ถึงทุกท่านที่ search มาเจอหน้ากระทู้ตรงนี้จาก Google เราขอชวนท่านเข้าไปที่หน้าเว็บบอร์ดจริงของเรา มีข้อมูลท่องเที่ยวอีกเยอะมาก โดยเฉพาะน้อง ๆ ที่ทำรายงาน หรือสมาชิกใหม่ที่ไม่เคยเข้าเว็บเรามาก่อน น่ะจ๊ะ เว็บบอร์ดเราอยู่ที่ http://www.trekkingthai.com/board นะครับ....มีข้อมูลอีกหลายหมื่นกระทู้ คลิกไปอ่านดูสิครับ *_*

แอลบาเนีย ประเทศฝรั่งมุสลิม ไม่สวยเท่าไหร่ แต่เร้าใจ



แอลบาเนีย ประเทศของฝรั่งมุสลิม ไม่สวย แต่ เร้าใจ

ไม่น่าเชื่อว่า ในชีวิตนี้จะได้มาเหยียบแผ่นดินประเทศแอลบาเนีย ประเทศยุโรปที่ยากจนมากที่สุดประเทศหนึ่ง ริมทะเลอะเดรียติค ในอดีตกาล ยูเลียส ซีซาร์ แม่ทัพโรมันได้พากองทัพเรือมาเผชิญมหาพายุที่ใกล้เมืองหิมาร่า อันมีหน้าผาริมฝั่งทะเลที่โคตรอันตรายต่อชาวเรือในสมัยนู้น ยูเลียส ซีซาร์ได้พูดปลุกใจทหารเรือที่อยู่ในอาการประหวั่นพรั่นใจต่อคลื่นลูกสูงมหึมาว่า “Fear not, for thou carriest CAESAR and his fortunes” ไม่ทราบแปลว่าอะไร แต่คำพูดของ ยูเลียส ซีซาาร์ ก็ทำให้พวกทหารเรือเกิดลูกบ้า รวมน้ำใจเป็นหนึ่ง ช่วยกันพายช่วยกันแจว จนเรือฝ่ามหาพายุและคลื่นลมมาได้ ไม่อัปปางเสียที่หน้าผาเมืองหิมาร่า แอลบาเนีย

๑. ภาพหน้าผาเมืองหิมาร่า ทอดตัวยาวตลอดชายฝั่ง อันตรายสุดๆ
๒. ภาพแหลมโขดหินอันตรายยามพายุโหมกระหน่ำ

อันประเทศแอลบาเนียนี้ เขียนเป็นภาษาแอลบาเนียว่า SHQIGERI หมายถึงพญาอินทรีย์ประเทศ เนื่องจากเต็มไปด้วยนกอินทรีย์ทั้งประเทศ ถ้ามาดูธงชาติของประเทศนี้ จะเห็นมีรูปนกอินทรีย์สองหัวสีดำบนพื้นสีแดง ความหมายก็คือ นกสองหัวตัวนี้ หันไปทางทิศเหนือหัวหนึ่ง เพื่อระวังศัตรูที่มาทางทิศเหนือ คือ ยูโกสลาเวีย ส่วนอีกหัวหนึ่งหันไปทางทิศใต้ เพื่อระวังศัตรูที่จะมาทิศนั้น นั่นก็คือ กรีซ พอถูกถามว่า แล้วทิศตะวันตก ใครจะดูแลล่ะ พวกยิ้มร่าบอกว่า ไม่ต้องดูแล เพราะเป็นทะเลอะเดรียติค ที่ขึ้นชื่อในด้านอันตรายคลื่นลมแรง เมื่อเป็นเช่นนั้น พี่ไทยก็แหย่เอาว่า แล้วทางทิศตะวันออก ใครจะคุ้มครองป้องกันหือ?
พวกฟังแล้ว อยากกระโดดเตะผ่าหมากผู้ชอบซอกแซกถาม ทำตาปะหลับปะเหลือกแล้วตอบว่า ไม่ต้องมีใครเฝ้าระวังหร๊อก เพราะประเทศมาเซโดเนียไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อแอลบาเนีย ต้องพึ่งประเทศแอลบาเนียออกสู่ทะเลอะเดรียติค แล้วก็ก้มหน้าก้มตาผลิตไวน์รสดีราคาถูก แค่ขวดลิตรละ ๕๐ บาทไทย

๓. ประะเทศมาเซโดเนีย ริมทะเลสาปโอห์ริด

ประเทศแอลบาเนียเป็นประเทศเกษตรกรรม แต่มีพื้นที่ทำการเกษตรได้เพียง ๑ ใน ๔ ของพื้นที่ทั้งหมดที่มีประมาณ ๒๘,๗๔๘ ตารางกิโลเมตร ยาว ๓๔๕ กิโลเมตร และกว้าง ๑๔๕ กิโลเมตร ประเทศนี้เล็กและยากจนประเทศหนึ่งในคาบสมุทรบอลข่าน ประชาชนนับถือศาสนาอิสลาม (แต่ขอกระซิบบอกว่า เป็นมุสลิมที่น่ารักมาก เพราะตื่นเช้าขึ้นมา ก็ตั้งวงดื่มเบียร์และบรั่นดีพื้นเมือง)

๔. ชาวพื้นเมือง ตั้งวงดื่มเบียร์และบรั่นดีแต่เช้า ที่ข้างโรงแรมกลอเรีย เมืองวโรเร




ตั้งโดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 22  ธ.ค. 45, 23:55 น.



ความคิดเห็นที่ 1
๑. ภาพหน้าผาเมืองหิมาร่า ทอดตัวยาวตลอดชายฝั่ง อันตรายสุดๆ

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 00:01 น.


ความคิดเห็นที่ 2

ภาพที่ ๒. ภาพแหลมมีโขดหินอันตรายยามพายุโหมกระหน่ำ

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 00:03 น.


ความคิดเห็นที่ 3

ภาพที่ ๑. ภาพหน้าผาเมืองหิมาร่า ทอดตัวยาวตลอดชายฝั่ง อันตรายสุดสุด

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 00:05 น.


ความคิดเห็นที่ 4

ภาพหน้าผาเมืองหิราม่า คลอดเสียที

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 00:07 น.


ความคิดเห็นที่ 5

ภาพที่ ๓. ประเทศมาเซโดเนีย ริมทะเลสาปน้ำจืด "โอห์ริด"

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 00:09 น.


ความคิดเห็นที่ 6

ชาวพื้นเมือง ตั้งวงดื่มเบียร์และบรั่นดีแต่เช้า ที่ข้างโรงแรมกลอเรีย เมืองวโรเร ส่วนใครจะดื่มกาแฟก็ไม่เป็นไร คุยกันได้

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 00:13 น.


ความคิดเห็นที่ 7

มาเซโดเนียอยู่ข้างหน้าแค่ ๔ กิโลเมตรเอง

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 00:14 น.


ความคิดเห็นที่ 8

*งจากจุดนี้ไปอีก ๓ กิโลเมตร เป็นประเทศมาเซ.โดเนีย
ซึ่งผลิตไวน์รสดีราคาถูก ขวดลิตรละ ๕๐ บาทไทยเท่านั้น

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 00:23 น.


ความคิดเห็นที่ 9

ภาพที่ ๓ ประเทศมาเซโดเนีย อยู่*งจากจุดที่ถ่ายรูปประมาณ ๓ กิโลเมตร

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 00:32 น.


ความคิดเห็นที่ 10

หน้า ๒ - แอลบาเนีย

เนื่องจากประเทศนี้ มีแต่เทือกเขาสูงๆจนดูคล้ายเทือกเขาแอลป์ในประเทศฝรั่งเศสที่มีหิมะตกบนยอดเขาตลอดปี เขาเลยพากันเรียกว่าเทือกเขาแอลป็แห่งแอลบาเนีย ซึ่งมียอดเขา โกรับ ที่สูงที่สุดราว ๒,๗๕๑ เมตร ยอดเขาทั้งหมดจะสูงประมาณ ๒,๑๐๐ ถึง ๒,๔๐๐ เมตร เป็นเขาหินไม่มีพืชหรือต้นไม้ พวกชอบดู “มะ*รุหะ” (พืชที่งอกเหนือพื้นดิน) ก็จะอดดูไปโดยปริยาย ต้องพากันไปดูแถวภูหินด่าง ใกล้โรงเรียนหนองแสง อุบลราชธานี!!!
รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีพืชขึ้นให้ดูบนเขา ก็ยังมีคนปีนป่ายเขาหัวโล้นขึ้นไป เพียงเพื่อจะดูนกอินทรีย์ หมาป่าภูเขา และกวางภูเขา เอากับพ่อซี ก็พวกอยากพิชิตความสูงเหมือนชาว TKT บางหมู่เหล่านั่นแหละ

๕. ภาพเขาหัวโล้น - ถ่ายจากเครื่องบิน
๖. ภาพเขาหัวโล้น คนหัวล้าน

พูดถึงอากาศแถบชายทะเลอะเดรียติค เย็นสบาย ไม่หนาวจัดนัก หน้าร้อนก็ร้อนแห้งไม่เปียกชื้น (อากาศหน้าร้อนของเขาเท่ากับเริ่มเข้าหน้าหนาวของเราในอดีต) บางคนพอหน้าร้อนก็ถอดเสื้อแก้ผ้าอาบน้ำทะเล แต่พอเราลงไปบ้าง ก็ต้องกะโดดเหยง เพราะว่าน้ำมันเย็นจังเลย

๗–๕๐. ภาพชาวแอลบาเนียอาบน้ำที่หน้าเมือง ซารันดา ช่วงหน้าร้อนจะมา
อาบแดดทุกวัน

อย่ามองว่าประเทศแอลบาเนียเป็นประเทศเล็กๆยากจนนาครับ เขามีวัฒนธรรมสืบต่อกันมาตั้งแต่ก่อนคริสตศักราชตั้งนานนม ลองมาดูลีลาการบริหารประเทศให้รอดพ้นปากเหยี่ยวปากกาของเขาบ้างเป็นไร ประเทศรอบๆแอลบาเนียต่างตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศอื่น เช่น ยูโกสลาเวีย, โรมาเนีย, โปแลนด์, ฮังการี ฯลฯ ต่างตกอยู่ในกำมือของรัสเซียสมัยนั้น แต่แอลบาเนียซะอย่าง ทำท่าจะอิงรัสเซีย แต่ไม่ยอมสยบ ดังจะเห็นว่าในปี ค.ศ. ๑๙๔๔–๑๙๔๘ แอลบาเนียทำมืนตืงกับกรีซและประเทศตวันตกทั้งหลาย แล้วหันไปซบยูโกสลาเวียซึ่งวางแผนใต้ดินจะรวบแอลบาเนียโดยกลืนชาติอยู่อย่างเงียบๆ แต่พอรัสเซียกับยูโกสลาเวียแตกคอกันแอลบาเนียได้ทีก็โจนเข้าสู่อ้อมกอดของรัสเซียซี่งก็สนองรับโดยให้ความช่วยเหลืออย่างมโหฬาร (คงจะเข้าอีหรอบว่า มีเขตแดนชิดติดกันเดี๋ยววันร้ายคืนร้ายก็ยกทัพมายืดดินแดนเอาดื้อๆ สู้ไปพื่งรัสเซียที่อยู่*งออกไปดีกว่า คงเช่นเดียวกับที่เวียตนามไม่ค่อยใว้ใจจีนแดงจนทุกวันนี้)

แต่พอปลายปี ค.ศ.๑๙๕๐ สัมพันธภาพกับรัสเซียก็เสื่อมคลาย แอลบาเนียหันมาดู๋ดี๋กับยูโกสลาเวียอีก ทำให้รัสเซียและประเทศบริวารตัดความช่วยเหลือหมดเกลี้ยง จนตัดสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อธันวาคม ค.ศ.๑๙๖๑
จีนแดง ได้ท่า เพราะกำลังไม้เบื่อไม้เบากับรัสเซียเรื่องลัทธิคอมมิวนิสต์นิกายสตาลิน จึงกระเตงแอลบาเนียต่อ โดยส่งผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆมาและให้เครดิตทางการเงินดอกเบี้ยต่ำตามแผนโครงการ ๕ ปีของแอลบาเนีย ทั้งนี้เพื่อไม่ให้แผนพัฒนาประเทศแอลบาเนียสะดุด
แต่พอรัสเซียเริ่มรุกรานเชโกสโลวาเกีย ในปี ค.ศ.๑๙๖๘ แอลเบเนียก็เอะใจ ขืนคบกับคอมมิวนิสต์ต่อไป ประชาชนคงต้องแก้ผ้าเดิน อย่ากระนั้นเลย ไปคบกรีซกับยูโกสลาเวีย และประเทศตะวันตกอื่นๆดีกว่า


โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 00:37 น.


ความคิดเห็นที่ 11

ภาพที่ ๕ ภาพเขาในแอลบาเนียจะหัวโล้นแบบนี้เสียส่วนมาก

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 00:43 น.


ความคิดเห็นที่ 12

ภาพที่ ๖ เขาหัวโล้น ย่อมคู่กับคนหัวล้าน

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 00:44 น.


ความคิดเห็นที่ 13

ภาพที่ ๗ พอเข้าหน้าร้อน ชาวแอลบาเนียก็พากันมาอาบน้ำทะเลที่หน้าเมืองซารันดา เมืองนี้มีหาดอยู่นิดหนึ่งก็ยังพยายามมากันทุกๆวัน

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 00:48 น.


ความคิดเห็นที่ 14

หน้า ๓ - แอลบาเนีย

แต่พอรัสเซียเริ่มรุกรานเชโกสลาเวียในปี ค.ศ. ๑๙๖๘ แอลบาเนียก็สะดุดใจว่า ถ้าขืนคบกับพวกคอมมิวนิสต์ต่อไป ประชาชนคงต้องแก้ผ้าเดิน เลยหันไปคบกรีซและยูโกสลาเวีย รวมทั้งประเทศตะวันตกอื่นๆ อันเป็นสาเหตุให้มังกรจีนแดงพ่นไฟออกมาด้วยความหงุดหงิด และแล้วก็งดให้ความช่วยเหลือในทุกทางจนกระทั่งเดือน กรกฏาคม ค.ศ.๑๙๗๘ เป็นครั้งสุดท้าย
เห็นลูกเล่นในการบริหารประเทศของแอลบาเนียหรือยัง
ปัจจุบัน ประเทศแอลบาเนียไม่ใช่ประเทศคอมมิวนิสต์ เพราะพรรคคอมมิวนิสต์ถูกประกาศให้เป็นพรรคนอกกฏหมาย ตั้งแต่ กรกฎาคม ค.ศ.๑๙๙๒ หัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นอดีตประธานาธิบดีคนสุดท้ายของแอลบาเนีย ถูกศาลตัดสินในเดือนกรกฎาคม ๑๙๙๔ ให้จำคุกเป็นเวลา ๙ ปี ต่อมาลดโทษให้เหลือ ๘ปี
ส่วนลูกขุนพลอยพยักก็โดนจำคุกกันเป็นแถวๆในข้อหาใช้อำนาจไม่เป็นธรรม (เพียงโยกย้ายข้าราชการด้วยสาเหตุเพื่อความเหมาะสม แต่ขัดสายตาชาวบ้านและข้อเท็จจริง ก็ถูกถือว่าใช้อำนาจไม่สุจริตแล้ว)
พอก่อนนะ ประวัติศาสตร์ประเทศแอลบาเนีย

๘-๗๒ ภาพอนุสาวรีย์ ซึ่งเป็นอนุสรณ์แห่งความอัปยศของลัทธิคอมมิวนิสต์ เพราะตึกนี้สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติ์หัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์คนสุดท้าย ก็คือประธานาธิบดีคนสุดท้ายที่ถูกศาลสั่งจำคุก ๘ปี ตึกนี้มาเสร็จสมบูรณ์เอาเมื่อลัทธิคอมมิวนิสต์ล่มสลายแล้ว
๙-๗๒ โรงแรมยุโรปาปาร์ค เป็นโรงแรมชั้นหนึ่งแห่งเดียวของแอลบาเนียในกรุงทีรานา มีคนไทยเป็นกุ๊กขื่อคุณณรงค์ อ่อนสะอาด (แต่ไม่ได้หมายความว่าแก่สกปรกนะครับ) ถึงไม่เห็นตัว พอทานยำเนื้อจานละ ๑๐ยูเอสดอลล่าร์ ก็จะร้องว่า นี่ฝีมือคนไทยยำนี่นา
๑๐–๕๐ เข้าคิวทำวีซ่าเข้าประเทศโครเอเทียที่สถานทูตโครเอเทียในกรุงทีรานา ประเทศแอลบาเนีย




โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 00:50 น.


ความคิดเห็นที่ 15

ภาพที่ ๘ - ภาพอนุสาวรีย์แห่งความอัปยศ

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 00:55 น.


ความคิดเห็นที่ 16

ภาพที่ ๙ - โรงแรมยุโรปาปาร์ค โรงแรมชั้นหนึ่งที่มีเพียงหนึ่งเดียวในแอลบาเนีย มีคนไทยทำงานเป็นพ่อครัวอาหารไทย ชื่อคุณณรงค์ อ่อนสะอาด แต่รับรองอาหารไม่สกปรก และอร่อยอีกด้วย อย่าลืมยำเนื้อ

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 00:59 น.


ความคิดเห็นที่ 17

เข้าคิวทำวีซ่าเข้าเมืองโครเอเทีย จะไปดูหน้านักฟุตบอลที่ล้มยักษ์เมื่อสี่ปีก่อนนู้นซะหน่อย

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 01:01 น.


ความคิดเห็นที่ 18

นพฤกษขาติ ใกล้ทำเนียบประธานาธิบดี
๑๓, ๑๔,๑๕,๑๖ และ ๑๗ ทหารรักษาการณ์อนุสาวรีย์เหล่าทหารนิรนามแห่งชาติ -- เหลียวมองอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิของพี่ไทยแล้วเศร้าใจ ไม่มีทหารเฝ้าเป็นเกียรติยศยังพอว่า แต่ปล่อยให้สีหม่นหมอง ชื่อตกหล่นไม่ดีนา




โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 01:05 น.


ความคิดเห็นที่ 19

หา ๔ - แอลบาเนีย

สมัยก่อนประมาณปี ๒๕๔๒ การจะไปประเทศแอลบาเนียก็แสนง่าย เพราะมีสายการบินโอลิมปิคแอร์เวย์บินจากกรุงเทพฯไปกรุงเอเธนส์ และราคาก็ไม่แพงมากนัก หากเราใช้สายการบินโอลิมปิดแอร์เวย์บินจากกรุงเทพฯไปกรุงทีรานาประเทศแอลบาเนีย เราก็จะได้พักเที่ยวฟรี ๑ คืนที่กรุงเอเธนส์ เพราะไม่มีเครื่องต่อไปกรุงทีรานาในวันเดียวกัน คือบินจากกรุงเทพฯ สองทุ่มกว่าๆถึงกรุงเอเธนส์ตีสามกว่า รุ่งขึ้นไม่มีเครื่องบินไปกรุงทีรานา เขาก็จะจัดให้เรานอนพักพร้อมอาหารทุกมื้อ ๑ คืน๑วัน พอวันถัดไปถึงมีเครื่องของโอลิมปิคแอร์เวย์บินจากกรุงเอเธนส์ไปกรุงทีรานา
ตีสามกว่าๆ เข้านอน ตื่นมาแปดโมงเช้า เดินเข้าไปในห้องอาหาร มีความรู้สึกว่าจะเป็นคณะแรกที่เข้าห้องอาหาร เพราะเขาเตรียมอะไรต่อมิอะไรยังไม่เรียบร้อยดี (ทราบภายหลังว่า เขากินกันสายๆ) ก็ล่ออาหารเช้าฟรีเสียหนึ่งมื้อ เติมไม่อั้น จนไม่มีท้องใส่ เดินเลาะหาดไปสัก ๘๐๐ เมตร ก็ถึงต้นสายรถเมล์เข้ากลางกรุงเอเธนส์ อันการจะขึ้นรถเมล์ในกรีก เราจะต้องซื้อตั๋วรถเมล์ไว้ล่วงหน้าหรือซื้อคูปองตั๋วรถไว้เป็นเล่มๆ จึงจะขึ้นได้ ไม่มีการขายตั๋วบนรถ นอกจากนานๆครั้งจึงจะเจอ (เจอที่เกาะคอร์ฟู) เราก็พอจะทราบแล้วว่าต้องซื้อตั๋วล่วงหน้า แต่ทีโรงแรมเราซื้อไม่ได้ เพราะเด็กขายตั๋วรถเมล์ยังมาไม่ถึงโรงแรม (เราตื่นเช้าเกินไป ไม่มีใครเขาบ้าเห่อตื่นแต่เช้าแบบเราหรอก) กะจะมาซื้อตั๋วตามซุ้มที่ขายน้ำข้างท่ารถ ก็แห้ว เพราะตั๋วหมดไม่มีขาย ทำไงล่ะ ไม่มีตั๋ว ขืนขึ้นไป เกิดนายตรวจมาตรวจแล้วจะทำยังไง พูดกรีกก็ไม่เป็น กว่าจะรู้เรื่องมิต้องไปจบที่โรงพักเสียละกระมัง อย่าขึ้นมันเลย เดินมันแถวชายหาดโรงเแรมเอาก็แล้วกัน แต่ก็ไม่เห็นใครเขาตื่นมาเล่นน้ำ (มารู้ทีหลังเขาจะมาเล่นกันบ่ายสามโมง เพราะคลื่นลมจะเบากว่าตอนเช้า)

๑๑–๗๒ (รูปหาดชายทะเลตอนเช้า ใกล้โรงแรมอะมาริเลีย)


ด้วยอานิสงส์แห่งเบียร์และหญิงไทยพัทยา (ขอขอบคุณไว้ตรงนี้ด้วย) เหตุด้วยที่ไปซื้อเบียร์มาดื่มแล้วบ่นให้เขาฟังว่าไม่มีตั๋วรถเมล์ แล้วเขาก็ขายหมดไปเมื่อวานยังไม่มาส่งเพิ่ม พอรู้ว่าเราเป็นคนไทย พวกโห่ร้องยินดีปรีดาเสียใหญ่โต ถามกันไปมาพอจะแกะออกมาได้ว่า มีเพื่อนเขาไปเที่ยวเมืองไทยโดยเฉพาะพัทยาอยู่จนเงินหมด กลับมาสรรเสริญหญิงไทยที่พัทยาว่าแสนจะเลิศประเสริฐศรี ทำให้เขาต้องก้มหน้าก้มตาเก็บเงินเพื่อมาถล่มหญิงไทยที่พัทยาเป็นการเฉพาะ เอ้าเขาว่าดีก็ดีตามกันไปก็แล้วกัน แต่ผลที่เป็นคนไทย พวกเลยฝากกับคนขับรถเมล์ให้ขึ้นรถฟรี (ความจริงถ้ามีตั๋วขายก็จะซื้อหรอก) พวกเรามาลงกลางกรุงเอเธนส์เลย เป็นสวนพฤกษชาติใหญ่โตต้นไม้ร่มครึ้ม เลยพาหลานชายเข้าไปทำการปลดทุกข์เล็ก แต่หาห้องน้ำไม่เจอ เลยแอบหลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ใหญ่จริงๆ ผู้ใหญ่ยืนอยู่ด้วยยังบังกันมิด สงสัยว่ากรีกไม่มีนิสสัยเหมือนเจ้าหน้าที่กทม.ไทยที่พอเห็นต้นไม้ใหญ่เป็นไม่ได้ ต้องคอยตัดไว้ไม่ให้โต (คงจะกลัวว่าดูแก่ไป เลยตัดให้มันดูเหมือนเด็กเล็กๆ หรือไม่ก็ขุดเอาไปเลย แล้วเอาต้นเล็กๆมาปลูกแทน)
๑๒–๕๐สวนพฤกษขาติ ใกล้ทำเนียบประธานาธิบดี
๑๓, ๑๔,๑๕,๑๖ และ ๑๗ ทหารรักษาการณ์อนุสาวรีย์เหล่าทหารนิรนามแห่งชาติ -- เหลียวมองอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิของพี่ไทยแล้วเศร้าใจ ไม่มีทหารเฝ้าเป็นเกียรติยศยังพอว่า แต่ปล่อยให้สีหม่นหมอง ชื่อตกหล่นไม่ดีนา






โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 01:07 น.


ความคิดเห็นที่ 20

ภาพที่ ๑๑ - ชายหาดยามเช้าที่กรุงเอเธนส์ ไม่มีใครเขามาเล่น เพราะคลื่นลมยังแรงอยู่ อีกประการหนึ่งเขาก็ต้องไปทำงานกันก่อน

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 01:12 น.


ความคิดเห็นที่ 21

ภาพที่ ๑๒ - สวนพฤกษชาติกลางกรุงเอเธนส์ ต้นไม้แต่ละต้นโอบไม่รอบ คงอนุรักษ์กันมานานแสนนานแล้วละ

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 01:15 น.


ความคิดเห็นที่ 22

ภาพที่ ๑๓ ถึง ๑๗ เป็นภาพทหารรักษาการณ์เฝ้าอนุสาวรีย์ทหารนิรนามแห่งชาติกรีก

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 01:18 น.


ความคิดเห็นที่ 23

ภาพที่ ๑๔

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 01:20 น.


ความคิดเห็นที่ 24

ภาพที่ ๑๕

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 01:21 น.


ความคิดเห็นที่ 25

ภาพที่ ๑๖

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 01:23 น.


ความคิดเห็นที่ 26

ภาพที่ ๑๗

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 01:24 น.


ความคิดเห็นที่ 27

เนีย

เดินออกจากสวนพฤกษชาติได้ก็เลี้ยวขวา มองเห็นนักท่องเที่ยวรุมถ่ายรูปทหารยามสองนายที่ยืนยามรักษาการณ์รูปสลักตัวแทนทหารนิรนาม หน้าทำเนียบประธานาธิบดีกรีก ที่หน้าชมก็คือการเดินยามของทหารทั้งสองที่เดินมาสลับข้างกันยืนประจำ โดยการเดินของเขาช่างมีจังหวะจะโคน แลพร้อมเพรียงกัน แม้จะหันหลังให้กันก็สามารถยกเท้าเตะหน้าเตะหลัง และก้าวเดินได้พร้อมๆกัน ไม่มีผิดจังหวะ คงซ้อมเดินกันมาจนอยู่ตัว เครื่องแบบก็แปลกตาสำหรับพวกเรานักท่องเที่ยวต่างแดน ท่านผู้รู้เล่าว่า ถ้ามาดูตอนทหารทั้งกองร้อยมาเดินแถวโชว์ความเป็นระเบียบแลมีวินัย จะน่าชมมากกว่านี้หลายเท่านัก เฮ้อ เห็นแค่นี้ก็เป็นบุญตาแล้วละ เพราะได้แวะชมฟรี ไม่ต้องเสียค่าที่อยู่ที่กินเพิ่ม จะเอาอะไรกันมาก
จากนี้ แน่นอนไม่ว่าใคร ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวแล้ว จะต้องตะเกียกตะกายขึ้นไปดูชมอะโครโปลิสให้ได้ ไม่งั้นไม่ได้ชื่อว่ามาถึงกรีกแล้ว ต้องขออภัยที่ไม่ทราบประวัติความเป็นมาของพาเธนอนแห่งนี้ แต่รูปแบบก็คงไม่แคล้วเป็นสถาปัตยกรรมของกรีกโบราณ นัยว่าสร้างมาแต่สมัย ๔๓๒–๔๓๗ ก่อนคริสตศักราช ค่าเข้าชมคนละ ๒,๐๐๐ ดรักมาร์

รูปที่ ๑๘ - อะโครโปลิส
รูปที่ ๑๙ - ๒๑ อะโครโปลิส และ ตัวเมืองเอเธนส์

แหม ตือเสียมเกือบโดนแท๊กซี่กรีกที่เอเธนส์ตุ๋นซะแล้ว เพราะตอนขากลับกลัวเด็กๆจะเมื่อย (ความจริงเราเมื่อยกว่า) ก็ลองถามแท๊กซี่ว่าเข้าไปแค่กลางเมืองเพื่อต่อรถเมล์กลับโรงแรม คิดเท่าไร พวกบอกว่าเอาหนึ่งหมื่นดรักมาร์ก็แล้วกัน (ประมาณ พันสอง ถึงพันสามร้อยบาท) กำลังงงว่าทำไมแพงจังฟะ ก็เราเดินหลงมา ยังเดินถึงเลย แท๊กซี่อีกคันบอกลดราคาเหลือ ห้าพันดรักมาร์ แถมขู่ว่า ขากลับเขาต้องวิ่งรถเปล่านะไม่มีผู้โดยสาร (ก็เรื่องของเอ็งนี่ ไม่เห์นจะเกี่ยวกับข้าที่ตรงไหน) เห็นท่าไม่ดี ตกลงเดินกันดีกว่า พอเดินมาสัก ๒๐๐เมตร เลี้ยวมุมตึกหน่อยเดียว เห็นรถเมล์รถรางจอแจไปหมด ถามร้านขายของที่ระลึกว่า จากตรงนี้ไปอะโครโปลิสมันซักกี่ดรักมาร์นะ เขาบอกว่า อย่างแพงสุดๆก็ไม่เกิน ๑,๒๐๐ ดรักมาร์ (ก็ประมาณ ๑๒๐–๑๓๐ บาทไทย) โหย…พวกจะฟันตือเสียมตั้งสิบเท่าตัว เกือบเละยิ่งกว่าหมูบะช่อซะอีก
พากันขึ้นรถเมล์โดยซื้อตั๋วจากซุ้มขายน้ำเรียบร้อย ถึงปลายทาง เราก็เดินแถไปทางริมหาด เห็นชาวเอเธนส์เล่นน้ำทะเลกันสนุกสนาน เพราะเป็นหน้าร้อนของเขา

๒๒ - ชาวเอเธนส์เล่นน้ำทะเล

ไปนั่งจิบเบียร์กรีกที่ร้านริมหาดที่มีอยู่ร้านเดียว คนแน่นร้าน เราก็นั่งตัวลีบ เกรงใจกลัวจะไปถูกเนื้อต้องตัวเขา เพราะเหล่ากินรีอายุน้อยนุ่งบิกินีผืนจ้อยชอบเดินมาซื้อไอสครีมดูด แต่ดันเกือบทำนมหกรดเราเสียแล้ว นึกแล้วยังเสียวอยู่เลย…..เฮ้อ คนแก่เอาแก่เอาอย่างเรานี่ไม่ดีเลย ได้แต่ฝันค้างกลางแดด





โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 01:28 น.


ความคิดเห็นที่ 28

ภาพที่ ๑๘ อะโครโปลิส ใครไม่ไปที่นี่ ถือว่าไม่ถึงกรีซ

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 01:31 น.


ความคิดเห็นที่ 29

ภาพที่ ๑๙

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 01:33 น.


ความคิดเห็นที่ 30

ภาพที่ ๒๐

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 01:35 น.


ความคิดเห็นที่ 31

ภาพที่ ๒๑ มองลงมาจากอะโครโปลิส จะเห็นบ้านเรือนชาวเอเธนส์ปลูกกันอย่างแออัดยัดเยียด เพราะที่ดินก็น้อยลงไปทุกวัน เหลือที่บนเขา ซึ่งการประปายังขึ้นไปไม่ถึง

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 01:39 น.


ความคิดเห็นที่ 32

ภาพที่ ๒๒ ชายหาดหน้าเมืองเอเธนส์ ชาวเมืองกำลังเล่นน้ำทะเลคลายร้อน

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 01:41 น.


ความคิดเห็นที่ 33

เหิรฟ้าสู่ท่าอากาศยานรินาสของแอลบาเนีย

รุ่งขึ้นสายการบินโอลิมปิคแอร์เวย์ก็จัดการส่งรถมารับพวกเราขึ้นเครื่องบินลำย่อมสู่แอลบาเนีย ปลายทางที่สนามบินรินาส เครื่องบินร่อนเหนือยอดเขานิดเดียว มองเห็นชัดด้วยตาเปล่า เป็นเขาหัวโล้นเสียเกือบหมด มีที่ราบบ้างแต่น้อย แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ประเทศยากจนได้อย่างไร สนามบินก็กระจุ๋มกระจิ๋มน่ารักดี (แต่ปัจจุบันเป็นอย่างไรไม่ทราบ อาจจะมีประเทศไหนออกสตางค์สร้างใหม่ให้แล้วก็อาจเป็นได้ แต่ประชาชนส่วนมากจะหาทางอพยพลี้ภัยไปประเทศที่สาม)
พวกเราทำพิธีเข้าเมืองด้วยวิธีการพิศดาร เพราะไม่ได้ทำวีซ่ามาจากกรุงเทพฯหรือเอเธนส์ และก็ไม่ทราบเกิดจากความบกพร่องของหน่วยไหนที่หนังสือราชการขององค์การระหว่างประเทศ โอเอสซีอีมาไม่ถึง ตม.แอลบาเนียที่สนามบินรินาส แต่เราก็โชคดีเพราะมีเด็กเล็กๆสองคนเป็นใบเบิกทาง เนื่องด้วยพลเมืองโคโซโวกำลังแตกสานซ่านเซ็นเข้ามาในแอลบาเนียเพราะรบกัน เจ้าหน้าที่คงจะเห็นเด็กๆพลัดที่นาคาที่อยู่ไม่ได้เจอพ่อแม่เป็นประจำ พอบอกว่าเด็กสองคนนี้จะมาเยี่ยมพ่อที่ทำงานอยู่ในแอลบาเนีย เจ้าหน้าที่ ตม.แอลบาเนียเลยหยวนให้พวกเราเข้าเมืองได้ง่ายๆ เขาคงดูออกหรอกน่าว่า คงไม่ยึดเอาแอลบาเนียเป็นเรือนตายหรือแอบเข้าเมืองเขามาทำมาหากิน เพราะพวกเขาก็อยากออกจากประเทศอันวุ่นวายไปหากินบ้านอื่นเมืองอื่นกันอยู่เหมือนกัน

ประเทศโครเอเทีย เมืองในฝันที่อยู่ใกล้ แต่มองเห็นรำไรอยู่ปลายจมูก
ก่อนออกเดินทางไปเยี่ยมชมปราสาทครูย่ะห์ พวกเราได้วางแผนที่จะไปท่องเที่ยวประเทศโครเอเทีย ได้ไปยื่นขอวีซ่าเข้าเมืองไว้ และก็ได้วีซ่าเรียบร้อย ไม่มีปัญหาใดๆ ฝันดีแค่คืนเดียวแล้วฝันเด่นก็กลายเป็นฝันสลาย เมื่อตรวจสอบสายการเดินเรืออีกครั้ง ปรากฏว่าพวกเดินเรือตามใจชอบไม่มีกำหนดเวลาแน่นอนในช่วงนี้ที่มีการรบกันในโคโซโว อาจจะเดินทางเข้าไปโครเอเทียได้ แต่ไม่รับรองว่าวันไหนจึงจะมีเรือแล่นออกมาอิตาลี แล้วอย่างนี้ใครจะไปเสี่ยง อีกทั้งมีลูกเด็กเล็กแดงกระจองอแงติดตามมาด้วยอย่างนี้ หากเรามาคนเดียว ก็คงมิมีปัญหาแต่อย่างใด ชีวิตหนอ มันช่างไม่แน่นอนปานฉะนี้

๒๓. ยืนเข้าแถวหน้าสถานทูตโครเอเทีย
๒๔. ปราสาทครูย่ะห์ ทัศนวิสัยดี จะเห็นทะเลอะเดรียติค
๒๕. บ้านเรือนของชาวบ้านรอบๆปราสาท --- มองจาก
ปราสาทครูย่ะห์ซึ่งเป็นที่เก็บรูปปั้นของผู้ที่ทำคุณงามความดีให้แก่แผ่นดินแอลบาเนีย -- เขาห้ามถ่ายรูปรูปปั้นเหล่านั้น เราเลยไม่ได้ดูหน้าตาของคนทำความดีว่าเป็นอย่างไร จะได้หามาทำพันธุ์


โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 01:54 น.


ความคิดเห็นที่ 34

ภาพที่ ๒๓ กำลังยืนเข้าแถวเพื่อขอวีซ่า หน้าสถานทูตโครเอเทียในเมืองรินาส ประเทศแอลบาเนีย

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 01:58 น.


ความคิดเห็นที่ 35

ภาพที่ ๒๔ ถ้าทัศนวิสัยดีดี จะมองเห็นทะเลอะเดรียติค จากปราสาทครูย่ะห์

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 02:00 น.


ความคิดเห็นที่ 36

ภาพที่ ๒๕ บ้านเรือนของชาวแอลบาเนีย มองเห็นจากปราสาทครูย่ะห์ ปราสาทแห่งนี้เป็นที่เก็บรูปปั้นของผู้ทำคุณงามความดีให้แก่แผ่นดินแอลบาเนีย -- เขาห้ามถ่ายรูปรูปปั้นเหล่านั้น เราเลยไม่ได้ดูหน้าตาว่าเป็นอย่างไร แต่บอกให้ก็ได้ว่า รูปร่างสูงใหญ่กว่าฝรั่งปัจจุบันนี้ และหน้าตาหล่อเหลา ดูดุดันเข้มเข็ง แต่ดวงตาซื่อสัตย์เป็นที่สุด

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 02:05 น.


ความคิดเห็นที่ 37

เปลี่ยนแผนไปกินลมชมวิวทะเลสาปน้ำจืดติดแดนประเทศมาเซโดเนีย

เมื่อไปประเทศโครเอเทียไม่ได้ ก็ไถลไปนอนเล่นที่ทะเลสาปน้ำจืดโอห์ริด ติดกับประเทศมาเซโดเนีย นัยว่าทะเลสาปน้ำจืดแห่งนี้เกิดจากภูเขาไฟในอดีต เพราะหินกรวดชายหาดเป็นสีดำหมด ( แต่น้ำริมหาดไม่ใสแจ๋ว เหมือนกับชายหาดทรายที่เกาะขามจังหวัดตราดบ้านเรา ของเราดีกว่าร้อยเท่าพันทวี ยังกระสันต์จะไปนอนเล่นน้ำทะเลที่เกาะขามอีกสักครา) ก็ดีไปอีกแบบ เพราะไวน์ประเทศนี้รสดีราคาถูก ขายกันขวดลิตรละ ๕๐บาทไทย พวกคอเบียร์มาที่นี่ก็ต้องล่อแต่ไวน์ และก็จะทำให้สุขภาพดีขึ้น (เขาว่ากันยังงั้น ส่วนตัวผมนั้นเชื่อเขาหมดแหละถ้าเป็นเรื่องดื่มน้ำอำมฤต ส่วนใครดื่มแล้วจะกลายเป็นคนอำมหิต ผมไม่เกี่ยว ผมรู้แต่ว่าตัวผมดื่มแล้ว หัวใจมันครื้นเครงดี แม้แต่นั่งบนเรือโคลงเคลง ขอเพียงแต่พวกผู้ชายอย่าไปดื่มคร่อมตอก็แล้วกัน เดี๋ยวจะอดไปเที่ยวครามิณี)
พูดถึงไวน์แล้วเปรี้ยวปาก เลยหยุดแวะโรงเตี๊ยมข้างทางก่อนถึงทะเลสาปโอห์ริด อ้างว่าเลยเที่ยงแล้ว เด็กๆจะหิวข้าว ความจริงเราหิวไวน์และเบียร์ (อะไรก็ได้ทั้งนั้นตอนนี้) คนโชคดีมันก็มักจะมีโชคเสมอ ซี้ซั้วสั่งอาหารที่มีคำว่าข้าวเท่านั้น กลายเป็นข้าวผัดแบบอัลบาเนียซึ่งกระเดียดเหมือนข้าวผัดของไทย อร่อยซะด้วย อยากจะเบิ้ลสองจาน แต่เกรงใจพวกไวน์กับเบียร์มันจะไม่มีที่นั่งในท้องของเรา อันโรงเตี๊ยมแห่งนี้ แม้จะเล็กแต่สะอาดสะอ้านราคาถูก แถมเวลานั่งทานอาหารจะได้ยินเสียงกบภูเขาร้องอยู่ริมลำธารเสียงดังเหมือนเสียงนกกวัก อยากให้เขาไปจับมาเอาแต่ขาทอดกะเทียมพริกไทย ส่วนตัวปล่อยคืนกลับไปให้ขามันงอกขี้นมาใหม่ แล้วค่อยไปจับมาเอาขามันทอดอีก
๒๖. ทะเลสาปน้ำจืดโอห์ริด ที่เมืองโพกราเดค
๒๗. มองผ่านทะเลสาปโอห์ริด จะเห็นมาเซโดเนีย อยู่*งออกไปอีก ๔ ก.ม.
๒๘. อีกมุมหนึ่งของโอห์ริด
๒๙. ตลาดท้องถิ่นของเมืองโพกราเดค
๓๐. โรงเตี๊ยมเล็กๆ ระหว่างทางจากทีรานาไปโพกราเดค
๓๑. นั่งรอข้าวผัดแอลบาเนีย ซึ่งละม้ายคล้ายข้าวผัดไทย ฟังเสียงกบร้องริมลำธาร
๓๒. ลำธารแห้งผากหลังโรงเตี๊ยม -- ถ้าหน้าน้ำเต็มลำธาร จะสวยกว่านี้อีกโข

















โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 02:08 น.


ความคิดเห็นที่ 38

ภาพที่ ๒๖ ทะเลสาปน้ำจืดโอห์ริดที่เมืองโพกราเดค ติดกับประเทศมาเซโดเนีย

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 02:13 น.


ความคิดเห็นที่ 39

ภาพที่ ๒๗

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 02:15 น.


ความคิดเห็นที่ 40

ภาพที่ ๒๗ มองเห็นมาเซโดเนีย อยู่ลิบๆ

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 02:17 น.


ความคิดเห็นที่ 41

ภาพที่ ๒๘ อีกมุมหนึ่งของทะเลสาปโอห์ริด

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 02:19 น.


ความคิดเห็นที่ 42

ภาพที่ ๒๙ ตลาดพื้นเมือง ของเมืองโพกราเดค

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 02:21 น.


ความคิดเห็นที่ 43

ภาพที่ ๓๐ โรงเตี๊ยมระหว่างทางไปโพกราเดค ตัวโรงเตี๊ยมอยู่หลังคนถ่าย อยู่ริมลำธาร แต่ไม่มีน้ำ มีแต่เสียงกบร้อง

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 02:26 น.


ความคิดเห็นที่ 44

ภาพที่ ๓๑ ระหว่างนั่งรอข้าวผัดแอลบาเนีย ซึ่งละม้ายคล้ายข้าวผัดไทย ฟังเสียงกบร้องระงมริมลำธารน้ำแห้ง

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 02:30 น.


ความคิดเห็นที่ 45

ภาพที่ ๓๒ ลำธารแล้งน้ำหลังโรงเตี๊ยม ถ้าหน้าน้ำเต็มลำธารจะดูสวยกว่านี้อีกโข

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 02:33 น.


ความคิดเห็นที่ 46

จากตะวันออกไปตะวันตกแล้ววกลงใต้

รุ่งขึ้น หลังอาหารเช้าแล้วก็ออกเดินทางมุ่งย้อนมาทางตะวันตก เพื่อวกไปใต้ จากเมืองโพกราเดค ขับรถเฉียดกรุงทิรานาไปเมืองวโรเรริมทะเลอะเดรียติค อันเมืองวโรเรเป็นเมืองท่าสำคัญมาแต่โบราณ เราได้โรงแรมจิ้งหรีดเป็นที่พักคืนนี้ มันถูกดีแล้วก็อบู่ติดทะเลเลย ใครจะมาอาบน้ำทะเลในเขตของโรงแรมก็ได้ แต่ต้องเสียเงินให้กับทางโรงแรม และใครจะมาหนุงหนิง ก็ต้องเช่าไปทั้งคืนพร้อมทั้งหาคู่ขามาเอง เห็นมีมาหลายคู่ บางทีมานั่งดื่มก็เกิดอยากอยู่ต่อ ก็ย่อมทำได้ถ้าเขามีห้องว่าง นับดูเห็นมีแค่ ๑๐ ห้องเอง
รอถ่ายพระอาทิตย์ กว่าจะลับดวง ปาเข้าไปเกือบ ๓ ทุ่ม เล่นเอาเมาเบียร์ไปเลย
ตื่นเช้าขึ้นมา เห็นชาวบ้านใกล้โรงแรม ตั้งโต๊ะคุยกัน นึกว่ากินกาแฟเช้า ที่ไหนได้พวกเล่นเบียร์กับคอนญัคพื้นเมือง แล้วสรวลเสเฮฮากันแต่เช้า เหมือนสภากาแฟบ้านเรายังไงยังงั้นเลย
แต่ในความเห็นของเรา ขอแนะนำให้ผ่านเมืองนี้ไปนอนพักที่เมืองหิมาร่าดีกว่า เพราะประตูหน้าต่างของห้องพัก ไม่น่าไว้วางใจ ต้องเอาคีมที่ทหารนาโตใช้มาคีบและบิดตะปูให้แน่นสนิทกับประตูหน้าต่าง
เพื่อไม่ให้สหายยามวิกาลเข้ามาเยี่ยมเยียนยามหลับไหลได้

๓๓–๗๒ อาทิตย์ลับดวงตอน ๓ ทุ่มที่ชายหาดเมืองวโรเร
๓๔–๕๐ ทิวทัศน์ของประเทศแอลบาเนีย ระหว่างทางมาหิมาร่า
๓๕–๗๒ ชายหาดระหว่างเมืองวโรเร่และหิมาร่า
๓๖–๗๒ จุดโดดร่มจากหน้าผา ต้องรอให้ลมแรงพอพยุงร่มได้ จึงจะโดดกัน
๓๗–๗๒ จากจุดโดดร่มมองเห็นชายหาดด้านล่างอยู่ลิบๆ
๓๘-๕๐ โดดร่มลงมาเจอป้อมปืน และหมุ่บ้านอยู่ด้านล่าง ขับรถลงไปคอยได้เลย
๓๙–๗๒ ท้องทะเลเมืองหิมาร่า ช่วงที่ไม่ค่อยมีอันตรายต่อนักเดินเรือ
๔๐–๗๒ อุโมงค์เรือดำน้ำที่หิมาร่า เอาไว้แล่นหนีเรือข้าศึกทะลุออกทะเลอีกด้าน ยาว ๓.๕ กิโลเมตร


โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 02:36 น.


ความคิดเห็นที่ 47

ภาพที่ ๓๓ ฝ่าพระอาทิตย์จะลับดวงก็ปาเข้าไปเกือบ ๓ ทุ่ม
ที่ชายหาดเมืองวโรเร

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 02:41 น.


ความคิดเห็นที่ 48

ภาพที่ ๓๔ ทิวทัศน์ของแอลบาเนียระหว่างทางมาเมืองหิมาร่า

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 02:44 น.


ความคิดเห็นที่ 49

ภาพที่ ๓๕ ชายหาดช่วง ระหว่างเมืองวโรเร และเมืองหิมาร่า

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 02:47 น.


ความคิดเห็นที่ 50

ภาพที่ ๓๖ จุดโดดร่มจากหน้าผา แต่ต้องรอให้ลมแรงม้วนตัวขึ้นมาจากทะเลเพื่อพยุงร่มได้ เขาจึงจะโดดกัน

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 02:51 น.


ความคิดเห็นที่ 51

ภาพที่ ๓๗ จากจุดโดดร่ม มองเห็นชายหาดอยู่ลิบๆ

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 02:54 น.


ความคิดเห็นที่ 52

ภาพที่ ๓๘ พอโดดร่มลงไป ก็จะเจอป้อมปืนที่สร้างไว้ทั่วประเทศ

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 02:57 น.


ความคิดเห็นที่ 53

ภาพที่ ๓๙ ท้องทะเลเมืองหิมาร่า ช่วงที่ไม่ค่อยอันตรายต่อการเดินเรือ

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 03:00 น.


ความคิดเห็นที่ 54

ภาพที่ ๔๐ อุโมงค์เรือดำน้ำที่หิมาร่า เอาไว้แล่นหนีเรือข้าศึกทะลุออกทะเลอีกด้านหนึ่งได้ ความยาวราว ๑ กิโลเมตรครึ่ง

โดย ฟ้าสองแดด เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 03:03 น.


ความคิดเห็นที่ 55

น่าไปจังเลยครับผม 02

โดย GTO เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 07:49 น.


ความคิดเห็นที่ 56

ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ที่แบ่งปันครับ....

โดย พี แอนด์ พี เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 09:54 น.


ความคิดเห็นที่ 57

เหมือนได้เปิดฟ้าส่องโลกอีกประเทศหนึ่งครับ...งามด้วยภาษาและรายละเอียดที่ชัดเจน..ว่าแต่ว่า...อย่าลืมชวนผมไปด้วยนะครับ(จะถือกระเป๋าและบักจอห์นย่างให้ครับ)อิอิ 08 08

โดย ผู้ชายสีน้ำทะเล เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 13:27 น.


ความคิดเห็นที่ 58

อยากไปบ้างค่ะพี่ ไม่ทราบว่าค่าครองชีพ
แพงไหมค่ะ

โดย คนจร เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 17:17 น.


ความคิดเห็นที่ 59

ลอกชายน้ำ'เลค่ะ...(ยกเว้นบักจอห์นย่าง จะอุบเอาไว้เอง)... 08

ได้รับ e-mail สวัสดีปีใหม่จากคุณลุงแสงไทยแล้วนะคะ...
กราบขอบพระคุณค่ะ... 02

โดย หญิงอร เมื่อ 23  ธ.ค. 45, 19:54 น.

พิมพ์เมื่อ 1  ก.ย. 57, 20:06 น.
http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?content=2519&board=travel