ถึงทุกท่านที่ search มาเจอหน้ากระทู้ตรงนี้จาก Google เราขอชวนท่านเข้าไปที่หน้าเว็บบอร์ดจริงของเรา มีข้อมูลท่องเที่ยวอีกเยอะมาก โดยเฉพาะน้อง ๆ ที่ทำรายงาน หรือสมาชิกใหม่ที่ไม่เคยเข้าเว็บเรามาก่อน น่ะจ๊ะ เว็บบอร์ดเราอยู่ที่ http://www.trekkingthai.com/board นะครับ....มีข้อมูลอีกหลายหมื่นกระทู้ คลิกไปอ่านดูสิครับ *_*

รูปภาพ...เล่าเรื่องกลับไปเยือนบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ จ.สุพรรณบุรี



บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ

บึงฉวาก เดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของสายน้ำท่าจีน เมื่อผ่านระยะเวลาและการทับถมของตะกอนดินโคลน จึงทำให้ส่วนหนึ่งของแม่น้ำแยกตัวออกมาเป็นบึงรูปโค้งมีขนาดใหญ่กินพื้นที่อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี และอำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท

ในปี 2537 จังหวัดสุพรรณบุรี โดย ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดทำโครงการพัฒนาบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงครองราชย์ครบ 50 ปี จึงมีการขุดลอกบึงให้กักเก็บน้ำได้มากถึง 10 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรได้ 6,500 ไร่ และพัฒนาพื้นที่โดยรอบให้เป็นที่ตั้งของหน่วยงานต่างๆ คือ ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่า กรมปศุสัตว์ อุทยานผักพื้นบ้านเพื่อการยังชีพ และสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ เป็นต้น

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ
อาคารสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำหลังที่ 1 เป็นอาคารที่จัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่น่าสนใจ ทั้งพันธุ์สัตว์น้ำจืดและพันธุ์สัตว์น้ำเค็ม ในส่วนของพันธุ์สัตว์น้ำจืดมีทั้งพันธุ์ปลาไทย พันธุ์ปลาต่างประเทศ และพันธุ์ปลาสวยงามชนิดต่างๆ ตัวอย่างปลาไทยที่น่าสนใจ เช่น ปลาบึก ปลากะโห้ ปลาม้า ปลาช่อนงูเ* ปลากระเบนน้ำจืด ปลาเสือตอ เป็นต้น ส่วนพันธุ์ปลาต่างประเทศก็มี ปลากดลายเสืออเมซอน ปลากดหางแดงอเมซอน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีปลาทะเลและสัตว์ทะเล เช่น ปลาโนรี ปลากระเบนลายจุดฟ้า ปลาวัว ปลาฉลาม และม้าน้ำ เป็นต้น

อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำหลังที่ 2 ภายในตัวอาคารประกอบด้วย ตู้ปลาขนาดใหญ่บรรจุน้ำได้ 400 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 1 ตู้ สามารถเดินดูปลาได้รอบตู้ มีอุโมงค์ความยาวประมาณ 8.5 เมตร ซึ่งถือได้ว่าเป็น อุโมงค์ปลาน้ำจืดแห่งแรกของประเทศไทย นอกจากตู้ปลาใหญ่แล้วยังมีตู้ปลาน้ำจืดอีก 30 ตู้ และตู้ปลาทะเลสวยงามอีก 2 ตู้

บ่อจระเข้ เป็นบ่อจระเข้ที่ได้จำลองให้มีสภาพที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด มีพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ ประกอบด้วยพื้นดิน บ่อน้ำ และต้นไม่ชนิดต่างๆ มีจระเข้น้ำจืดพันธุ์ไทยขนาด 1.5-4 เมตร จำนวน 40 ตัว

ผู้ที่สนใจเข้าชมสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ ทั้งอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ และบ่อจระเข้สามารถเข้าชมได้ทุกวัน โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ ค่าผ่านประตู ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท ตามเวลาเปิด-ปิด

วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น.-17.00 น.
วันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 09.00 น.-18.00 น.
12 12 12

ตั้งโดย พี่รัช เมื่อ 19  ส.ค. 47, 00:44 น.



ความคิดเห็นที่ 1

…เรื่องเล่าสู่กันฟัง…

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาก็พาครอบครัวยกโขยงไปเที่ยวบึงฉวากกัน ตามคำเรียกร้องของที่บ้านได้บ่นมานานว่าอยากจะไปเที่ยวเยือนสักครั้ง มีเรากับป๋าเท่านั้นที่ได้ไปเยือนแล้วเมื่อช่วงเดือน พ.ค. ตอนนั้นไปทำธุระที่ จ.นครสวรรค์ ช่วงระหว่างทางไปเห็นป้ายบอกทางเข้า และมองเวลาแล้ว ยังพอมีเวลาแวะเที่ยวได้ เรื่องเที่ยวแล้วจะมัวเสียเวลาคิดมากทำไม ว่าแล้วก็เลี้ยวขวับไปเที่ยวเยือนเลย หลังจากได้ไปเที่ยวแล้ว ก็เก็บภาพและกลับมาเล่าสู่กันฟังให้ครอบครัวฟัง ก็ไปกระตุ้นต่อมความอยากให้อยากจะไปเที่ยวกัน ก็อยากจะพาไปเที่ยวนะ แต่พอเรานึกถึงระยะทางแล้ว ขี้เกียจขับรถ ก็เลยไม่ได้พาไปเที่ยวสักที พอดีเมื่อวันแม่ที่ผ่านมาไม่ได้พาแม่ไปเที่ยวไหนหรือพาไปกินข้าวนอกบ้านเหมือนทุกปีที่ผ่านมา เพราะเจ้าน้องสาวติดสอน ออกร้านงานวันแม่ที่ อ.ดอนตูม ก็คุยกับน้องๆ ว่าวันเสาร์พาแม่ไปเที่ยวกันดีกว่า กลัวแม่น้อยใจ เราก็วางโปรแกรมเที่ยวเลย แต่ไม่ได้นึกถึง"บึงฉวาก"หรอก คิดไว้ว่าจะพาไปเที่ยวตลาดน้ำดำเนินสะดวก มนัสการหลวงพ่อวัดบ้านแหลม และไปต่อที่ดอนหอยหลอด หาอะไรกินเย็นค่อยกลับบ้าน

เช้าวันรุ่งขึ้น โปรแกรมที่คิดไว้เปลี่ยนหมด แหะ แหะ เพราะว่าเราตื่นสาย พอเราลงมาก็บอกแม่ว่า "เดินทางกันนะ" แม่ก็ตอบมาว่า "ไปตอนนี้จะไปช่วยเขากับเก็บตลาดรึ! จะไปดูอะไร ป่านนี้ตลาดน้ำวายไปแล้ว จะไปเที่ยวต้องไปตอนช่วงเช้า" เราก็รู้สึกผิด ก็รู้สึกกลัวแม่อารมณ์เสีย เพราะเห็นอาการเริ่มงอนหน่อยๆ แล้ว ก็ถามแม่ว่า "แม่อยากจะไปเที่ยวที่ไหน รัชจะพาไป" ก็ได้ใบสั่ง "แม่จะไปเที่ยวบึงฉวาก" เอ้า! งั้นไปกันเลย ตอนนั้นเราไม่ต้องเสียเวลาคิดมากแล้วกลัวเสียฤกษ์ เก้าโมงล้อรถหมุน ก็ไปถึงบึงฉวากราวสิบเอ็ดโมงกว่าเห็นจะได้ ช่วงระหว่างเดินทางเข้าไปก็มีร้านอาหารเรียงรายให้เลือกตลอดเส้นทาง ก็ใกล้เที่ยงแล้ว จอดแวะกินข้าวก่อนดีกว่า กองทัพเดินด้วยท้อง อิ่มแล้วค่อยไปเที่ยวกันต่อ

วันที่เราไปนั้นมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันจำนวนมาก ส่วนมากจะมาเป็นครอบครัว บ้างก็มาเป็นแบบครอบครัวใหญ่พ่อแม่ลูกปู่ย่าตายาย บ้างก็มาแบบครอบครัวเล็กพ่อแม่ลูก ซึ่งเราเห็นภาพแล้วก็รู้สึกอบอุ่น เป็นภาพที่น่ารักมากในความรู้สึกของเรา พวกเราก็ไปเที่ยวที่สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำกันก่อนเลย เสียดายวันนั้นตู้ปลาใหญ่กำลังอยู่ในช่วงปรับสภาพน้ำ ครอบครัวเลยอดชมเลย แต่ไม่เป็นไรก็มีสิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมายให้พวกเราได้ชมกัน ก็แวะไปเที่ยวบ่อจรเข้ จากนั้นก็พาครอบครัวมาแวะเที่ยว อุทยานผักพื้นบ้านกันต่อ แม่ชอบใจผักสดที่ทางกลุ่มแม่บ้านนำมาวางขาย ก็สนุกกับการซื้อเพลินไปเลย ส่วนเราก็เพลินกับการถ่ายภาพในอุทยาน เพราะคราวที่แล้วมาไม่มีโอกาสได้เดินทั่วๆ บริเวณ เสียดายที่เราลืมถ่ายแบตกล้องมาสำรอง ก็ถ่ายภาพมาไม่ได้มากนัก ก็เก็บบันทึกภาพด้วยสายตาแทนแล้วกัน เดินชมสักพัก ก็ออกเดินทางต่อไปเที่ยว ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่า กันต่อ เข้าไปชมนกนานาชนิด และกรงเสือ,สิงห์ ว่าจะเดินไปเที่ยวดูสัตว์ชนิดอื่นๆ อีก ฝนก็เริ่มตกปรอยๆ และดูเวลาแล้ว ก็เป็นเวลาพอสมควรที่เราจะต้องกลับบ้านกันได้แล้ว จะต้องเดินทางอีกไกล ไม่อยากจะถึงบ้านมืดมาก เพราะมีปัญหาที่สายตาเวลาขับรถช่วงตอนกลางคืน ประมาณทุ่มกว่าพวกเราก็มาบ้านโดยสวัสดิภาพ…

ในภาพเป็นตู้ปลาที่อยู่อาคารสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำหลังที่ 1 ซึ่งภาพแรกและสามคือ "ปลาโนรี" ภาพสองคือ "ปลาการ์ตูน" 12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 19  ส.ค. 47, 00:48 น.


ความคิดเห็นที่ 2

นำภาพเก่ามาโพสต์ด้วย เนื่องจากว่าไปเที่ยวนี้ลืมเอาแบตสำรองไป ก็ถ่ายภาพมาได้น้อย ก็นำภาพเก่ามาเผื่อสำหรับเพื่อนๆ ที่ยังไม่ดูกันนะ ส่วนเคยดูแล้ว ดูอีกก็ได้ หรือไม่ก็ตวัดสายตาพาไปเลยแล้วกันนะ เที่ยวนี้พอมีเวลาที่จะอ่านชื่อปลาบ้าง ก็จะโพสต์บอกเท่าที่จดข้อมูลมาและจำได้นะ

ภาพแรกคือ "ปลาช่อนงูเ*" ถิ่นอาศัย แม่น้ำสาละวิน ,แม่น้ำโขง
ภาพสองคือ "ปลาชะโด" ถิ่นอาศัย แม่น้ำหรืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่
ภาพสามคือ "ปลากดหางแดงอเมซอน" ถิ่นอาศัย แม่น้ำอเมซอน
12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 19  ส.ค. 47, 00:51 น.


ความคิดเห็นที่ 3

ภาพแรกคือ "ปลาม้า" ถิ่นอาศัย แม่น้ำน่าน,แม่น้ำเจ้าพระยา,แม่น้ำมูล
ภาพสองคือ "ปลาเสือตอ"
ภาพสามคือ "ปลาตะเพียนเผือก"
12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 19  ส.ค. 47, 00:54 น.


ความคิดเห็นที่ 4

ภาพแรกคือ"กระเบนราหู" พบแม่น้ำเจ้าพระยา,แม่น้ำโขง
ภาพสองคือ "ปลาไหลทะเล"
ภาพสามคือ "ปลาหางไหม้" "หางเหยี่ยว" ซึ่งปัจจุบันสูญพันธ์ในประเทศไทยแล้ว
12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 19  ส.ค. 47, 00:57 น.


ความคิดเห็นที่ 5

ยกตัวอย่างปลาอาคารที่ 1 มาโพสต์เท่านี้ ไม่โพสต์ภาพยกภาพตู้ปลามาครบหมดหรอก ที่เหลือมีโอกาสไปเที่ยวชมดูเอาเองเด้อ ต่อไปก็เดินไปชมอาคารที่ 2 กันต่อ

ภาพตู้ปลาทะเลซึ่งมีให้ชมอยู่ 2 ตู้ ดูมีสีสรร สดใส น่ารักดี 12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 19  ส.ค. 47, 01:01 น.


ความคิดเห็นที่ 6

ก็ตู้ปลาอีกรูปหนึ่ง ก็สวยไปอีกแบบ 12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 19  ส.ค. 47, 01:03 น.


ความคิดเห็นที่ 7

และก็มีตู้ปลาขนาดใหญ่บรรจุน้ำได้ 400 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 1 ตู้ สามารถเดินดูปลาได้รอบตู้ มีอุโมงค์ความยาวประมาณ 8.5 เมตร ซึ่งถือได้ว่าเป็น อุโมงค์ปลาน้ำจืดแห่งแรกของประเทศไทย

แต่น่าเสียดายที่เราไปวันนั้นกำลังอยู่ในระหว่างปรับสภาพน้ำอยู่ที่เห็นป้ายบอก 3 อาทิตย์ 12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 19  ส.ค. 47, 01:05 น.


ความคิดเห็นที่ 8

ภาพที่สองคือ "ปลาหมอสีมาคูแดง" ถิ่น ลุ่มแม่น้ำอเมซอน อเมริกาใต้

ส่วนที่เหลืออีกสองภาพ จำไม่ได้จ้า 12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 19  ส.ค. 47, 01:07 น.


ความคิดเห็นที่ 9

ภาพแรกคือ "ปลาอาบา อาบา" ถิ่น แม่น้ำไนล์ อัฟริกา ลักษณะสามารถสร้างสนามไฟฟ้าอ่อน เพื่อใช้ในการนำทางหาอาหาร ออกหากินกลางคืน
ภาพสองคือ "ปลากดเสือ" ถิ่น แม่น้ำอเมซอน บลาซิล
ภาพสามคือ "ปลาออสการ์" ถิ่น ลุ่มแม่น้ำอเมซอน เป็นปลาที่ดุร้ายไม่ควรเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นๆ
ภาพสี่คือ "ปลาออสการ์ทองเผือก" ถิ่น ลุ่มแม่น้ำอเมซอน เป็นปลาที่ดุร้ายไม่ควรเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่น ๆ" 12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 19  ส.ค. 47, 01:09 น.


ความคิดเห็นที่ 10

ลังจากนั้น ก็เดินไปชมบ่อจรเข้กันดีกว่า 12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 19  ส.ค. 47, 01:12 น.


ความคิดเห็นที่ 11

ภาพแรก "ไข่จรเข้ระหว่างฟัก"
ภาพสอง"กำลังออกจากไข่"
ภาพสาม"ลูกจรเข้อายุ 30 วัน" 12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 19  ส.ค. 47, 01:14 น.


ความคิดเห็นที่ 12

อุทยานผักพื้นบ้านเพื่อการยังชีพเฉลิมพระเกียรติฯบึงฉวาก

จัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนทั่วไปเห็นคุณค่าและอนุรักษ์ผักพื้นบ้านไทย โดยรวบรวมผักพื้นบ้านจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาและปลูก การขยายพันธุ์ การบริโภค ตลอดจนคุณประโยชน์ต่างๆ ของผักพื้นบ้านทั้งประเภท ไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้เถาเลื้อย ไม้น้ำ ไม้ล้มลุก ไม้ชื้นแฉะ และไม้หัวเหง้า ภายในอุทยานมีการจัดภูมิทัศน์อย่างสวยงาม ชมนิทรรศการ ศึกษาข้อมูลผักพื้นบ้านจากคอมพิวเตอร์และห้องสมุด ชมการสาธิตการปลูกพืชในลักษณะไม่ใช้ดินและผักพื้นบ้านที่น่าสนใจกว่า 500 ชนิด พร้อมทั้งจำหน่ายพันธุ์ผักพื้นบ้านแก่ผู้สนใจ

การนำเข้าชมอุทยานพื้นบ้านฯ
วันละ 4 รอบ รอบเช้า เวลา 10.30 น. และเวลา 11.30 น.
รอบบ่าย เวลา 14.30 น. และเวลา 15.30 น.
การเที่ยวชมตามอัธยาศัย ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-18.00 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ
12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 19  ส.ค. 47, 01:17 น.


ความคิดเห็นที่ 13

...ชอบซุ้มต้นไม้นี่จังเลย... สักวันหนึ่ง... แต่วันนี้เป็นภาพในฝันไปก่อน... 12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 19  ส.ค. 47, 01:19 น.


ความคิดเห็นที่ 14

ภายในอุทยานดูร่มรื่น มีพันธ์ไม้ชนิดต่างๆ ให้ชมมากมาย ในภาพที่สอง อาคารที่เห็นนั้นสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเทพฯ ไว้ทรงงาน 12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 19  ส.ค. 47, 01:22 น.


ความคิดเห็นที่ 15

...อีกมุมหนึ่งในสวนอุทยานฯ... 12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 19  ส.ค. 47, 01:24 น.


ความคิดเห็นที่ 16

ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก

กรงนกใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ สูง 25 เมตร ภายใต กรงได้รับการตกแต่งให้ดูคล้ายสภาพธรรมชาติ และมีนกอยู่ภายในกว่า 45 ชนิด เช่น นกยูง นกแว่นสีเทา ไก่ป่า ไก่ฟ้าหลังขาว ไก่ฟ้าสีทอง ไก่ฟ้าพญาลอ ไก่ฟ้าหน้าเขียว นกแก้วโม่ง นกกระตั้ว เป็ดเทา เป็ดก่า เป็ดแดง นกกระเรียน นกกาบบัว นกปาก*ง เป็นต้น

กรงเสือและสิงโต มีทั้งกรงเลี้ยงเสืออยู่ติดกับกรงสิงโตมีขนาดใหญ่ ภายในกรงตกแต่งเป็นถ้ำ และเนินหิน ให้ดูคล้ายสภาพธรรมชาติ กรงตับ คือ กรงที่เรียงติดกันเป็นแถว ซึ่งเป็นกรงเลี้ยงสัตว์ป่าตระ*ลแมว ได้แก่ เสือโคร่ง เสือดาว เสือลายเมฆ เสือปลา แมวดาว เป็นต้น

กรงนกน้ำ นอกจากเราจะได้พบกับนกน้ำบางชนิด ซึ่งพบเห็นได้ยากในธรรมชาติ เช่น นกกระเรียน นกกระทุง นกอีโก้ง นกเป็ดเทา แล้วยังจะได้เรียนรู้พฤติกรรมการอยู่อาศัยของนก

กรงไก่ฟ้าและกรงสัตว์ปีก เป็นกรงเลี้ยงนกตระ*ลไก่ฟ้าและนกที่ใกล้สูญพันธุ์ เช่น นกยูง ไก่ฟ้าหลังขาว ไก่ฟ้าพญาลอ นกเงือกหัว*** เป็นต้น

กรงสัตว์ป่าหายาก เช่น กรงนกกระจอกเทศ กรงอูฐ กรงม้าลาย เป็นต้น
12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 19  ส.ค. 47, 01:26 น.


ความคิดเห็นที่ 17

...ในกรงใหญ่ มีนกนานาชนิดหลายพันธุ์ให้ชมมากมาย... 12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 19  ส.ค. 47, 01:29 น.


ความคิดเห็นที่ 18

เจ้านกภาพที่สอง เราซูมภาพเก็บภาพเขา อยู่ดีดีก็บินโฉบผ่านหัวเรา ดีนะที่เราหลบทัน 12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 19  ส.ค. 47, 01:34 น.


ความคิดเห็นที่ 19

12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 19  ส.ค. 47, 01:37 น.


ความคิดเห็นที่ 20

12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 19  ส.ค. 47, 01:38 น.


ความคิดเห็นที่ 21

การเดินทางโดยรถยนต์

เริ่มจากถนนสายตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340) ระยะทางจากรุงเทพฯ ประมาณ 160 กิโลเมตร เมื่อถึงอำเภอเดิมบางนางบวช สามารถเข้าได้ 2 ทาง คือ

1. บนทางหลวงหมายเลข 340 กิโลเมตรที่ 147 ด้ายซ้ายมือจะมีป้ายทางเข้าบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ และทางเข้าวัดเดิมบางให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนซอยข้างวัด ข้ามแม่น้ำแล้วตรงไปเรื่อยๆ เมื่อถึงสามแยกตัดกับถนนเลียบคลองชลประทานให้เลี้ยวขวาไปตามถนน จนพบสะพานข้ามคลองชลประทานด้านซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานแล้วตรงไปเรื่อยๆ จะถึงบึงฉวาก

2. บนทางหลวงหมายเลข 340 กิโลเมตรที่ 151 ด้านซ้ายมือจะมีป้ายทางเข้าบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนข้ามสะพานบึงฉวากแล้วตรงไปเรื่อยๆ เมื่อถึงสามแยกตัดกับถนนเลียบคลองชลประทานให้เลี้ยวขวาไปตามถนน จนพบสะพานข้ามคลองชลประทานซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานแล้วตรงไปเรื่อยๆจะถึงบึงฉวาก

การเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง
สามารถขึ้นรถโดยสารสถานีหมอชิต-ท่าช้าง หรือสถานีรถสายใต้-ท่าช้าง แล้วลงที่ อำเภอเดิมบางนางบวช จากนั้นต้องเหมารถไปที่บึงฉวากอีกต่อหนึ่ง

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากฯ โทร. 0-3543 9190, 0-3543-9209 โทรสาร. 0-3543 9208

ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกรูปแบบหนึ่ง นอกจากให้ความเพลิดเพลิน ธรรมชาติรอบๆ บึงแล้ว ยังได้ความรู้ ได้เห็นปลาและนกนานาชนิดที่ไม่เคยเห็นนะ หากมีเวลา หรือไม่รู้จะไปเที่ยวไหน ก็ลองไปเที่ยวชมที่บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติกันดูนะ
12 12 12

โดย พี่รัช เมื่อ 19  ส.ค. 47, 01:40 น.


ความคิดเห็นที่ 22

++..รูปสวยม๊ากๆ มาก เลยเพ่. มีโอกาสคงจะต้องไปแล้วแหละ..++

โดย นางงามมิตรภาพ.. เมื่อ 19  ส.ค. 47, 11:25 น.


ความคิดเห็นที่ 23

...คุณนางงามมิตรภาพมีโอกาสได้ไปเที่ยว อย่าลืมเก็บภาพ ที่เจ้าหน้าที่ลงไปให้อาหารปลาในตู้ปลาใหญ่มาฝากบ้างดิ ถ้าไม่เป็นการรบกวน พี่ไปสองเที่ยวอดชม เที่ยวแรก เวลาไม่พอต้องเดินทางต่อ กะว่าไปเที่ยวนี้จะได้ชม แต่ก็อดชมจนได้ กำลังอยู่ในช่วงปรับสภาพน้ำประมาณ 3 อาทิตย์นะ...

โดย พี่รัช เมื่อ 19  ส.ค. 47, 20:27 น.


ความคิดเห็นที่ 24

พี่รัช....จะไปกี่รอบรูปก็ยังสวยเหมือนเดิมนะครับ 12

โดย seks@n เมื่อ 20  ส.ค. 47, 21:46 น.


ความคิดเห็นที่ 25

...ขอบคุณสำหรับคำชมเด้อ ภาพไปเที่ยวน้ำตกหมันแดง,ภูสอยดาวดูสวยงามมากนะ ยิ่งภาพน้ำตกสวยงามมาก ที่นี่พี่ก็จดๆจ้องๆจะไปเที่ยวหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสสักที...

โดย พี่รัช เมื่อ 23  ส.ค. 47, 20:28 น.


ความคิดเห็นที่ 26

บริการ รับทำอาหารกล่องหรือ บริการอาหารประเภทต่างๆตามที่ท่านสั่ง หรือจัดเลี้ยง ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นคณะทัวร์หรือโรงเรียน 100-1000 คน ยินดีรับใช้ รับประกันความ อร่อย สะอาด ถูกหลักอนามัย รวดเร็วทันใจ บริการส่งถึงที่ อยู่ใกล้ตัวบึงฉวาก สนใจ ติดต่อ 01-3826628 , คุณ ภานุวัฒน์



โดย xx (x_speednet@hotmail.com) เมื่อ 19  ต.ค. 47, 09:55 น.

พิมพ์เมื่อ 23  ธ.ค. 57, 07:50 น.
http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?content=4712&board=trip