รายงาน ทริปราชบุรี 17-18 มกราคม2547 เรื่องดอกกระโถนฤษี ... รายงาน ทริปราชบุรี 17-18 มกราคม2547 เรื่องดอกกระโถนฤษี ... รายงาน ทริปราชบุรี 17-18 มกราคม2547 เรื่องดอกกระโถนฤษี
ถึงทุกท่านที่ search มาเจอตรงนี้จาก Google เราขอชวนท่านเข้าไปที่หน้าเว็บบอร์ดใหม่ของเรา ซึ่งมีข้อมูลท่องเที่ยวอีกเยอะมาก คลิกที่นี่ครับ http://www.trekkingthai.com/board นะครับ....มีข้อมูลอีกหลายหมื่นกระทู้ เกี่ยวกับเรื่องที่คุณหาอยู่ ท่องเที่ยว เดินป่า สารพัดเลยครับ ทั้งนี้เว็บ http://www.trekkingthai.com ..เป็นเว็บท่องเที่ยวเชิงนิเวศและผจญภัยที่มีผู้อ่านสูงสุดของไทย มีเนื้อหาอีกเยอะแยะให้อ่านครับ รับรองข้อมูลเพียบ ๆๆ คลิกไปอ่านดูสิครับ แล้วจะต้องชอบ*_*

ส่งให้เพื่อน เก็บไว้ในบุ๊คมาร์ค แจ้งลบ พิมพ์หน้านี้ ลบกระทู้นี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น)
ตอบกระทู้นี้ รายงาน ทริปราชบุรี 17-18 มกราคม2547 เรื่องดอกกระโถนฤษี


ที่แรกตั้งใจจะไปหาที่สงบกางเต๊นท์ผูกปลนอน แต่ไม่วายซอกแซกจนได้รู้ว่าที่นี่มีดอกกระโถนฤษี ก้อเลย ไปสำรวจดู คิดว่าคงจะไม่พบมากนัก แต่ตรงกันข้าม ที่นี่มีเยอะซะจนดูไม่หมด เท่าที่สำรวจเจอ 7 จุด ด้วยกัน ที่ยังไม่ได้เข้าไปอีก 2 จุด นับว่าเยอะมาก
ขั้นตอนแรกตอนนี้แนะนำให้เจ้าหน้าที่จัดพื้นที่ล้อมรั้วแล้ว พี่ๆท่านอื่นเห็นยังไงบ้าง
ปล.ดอกนี้พบที่จุดแรก *งจากหน่วยฯประมาณ1 กิโลเมตร

เขียนโดย pirunya ไอซีคิว 52774241 เมื่อ 19  ม.ค. 47, 20:12 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 1

จุดที่ 2-7 อยู่ทางทิศตัวนตกของหน่วยฯ จุดนี้เป็นจุดที่ 2 ที่เราดู มีประมาณ 2-3 ดอกที่บาน ที่เ*่ยวแล้วเกือบ 20 ดอกได้
ปล.สังเกตุดูดอกกระโถนฤษีจะมีเส้นทางการเกิด แต่ไม่เรียงลำดับ

โดย pirunya ไอซีคิว 52774241 เมื่อ 19  ม.ค. 47, 20:18 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 2
จากภาพนี้จะเห็นเส้นทางการเกิดของดอกกระโถนฤษี ตั้งแต่ด้านบนของภาพจนด้านล่าง เป็นเส้นสายเดียวกัน เส้นนี้นับที่บานอยู่ได้ 4 ตูมได้ 3 แห้งแล้วได้ 8 ดอก
สังเกตุดูด้านซ้ายและขวาของภาพก้อมีอีก.. 12

โดย pirunya ไอซีคิว 52774241 เมื่อ 19  ม.ค. 47, 20:24 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 3

ภาพ คห.2 สงสัยเยอะจัดภาพไม่ยอมขึ้น อิอิ.. 12

โดย pirunya ไอซีคิว 52774241 เมื่อ 19  ม.ค. 47, 20:28 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 4

จุดที่ 3 ตรงข้ามกันจุดที่ 4 โดยมีลำธารกั้นขวาง มีมากไม่แพ้กัน บริเวณนี้ผมเรียกเนินกระโถนฤษี
นับได้ กว่า 30 ดอก นึกไม่ออกเลยว่า ถ้าช่วงที่บานพร้อมกัน จะน่าดูขนาดไหน
บริเวณนี้ พบรอยกระทิง และวัวแดงด้วย.. 12

โดย pirunya ไอซีคิว 52774241 เมื่อ 19  ม.ค. 47, 20:33 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 5

จุดนี้จุดที่ 5 *วจากจุดที่ 3-4 ประมาณ 200 เมตร ว่าที่ผ่านมามีเยอะแล้ว ที่นี่เลยตั้งชื่อไม่ถูก
ปล.ใกล้กับจุดนี้พบมูลสัตว์กองใหญ่มาก ตามคำบอกของเจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นวัวแดง... 12

โดย pirunya ไอซีคิว 52774241 เมื่อ 19  ม.ค. 47, 20:38 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 6

ขออภัยภาพใน คห.5 ลงผิดครับต้องภาพนี้ นี่ๆๆๆๆ.... 12

โดย pirunya ไอซีคิว 52774241 เมื่อ 19  ม.ค. 47, 20:41 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 7

มาดู ดอกกระโถนฤษีที่พบที่ จังหวัดเลย

โดย pirunya ไอซีคิว 52774241 เมื่อ 19  ม.ค. 47, 20:58 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 8

และนี่ ดอกกระโถนฤษีที่พบที่จังหวัดราชบุรี

โดย pirunya ไอซีคิว 52774241 เมื่อ 19  ม.ค. 47, 21:00 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 9
มาสังเกตุดูดอกกระโถนฤษี ว่าที่ผมสังเกตุ ถูกต้องมั๊ย..คร๊าบบบ.
1.หูดสีเหลืองอ่อนต่างกัน
2.หูดที่พบที่ราชบุรี ดูจะเม็ดใหญ่กว่าและหนาแน่นกว่า ในหนึ่งกลีบ
3.ด้านในกระโถนมีสีต่างกัน
4.และอะไรอีก
12

โดย pirunya ไอซีคิว 52774241 เมื่อ 19  ม.ค. 47, 21:06 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 10
มีอย่างอื่นให้ดูอีกมะ 16 16 อยากดูสิ่งมีชีวิตอ่ะ 16

โดย ตุ๋ม เมื่อ 19  ม.ค. 47, 21:49 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 11
สีสดใสต่างกันด้วยพี่.....คงเป็นเนื่องจากที่ ราชบุรี หูดมีมากกว่า ที่ เลย

คำถาม เมื่อดูจากภาพสองภาพ

1. ที่เลย มักออกเป็นคู่ (ดอกเล็ก) ที่ ราชบุรี ออกเป็นคู่ หรือ เดี๋ยว คะพี่
2. ดูจากรูป ที่ ราชบุรี ดอกจะใหญ่กว่า จริงเปล่าพี่
3. สถาพพื้นดินที่ เลย จะชุ่มชื้นกว่า.....จริงเปล่าพี่

เสียดายที่ทริปติด ๆ กัน กลัวขาลากอ่ะ ไม่งั้นจะไปดูด้วยตาแล้ว

20 20

โดย mamgapee เมื่อ 19  ม.ค. 47, 22:06 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 12
อยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับดอกกระโถนฤษี หน่อยอ่ะครับ
ว่ามันมีความพิเศษยังไง? คือผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับดอกไม้อ่ะครับ
เพิ่งเคยเห็นก็วันนี้แหล่ะครับ... ช่วยอธิบายหน่อยนะครับ... 02

โดย - ๏ ` I c z Y ` ๏ - เมื่อ 20  ม.ค. 47, 07:57 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 13
พี่สรุป วิธีการเดินทาง สถานที่ ผู้ที่จะติดต่อไว้ด้วยน่ะครับ เผื่อไปบ้าง...ขอบคุณครับ

โดย โตมอญ เมื่อ 20  ม.ค. 47, 08:28 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 14
ที่บ้านผมมีกระโถนบ้วนน้ำหมาก.....เหมือนกันป่ะ.... 16

โดย Oat..ซ่าส์ เมื่อ 20  ม.ค. 47, 11:27 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 15
ความต่างอีกอย่างก็คือ มันขึ้นกันคนละภูมิภาคไงคะพี่ปิรันย่า 12

โดย vickie เมื่อ 20  ม.ค. 47, 12:22 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 16
เดียวพรุ่งนี้เอากระโถนฤษีชัยภูมิมาลงให้ดู

โดย por เมื่อ 20  ม.ค. 47, 12:27 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 17
แหม! เจ้วิคกี้ ทำไมไม่บอกไปเลยอ่ะ ว่ามันคนละดอกกัน 16 16

โดย ตุ๋ม เมื่อ 20  ม.ค. 47, 13:02 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 18
เดินไกลเปล่า นะ

ยายตุ๋มอยากดูสิ่งมีชีวิต ก็ก้มดูตัวเองดิ ยังเต้นตุ๊บๆ เปล่าหว่า



โดย นายนัท เมื่อ 20  ม.ค. 47, 13:21 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 19
พี่โตมอญ ไว้เจอกันจะเล่าให้ฟังนะครับ สถานที่ดี
ขอบคุณ คุณpor ครับ จุดหมายต่อไปของผมก้อคือที่ จ.ชัยภูมิ พอดีเลย ยังไง แจ้งรายละเอียดการเดินทางให้ผมด้วยก้อจะเป็นพระคุณคร๊าบบ ไม่รู้บานช่วงไหนนะ.... 12

โดย pirunya ไอซีคิว 52774241 เมื่อ 20  ม.ค. 47, 13:55 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 20
ยกมาให้อ่านจากกระทู้ http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=trip&content=2660
พอดีผมเพิ่งออกมาจากกระทู้ บัวผุด แล้วมาเจอกระทู้นี้เข้าพร้อมกับรูปที่ได้นำมาลงไว้ จึงขออนุญาติชี้แจงเกี่ยวกับสิ่งที่พวกคุณได้เจอดังนี้
ดอกไม้พวกคุณพบมีชื่อเรียกว่า " ดอกกระโถนฤาษี " ( Sapria himmalayana Griffith ) ไม่ใช่ ดอกบัวผุด ครับ แต่ยังจัดว่าอยู่ในวงศ์บัวผุด
ค้นพบครั้งแรกที่ จ.เชียงใหม่ ในระหว่างปี พ.ศ. 2447-2450
หลังจากนั้นได้มีการศึกษาพืชชนิดนี้อย่างละเอียดจนทราบว่า พืชในสกุลกระโถนฤาษีนี้มีเพียง 3 ชนิดในโลกเท่านั้น และทั้ง 3 ชนิดนี้สามารถพบได้ในประเทศไทย
ดอกกระโถนฤาษี เป็นพืชเบียนที่รากของพืชในสกุลเถาวัลย์น้ำ ในวงศ์องุ่นอย่างน้อย 3 ชนิด คือ หุ่นแป , ส้มปูน , และเครือเขาน้ำ พบในป่าดงดิบที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 1000 เมตรขึ้นไป มีการกระจายพันธุ์มาจากแถบเทือกเขาหิมาลัย ในแคว้นอัสสัมของอินเดีย , ภูฐาน , พม่า , ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน และในประเทศไทย
สำหรับในประเทศไทยนั้นมีรายงานว่าเคยพบที่ อช.ดอยสุเทพ-ปุย และ อช.ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ , จ.แม่ฮ่องสอน , และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิ
และที่ใหม่ที่สุดก็คือที่นาแห้ว ที่พวกคุณได้เจอมานั่นเองครับ
นับว่าเป็นข่าวดีของทุกฝ่ายจริง ๆ ผมขอแสดงความยินดีด้วย เพราะว่าพืชชนิดนี้จัดเป็นพืชชนิดที่หายากชนิดหนึ่งของเมืองไทย และดอกที่คุณถ่ายภาพมาได้นั้นเป็นดอกชนิดที่มีหูดสีขาวอยู่บนกลีบรวม เป็นชนิดที่หายากกว่าชนิดที่มีหูดสีเหลืองที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปครับ..

โดย mr.hornbill เมื่อ 25 พ.ย. 46, 12:03 น.
ความคิดเห็นที่ 34
กระโถนฤาษี (Sapria himalayana) เป็นพืชหายากตระ*ลกาฝากหรือพืชเบียน (Parasitic plant) ที่พบได้ในป่าดิบชื้นซึ่งปราศจากการบุกรุกแผ้วถาง ทางภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ของประเทศไทยตามแนวเทือกเขาถนนธงชัยและเทือกเขาตะนาวศรี ตั้งแต่จังหวัดเชียงใหม่ ตาก ระนอง สุราษฎร์ธานี ส่วนดอกมีลักษณะคล้ายปากแตรหรือถ้วยขนาดใหญ่ กลีบดอกมี 10 กลีบ สีแดงสด มีจุดประสีขาวหรือสีเหลืองสวยงามสะดุดตา ดอกเมื่อบานเต็มที่จะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10-15 เซนติเมตร โคนกลีบเชื่อมกันเป็นท่อ
กึ่งกลางดอกเป็นช่องเปิดลงสู่แอ่งซึ่งเป็นที่ตั้งของเส้าเกสร (Column) กระโถนฤาษีเป็นพืชอาศัยเบียนโดยแทงรากเพื่อดูดกินน้ำและอาหารจากรากเถาวัลย์ของต้นเครือเขาน้ำ หุ่นเป และเถาส้มกุ้ง จนถึงวัยเจริญพันธุ์จึงส่งตาดอกผุดขึ้นเหนือพื้นดิน โดยใช้กลิ่นเหม็นล่อแมลงมาให้ช่วยผสมพันธุ์ เพราะมันเป็นพืชที่แยกเพศอยู่กันคนละดอก


กระโถนฤาษี
ชื่อพื้นเมือง : กระโถนฤาษี (เชียงใหม่)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sapria himalayana Griff.
ชื่อวงศ์ : RAFFLESIACEAE

ลักษณะ : พืชเบียนล้มลุกที่ไม่สังเคราะห์แสง อาศัยเกาะกินน้ำเลี้ยงจากรากของพืชอื่น ใบไม่มีสีเขียว ลดรูปลงไปเป็นกาบหุ้มลำต้น และโคนดอก จำนวน 10 ใบ ค่อนข้างกลม ปลายมน แต่ละต้นออกดอกเพียงดอกเดียวแล้วเ*่ยวแห้งไป ดอกตูมกลม อุ้มน้ำ มียางขาว ดอกบานมีกลิ่นเหม็น ดอกแยกเพศ กลีบรวมขนาดไม่เท่ากัน เรียงเป็น 2 ชั้น ชั้นละ 5 กลีบ โคนกลีบรวมติดกันคล้ายถ้วยหรือกระโถน ปลายกลีบแยกจากกัน สีแดงคล้ำ มีประสีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทั่วไป บริเวณปากถ้วยหรือตรงส่วนที่กลีบรวมแยกจากกันมีกระจังบางๆ สีขาวติดอยู่เป็นรูปวงแหวน ตรงกลางเปิดออกเป็นช่องกลม บนแผ่นกระจังมีเส้นฝอยคล้ายขนขนาดใหญ่สีขาวหรือเหลืองจำนวนมาก เมื่อดอกบานเต็มที่เส้นฝอยจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ดอกเพศผู้มีแกนกลมตรงกลางฐานดอกใต้ช่องวงแหวน เกสรเพศผู้ 20 อัน ดอกเพศเมียมีแกนกลม ขนาดใหญ่กว่าในดอกเพศผู้ ส่วนปลายแผ่ออกคล้ายรูปจาน มีเกสรเพศผู้ไม่สมบูรณ์ 20 อัน ติดอยู่รอบแกนกลมใต้แผ่นรูปจาน รังไข่อยู่ใต้วงกลีบฝังอยู่ในฐานดอก มีหลายช่องและมีออวุลจำนวนมาก



โดย นายนัท เมื่อ 25 พ.ย. 46, 16:26 น.
ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า ดอกไม้ที่พวกคุณพบนั้น ไม่ใช่ดอกบัวผุด
แต่เป็น ดอกกระโถนฤาษี
ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธุ์ไม้หายากของเมืองไทย โดยเฉพาะดอกที่มีจุดสีขาว
น่าเสียดายที่ตอนนี้ผมติดภารกิจอยู่ในเขตพื้นที่ของ อช.เขาสก และ อช.คลองพนม ไม่งั้นผมหอบข้อมูลไปแลกเปลี่ยนกับพวกคุณแน่ เพราะจากการวิจัยและเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลง พบว่าหลายอย่างไม่เป็นไปตามทฤษฎีที่เขียนกันไว้ ทำให้การทำงานยากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่านักรวมทั้งเวลาที่ต้องเพิ่มขึ้นด้วย โดยเพาะกับดอกบัวผุดสายพันธุ์ไทยแท้ ที่ไม่มีรายงานว่าพบในต่างประเทศ พบได้ในประเทศไทยที่เดียวเท่านั้น
ผมเองก็ไม่กล้าลงข้อความเชิงวิชาการมากเกินไปนัก เดี๋ยวพวกคุณจะเบื่อซะก่อน คงจะเลือกใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้นครับ
ขอเพิ่มเติมข้อมูลของคุณนัท
คือว่าในช่วงปี พ.ศ.2388 ( ต้นรัตนโกสินทร์ ) มีการค้นพบพืชสกุลใหม่ในวงศ์บัวผุดจากบริเวณเทือกเขาหิมาลัย เค้าเลยตั้งชื่อให้มันว่า
Sapria himalayana Griffith ( ตามแหล่งที่ค้นพบ ) แต่ต่อมาเกิดไปเจอพืชที่มีลักษณะคล้ายกันที่ จ.เชียงใหม่ ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า กระโถนฤษี คิดว่าเป็นพืชชนิดใหม่ของโลก จึงตั้งชื่อให้ว่า Richthofenia siamensis Hosseus ( ชื่อ siamensis หมายถึงประเทศไทยครับ )
ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2482 จึงมีการศึกษาอย่างละเอียดจนพบว่า จริง ๆ แล้วเป็นชนิดเดียวกันกับที่เก็บจากเทือกเขาหิมาลัย ชื่อ Richthofenia siamensis Hosseus จึงกลายเป็นชื่อพ้องของ Sapria himalayana Griffith ไป น่าเสียดายมากเลย
แต่ก็ต้องภูมิใจนิดนึงละครับว่า ที่ค้นพบกันทั้ง 3 ชนิดนั้น สามารถหาดูได้ในเมืองไทยทั้ง 3 ชนิดเลย ประเทศอื่นจะมีไม่ครบทั้ง 3 ชนิดแบบเรา โดยเฉพาะแบบที่จุดสีขาวที่คุณไปเจอกันมานั่นแหละครับ หาดูยากที่สุด เพราะที่ดอยอินทนนท์หรือที่แม่ฮ่องสอนเป็นแบบจุดสีเหลืองครับ..

โดย mr.hornbill เมื่อ 26 พ.ย. 46, 08:20 น.
ความคิดเห็นที่ 46
ขอขอบคุณเพื่อน ๆ สมาชิกทุกท่านที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับพืชปริศนาตระ*ลนี้ เมืองไทยยังมีผู้ที่รู้เรื่องของพวกเค้าน้อยมาก และผู้ที่สนใจก็น้อยตามไปด้วย
ผมเองก็หวังว่าถ้าทำให้มีผู้ที่สนใจมากขึ้น โอกาศที่จะไขปริศนาของพืชชนิดนี้ก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย ไม่แน่นะ บัวผุดชนิดใหม่ที่ค้นพบในอนาคต อาจจะตั้งชื่อกลางเป็นชื่อของพวกคุณเพื่อเป็นเกียรติก็ได้
ทีนี้มาว่ากันที่เรื่อง ดอกกระโถนฤาษี เป็นบัวผุดหรือไม่ ?
ดอกกระโถนฤาษี ไม่ใช่ ดอกบัวผุดครับ แต่มันเป็นพืชที่อยู่ในวงศ์เดียวกันคือ วงศ์บัวผุด ( family Rafflesiaceae ) แต่ต่างสกุลกันเท่านั้น
ในเมืองไทยเรามีพืชวงศ์บัวผุดทั้งหมด 4 สกุลด้วยกันคือ
1.สกุลบัวผุด ( genus Rafflesia R.Br. ) ประกอบด้วย
1.1 ดอกบัวผุด ( Rafflesia kerrii Meijer )
2.สกุลกระโถนฤาษี ( genus Sapria Griffith ) ประกอบด้วย
2.1 ดอกกระโถนฤาษี ( Sapria himalayana Griffith ) **
2.2 ดอกกระโถนนางสีดา ( Sapria poilanei Gagnepain )
2.3 ดอกกระโถนพระราม ( Sapria ram Baenziger&Hansen )
3. สกุลบัวครั่ง ( genus Rhizanthes Dumortier )
3.1 ดอกบัวครั่ง ( Rhizanthes infanticida Baenziger&Hansen )
4. สกุลบัวรากก่อ ( genus Mitrastemma Makino )
4.1 ดอกบัวรากก่อ ( Mitrastemma yamamotoi Makino )
สรุปก็คือทั้ง พืชทั้ง 6 ชนิด 4 สกุล เป็นพืชวงศ์เดียวกันคือ วงศ์บัวผุด ที่ต้องเรียกอย่างนี้เพราะ การค้นพบครั้งแรกในโลก เค้าค้นพบเจ้าดอกบัวผุดก่อนครับ แล้วมาค้นพบชนิดอื่นทีหลัง จึงเรียกชื่อพืชประเภทนี้แบบเหมารวมว่า " วงศ์บัวผุด " แล้วค่อยมาแยกย่อยทีหลังว่าเป็นดอกโน้น ดอกนี้ครับ
เฮ้อ.. ร่ายมาซะยาว อย่าเพิ่งเบื่อซะก่อนล่ะ ถ้ายังติดขัดหรือสงสัยตรงไหนก็สอบถามเข้ามาได้นะครับ..ยินดีรับใช้..


โดย mr.hornbill เมื่อ 27 พ.ย. 46, 09:50 น.


ความคิดเห็นที่ 47
เกือบลืมไปเดี๋ยวจะงง.
พืชทั้ง 6 ชนิดที่ว่าคือ
1.ดอกบัวผุด
2.ดอกกระโถนฤาษี
3.ดอกกระโถนนางสีดา
4.ดอกกระโถนพระราม
5.ดอกบัวครั่ง
6.ดอกบัวรากก่อ
และจากรูปที่ post ดอกกระโถนฤาษีและดอกบัวผุดแบบอื่น ๆ จะมีอยู่ 2 เพศ คือ ดอกตัวผู้ และ ดอกตัวเมีย การสังเกตุจากภายนอกไม่รู้หรอกครับว่าดอกนี้เป็นดอกเพศอะไร จะต้องเข้าไปดูอย่างใกล้ชิดข้างในจึงจะทราบ แต่มีอย่างเดียวที่รู้ก็คือ ดอกที่ขึ้นอยู่บนเถาเดียวกัน จะเป็นเพศเดียวกันครับ....

โดย mr.hornbill เมื่อ 27 พ.ย. 46, 10:02 น.

ขอขอบคุณ mr.hornbill อีกครั้งครับ
12 12 12

โดย pirunya ไอซีคิว 52774241 เมื่อ 20  ม.ค. 47, 14:22 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 21
20 20 20 โอ๊ะ โอ...อยากเห็นเป็นบุญตาซักครั้งจัง ไว้ใครจะไปอีกช่วยบอกด้วยเด้อ 12 คุณ pirunya คะ ขอบคุณมากนะคะสำหรับรูปภาพสวย ๆ แล้วก็ความรู้มากมาย 13

โดย kik.com เมื่อ 20  ม.ค. 47, 14:59 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 22

งั้นๆๆๆสู้ต้นนี้ของเราก็ไม่ได้สวยด้วย 16 16

โดย อิจฉา... เมื่อ 20  ม.ค. 47, 22:21 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 23

คิดถึง*หมอนี่จังเลย 02 02 02

โดย อิจฉา... เมื่อ 20  ม.ค. 47, 22:23 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 24

มาแล้วครับกระโถนฤาษี จ.ชัยภูมิ ถ่ายเมื่อวันที่ 3 มค.47

โดย por เมื่อ 21  ม.ค. 47, 00:37 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 25
นี้ก็อีกดอกกำลังบาน

โดย por เมื่อ 21  ม.ค. 47, 00:40 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 26

ลืมๆ

โดย por เมื่อ 21  ม.ค. 47, 00:41 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 27

อันนี้ใกล้ๆกันอีกจุดหนึ่ง

โดย por เมื่อ 21  ม.ค. 47, 00:42 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 28

มาดูดอกตูมกันบ้าง

โดย por เมื่อ 21  ม.ค. 47, 00:43 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 29

ตรงนี้มาเป็นคู่เลย

โดย por เมื่อ 21  ม.ค. 47, 00:44 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 30

บริเวณกว้างๆ

โดย por เมื่อ 21  ม.ค. 47, 00:46 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 31

นี้ก็กำลังรอจะบานอีกเพียบเลย

โดย por เมื่อ 21  ม.ค. 47, 00:47 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 32

มีป้ายสื่อความหมายด้วย

โดย por เมื่อ 21  ม.ค. 47, 00:49 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 33

มองไม่ค่อยชัดเลยถ่ายใกล้ๆอีกที

โดย por เมื่อ 21  ม.ค. 47, 00:50 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 34

ตัวนี้ไม่เกี่ยวครับ แต่เป็นเป็ดอะไรไม่รู้

โดย por เมื่อ 21  ม.ค. 47, 00:51 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 35
พี่ปิยะ ขอเสนอ

มาประกวด ภาพถ่าย กระโถนฤาษี พืช ตระ*ลบัวผุด กันดีกว่า ไม่จำกัดสายพันธ์ อะไรทำนองเนี้ยค่ะ

ให้โหวตกัน โดยยึดเสียงโหวตจากหลักการต่าง ๆ ไม่เข้าข้างใคร ใครชนะมีรางวัล ให้ออกทริป จัดไปดูกระโถนฤาษี ตามจังหวัดต่าง ๆ ที่ใดที่หนึ่ง ฟรีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สำหรับ 1 ท่าน

หรือ ได้ของชำร่วย จากพี่ปิยะ 555555555555555555

โดย mamgapee เมื่อ 21  ม.ค. 47, 08:47 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 36
ทำไมของพี่ป้อสีเข้มกว่าอ่ะ

โดย ตุ๋ม เมื่อ 21  ม.ค. 47, 13:10 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 37
คุณpor พอจะบอกสถานที่และผู้ติดต่อมาให้ได้มั๊ย อยากไปดูมั่ง..นะนะนะนะ........ต้นเดือนกุมภา น่าจะยังบานอยู่มั๊ยนะ..... 12

โดย pirunya ไอซีคิว 52774241 เมื่อ 21  ม.ค. 47, 13:10 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 38
มันจะโรยหนีพี่ยะ 16

โดย ตุ๋ม เมื่อ 21  ม.ค. 47, 17:20 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 39
เอามาโฆษณาข้ามถิ่นเลยน้อง นายป้อ...........จะบอกว่าเป็ดอะไรดีน้า
เห็นในกล้องนู๋อัง ก้อึ้งตั้งแต่เห็นแล้ว บอกได้หมัยว่าไปได้รูปเป็ดนี้ที่ไหนมา........... แล้วถึงจะเฉลย ว่า เป็ดนี้คือใคร`???????
..........กลับไปตอบบ้านเราก้ได้นายป้อ.............

โดย kp เมื่อ 22  ม.ค. 47, 06:56 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 40
ขอโทษด้วยนะครับที่ติดต่อเข้ามาช้าไป เพราะเพิ่งกลับออกมาจากป่าแก่งกรุงครับ
ที่นั่นผมไปเจอดอกบัวผุดที่มีจำนวนมากจนตาลายเลย ทีแรกว่าที่ อช.คลองพนม มีมากแล้ว ที่นี่มีมากกว่าอีก แถมมีความหลากหลายมากกว่าด้วย คงอาจจะเป็นเพราะผืนป่าที่ถูกบุกรุกทำลายน้อยมากนั่นเอง ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ของดอกกระโถนฤาษี ตอนนี้ทำเสร็จแล้วเหลือแต่หาวิธีส่งแล้วครับ ถ้ายังไงก็ประสานมาก็แล้วกันนะครับ ผมจะจัดการให้
ส่วนรูปเป็ดที่เห็นนั้น ผมขอทายว่าเป็น " เป็ดก่า " หนึ่งในสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ของเมืองไทย และรูปนี้ถ่ายมาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิ ครับ... 12 12 12

โดย mr.hornbill เมื่อ 22  ม.ค. 47, 10:36 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 41
น่าสนใจอีกแล้ว ป่าแก่งกรุง กับอช.คลองพนมนี่ *งกันเยอะมั๊ย อยากไปมั่งครับ
ส่วนเรื่องข้อมูลเนื้อหาดอกกระโถนฤษี อยากดูมาก ยังไง เสนอมาได้เลยครับว่าจะส่งยังไง ผมสะดวกทุกทางครับผม.......... 12

โดย pirunya ไอซีคิว 52774241 เมื่อ 22  ม.ค. 47, 14:49 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 42
ถูกต้องแล้วค๊าบบบบบบบบบ ภาพเป็ดที่นายป้อ บังเอิญไปได้มาคือเป็ดก่า สัญญลักษณ์ หนึ่งในสองของเขตฯ ภูเขียว เจ้าค่ะ....

ที่ถามว่าทำไม กระโถนฤาษี ทำไมสีเข้มกว่า เพราะว่า
คนละสายพันธุ์กันค่ะ......



โดย kp เมื่อ 22  ม.ค. 47, 16:36 น.

กลับด้านบน ลบคำตอบข้อนี้ (ผู้มีสิทธิ์เท่านั้น) ความคิดเห็นที่ 43
ผมขอชมเป็นบุญตาด้วยคนนะครับ mr.hornbill ขอแค่ได้ชมอย่างเดียวก็พอ

รูปที่ผมถ่ายมาได้มาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวครับ

การเดินทางกรณีไปเช้าเย็นกลับ ไม่ต้องทำเรื่องขออนุญาติก็ได้ครับ จ่ายค่าธรรมเนียมคนละ20 บาท

แต่ถ้าเป็นกรณีพักค้างคืนไม่อนุญาติให้กางเต้นส์ ต้องทำเรื่องขออนุญาติไปทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เขาจะจัดสถานที่พักไว้ให้ ต้องแจ้งล่วงหน้าสัก 15 วัน

แนะนำว่าไปค้างคืนจะดีกว่าเพราะจะเห็นอะไรได้หลากหลายกว่า
ว่าป่าเมืองไทยสมบูรณ์ขนาดไหน แล้วทำไมเราต้องอนุรักษ์ป่าไว้

รายละเอียดสอบถามได้ที่บอร์ดภูเขียวครับ
http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/list.pl?board=phukeaw

โดย por เมื่อ 22  ม.ค. 47, 16:56 น.



กลับสู่ด้านบน

ชุมชนแห่งน้ำใจไมตรี..ทีเคที.... มิตรภาพ..ความฝัน..วันแรมทาง..

© copyright 2000. All rights reserved.Trekkingthai.com

TrekkingThai.Com ให้บริการเช่าเต็นท์และถุงนอน พร้อมอุปกรณ์เดินป่าครบครัน ใครออกทริปไม่บ่อย เช่าคุ้มกว่าซื้อครับ เช่าจำนวนมากมีส่วนลดให้จ้า *_*