สารพันคำถาม เที่ยวป่า #1......ไม่มีอุปกรณ์จุดไฟ,หลงป่า ไม่มีเข็มทิศ,กลัว ทาก ....

สรรหามาตอบโดย...........คมฉาน ตะวันฉาย มีให้อ่านอีกแยะมากที่ www.trekkingthai.com ครับ...


......สมัยก่อนตอนยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ผมทำกิจกรรมนักศึกษาหลากหลายประเภท ขอให้เป็นเรื่องกิจกรรมเป็นมีคมฉานไปร่วมแจมอยู่ด้วยทุกอย่าง ความที่เป็นคนชอบพบปะผู้คน เลยทำให้ได้จับพลัดจับพลูไปร่วมกิจกรรมกับชมรมปาฐกถาและโต้วาที แล้วเข้าอบรมการพูดหรือการพัฒนาบุคลิกภาพหรืออะไรสักอย่าง จำได้อย่างหนึ่งของการฝึกอบรมว่า ถ้าเราไปเป็นวิทยากรหรือผู้ถ่ายทอด อย่าได้ไปพูดเชียวว่า "วันนี้ผมต้องขออภัยด้วยนะครับ เพราะผมก็ ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญอะไรนัก "หรือข้อความอย่างนี้ "ห้าม" เด็ดขาด ท่านวิทยากร (ไม่แน่ใจว่าเป็นอาจารย์ทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์หรือเปล่า) ย้ำนักหนาว่าถ้าไม่รู้ ไม่แน่จริง อย่าไปบอกใคร แต่ถ้าไป ก็ต้องรู้ว่าตัวเองแน่ (แม้จะในระดับหนึ่งก็ตามที) ในเรื่องหัวข้อที่ผมตั้งมาสำหรับตอบคำถามนี้ก็เหมือนกัน สำเหนียกอยู่ตลอดเวลาว่าไม่ได้เป็นศาสดาในเรื่องเที่ยวป่า ไม่ได้เป็นพหูสูตร รู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับป่า แต่ก็สามารถคุยได้ว่า รู้เกือบทุกเรื่องเกี่ยวกับการเที่ยว ที่ไม่มีสถาบันไหนสอนเรื่องนี้โดยตรง

แค่ผมมีผืนป่าทั่วประเทศ ทุกภูมิภาคเป็นห้องเรียน ห้องทดลอง มีเพื่อนร่วมทางเป็นเพื่อนร่วมเรียน มีชาวบ้าน คนนำทางและธรรมชาติเป็นครูที่ถ่ายทอด มีความอยากรู้ อยากเห็นเกี่ยวกับสารพันธรรมชาติในป่าเป็นตัวชี้ชวน จนถึงวันนี้ ผมใช้เวลาในการเล่าเรียนมา 15 ปีเต็ม (นับแต่ปี 28) ถามว่าเรียนจบหรือยังคงต้องตอบว่ายัง แต่ถ้าถามว่าได้อะไรมาบ้าง ตอบได้เลยว่ามากมาย จริงอยู่ที่บางอย่างอาจจะไม่รู้ แต่ขอเวลาค้นคว้ามาตอบให้ บางอย่างเป็นวิชาการบ้างก็จะพยายามไปคุยกับท่านผู้รู้มาตอบให้

ผมว่าระยะเวลาที่เที่ยวป่ามานับสิบปีช่วงเวลาที่ทำกิจกรรมนักศึกษาในชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในรั้วมหาวิทยาลัยหลายปี ระยะเวลาเกือบสิบปีที่มาเขียนหนังสือ เขียนบทความเกี่ยวกับการ อนุรักษ์ธรรมชาติ บทความท่องเที่ยว และสารคดีเชิงข่าวสิ่งแวดล้อมที่กระจัดกระจายไปตามสื่อต่าง ๆ น่าที่จะพอทำให้คำตอบที่จะตอบในอนาคตมีน้ำหนัก น่าเชื่อถือ ท่านผู้อ่านบางท่านอาจจะเห็นแย้งบ้าง ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะการรับรู้ของแต่ละคน ประสบการณ์ของแต่ละท่าน ล้วนน่าถ่ายทอด ล้วนน่ารับฟังถ้าเห็นแย้งบ้าง ก้เป็นเรื่องที่ดี เพราะการรับรู้ของแต่ละคน ประสบการณ์ของแต่ละท่าน ล้วนน่าถ่ายทอด ล้วนน่ารับฟัง ถ้าเห็นแย้งกันก็เล่าสู่กันฟังครับ การตอบคำถามของผมอาจจะมีกลิ่นอายของการอนุรักษ์อยู่ทุกบ่อย ก็ขอให้ปรับทัศนคติในการเที่ยวป่าได้เลยว่าการ เที่ยวป่า แบบทำลายนั้นมันหมดยุคแล้ว

คนรุ่นใหม่ เที่ยวป่า ต้องเกรงใจและเคารพทัศนคติสรรพสิ่งในป่า อ่านการตอบคำถามผมไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็รู้เองว่ามันเจือบรรยากาศการอนุรักษ์อย่างไร

เห็นกรรมวิธียืดเรื่องผมหรือยัง นี่แค่เกริ่นก็กินเนื้อที่ไปมากมายแล้ว ทีนี้มาเข้าเนื้อหาที่จะตอบกันบ้างมีคำถามที่ถูกส่งมาให้ตอบเป็นปฐมอยู่ 3 คำถาม สองคำถามแรกน่าจะมารวมกลุ่มกันได้คือคำถามที่ว่า

- เข้าป่าโดยไม่มีอุปกรณ์ติดไฟจะทำอย่างไร ?

- ถ้า หลงป่า โดยไม่มีเข็มทิศจะทำอย่างไร ?

สองคำถามนี้ผมจัดให้อยู่ในเรื่องของการเตรียมตัว เที่ยวป่า สมัยก่อนคน เที่ยวป่า จะเอาของไปน้อยอย่างเอาเท่าที่จำเป็นแล้วมักไปหาเอาข้างหน้าเพิ่ม เคยได้ยินไหมครับที่ว่าแต่ก่อนพวกพรานเขาเข้าป่า จะเอาแต่ข้าวกับเกลือไป แล้วไปหากับข้าวข้างหน้า (หมายถึงไปล่าสัตว์ในป่า) แต่ยุคสมัยของการเข้าป่าแล้วไป "เอา" อะไรจากในป่านะหมดยุคแล้ว เวลาเราเข้าป่า เวลาเรา เที่ยวป่า ต้องคิดอยู่เสมอว่า ในป่าก็เหมือนบ้านหลังหนึ่ง ที่มีสัตว์ป่า แมลง ต้นไม้ ใบหญ้า กรวดทรายเล็ก ๆ สายน้ำ สิ่งเหล่านี้เขาเป็นเจ้าของ เราเข้าไป เที่ยวป่า ก็เพียงแต่ไปดู ไปเห็น ไปเยี่ยมเยือน เราก็ต้องไปอย่างเกรงอกเกรงใจเขา แม้มอสต้นเล็ก ๆ จะพูดไม่ได้ ก้อนหิน ดินทราย ไม่มีชีวิต แต่เราก็ต้องเคารพเขา ให้เกียรติเขาและเกรงใจเขา การจะไป "เอา" อะไรจากในป่าจึงไม่ควรคิด แม้เขาไม่ใช่คนเหมือนเราก็ตาม แต่เขาก็มีสิทธิ์ที่จะอยู่บนโลกใบนี้เท่า ๆ กับเรามีสิทธิ์ การเตรียมอุปกรณ์จุดไฟเข้าป่าจึงเป็นเรื่องจำเป็นในสิ่งแรก ๆ ที่คนเที่ยวป่าจะต้องนึกและจะต้องเตรียมไป บางคนอาจจะตอบว่าเอาหินกระเทาะกันให้เป็นประกายไฟได้มั้ย? ได้สิครับสมัยก่อนผมยังเคยเห็นคนแก่ ๆ สูบบุหรี่โดยการใช้หินกระเทาะกันแล้วให้สะเก็ดไฟหล่นไปในกระบอกนุ่นแล้วเป่ากระบอกนุ่นให้ไฟติด จึงค่อยเอาบุหรี่ไปติดไฟอีกที แต่กรรมวิธีนี้ผมถามก่อนว่า มีใครเคยเห็นวิธีใช้จริง ๆ บ้าง แล้วรู้หรือไม่ว่าหินชนิดไหนที่กระเทาะกันแล้วเกิดสะเก็ดไฟ ไม่ใช่หินทุกชนิดจะเกิดสะเก็ดไฟแบบง่ายดายนะครับ ทีนี้พอเกิดสะเก็ดไฟแล้วจะใช้เชื้อไฟอะไรที่ไวกับความร้อนเพียงน้อยนิดเท่ากับนุ่นแห้ง ที่ผมเคยเห็นในกระบอกไฟสมัยเก่า แค่ตอบปัญหาสองข้อนี้ได้ ผมว่าคุณก็เก่งแล้วละ เอาละเปลี่ยนใหม่ เปลี่ยนมาใช้ไม้สีกันพอร้อน ๆ นาน ๆ เข้าเดี๋ยวไฟก็ติด วิธีนี้เป็นไปได้มากกว่าวิธีแรกแต่มีข้อแม้ว่าไม้ที่สีควรจะแห้งสนิทมาก ๆ และควรเป็นไม้จริง ก็เช่นบรรดาไม้เนื้อแข็งต่าง ๆ ไม่ใช่สีไปไม้ยุ่ยไป อย่างนี้สีไม้จนแก่ ก็ไม่ติดไฟแต่วิธีนี้จะใช้เวลานานมากบางทีคุณอาจจะเป็นลมหรือมือไม้พอไปก่อน บางคนบอกเอาแว่นขยายส่องรวมแสงซิ ก็อาจจะเป็นไปได้แล้วอย่าเพิ่งหัวเราะนะครับว่าใครจะเอาแว่นขยายเข้าป่า เพราะเดี๋ยวนี้มีคนเที่ยวป่าแบบดูมอส ดูไลเคน เขาจะพกแว่นขยายไปด้วยก็จะใช้ประโยชน์ตรงนี้ได้

แต่ที่ว่ามาทั้งหมดนี้พกไฟแช็คไปอันเดียว ไม่หนัก ไม่แพง ประโยชน์ในการเข้าป่ามากมาย ง่ายกว่ากันตั้งเยอะ...

มาคำถามที่สองที่ว่า หลงป่า โดยไม่มีเข็มทิศจะทำอย่างไร ? ก่อนอื่นผมต้องถามกลับว่า จะมีเข็มทิศไว้ทำไม เดินป่าตามเข็มทิศหรือ บางคนมีเข็มทิศเข้าป่า แต่ไม่เคยมีแผนที่ป่าที่เดินอยู่ในหัว มีเข็มทิศก็แทบป่วยการ เข็มทิศจะใช้ได้ดีเมื่อมีแผนที่ประกอบ แต่ถ้าไม่มีแผนที่ ก็แค่รู้ว่าทางไหนเหนือ ทางไหนก็ได้ แต่รู้แล้วเป็นอย่างไร ไปตามทิศเหนือหรือใต้เหรอ เวลาที่ผมไปดำน้ำเข็มทิศบอกให้เราไปตามทิศเหนือหรือใต้ ตาที่เราวางแผนการดำน้ำ เท่านั้นส่วนข้างบนกันข้างล่างเรารู้จากแสงอาทิตย์ (ในกรณีดำน้ำกลางวัน) แต่ถึงกระนั้นเราก็ยังขึ้นจากน้ำโดยที่อยู่ห่างเรืออยู่บ่อย ๆ

ที่เล่าให้ฟังนี่เพื่อจะย้ำว่าเข็มทิศต้องใช้กับแผนที่จึงจะได้ประโยชน์ ถ้าเราหลงป่าแล้วเดินตามทิศใดทิศหนึ่งดีอย่างเดียวคือไม่ต้องเดินวนทิศเดิม แต่ถ้าถามว่าแล้วทิศที่เรากำลังเดินไปไหน ไปเจออะไร คงตอบยาก (ก็หลงแล้วนี่) ที่นี้มาเข้าสู่โลกของความจริง การ เที่ยวป่า ในปัจจุบันนั้นเราใช้คนนำทาง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ หรือชาวบ้านนำทางคนเหล่านี้ คุ้นเคยกับเส้นทางเดินเป็นอย่างดี เขาอาจจะพลัดหลงบ้างชั่วเวลาหนึ่ง แต่ไม่นานเดี๋ยวก็จำทางได้ ไอ้ที่เดินดุ่ย ๆ ถามทางไปเรื่อยนั้นไม่มีหรอกครับ เวลาอยู่ในป่า เราก็จะเดินตามทาง ทางที่เราเดินก็มักจะเป็นทางเดินของสัตว์ ที่เราเรียกว่าด่านสัตว์ จึงไม่จำเป็นต้องถามทางไปเรื่อย แล้วผมกล้ารับประกันได้เลยว่า ป่าในบ้านเราไม่มีที่ไหนที่ไม่เคยมีคนเข้า มีคนเข้าทุกแห่ง แล้วคนนำทางเหล่านี้เขามีเข็มทิศมั้ย ไม่มีหรอกครับ แต่เขาจำได้ จำต้นไม้ จำลำธาร จำโขดหิน จำเนินเขาได้ คนไปเที่ยวอย่างเรา สิ่งที่ควรจะฝึกฝนก็คือพยายามแกะทางให้เก่ง แยกแยะรอยเท้าที่เดินในป่าให้ออก ไม่ใช่ห่างคนนำทางนิดเดียวก็กู่เสียป่าลั่น คนเดินป่าบ่อย ๆ ไม่มีใครจำทางได้หรอกครับ อย่างผมนี่ เข้าป่ามาแทบทั่วประเทศ เดือนหนึ่งเดินสองป่าอย่างต่ำ ผมยอมรับว่าผมจำทางที่ไหนไม่ได้สักแห่ง แต่แกะรอยมาเลย บางทีคนนำทางและคณะออกเดินไปก่อนตั้งไกล เรามัวแต่ถ่ายรูป ก็ยังเดินตามไปถูก

อาจจะมีคำแนะนำบางอย่างเวลาหลงป่าว่า ให้ดูทิศจากดาวบ้างล ะ ช่วงหักของดาวไถจะชี้ทิศตะวันออกเสมอ หรือให้ดูดาวเหนือ ก็ไม่รู้ว่าเวลาหลงในป่าทึบจะไปหาที่โล่งดูดาวตรงไหน บางคนบอกให้คลำต้นไม้ใหญ่ ถ้าด้านไหนอุ่นจะเป็นทางตะวันตก ก็ไม่รู้ว่าฝนตกจะคลำต้นไม้แล้วรู้อย่างไรว่าด้านไหนอุ่นหรือไม่อุ่น เพราะมันเย็นไปทุกด้านแล้วรู้ทิศแล้วจะทำอย่างไรต่อ ซึ่งก็มาเข้าข้อแรก ๆ ที่บอกอีกแหละ สิ่งที่อยากจะบอกก็คือ ถ้า หลงป่า จะทำอย่างไร ไม่ว่าจะหลงเป็นกลุ่มใหญ่หรือหลงคนเดียว พอหลงแล้วมึน ไม่รู้ไปไหน อยู่ตรงนั้นเลยครับ ถ้าหลงเป็นกลุ่มใหญ่ก็นั่งพัก หาข้าวหาปลากินกันให้สำราญใจ ค่อย ๆ ดูทางไป เดี๋ยวนึกออก ใจเย็น ๆ อย่ากังวลว่าหลงป่าแน่แล้ว จะมึนทางกันไปใหญ่ แต่ถ้าไปเป็นคณะแล้วเราหลงไปคนเดียว ให้หยุดอยู่ตรงนั้น แล้วนั่งรอได้เลย คุณสมิต สูติบุตรจากบางกอกโพสต์ไปเดินป่าแม่วงก์กับผม แกหลงไปคนเดียวเราไปเช็คยอดกันเมื่อถึงที่หมายน้ำตกแม่เรวาแล้ว พอรู้ก็เดินมาตาม เห็นแกผูกเปลนอนรอสบายใจเฉิบ อย่างนี้ดีครับคนตามก็ตามถูก คนหลงก็แน่ใจได้ว่าพวกต้องกลับมาตามแน่ อย่าทำเป็นเก่งเดินตามไปเรื่อย ๆ หลงทางแล้วตามไม่ถูกด้วยอันนี้น่ากลัว แต่ก่อนที่จะหลงทำอย่างไร ผมจะบอกลูกทีมทุกครั้งว่าเวลาเดินป่าชั้น เดินแบบให้เห็นหลังกัน คนหลังถ้าห่างคนหน้ามากก็ต้องเร่งตัวเองหน่อย คนหน้าถ้าห่างเพื่อนมากก็รอเขานิด แล้วมองอะไรรอบ ๆ ข้างด้วย ดูต้นไม้ ก้อนหินระหว่างทางด้วย ไม่ใช่ดูแต่ปลายเท้าตัวเองสลับกันซ้ายขวาตลอดเวลาอย่างนี้พอเงยหน้ามาดูอีกที อ้าว นี่มันที่ไหนละเว้ย ถ้าทำอย่างที่ผมว่ามาแล้วแต่ยังหลงอีก ให้กู่ดัง ๆ คนที่ได้ยินก็ต้องกู่ตอบ อย่ากระมิดกระเมี้ยนกู่แบบกลัวดอกพิกุลจะร่วง เวลากู่ไม่ต้องพูดประโยคยาว ๆ เพราะฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง กู่สั้น ๆ ดัง ๆ พอ ใครได้ยินต้องกู่ตอบ เวลาอยู่ในป่า อย่ากู่เล่นโดยเห็นเป็นเรื่องสนุก การกู่ในป่า เป็นการสื่อสารแค่บอกทิศทางในระยะสั้น ๆ เท่านั้น อย่าสื่อสารพร่ำเพรื่อ แล้วแนะอีกนิดเวลาเดินป่า ควรจะมีเสบียงติดตัวบ้างนิดหน่อย อย่าไปคิดว่าอยู่ที่ลูกหาบอย่างเดียว เพราะเวลาหลงทางไปลูกหาบมีกินแต่เราอดนะครับ เอาน้ำ เสบียงติดไปบ้าง อย่าขี้เกียจ ไม่หนักจนเกินไปหรอกครับ...

มาถึงคำถามข้อสุดท้าย มีคำถามว่าเข้าป่าทำอย่างไรจึงจะไม่กลัว ทาก ? คำถามนี้เป็นคำถามที่ตอบง่ายแต่คงจะทำยาก ที่ว่าง่ายก็คือถ้ากลัวก็อย่าไปกลัวสิครับ เห็นมั้ยตอบง่าย แต่คนถามบอกว่าก็มันกลัวไปแล้วนี่ไง ความกลัวเป็นความรู้สึกครับ บอกกันยากว่าต้องทำอย่างไร แต่บอกไปใช่ว่าจะหายกลัวก็ยังกลัวเหมือนเก่า แต่ถ้ากับเรื่อง ทาก ลงในหนังสือพิมพ์ ไปเที่ยวเขาสกเห็นบทความเราแปะติดบอร์ดไว้ ในนั้นเขียนเล่าเรื่อง ทาก ไว้มาก ตั้งแต่มันกินอยู่แบบไหน สืบพันธุ์อย่างไร กลัวหรือเกลียดอย่างไร ทำอย่างไรจึงจะป้องกันมันได้ บังเอิญว่า คำถามนี้ไม่ได้ถามว่า จะป้องกันทากอย่างไร เขาถามว่าทำอย่างไรจึงจะไม่กลัวข้อนี้ตอบไปแล้ว แต่อยากตอบเรื่อง ทาก อยากให้ถามมาอีกทีเพราะอยากตอบ อย่าหาว่าผมไขสือเลยครับ คือหน้านี้เป็นหน้าตอบปัญหาก็ต้องมีปัญหามาก่อนเอาไว้เขาให้เขียนหน้าเล่าเรื่องสิ รับรองรามเกียรติ์ ก็ไม่ยาวเท่าล่ะ...

ท้ายสุดของการพบปะกันครั้งแรก ใครอยากรู้อะไรเกี่ยวกับการเที่ยวป่า อยากรู้ข้อมูลเดินป่าไม่ว่าที่ไหนก็ตามถาไถ่มา หรืออยากเดินป่ากับตัวจริง เสียงจริง แบบตัวยังเป็น ๆ กับคมฉาน ก็ดูในรายการของ เนเจอร์ไลท์ (คนแปลกหน้า) ได้ รวมทั้งติดต่อให้ไปนั่งกินข้าวเที่ยงเป็นเพื่อนยังได้เลย (อิอิ) ฝากคำถามมาที่ โทร. 983-4254 ตลอด ตลอดเวลา ถึงตอนที่ได้คุณจะรู้ว่า ผมยังมีเรื่องเล่าจากป่าอีกเยอะ เที่ยวป่ามา 15 ปีนี่ ไม่น้อยนะคุณว่ามั้ย…..


@@@@@@@@@@@@@@

Last Update : นำลงครั้งแรกในอินเตอร์เนตในเทรคกิ้งไทยเมื่อ 16 พ.ค. 2543
Click here to visit our sponsor
ช่วยกันคลิกหน่อยครับ วันละครั้งก็พอฮะ Free Advertising from Click2Net!

......มาเล่าความประทับใจในการเดินทางของท่านให้เพื่อนๆ ฟังกันเถอะครับ.........
กลับไปหน้าแรก