Headnet for the sane

จาก Backpacker -May 2000 แปลโดย..Mr.OB1


หมวกกันแมลง ไม่ว่าใครเวลาที่เจอยุงกัดก็คงจะรู้สึกน่ารำคาญ เจ้ายุงและแมลงตัวน้อย ๆ เวลาที่มาบินวน ๆ ข้างหูเราวี้ ๆๆ นั่นก็คือเราเข้ามาอยู่ในถิ่นของยุงแล้วล่ะ ทีนี้ก็ต้องป้องกัน หลายๆ ครั้งที่ทั้งแค้มป์จะเต็มไปด้วยกลิ่นของตะไคร้หอม (ฮา) ฟุ้งไปหมดเลย เอาไว้จะทำการทดสอบยาทั้งหมด ที่มีขายบ้านเราแบบจริงจังเลยว่าอันไหนที่คุ้มค่าที่สุด

ทีนี้เพราะในป่าที่เราเข้าไปนั้น แมลงบางอย่างมีพิษและทำให้เราเจ็บได้ บางถิ่นที่มีมาเลเรีย ก็ต้องระวังเป็นพิเศษอีกด้วย นอกจากการใช้ยาทาตามแขนขาและลำตัว เพื่อป้องกันแมลงเหล่านี้แล้ว สำหรับในเมืองนอกหลาย ๆ พื้นที่ก็มีการใช้ หมวกกันแมลง เพื่อป้องกันส่วนใบหน้าและศรีษะที่เราจะไม่ทายากันแมลง สำหรับในเมืองไทย ที่เห็นมีขาย จะเป็นการตัดเย็บเองและไม่เป็นที่นิยม แต่หากมีการออกแบบที่ "เหมาะ" กับคนไทยจริง ๆ ผมว่าในหลาย ๆ พื้นที่ของเมืองไทยนี่แหละ เราก็สามารถนำไปใช้ได้คุ้มค่ากว่าที่คิดนะครับ...

1. Bug-Me-Not Headnet (ราคา $7)

รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ทาง Backpacker บอกว่าแจ๋วสุดในสี่รุ่นที่นำมาให้ดู เพราะว่าตัวสายล็อคที่มีลักษณะเป็นโครงพลาสติค จะครอบลงไปถึงบริเวณหน้าอก แล้วก็คลุมบางส่วนของแขนแบบเข้ารูปพอดี มีพื้นที่ภายในกว้างทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด ตาข่ายด้านหน้ามีสีดำแบบลดการสะท้อนของแสงที่ทำให้มองไม่ชัด มีโครงข้างบนศรีษะถ่างออกได้ทำให้มีบริเวณเหลือ ระหว่างใบหน้าของเรากับตาข่าย (ดูรูป)
น้ำหนัก 4 ออนซ์
อ่านเพิ่มเติมได้ที่www.bug-me-not.com


2.Outdoor Research Spring Ring Headnet ($11)

รุ่นนี้ก็เป็นรุ่นที่ดีอีกรุ่นหนึ่ง มีตาข่ายสีดำ มีเส้นผ่าศูนย์กลางวง 12 นิ้ว ข้างล่าง มีแท่งสเตนเลสยาว 4 นิ้วคอยช่วยเป็นโครงด้านล่าง มีตัวล็อคด้านล่างที่ช่วยให้ใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพในการป้องกันแมลง ข้อเสียคือพื้นที่ดูจะไม่ค่อยกว้างและไม่ยืดหยุ่นต่อการใช้งาน
น้ำหนัก 1.75 ออนซ์ www.orgear.com


3. Cabela's Bug-Out ($8)

สำหรับตาข่ายแบบนี้เบากว่าแบบอื่น ๆ มีเนื้อที่เยอะ แต่ก็มีปัญหาเรื่องการเข้ากับใบหน้า แต่คลุมบริเวณส่วนหน้าอกได้ไม่ดี ทำให้มีโอกาสโดนแมลงกัดได้ ตัวดึงล็อคข้างล่างผู้ทดสอบบอกว่าใส่ยากและ ต้องดึงอยู่หลายครั้ง จึงดูว่าล็อคไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่
น้ำหนัก 0.75 ออนซ์
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.cabelas.com


4. Piragis Northwoods Company Bug Cap ($15)

สำหรับตาข่ายแบบนี้คล้าย ๆ ดัดแปลงจากหมวกเบสบอลมาเลย ส่วนบนจะยืดได้ และทำให้ดึงลงมาได้ เพื่อจะดื่มน้ำได้ง่ายกว่าดึงจากด้านล่างขึ้นมา แต่ปัญหาสำคัญก็คือ ขนาดที่เล็กเกินไปทำให้ตาข่ายไปติดหู และเจ้ายุงก็เจาะเข้ามาตรงนั้นได้ หมวกที่สวมทำให้เวลาเดินในอากาศที่ร้อนอบอ้าว แล้วก็จะร้อนเพราะระบายอากาศได้ไม่ดี
น้ำหนัก 2.3 ออนซ์
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.piragis.com



ชอบใจลองคลิกไปดูที่เวปของแต่ละผู้ผลิตได้เลยครับ...





Last Update : นำลงครั้งแรกในอินเตอร์เนตในเทรคกิ้งไทยเมื่อ 8 ก.ค. 2543