ไทยเวอร์ชั่น นิตยสารออนไลน์สำหรับผู้รักการเดินป่า Online Magazine for Trekking in Thailand English Version
โดยความเอื้อเฟื้อจากอนุสาร อสท.
ป่าพรุ
ป่าพรุ
ป่าพรุ สิรินธร
มีสภาพเป็นป่าดิบชื้นในที่ลุ่มน้ำขัง มีพื้นที่ในเขตอนุรักษ์ประมาณ ๑๒๕,๐๐๐ ไร่ โดยยังคงมีป่าสมบูรณ์ดั้งเดิมเหลืออยู่ประมาณ ๕๗,๐๐๐ ไร่ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของอำเภอตากใบ สุไหงปาดี และสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ประกาศจัดตั้งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และจัดสร้างศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติ ป่าพรุ สิริธร ดำเนินงานศึกษาวิจัยระบบนิเวศ ป่าพรุ อีกทั้งจัดสร้างเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าพรุ เพื่อประชาสัมพันธ์ความรู้ด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับธรรมชาติของป่าพรุ
จากการสำรวจโดยนักพฤกษศาสตร์ทำให้ทราบว่า ใน ป่าพรุ แห่งนี้มีพืชพรรณไม้ดอกอาศัยอยู่ประมาณ ๑๐๙ วงศ์ จำนวน ๔๕๐ ชนิด พืชไร้ดอกจำพวกเฟิร์นประมาณ ๑๕ วงศ์ จำนวน ๔๐ ชนิด และยังไม่รวมพืชชั้นต่ำจำพวกมอสอีกมารมายที่ยังไม่ได้ถูกสำรวจอย่างทั่วถึง
การที่ป่า พรุโต๊ะแดง ตั้งอยู่ค่อนมาทางส่วนปลายของคาบสมุทรลายู ทำให้ได้รับอิทธิพลของพรรณพืชเขตมาเลเซีย ต้นไม้หลายชนิดจึงพบเห็นได้เฉพาะในป่าพรุแห่งนี้เท่านั้นอย่างเช่น หมากแกง ปาหนันช้าง พืชในวงศ์กระดังงาที่มีดอกใหญ่ และยังกล้วยไม้กับพืชเล็ก ๆ แปลกตาอีกมากมาย
ทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร
เส้นทางนี้มีความยาวประมาณ ๑,๒๐๐ เมตร เป็นสะพานไม้ยกพื้นผ่านเข้าไปใจกลาง ป่าพรุ สามารถใช้เวลาเพื่อเดินศึกษาธรรมชาติอย่างทั่วถึงประมาณ ๓๐-๔๕ นาที โดยนำพาผู้เดินผ่านไปตามจุดสื่อความหมายธรรมชาติจุดต่าง ๆ ซึ่งจะพบเห็นบรรดาพืชพรรณป่าพรุที่น่าสนใจอย่างใกล้ชิด เช่น บริเวณทุ่งน้ำขังซึ่งมีพืชล้มลุกนานาชนิดขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นอย่างเช่นพืชในวงศ์กกชนิดต่าง ๆ อาจได้เห็นกล้วยไม้หายากชื่อว่า เอื้องหวายดิน ที่ผลิดอกสีม่วงอ่อน เมื่อผ่านเข้าไปในแนวป่าทึบจะได้พบพรรณไม้ ป่าพรุ ที่หาชมได้ยาก เช่น ต้นปาหนันช้าง ต้นหลุมพี กะพ้อแดง ส่วนตามต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ชนิดต่าง ๆ จะมีพืชที่ขึ้นเกาะอาศัยอยู่บนผิวลำต้นและกิ่งก้านของต้นไม้อื่น อันได้แก่ กล้วยไม้ เฟิร์น นมตำเรียและเตยเลื้อย

ป่าพรุ


การเดินทางและสิ่งอำนวยความสะดวก
เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ป่าพรุ ตั้งอยู่บริเวณศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร ใกล้กับคลองโต๊ะแดง ตำบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโก-ลก จากกรุงเทพฯ สู่นราธิวาส มีเที่ยวบินและรถบัสปรับอากาศชั้นหนึ่งบริการทุกวัน จากนั้นจึงเดินทางต่อด้วยรถประจำทางของท้องถิ่น สู่อำเภอ สุไหงโก-ลก ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4057 สุไหงโก-ลก - ตากใบ ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 5 เลี้ยวซ้ายตรงแยกชวนะนันท์ เข้าไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตรตามป้ายบอกทาง
เนื่องจากศูนย์วิจัยฯ อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองสุไหงโก-ลก และด่านสุไหงโก-ลก ชายแดนไทยกับมาเลเซีย อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวและย่านธุรกิจการค้าที่สำคัญ อีกแห่งหนึ่งของภาคใต้ ฉะนั้นที่ตัวเมืองสุไหงโก-ลก จึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ไว้รองรับนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นอย่างพร้อมพรั่ง ไม่ว่าจะเป็น โรงแรมที่พัก และร้านอาหาร ตลอดจนแหล่งจำหน่ายสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ
เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ป่าพรุ สิรินธรเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00-16.30 น. ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการมาเที่ยวชมคือ ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนเมษายน เพราะมีฝนตกน้อยกว่าเดือนอื่น ๆ
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติ ป่าพรุ สิรินธร ตู้ ปณ. 37 อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส 96120 สำนักงาน ททท. ภาคใต้ เขต 3 (ภาคใต้ตอนล่าง) ศูนย์บริการข่าวสารอำเภอสุไหงโก-ลก ถนนเอเซีย 18 อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส 96120 โทรศัพท์ 073-612126 , 615-230 โทรสาร 073-615-230

ป่าพรุ


........... สารบัญ
---------------------------------------------------------------------
ป่าไม้ไทย
ชนิดป่าของเมืองไทย
ป่าเมฆอินทนนท์
ทุ่งดอกไม้แสลงหลวง
ป่าสนภูกระดึง
ป่าดิบเขาใหญ่
ป่าใต้เขาหลวง
ป่าพรุสิรินธร
เตรียมตัวเที่ยวป่า

ข้อมูลโดย ....การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
สนับสนุนข้อมูลโดย...อนุสาร อ.ส.ท.

----------------------------------------------------------
----- รักษ์ธรรมชาติกับเทรคกิ้งไทย.คอม------
อ่านเรื่องราวที่เคยลงในเวปมาแล้วครับ
----- ##### -----------
กลับไปหน้าแรกของเว็บไซต์ มีเรื่องราวน่าสนใจให้อ่านอีกมากครับ