การใช้ PL และ C-PL มาฝาก ... การใช้ PL และ C-PL มาฝาก ... การใช้ PL และ C-PL มาฝาก
ถึงทุกท่านที่ search มาเจอตรงนี้จาก Google เราขอชวนท่านเข้าไปที่หน้าเว็บบอร์ดใหม่ของเรา ซึ่งมีข้อมูลท่องเที่ยวอีกเยอะมาก คลิกที่นี่ครับ http://www.trekkingthai.com/board นะครับ....มีข้อมูลอีกหลายหมื่นกระทู้ เกี่ยวกับเรื่องที่คุณหาอยู่ ท่องเที่ยว เดินป่า สารพัดเลยครับ ทั้งนี้เว็บ http://www.trekkingthai.com ..เป็นเว็บท่องเที่ยวเชิงนิเวศและผจญภัยที่มีผู้อ่านสูงสุดของไทย มีเนื้อหาอีกเยอะแยะให้อ่านครับ รับรองข้อมูลเพียบ ๆๆ คลิกไปอ่านดูสิครับ แล้วจะต้องชอบ*_*

ส่งให้เพื่อน เก็บไว้ในบุ๊คมาร์ค แจ้งลบ พิมพ์หน้านี้ ลบกระทู้นี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น)
ตอบกระทู้นี้ การใช้ PL และ C-PL มาฝาก


กราบสวัสดีมิตรรักแฟนเพลงทุก ๆ อีกครั้งหนึ่ง มาครั้งนี้นายณภัทรกลับมาอีกหาเรื่องวุ่น ๆ มาให้ทุก ๆ ท่านได้อ่านกันให้รกหัวกันอีกเรื่อง มาครั้งนี้ก็ว่าจะมานั่งเทียนเขียนเรื่องการใช้ ฟิลเตอร์ PL ที่หลาย ๆ คนอยากรู้แต่ไม่เคยคิดอยากจะเรียน ครั้งนี้ผมจะบอกกล่าวให้ฟังตามสไตล์เดิม ๆ ของผมคือ “มั่วไปเรื่อยๆ “ ยังไงก็ขอให้เพื่อน ๆ ได้รับความบันเทิงจากบทความ “Bang The PL” กันเลยดีกว่า

ก่อนอื่นคงต้องมาเริ่มกันก่อนว่าฟิลเตอร์นั้นมีมากมายหลายชนิด แต่ปกติที่ดังมากก็น่าจะเป็น “Protective Filter” แปลเป็นไทยก็น่าจะเรียกว่า “ฟิลเตอร์อนามัย” อันนี้เป็นที่ยอมรับกันทั่วว่าฟิลเตอร์พวกนี้มีจุดประสงค์หลักเอาไว้ป้องกันเลนส์ชิ้นหน้าจากภัยมืดต่าง ๆ เช่นฝุ่นละออง คราบมันจากมือ หรือแม้แต่การกระทบกระทังจะอุปกรณ์ชิ้นอื่น ๆ ฟิลเตอร์ชนิดนี้ส่วนมากจะเป็นพวก UV Filter, Skylight 1A ที่จะลดแสง UV หรือที่แถวบ้านผมเค้าเรียกกันว่า “หมอกแดด” อยากน้อย ๆ เจ้าแว่นกลมอันนี้ก็ช่วยให้สีของภาพดูอิ่มตัวขึ้นเล็กน้อยก็เท่านั้น แต่ถ้าอยากได้ฟิลเตอร์ที่ให้ผลพิเศษมากกว่านั้นคงไม่มีอะไรจะดังไปกว่าสิ่งที่ผมจะนำมาเสนอดังต่อไปนี้

ฟิลเตอร์ที่ให้ผลพิเศษยอดฮิตคงจะหนีไม่พ้น PL Filter ชื่อเต็ม ๆ ก็คือ “Polarize Filter” นั่นเอง มางานนี้ผมจะเล่นแบบคำถามคำตอบเพราะถ้าเขียนแบบไปเรื่อยๆ อาจจะไม่มีคนอ่านเหมือนเรื่องแฟลชที่ผมเขียนไปตอนที่แล้ว

มันทำอะไรได้บ้างอะเพ่ ?

ฟิลเตอร์ตัวนี้มีหน้าที่ในการเงาสะท้อนจากวัตถุซึ่งเกิดจากแสงสะท้อนในธรรมชาติทำให้วัตถุต่างๆ ในภาพดูสีสดขึ้นและอิ่มตัวมากขึ้นนั่นเอง ตัวอย่างเช่นแสงสะท้อนของใบไม้ที่โดนแดดหรือเงาสะท้อนของพื้นน้ำในช่วงเวลากลางวันเป็นต้น ฟิลเตอร์ตัวนี้จะมีพิการอยู่บ้างก็ตรงที่ไม่สามารถที่จะลดแสงสะท้อนของวัตถุที่เป็นโลหะมันเงาก็เท่านั้นเอง อนึ่งทุกๆ ท่านต้องเข้าใจด้วยว่าฟิลเตอร์โพลาไรซ์ไม่ได้ตัดแสงสะท้อนได้หมดเพราะการใช้ฟิลเตอร์ตัวนี้ให้ตัดแสงสะท้อนได้มากที่สุดนั้นคือต้องให้กล้องว่างอยู่ในมุม 30-40 องศากับพื้นผิวแต่บางครั้งบางพื้นผิวเช่นน้ำทะเลมักมีคลื่นทำให้น้ำไม่เรียบเหมื่อนกระจก พื้นน้ำทะเลก็เลยไม่ได้ทำมุม 30 - 40 องศาทั้งหมดจึงทำให้ฟิลเตอร์ตัวนี้ได้ตัดแสงสะท้อนได้เพียงบางส่วนเท่านั้น

ลองดูภาพเปรียบเทียบกันที่ถ่ายมาในเวลาใกล้เคียงกัน ภาพแรกถ่ายตามปกติธรรมดา ภาพที่สองถ่ายโดยใช้ฟิลเตอร์ PL



โดย Nikongang เมื่อ 7  ม.ค. 47, 14:03 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 1

ข้อเสียละเพ่ ?

เสียเงินครับ ถ้าหายืมมาได้หรือมีคนให้ฟรีก็ถือว่าโชคดีไป ข้อเสียอีกข้อของฟิลเตอร์ตัวนี้ก็คือมันเสียแสงประมาณ 1.5 - 2 Stop ดังนั้นการใส่ฟิลเตอร์ตัวนี้จะทำให้คุณได้ความไวชัตเตอร์ที่ช้าลงหรือต้องใช้รูรับแสงที่กว้างขึ้นเพื่อให้ได้ภาพมาในสภาพแสงเดียวกันกับที่ไม่ได้ใส่ฟิลเตอร์ แต่บางครั้งข้อเสียนี้ก็สามารถนำมาใช้เป็นประโยชน์ได้ในกรณีที่อยากถ่ายภาพที่ต้องใช้ความไวชัตเตอร์ต่ำๆ แต่หาฟิลเตอร์ลดแสงไม่มีก็ใช้ฟิลเตอร์ PL แทนได้ครับ

ฟิลเตอร์มันเป็นไง ไม่เคยเห็น อธิบายให้ฟังหน่อยดิเพ่ ?
ฟิลเตอร์ PL จะแบ่งออกเป็นสองแบบใหญ่ ๆ อย่างแรกคือฟิลเตอร์โพลาไรซ์แบบ Linear ปกติชาวบ้านเค้าเรียกกันสั้นๆ ว่า PL Filter นั่นละฟิลเตอร์รุ่นนี้มันจะใช้ได้กับกล้องรุ่นที่ไม่มีระบบ Auto Focus เพราะอะไร? ผมก็ไม่รู้ แต่ผมรู้ว่าถ้าเป็นกล้อง Auto Focus ควรใช้ฟิลเตอร์แบบ C-PL (Circular Polarize Filter) ผลที่ได้จากฟิลเตอร์สองตัวนี้ก็เหมือนๆ กันครับ แต่ได้ข่าวว่า PL ถูกกว่า CPL พอสมควร

ฟิลเตอร์ PL มีลักษณะเป็นอย่างไรผมไม่แน่ใจเพราะไม่เคยใช้ แต่ถ้าเป็นฟิลเตอร์ C-PL ส่วนมากมักจะประกอบไปด้วยวงแหวนสองและกระจกสีทึบ ๆ แผ่นประกบติดกัน วงแหวนด้านหน้าจะต้องหมุนได้ ถ้าซื้อมาแล้วหมุนไม่ได้ก็ต้องเอาไปคืนที่ร้านนะครับ โดยปกติฟิลเตอร์ชนิดนี้มักจะมี Marking เป็นขีดไว้ที่วงแหวนด้านหน้าที่หมุนได้ ผมขอเตือนเพื่อน ๆ ไว้ก่อนว่า Marking ตรงนั้นไม่ได้หมายความว่าหมุนไปที่มุมนี้แล้วจะให้ประสิทธิภาพสูงสุดนะครับ มันแค่บอกว่าให้หมุนเอา Marking ไปทางดวงอาทิตย์แล้วสีฟ้าจะเข้มขึ้น อันนี้บริษัทเค้าบอกมาแต่ผมไม่ขอรับประกัน

ใช้ไงอะเพ่ ?

ง่ายมากครับ แค่เอาฟิลเตอร์ติดเข้าหน้าเลนส์แล้วหมุนหามุมที่ดูแล้วภาพได้โทนสีอิ่มมากที่สุด หรือไม่ก็ดูแล้วตัดแสงสะท้อนได้มากที่สุด แต่อันนี้ผมขอเตือนทุกท่านที่ใช้กล้องดิจิตอลก่อนว่าช่องมองภาพของกล้องดิจิตอลบางรุ่นนั้นอาจจะไม่ได้เป็นการมองภาพผ่านเลนส์หรือแสดลงผลผ่านเลนส์ในช่องมองภาพแต่เป็นการมองผ่านช่องมองภาพธรรมดาทะลุออกไปธรรมดา ดังนั้นถ้าใส่ฟิลเตอร์เข้าไปที่หน้าเลนส์แล้วมานั่งหมุนฟิลเตอร์ที่หน้าเลนส์แล้วไปมองผ่านช่องมองภาพที่ไม่ผ่านเลนส์ก็ไม่เห็นผลของความแตกต่างหรอกครับ รับรองหมุนให้มือหงิกภาพก็ดูไม่เปลี่ยน ดังนั้นถ้ากล้องคุณไม่ได้เป็นกล้องที่ใช้ช่องมองภาพธรรมดาก็ให้สังเกตุเอาจากการเปิดหน้าจอ LCD ดูถึงจะเห็นผลของการหมุนของฟิลเตอร์

เช่นภาพนี้พวกคุณสามารถดูผลของการหมุนฟิลเตอร์ผ่านทางช่องมองภาพหรือจอ LCD ได้ว่าน้ำทะเลใสจนสามารถมองทะลุเป็นที่พอใจหรือยัง


โดย Nikongang เมื่อ 7  ม.ค. 47, 14:04 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 2

สำหรับเรื่องการวัดแสงนั้น อันนี้ไม่ต้องตกใจว่าฟิลเตอร์มันเสียแสงใส่แล้วต้องวัดแสงใหม่หรือป่าว ขอให้ลืมกันไปได้เลย เนื่องจากกล้องสมัยใหม่แทบทุกตัวเป็นการวัดแสงระบบ TTL (Through The Lens Metering) การใส่ฟิลเตอร์เข้าไปที่หน้าเลนส์นั้นแสงก็ต้องผ่านฟิลเตอร์มาก่อนที่จะผ่านเลนส์ก่อนที่จะมาตกสู่เซลวัดแสง คุณสามารถวัดแสงในขณะที่ใส่ฟิลเตอร์ได้เลยครับ ยกเว้นแต่คุณจะรวยถึงขนาดมีเงินซื้อที่วัดแสงมือถือมาวัดถึงจะต้องมีการชดเชยกันตามค่า Factor ของฟิลเตอร์ อีกอย่างคือโดยส่วนตัวผมจะหมุนหน้าฟิลเตอร์ให้ได้มุมก่อนแล้วค่อยวัดแสง แต่เท่าที่เคยอ่าน ๆ มาคุณได้วัดแสงก่อนแล้วค่อยหมุนก็ไม่มีผลนะครับ เพียงแต่ผมเอาชัวร์ไว้ก่อนเท่านั้นเอง แล้วถ้าหน้าเลนส์หมุนขณะที่กล้องโฟกัสก็ควรจะโฟกัสให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยหมุนหน้าฟิลเตอร์นะครับ ไม่งั้นหมุนเสร็จค่อยมาโฟกัสแล้วหน้าเลนส์มันหนุนเปลี่ยนไปก็ต้องมานั่งหมุนใหม่ หมุนไปหนุมมางงตาย*นเลยครับ


โดย Nikongang เมื่อ 7  ม.ค. 47, 14:05 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 3

พอเถอะเพ่ ทีทีอง ทีทีเอง ผมชักเริ่มงงแล้ว เอาเป็นว่าถ่ายมายังไงให้ฟ้าดูเข้มๆ ?

อยากที่บอกว่าฟิลเตอร์ C-PL จะช่วยลดแสงสะท้อนจากวัตถุต่าง ๆ ดังนั้นมันก็สามารถลดแสงสะท้อนจากพวกฝุ่นละอองในอากาศได้เช่นกัน มหัศจรรย์มาก! การลดแสงสะท้อนของอนุภาพต่าง ๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศนั้นจะช่วยทำให้ท้องฟ้าดูเข้มขึ้นโดยความเข้มของท้องฟ้าจะขึ้นอยู่กับการหมุนหน้าฟิลเตอร์ว่าจะให้ตัดแสงสะท้อนมากเท่าไหร่ ยิ่งหมุนให้ตัดแสงสะท้อนมากก็จะสีของท้องฟ้าก็จะยิ่งเข้มมาก คุณสามารถเช็คดูความเข้มของท้องฟ้าได้จากช่องมองภาพหรือจอ LCD ไม่ใช่ไปยืนหมุน ๆ แล้วหันไปถามเพื่อนคนข้างๆ ว่า “เข้มพอยัง” เค้าไม่เห็นหรอกนะครับ




โดย Nikongang เมื่อ 7  ม.ค. 47, 14:06 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 4

การจะถ่ายให้ได้ท้องฟ้าสีเข้ม ๆ นั้นยังมีเรื่องสำคัญอีกเรื่องคือการถ่ายให้ถูกมุม มุมนี้เค้าเรียกกันว่ามุมโพลาไรซ์ มุมโพลาไรซ์ มุมนี้มักจะเป็นมุมที่ทำมุมฉาก(90 องศา)กับพระอาทิตย์เสมอๆ เราสามารถหามุมโพลาไรซ์ได้โดยละม่อมคือยืนให้พระอาทิตย์อยู่ที่หัวไหลซ้ายหนึ่งครั้ง แล้วมองหน้าตรงแล้วเงยหน้าขึ้นลงเหมือนคนบ้า แล้วทำแบบนี้อีกครั้งโดยให้พระอาทิตย์อยู่ที่หัวไหล่ขวา ถ้าทำสักสิบรอบจะมีคนจากโรงพยาบาลมารับเพราะคออาจจะหักได้ เอาละหลักจากทำตามที่ผมบอกขอให้คุณเข้าใจว่ามุมที่คุณมองตรงไปขณะที่เงยหน้าขึ้นหรือตรงทั้งสองด้านนั้นคือมุมโพลาไรซ์ มุมนี้จะเป็นส่วนที่ท้องฟ้าจะมีสีเข้มที่สุดในกรณีที่คุณใส่ฟิลเตอร์ C-PL แล้วปรับให้ตัดแสงสะท้อนมากที่สุด ดังนั้นมุม Polarizeนี้จะไม่อยู่ยงคงกระพันธ์ไปตลอดวัน มุมนี้จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามการเคลื่อนไหวของดวงอาทิตย์ ดังนั้นการรู้ถึงมุมขึ้นและมุมตกของพระอาทิตย์รวมถึงการตัดสินใจเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมจะมีผลมากต่อการถ่ายภาพโดยใช้ฟิลเตอร์ตัวนี้ แต่ถ้าอยากจะรีบถ่ายรูปให้เสร็จแล้วรีบไปเพราะปวดท้องอึก็ต้องทำใจละครับก็ปรับให้เข้มที่สุดแล้วกดซะ ถือว่าดีกว่าฟ้าขาว ๆ ละกัน สำหรับเรื่องการหามุม Polarize นั้นถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจก็ให้ดูจากรูปประกอบด้านล่างละกัน


โดย Nikongang เมื่อ 7  ม.ค. 47, 14:07 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 5

เมื่อคุณหามุมได้แล้วก็ต้องพิจารณาท้องฟ้าด้วยว่าโปร่งหรือไม่ ถ้าคุณใช้ในสภาพที่ท้องฟ้ามีหมอกควันเยอะ ฟิลเตอร์ก็จะให้ประสิทธิภาพได้ไม่เต็มที่ อีกอย่างก็คือฟิลเตอร์ C-PL ลดแสงสะท้อนได้แต่ลบเมฆไม่ได้ ถ้าเมฆเต็มท้องฟ้าหรือฟ้าครึ้มหมุนยังไงก็ไม่มีผล อีกอย่างก็คือในกรณีที่คุณใช้เลนส์ที่มุมการับภาพกว้าง ๆ มาก ๆ อาจจะทำให้สีของท้องฟ้าไม่เท่ากันทั้งภาพเพราะเลนส์นั้นมีมุมรับภาพที่กว้างมากกว่ามุม Polarize นั่นเอง

เอาละผมคงต้องขอจบเรื่องการใช้ฟิลเตอร์ Polarize ไว้เพียงเท่านี้เพราะคงไม่มีอะไรให้อธิบายเพิ่มเติมอีกแล้ว หวังว่าทุกท่านคงเข้าใจในการหลักการใช้งานที่ผมนั่งเทียนปั่นมาให้อ่านกันเอามัน อ่านแล้วลองออกไปถ่ายภาพมาให้ดูกันเยอะๆ นะครับ


โดย NIkongang เมื่อ 7  ม.ค. 47, 14:07 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 6
ทั้งหมดนี้เอามาจาก
http://www.2how.com/photo/learn/pl00111/index.html
ลองเข้าไปดูได้เลยนะครับ

หรือ

http://www.2how.com/index.html

ได้เลยนะครับ โอกาศหน้าจะหาข้อมูลใหม่มาให้
16 16 16 16 16 16 16 16 16 16 16 16 16 16 16

โดย Nikongang เมื่อ 7  ม.ค. 47, 14:10 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 7
เยี่ยมยอดเลยครับ ได้ความรู้มาก ๆ ครับ

โดย John.. เมื่อ 8  ม.ค. 47, 20:09 น.