบโดยตำรวจด้วยนะครับ

ขอเชิญท่านที่รักในธรรมชาติเหมือนกัน สมัครสมาชิกครับ

Join our mailing list!
Enter your email address below,
then click the 'Join List' button:
Subscribe Unsubscribe
Powered by ListBot

......มาเล่าความประทับใจในการเดินทางของท่านให้เพื่อนๆ ฟังกันเถอะครับ.........
กลับไปหน้าแรก