ถึงทุกท่านที่ search มาเจอหน้ากระทู้ตรงนี้จาก Google เราขอชวนท่านเข้าไปที่หน้าเว็บบอร์ดจริงของเรา มีข้อมูลท่องเที่ยวอีกเยอะมาก โดยเฉพาะน้อง ๆ ที่ทำรายงาน หรือสมาชิกใหม่ที่ไม่เคยเข้าเว็บเรามาก่อน น่ะจ๊ะ เว็บบอร์ดเราอยู่ที่ http://www.trekkingthai.com/board นะครับ....มีข้อมูลอีกหลายหมื่นกระทู้ คลิกไปอ่านดูสิครับ *_*

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ จ.กาญจนบุรี



ภาพ รูปจำลองของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ที่ประดิษฐานในปรางค์ประธาน ปราสาทเมืองสิงห์

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์

เมืองสิงห์เป็นเมืองโบราณที่เกิดขึ้นภายใต้อิทธิพลของอารยธรรมขอม อยู่สุดชายแดนทางด้านตะวันตกของไทย มีกำแพงเมืองขนาด 800x900ม. เนื้อที่ 641 ไร่ 1 งาน 65 ตารางวา ในเมืองมีสระน้ำหกสระและโบราณสถานสำคัญสี่แหง ผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทิศเหนือ ตะวันออก และตะวันตกของเมืองล้อมรอบด้วยคูน้ำ คันดินเจ็ดชั้น แต่ละชั้น*งกันไม่มากนัก บางส่วนยังมีร่องรอยเหลือให้เห็นได้ชัดเจน

ประวัติ ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเมืองสิงห์และโบราณสถานภายในเมืองสร้างขึ้นเมื่อใด จากโบราณสถานที่เหลืออยู่ ซึ่งเป็นศิลปกรรมแบบขอมสมัยบายน (มีอายุในช่วงสมัยพุทธศตวรรษที่ 18 ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7) ผสมผสานกับศิลปะทวารวดีโดยฝีมือช่างพื้นเมืองซึ่งหยาบกว่าฝีมือช่างขอมที่ปราสาทบายน นครธม มาก ทำให้สันนิษฐานว่า เมืองสิงห์มีอายุ ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18-19 ซึ่งพุทธศาสนานิกายมหายานจากกัมพูชา แพร่หลายเข้าสู่ดินแดนในลุ่มน้ำเจ้าพระยาก่อนหน้าพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์

ได้รับการขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมื่อ พ.ศ. 2478 กรมศิลปากรขุดแต่งบูรณะตั้งแต่ พ.ศ. 2517-2529 และเปิดเป็นอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2530 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธี

(ข้อมูลคัดลอกมาจากหนังสือเที่ยวทั่วไทยไปกับ"นายรอบรู้"กาญจนบุรี) 12 12 12

ตั้งโดย พี่รัช เมื่อ 10  ม.ค. 47, 20:45 น.



ความคิดเห็นที่ 1

ภาพ ปราสาทเมืองสิงห์(โบราณสถานหมายเลข 1)

สิ่งที่น่าสนใจ

ปราสาทเมืองสิงห์(โบราณสถานหมายเลข 1)สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร นิกายมหายาน ปราสาทตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางเมือง มีทางเดินรูปกากบาทเชื่อมระหว่างประตูเมืองด้านทิศตะวันออกกับซุ้มประ*้านหน้า แต่ก่อสร้างเยื้องกันเล็กน้อย ไม่ตรงพอดีเหมือนที่อื่น ตัวปราสาทก่อด้วยศิลาแลง ฉาบปูน ประดับลวดลายปูนปั้น มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ศิลาแลงที่ใช้ก่อสร้างได้มาจากเมืองครุฑ ซึ่งเป็นแหล่งตัดหินริมแม่น้ำแควน้อย *งจากเมืองสิงห์ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 5 กม.

ด้านหน้าปราสาทมีลานศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส สันนิษฐานว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ที่มุมทั้งสี่ของลานแอ่งตื้นๆ ขนาดเล็ก รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส รอบแอ่งเป็นหลุมสี่เหลี่ยมตื้นๆ ขนาดเท่าก้อนศิลาแลงเรียงกันอยู่เป็นคู่ สันนิษฐานว่า ใช้สำหรับวัดระยะในการสร้างโบราณสถานแห่งนี้

(ข้อมูลคัดลอกมาจากหนังสือเที่ยวทั่วไทยไปกับ"นายรอบรู้" กาญจนบุรี)
12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 10  ม.ค. 47, 20:48 น.


ความคิดเห็นที่ 2

ภาพ ปราสาทเมืองสิงห์(โบราณสถานหมายเลข 1) ปรางค์ประธาน

ปราสาทเมืองสิงห์มีส่วนประกอบดังนี้

ปรางค์ประธาน ตั้งอยู่ตรงกลางฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีมุขยื่นออกไปรับกับมุขของโคปุระ(ซุ้มประตู) ทั้งสี่ทิศ หน้าปรางค์ด้านตะวันออก สันนิษฐานว่าทำเป็นระเบียงเครื่องไม้รูปกากบาท มุงหลังคาด้วยกระเบื้องกาบกล้วย แต่ปัจจุบันเหลือเพียงฐานอาคาร เนื่องจากปรางค์ส่วนยอดพังทลายลงมาหมดแล้ว พบเพียงกลีบบัวส่วนยอดสลักด้วยหินทราย ตกอยู่ใกล้โคปุระทางทิศตะวันตก

ภายในปรางค์ ค้นพบรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรปางเปล่งรัศมี พระนางปรัชญาปารมิตา พระพุทธรูปนาคปรกหินทราย ซึ่งเป็นรูปเคารพในศาสนาพุทธ นิกายมหายาน ปัจจุบันกรมศิลปากรได้นำรูปจำลองของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรมาประดิษฐานไว้ ส่วนองค์จริงนำไปประดิษฐานที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

(ข้อมูลคัดลอกมาจากหนังสือเที่ยวทั่วไทยไปกับ"นายรอบรู้" กาญจนบุรี)
12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 10  ม.ค. 47, 20:51 น.


ความคิดเห็นที่ 3

ภาพ โคปุระ(ซุ้มประตู)ด้านทิศตะวันตกที่สภาพยังสมบูรณ์ที่สุด

โคปุระ (ซุ้มประตู) และระเบียงคด อยู่ล้อมรอบปรางค์ประธานทั้งสี่ทิศ ด้านทิศเหนือและทิศใต้พังทลาย เหลือเพียงเรือนธาตุ ด้านทิศตะวันตกที่สมบูรณ์ มากที่สุด ปัจจุบันดิษฐานรูปจำลองของพระนางปรัชญาปารมิตา โคปุระทุกด้านมีระเบียงทางเดินเชื่อมต่อกัน มีผนังสองด้าน หลังคาเป็นศิลาแลงเรียงซ้อนเหลี่ยมเป็นเส้นโค้ง มีบราลีดินเผาประดับอยู่บนสันหลังคาเพื่อป้องกันไม่ให้นกมาเกาะสันหลังคา ระเบียบด้านที่สมบูรณ์ที่สุดคือด้านที่เชื่อมระหว่างโคปุระด้านทิศเหนือซึ่งมีภาพสลักนูนต่ำรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

(ข้อมูลคัดลอกมาจากหนังสือเที่ยวทั่วไทยไปกับ"นายรอบรู้" กาญจนบุรี)
12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 10  ม.ค. 47, 20:54 น.


ความคิดเห็นที่ 4

...ภาพ ปราสาทเมืองสิงห์(โบราณสถานหมายเลข 1) มุมหนึ่ง...

บรรณาลัย สร้างขึ้นเพื่อเก็บคัมภีร์ทางศาสนา อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของปรางค์ประธาน เป็นอาคารสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก ประตูทางเข้าอยู่ด้านตะวันตก ผนังด้านทิศเหนือและทิศใต้มีช่องหน้าต่างเล็กๆ ตำแหน่งการสร้างเช่นนี้พบในศาสนสถานอีกหลายแห่งที่สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมนที่ 7

กำแพงแก้ว เป็นกำแพงล้อมรอบตัวปราสาท ส่วนใหญ่พังทลายเกือบหมด มีลักษณะเป็นกำแพงศิลาแลงสูง มีศิลาแลงคล้ายใบเสมาวางเรียงกันอยู่บนสันแนวกำแพง

(ข้อมูลคัดลอกมาจากหนังสือเที่ยวทั่วไทยไปกับ"นายรอบรู้" กาญจนบุรี)
12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 10  ม.ค. 47, 20:57 น.


ความคิดเห็นที่ 5

...ภาพ โคปุระ(ซุ้มประตู)ด้านทิศตะวันตกที่สภาพยังสมบูรณ์ที่สุด อีกรูปหนึ่ง... 12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 10  ม.ค. 47, 20:59 น.


ความคิดเห็นที่ 6

...ภาพ ปราสาทเมืองสิงห์(โบราณสถานหมายเลข 1) มุมหนึ่ง...
12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 10  ม.ค. 47, 21:01 น.


ความคิดเห็นที่ 7

ภาพโบราณสถานหมายเลข 2

โบราณสถานหมายเลข 2 อยู่มุมตะวันตกเฉียงเหนือของปราสาทเมืองสิงห์ สร้างด้วยศิลาแลงประดับลวดลายปูนปั้น ลักษณะพื้นเมืองคล้ายศิลปะทวารวดี ประกอบด้วยปรางค์ประธานตั้งอยู่ตรงกลาง มีโคปุระสี่ด้านเชื่อมกันด้วยระเบียงคด โคปุระตะวันออกอยู่*งจากปรางค์ประธานมากกว่าด้านอื่นๆ แต่ระเบียงคดด้านตะวันออกมีเพียงฐาน ไม่มีผนังและหลังคาคลุมตามแบบแผนที่ควรเป็น เมื่อทำระเบียงคดระหว่างโคปุระด้านทิศเหนือกับทิศใต้แล้ว ทำให้ดูเหมือนเป็นปรางค์สามองค์เรียงกัน
(ข้อมูลคัดลอกมาจากหนังสือเที่ยวทั่วไทยไปกับ"นายรอบรู้" กาญจนบุรี)
12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 10  ม.ค. 47, 21:03 น.


ความคิดเห็นที่ 8

...ภาพ ปราสาทเมืองสิงห์(โบราณสถานหมายเลข 1) มุมหนึ่ง...

โบราณสถานหมายเลข 3 ตั้งอยู่นอกกำแพงแก้วด้านตะวันตกเฉียงใต้ของปราสาทเมืองสิงห์ มีสภาพชำรุดมาก ไม่สามารถสันนิษฐานได้ว่าเป็นสิ่งก่อสร้างประเภทใด ร่องรอยเหลือเฉพาะแนวฐานของโบราณขนาดเล็ก ภายในกลวง ฐานชั้นล่างเป็นฐานเขียงรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ก่อด้วยศิลาแลง ถัดขึ้นมาเป็นฐานปัทม์ ก่อด้วยอิฐ ชั้นบนสุดก่อนด้วยศิลาแลง

โบราณสถานหมายเลข 4 อยู่ใกล้กับโบราณสถานหมายเลข 3 มีสภาพชำรุดมากเช่นกัน ตัวอาคารก่อศิลาแลงเรียงเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเป็นระยะสี่ห้อง พื้นบางส่วนปูศิลาแลง มีกรวดแม่น้ำและทรายอัดแน่น

(ข้อมูลคัดลอกมาจากหนังสือเที่ยวทั่วไทยไปกับ"นายรอบรู้" กาญจนบุรี)
12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 10  ม.ค. 47, 21:04 น.


ความคิดเห็นที่ 9

ภาพ ปราสาทเมืองสิงห์(โบราณสถานหมายเลข 1) มุมหนึ่ง...

อาคารจัดแสดงศิลปะโบราณวัตถุ จัดแสดงภาพถ่ายและเรื่องราวในการบูรณะอุทยานประวัติศาสตร์แห่งนี้ รวมทั้งจัดแสดงโบราณวัตถุหลายชื้นที่หักพังและค้นพบในช่วงบูรณะ เช่นลวดลาย ปูนปั้น เศษกระเบื้อง บราลี กลีบขนุน ภาชนะดินเผา ชิ้นส่วนพระพักตร์ของพระพุทธรูปหินทรายขนาดใหญ่ รูปจำลองพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พระนางปรัชญาปารมิตา และพระพุทธรูปนาคปรกหินทรายอีกหลายองค์(องค์จริงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร) เทวรูปส่วนใหญ่เป็นศิลปะขอมในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นำมาจากกัมพูชา ส่วนพระพุทธรูปส่วนใหญ่เป็นศิลปะลพบุรีฝีมือช่างพื้นเมือง

(ข้อมูลคัดลอกมาจากหนังสือเที่ยวทั่วไทยไปกับ"นายรอบรู้" กาญจนบุรี)
12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 10  ม.ค. 47, 21:06 น.


ความคิดเห็นที่ 10

หลุมขุดค้นทางโบราณคดี อยู่ริมแม่น้ำแควน้อยนอกกำแพงเมืองทางด้านทิศใต้ ในหลุมขุดค้นพบโครงกระดูกสี่โครง และเครื่องมือเครื่องใช้ ทั้งภาชนะสำริด ดินเผา เครื่องมือเหล็ก สร้อยคอทำด้วยลูกปัดหินและลูกปัดแก้ว รวมทั้งพบแกลบข้าวติดอยู่ที่ขวานสำริดข้างศพด้วย นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าบริเวณนี้น่าจะเป็นที่ฝังศพของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในราว 2,000 ปีก่อน ซึ่งแสดงว่ามีการตั้งชุมชนกระจายอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำแควน้อยนานมาแล้ว และมีพิธิกรรมการฝังศพที่แยกตามฐานะอย่างชัดเจน ปัจจุบันมีการจัดแสดงโครงกระดูกที่สภาพสมบูรณ์เอาไว้ในหลุมขุดค้นสองโครง ส่วนที่เหลือนำไปเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

(ข้อมูลคัดลอกมาจากหนังสือเที่ยวทั่วไทยไปกับ"นายรอบรู้" กาญจนบุรี)
12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 10  ม.ค. 47, 21:08 น.


ความคิดเห็นที่ 11

ภาพแม่น้ำแควน้อยนอกแนวกำแพงทางด้านทิศใต้ อีกมุมหนึ่ง

ตั้งและการเดินทาง

ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควน้อย ที่บ้านปากกิเลน หมู่1 ต.วังสิงห์ อ.ไทรโยค อยู่*งจาก อ.เมืองกาญจนบุรีประมาณ 43 กม.

รถยนต์ส่วนตัว

มาตามทางหลวงหมายเลข 323(กาญจนบุรี-ทองผาภูมิ) ประมาณ 17 กม จะมีทางแยกซ้ายมือ มีป้ายบอกทางชัดเจน จากนั้นมาตามทางหลวงหมายเลข 3455 อีกประมาณ 9 กม เมื่อถึงสามแยก ให้เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 200ม. จะถึงปากทางเข้า

รถโดยสารประจำทาง ขึ้นรถกาญจนบุรี-สังขละบุรี หรือกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ มาลงที่แยกปากกิเลน แล้วนั่งมอเตอร์ไซด์รับจ้างเข้าไป ส่วนขากลับต้องนัดหมายให้รถมารับ

รถไฟ ขึ้นรถไฟสายธนบุรี-น้ำตก มาลงที่สถานีท่ากิเลน แล้วนั่งมอเตอร์ไซด์รับจ้าง

(ข้อมูลคัดลอกมาจากหนังสือเที่ยวทั่วไทยไปกับ"นายรอบรู้" กาญจนบุรี)
12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 10  ม.ค. 47, 21:13 น.


ความคิดเห็นที่ 12

ภาพแม่น้ำแควน้อยนอกแนวกำแพงทางด้านทิศใต้ อีกมุมหนึ่ง

อัตราค่าเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น. ค่าเข้าชม คนไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 40 บาท นักท่องเที่ยวที่ต้องการขอวิทยากรนำชม หรือสอบถามรายละเอียด ติดต่อได้ที่ที่ทำการอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ สำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โทร. (034) 591-122

(คัดลอกข้อมูลมาจากhttp://www.thaiparks123.com/historicalpark.cfm?parkid=7) 12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 10  ม.ค. 47, 21:20 น.


ความคิดเห็นที่ 13

รูปสวยจังเลยครับ แถมได้ความรู้
พร้อมทั้งรายละเอียดการเดินทาง
ดีจังเลยครับ... 08

โดย - ๏ ` I c z Y ` ๏ - FreeMAN เมื่อ 11  ม.ค. 47, 00:54 น.


ความคิดเห็นที่ 14

เก่งจังครับรู้แยะจิง ๆ และรูปสวยมากด้วย ฝีมือจริงๆ
11

โดย รถถัง เมื่อ 11  ม.ค. 47, 07:35 น.


ความคิดเห็นที่ 15

รูปสวย และชัดม้ากกกกกกกกกกกกกกกกก มากค่ะ พี่รัช 10 10 10


โดย joy_venture เมื่อ 11  ม.ค. 47, 20:34 น.


ความคิดเห็นที่ 16

ขอบคุณ คุณ- ๏ ` I c z Y ` ๏ - FreeMAN และคุณรถถัง ที่ชมให้กำลังใจนะ พี่ไม่ได้มีความรู้อะไรมากนัก อาศัยไปเที่ยวไหน จะขอใบแผ่นพับสถานที่เที่ยวมาสะสมไว้ ก็ได้ไอเดียจากเพื่อนพี่(พี่ต้อย) มาส่วนหนึ่ง ก็คิดว่า เวลาโพสต์รูปเราน่าจะสอดแทรกสาระข้อมูลการเดินทางบ้างก็ดีเหมือนกันนะ อาจเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ที่อ่านบ้าง ไม่มากก็น้อย อย่างพี่ไปเที่ยวไหน ส่วนมากมักจะหาข้อมูลจากเพื่อนๆ ในเว็บที่ให้ข้อมูลไว้เหมือนกัน บางกระทู้พี่จะต้องใช้เวลาพิมพ์เยอะหน่อย แต่ทำแล้วก็รู้สึกเป็นความสุขอย่างหนึ่งนะ

โดย พี่รัช เมื่อ 11  ม.ค. 47, 20:42 น.


ความคิดเห็นที่ 17

อ้าว! เพิ่งเห็นข้อความโพสต์ ขอบคุณ คุณjoy_venture ที่ชมนะ ที่ภาพคมชัดมีส่วนประกอบหลายอย่างนะ ช่วงก่อนพี่ใช้กล้องดิจิตอลจะใช้ระบบออโต้ ช่วงหลังๆ มาก็ลองศึกษาใช้โปรแกรมแมนนวลปรับรูรับแสง,ชัตเตอร์ ปรับค่าISO และปรับค่าความคมชัด ที่ในตัวเครื่องมีให้เราปรับใช้นะ หลังจากนั้นหากรูปไหนภาพมันมึดไป สว่างไป ก็มาใช้โปรแกรมโฟโต้ช๊อปแต่งภาพอีกทีนะ และหากภาพสีมันจืดไปพี่ก็ใส่สีไป อิอิอิ 08 08 08 เพื่อให้ภาพดูสวยงามขึ้น ที่ทำเช่นนั้น ไม่ได้ทำเพื่อโชว์หรืออวดเพื่อนๆ ว่ามีฝีมือถ่ายภาพนะ ไม่ใช้เลย ความรู้ถ่ายภาพ และมุมมองพี่ยัง*งไกลระดับฝีมือนะ 08 08 08 อาศัยชอบอ่านหนังสือท่องเที่ยวที่มีภาพสวยๆ และดูภาพสวยๆ ที่เพื่อนๆ ถ่ายมาแล้วเก็บรายละเอียดไว้ ประยุกต์ใช้อีกทีนะ จุดประสงค์หลัก เพียงอยากให้ภาพออกมาดูดี ที่ไม่เวอร์เกินนะ ให้นักท่องเที่ยวสนใจไปเที่ยว กลัวว่าเพื่อนๆ เห็นภาพพี่แล้ว ว้า ไม่อยากไปเที่ยว ไม่สวยอะไรประมาณนั้นนะ ทั้งๆ ที่สถานที่นั้นมีความสวยงามนะ

พี่ลองโพสต์รูปภาพจากกล้องดิจิตอลเดิมของพี่ ที่ไม่ได้ใช้โปรแกรมโฟโต้ช้อปตกแต่งภาพอะไรเลยนะ มาให้เพื่อนๆ เปรียบเทียบดูนะ 12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 11  ม.ค. 47, 21:07 น.

พิมพ์เมื่อ 1  พ.ย. 57, 17:19 น.
http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?content=3170&board=trip