600 x 800 pixels


เกิดมาจนอายุจะปาเข้าไปสามสิบแล้วยังไม่เคยมีโอกาสเดินป่าเลยจนวันหนึ่งได้มีโอกาสรู้จัก
กับพี่ชายที่แสนดีคนหนึ่งโดยบังเอิญเราเรียกพี่เขาว่า “พี่หนวด” เมื่อครั้งร่วมกิจกรรมการท่องเที่ยว
เชิงอนุรักษ์ ปั่นจักรยานชมกรุงเก่า ในครั้งนั้นเป็นการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ครั้งแรกที่จุดประกาย
ให้เราเริ่มสนใจท่องเที่ยวธรรมชาติในเชิงอนุรักษ์
ถึงกับขั้นปรารภกับพี่เขาว่าอยากลองไปเที่ยวป่า
ให้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดดูบ้าง จากการพูดคุยที่คงแสดงให้พี่เขาได้เห็นถึงความตั้งใจsimpsn3.gif

“เออ เข้าใจแล้วว่าอยากเที่ยวป่า หรือจะคิดว่าเป็นแฟชั่นอะไรก็ตาม แต่อย่างน้อยพี่ก็รู้สึกดีใจที่ยังมี
คนอีกหนึ่งคนเริ่มให้ความสนใจกับธรรมชาติ อย่างไรก็ดี พี่ก็อยากให้เราเริ่มต้นด้วยจิตสำนึกที่ดีของ
การเข้าสัมผัสธรรมชาติอยากถูกต้องด้วย”
นั่นคือคำพูดของพี่หนวดก่อนที่จะจุดรอยยิ้มที่มุมปากของเรา
ด้วยประโยค

“เอาอย่างนี้แล้วกัน สัปดาห์หน้าวันเสาร์พี่มีโปรแกรมจะต้องนำเด็กๆ ค่ายธรรมชาติของวชิราวุธฯ
ไปเขาใหญ่ ลองไปด้วยกันมั้ย”

ครงการค่ายธรรมชาติของโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย  กิจกรรมเสริมนอกหลักสูตรที่จัดให้กับ
นักเรียนชั้นมัธยมต้นได้เลือกใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เนื่องจากเด็กๆ จะต้องใช้เวลาในช่วงเวลา
วันหยุดอยู่ที่โรงเรียนตลอด นานๆ เด็กถึงจะได้กลับบ้านครั้งหนึ่ง เนื่องจากเป็นโรงเรียนประจำชายล้วน
ทั้งนี้กิจกรรมเสริมมีมากมายหลายอย่างทั้งดนตรี กีฬา มีแทบทุกรูปแบบ ซึ่งเด็กๆ สามารถเลือกเรียน
ได้ตามความสมัครใจ

สำหรับบทเรียนของค่ายธรรมชาติ มีการกำหนดหลักสูตรให้เด็กได้เรียนรู้และมีความเข้าใจใน
ธรรมชาติแตกต่างกันไปอย่างเป็นระบบ หัวใจสำคัญของหลักสูตรคือให้เด็กๆ ได้รับการถ่ายทอด
รวมถึงการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีต่อการใช้ชีวิตสัมผัสธรรมชาติอย่างถูกต้อง
ตลอดจนถึงการใช้ชีวิต
กลางแจ้งไม่ว่าจะเป็นความรู้เรื่อง ป่าเขา พืชพรรณไม้ สัตว์ป่า แมลง การดูดาว กิจกรรมกลางแจ้ง
พายเรือแคนู ล่องแก่ง ขี่จักรยาน หรือ ปีนผา โดยเราได้รับคำอธิบายจาก พี่หนวด ผอ.ค่าย หรือที่เด็กๆ
เรียกว่า “ลุงหนวด” แกบอกว่าค่ายนี้สอนกันตั้งแต่ดินถึงดาว เรียกว่ากว่าจะจบหลักสูตรเหมือนศิษย์
เส้าหลิน ต้องผ่านด่านอรหันต์อะไรทำนองนั้น

dennis.gif“โฮ ลุงหนวด มาช้าอีกตามเคย นัดหกโมง นี่หกโมงครึ่งแล้วนะลุง” คำทักทายของเสือป่าตัวน้อย
ที่ยืนจับกลุ่มคอยเราอยู่ในเช้าตรู่วันเสาร์ ทำให้เรารู้สึกผิดมากเลย ก็ต้นเหตุที่ทำให้ลุงหนวดมาสาย
ก็คือเรานั่นแหละเพราะพี่เขาต้องรับเราร่วมทางมาด้วย เสร็จจากต่อปากต่อคำและแนะนำตัวเราให้
เด็กๆ รู้จัก ก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีมาก ทุกคนกระตือรือร้นที่จะแนะนำชื่อด้วยฉายาแปลกๆ
ที่รุ่นพี่ตั้งให้ ซึ่งเป็นธรรมเนียมของชาวเสือป่าวชิราวุธ ซึ่งก็มีฉายาตั้งแต่น่ารักจนถึงน่าเกลียดน่าชัง
ไม่ว่าจะเป็น เฟอร์บี้,ชีกอ,สามล้อ,เยี่ยวเหนียว, ขี่เป็ด
(อันนี้ไม่ทราบความหมายเหมือนกัน) แต่
คอนเฟิร์มค่ะเขาเรียกกันแบบนี้จริงๆ และอีกหลายชื่อที่บางชื่อสร้างความลำบากให้กับเราอย่างมาก
ในการเรียกขาน 

หลังจากเสร็จธรรมเนียมใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับแล้ว  เสือป่าตัวน้อยในชุดทะมัดทะแมง
ก็ทยอยกันขึ้นรถเพื่ออกเดินทาง เราได้สังเกตดูการแต่งกายของเด็กๆ แต่ละคน ประมาณ 16 คน
ดูเหมาะสมกับการใช้งานมากไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า ซึ่งภายหลังได้รับคำอธิบายจาก
พี่หนวดว่าการแต่งกายก็ได้ถูกบรรจุในหลักสูตรด้วยเช่นกัน เพราะนั้นหมายถึงความปลอดภัย และ
ความสะดวกสบายในการเดินทาง
โดยจะสอนกันตั้งแต่การเลือกซื้อ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดเย็บ
ความเหมาะสมกับการใช้งาน ประโยชน์ใช้สอย โดยพี่หนวดแกได้บอกว่า บทเรียนต่างๆ ที่ได้ถ่ายทอด
ให้กับเด็กๆ นั้นสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตจริงได้ scout.gif

เรามาถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เวลาใกล้เที่ยงแล้วซึ่งก็เป็นเวลาอาหารกลางวันพอดี
วันนี้มีอาหารที่เด็กๆ เรียกว่า “ข้าวผัดสิ้นคิด” ทำเอาเราเป็นงงอยู่นาน ก็กระเพราไก่ไข่ดาวนั่นแหละ
เสร็จจากอาหารกลางวันเราเริ่มออกเดินทางตามเส้นทางธรรมชาติเพื่อสู่ผาเดียวดาย ตลอดระยะเส้นทาง
วิทยากรได้บรรยายถึงความเป็นมา ชื่อเสียงเรียงนามของพรรณไม้ตลอดข้างทาง ซึ่งมีทั้งที่เราเคยเห็น
มาก่อนแต่ไม่เคยสนใจ บางชนิดเคยได้ยินแต่ชื่อ บางชนิดรู้จักต้นแต่ไม่รู้จักชื่อ ซึ่งสร้างความเพลิดเพลิน
ใจให้กับตัวเองเป็นอย่างมาก และเริ่มรู้สึกถึงความรู้สึกแปลกใหม่เกี่ยวกับป่า เรารู้สึกเพลินเพลินตลอด
เส้นทางเดิน วิทยากรและพี่เลี้ยงได้ชี้ชวนให้ดูพืชพรรณ พร้อมอธิบายชื่อทั้งที่เป็นชื่อสามัญและชื่อ
ทางวิทยาศาสตร์ พร้อมกับการพัฒนาการของพันธุ์ไม้ 

เส้นทางที่เดินไปเป็นลักษณะของป่าดิบชื้นจึงสามารถเห็นพืชจำพวกรา เห็ด มอส ได้ พืชบางชนิด
เป็นแค่คราบขาวๆ เขียวๆ เป็นดวง ติดอยู่ตามต้นไม้ ซึ่งเราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่านั่นก็เป็นพืชชนิดหนึ่ง
เรียกว่า “ไลเคน” ซึ่งเราเองก็เพิ่งรู้ว่าเป็นพืชด้วย เด็กๆ ตั้งคำถามกันตลอดเส้นทาง และเราได้ค่อยๆ
เห็นความน่ารักของเด็กๆ หลายอย่างคือ จะมีวินัยในการเดินอย่างมากโดยไม่พยายามที่จะเดินออก
นอกเส้นทางเดิน โดยจะพยายามหลีกเลี่ยงการเหยียบย่ำพืชที่ขึ้นอยู่ข้างทาง เช่น เห็ด,มอส หรือแม้แต่ 
รา จนบางครั้งเด็กบางคนถึงกับขั้นต้องเดินแบบยงโย่ ยงหยก เพื่อก้าวข้ามสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น
จนลื่นล้ม
เปื้อนมอมแมมเลยก็มีให้เห็นตลอดทางแต่ก็ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บอันตรายอะไรเลย ทั้งนี้เราเพิ่งสังเกต
และต้องยกความดีให้กับการแต่งกาย และการเลือกรองเท้าของเด็กๆ ซึ่งช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้กับ
เด็กๆ และเหมาะสมกับการใช้งานจริงๆ

พฤติกรรมของเด็กๆ สร้างความประทับใจให้กับเราเป็นอย่างมาก ภายหลังแอบกระซิบถามลุงหนวด
ได้คำตอบว่า เด็กๆ ได้รับการศึกษาภาคทฤษฎีมาแล้ว ซึ่งเป็นการปลูกจิตสำนึกในห้องเรียนมาแล้วระดับ
หนึ่ง วันนี้เด็กๆ ได้มาสัมผัสกับห้องเรียนของจริง เป็นอันว่าเราเพิ่งถึงบางอ้อก็ตอนมาถึงผาเดียวดายแล้ว
ซึ่งเป็นจุดที่เด็กๆ จะได้ฟังเลคเชอร์จากวิทยากรโดยสรุปอีกครั้ง ขณะฟังบรรยายเราได้พบกับเพื่อนร่วม
ชั้นเรียนห้องข้างๆ คือ นกเงือกกรามช้าง 3 ตัวบินผ่าน
เด็กๆ ให้ความสนใจอย่างมากรวมทั้งตัวเราด้วย 
ชี้ชวนกันให้ดูอย่างตื่นเต้นซึ่งวิทยากรก็ไม่ว่าอะไรถือโอกาสบรรยายเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของนกเงือก
กรามช้างให้เด็กๆ ฟังเลยอีกเรื่องซึ่งเด็กๆ ก็ให้ความสนใจอย่างมาก เหตุการณ์นี้ทำให้เราซึ้งถึงสัจธรรม
ที่ว่า ในโลกนี้ยังมีสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ได้อีกมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกของธรรมชาติเรียนรู้ได้
ไม่มีวันหมด

tigger1.gif

กิจกรรมเสริมที่ให้เด็กๆ ทำให้ห้องเรียนธรรมชาติผาเดียวดายก็คือพี่เลี้ยงได้ให้เด็กๆ วาดภาพ
พืชพรรณไม้ที่พบตามทางเดินธรรมชาติคนละต้น ซึ่งเด็กๆ ต่างจับจองมุมถนัดของตัวเองวาดภาพ
อย่างตั้งอกตั้งใจ แม้ว่าจะมีเพียงปากกาและดินสอ อย่างละด้ามเท่านั้นแต่เด็กๆ  ก็สามารถถ่ายทอด
ออกมาได้อย่างเหมือนจริงมาก รวมถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ราก หรือแม้แต่เส้นสายตามใบ
ระหว่างทางเดินกลับพี่เลี้ยงได้พาเด็กเดินอ้อมอีกเส้นทาง ซึ่งเป็นเส้นทางใหม่แต่คราวนี้เด็กๆ  สามารถ
บอกชื่อพืชพรรณที่ตนเองพบได้มากขึ้น มีการเริ่มชี้ชวนเพื่อนให้ดูพืชที่ตนเองพบเห็น พร้อมกับบอกชื่อได้
บ้างก็ถกเถียงกันว่าใช่หรือไม่จนต้องให้วิทยากรและพี่เลี้ยงมาทำการตัดสินให้  ซึ่งทำให้เราได้เห็นว่า
ในระยะเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถถ่ายทอดให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจเรื่องธรรมชาติได้อย่างง่ายดาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้มาสัมผัสกับของจริง และเริ่มเข้าใจว่าเด็กก็คือธรรมชาติอย่างหนึ่งดังนั้นจึงไม่ใช่
การยากเลยที่จะถ่ายถอดความรู้ และจิตสำนึกที่ดีเกี่ยวกับธรรมชาติให้กับเด็กๆ

 

hobbes1.gifและกลุ่มเสือป่าตัวน้อยกลุ่มนี้เองที่ทำให้เรามีความเข้าใจในเรื่องธรรมชาติมากขึ้น รวมถึงเห็นด้วย
กับคำพูดของลุงหนวดในตอนแรกที่ว่า เราควรจะต้องสร้างจิตสำนึกที่ดีและเข้าใจการสัมผัสกับธรรมชาติ 
ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงแค่เดินไปให้ถึงจุดหมายอย่างผู้พิชิต แต่ตลอดเส้นทางยังมีเรื่องราวอีกมากมาย
ให้เราเก็บเกี่ยวตลอดเส้นทางธรรมชาติแม้ว่าจะเป็นเส้นทางง่ายๆ ก็ตาม เรียกว่าห้องเรียนธรรมชาติ
เรียนได้ไม่มีวันจบ
ดังเช่นการเดินป่ากับเด็กๆ ครั้งนี้เท่ากับเราได้รับความรู้ใหม่ๆ พร้อมกับเด็กๆ
เลยทีเดียว ที่แย่หน่อยก็คือเราไม่ได้รับการศึกษาภาคทฤษฎีพร้อมกับเด็กๆ ดังนั้น เรื่องการแต่งกาย
จึงค่อนข้างเป็นอุปสรรค แต่ก็ไม่เป็นไรถือว่าได้บทเรียนอีกบทจากห้องเรียนธรรมชาติโดยตรง แต่ถือว่า
เป็นตัวอย่างที่ผิดสำหรับเด็กๆ ได้เลย ซึ่งก็นึกขอบคุณพี่เขาในใจเหมือนกันที่เลือกบทเรียนได้เหมาะกับ
นักเดินป่ามือใหม่จริงๆ.

 maeploy@chaiyo.com
 

เชิญส่งเรื่องราวประสบการณ์การท่องเที่ยวมาร่วมสนุกที่ http://www.trekkingthai.com ครับ scout.gif

ส่งให้เพื่อน    แจ้งลบ    บุคมาร์ค    พิมพ์หน้านี้
[ ถามเวบมาสเตอร์ ]

ชื่อ
รูปภาพ
ข้อความ
 


ความเห็นที่ 1
Mr.OB1
: 11  พ.ย. 44  19:58:01น.
ปล. แม่พลอยผู้เขียนเรื่องนี้ปัจจุบันเะอเดินป่าเก่งแล้วครับ กลายเป็นแม่เลี้ยง เอ้ย พี่เลี้ยงเยาวชนไฮโวไปเรียบร้อย...

ความเห็นที่ 2
Mr.OB1
: 11  พ.ย. 44  19:59:24น.
เอาใหม่ ๆ พิมพ์ผิดเยอะเลยเนี่ย ปล. แม่พลอยผู้เขียนเรื่องนี้ปัจจุบันเธอเดินป่าเก่งแล้วครับ กลายเป็นแม่เลี้ยง เอ้ย พี่เลี้ยงเยาวชนไฮโซไปเรียบร้อย... ฮ่าๆๆ 08

ความเห็นที่ 3
อีกาดำดำ
: 12  พ.ย. 44  09:52:26น.
อยากให้ลูกๆได้มีโอกาสไปบ้างจังเลยมีที่ไหนบ้าง และจัดกันอีกเมื่อไร 16 16

ความเห็นที่ 4
อีกาดำดำ
: 12  พ.ย. 44  09:56:08น.
ลืมแจ้งemailไป ติดต่อได้ที่ email: ika_life2001@yahoo.com ครับ ขอบคุณ

ความเห็นที่ 5
yochachi
: 2  ม.ค. 46  15:13:02น.
เราก็เคยไปเดินป่าที่เขาใหญ่เหมือนกัน สนุกมากแถมวันนั้นฝนยังตกอีก ประทับใจมากๆๆ