visit our sponsor
 

การจำแนกเต็นท์ว่าอยู่ในประเภทไหน สามารถแบ่งได้หลายวิธีอย่างแรกที่นิยมแบ่งคือแบ่งตามรูปทรง,แบ่งตามจำนวนผู้ใช้หรือแบ่งตามฤดูกาล การแบ่งประเภทเต็นท์ดังที่กล่าวมานี้ ค่อนข้างมีความคล้ายคลึงกัน เราลองมาดูกันนะครับว่า รายละเอียดของการแบ่งเต็นท์นั้นเป็นอย่างไร

การแบ่งเต็นท์ตามรูปทรง

1. เต็นท์สามเหลี่ยม (A-Frame )

เต็นท์สามเหลี่ยมที่ใช้ผ้าร่มได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวสูงเนื่องจากมีน้ำหนักเบา ราคาไม่แพง อีกทั้งกางง่าย เพียงตั้งเสาอลูมิเนียม 2 เสาที่หัวและท้ายเต็นท์แล้วดึงเชือกที่อยู่ตามมุมเต็นท์ก็สามารถใช้เป็นที่พักแรมคืนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้แล้วยังมีคุณสมบัติที่ดีอีกคือเรื่องของความแข็งแรงทนทาน น้ำหนักเบา ในการเดินป่าเราอาจจะไม่ต้องนำเสาเต็นท์ไปด้วยก็ได้ เพราะในป่ากิ่งไม้ขนาดความสูงเท่าเสาเต็นท์นั้นมีมากมาย

นอกจากข้อดีดังกล่าว เต็นท์สามเหลี่ยมก็มีข้อเสียอยู่บ้างอย่าง เช่นเมื่อเรานำเต็นท์ไปใช้ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นมักจะมีหยดน้ำเกาะอยู่ตามผนังเต็นท์ (Condensation) หยดน้ำดังกล่าวเกิดจากการกลั่นตัวของไอน้ำที่มาจากร่างกายและความชื้นสะสมภายในเต็นท์ ลำดับต่อมาคือเรื่องของพื้นที่ใช้สอยและความสะดวกสบายภายในเต็นท์ค่อนข้างมีอยู่อย่างจำกัด ใครที่เคยใช้เต็นท์สามเหลี่ยม คงจะนึกภาพออกเวลาที่เรานั่งคุยหรือเก็บสัมภาระจะต้องนั่งในแนวกึ่งกลางของเต็นท์ เพราะเป็นจุดที่มีความสูงมากที่สุด อย่างไรก็ดี ปัจจุบันเต็นท์สามเหลี่ยมก็ยังครองใจนักเดินทางอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง


(ภาพจากนิตยสาร ท่องโลก ฉบับ แค้มปิ้งท่องเที่ยว)

ด้วยเทคโนโลยีและความต้องการพัฒนาให้ได้สิ่งที่ดีกว่า ทำให้มีการพัฒนาเต็นท์อย่างไม่หยุดยั้ง มีการพัฒนาเต็นท์สามเหลี่ยมขึ้นมาเพื่อแก้ไขข้อด้อยบางอย่าง เช่นการกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ (Condensation)   นั่นคือ

2. เต็นท์สามเหลี่ยมแบบมีโครง (Modify A-Frame tent)

รูปแบบของเต็นท์ชนิดนี้ดูภายนอกเหมือนกับเต็นท์สามเหลี่ยมปกติ แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะไม่มีเสาอลูมิเนียมที่อยู่กึ่งกลางของตัวเต็นท์ แต่จะมีเสาและข้อต่อต่อกันเป็นชุดรูปโครงสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ตัวเต็นท์จะถูกเกี่ยวเข้ากับตัวโครง ผนังเต็นท์จะใช้ผ้าร่มธรรมดา บางรุ่นจะใช้ผ้าตาข่ายมาทำเป็นผนังเต็นท์ช่วยระบายอากาศ เพื่อความปลอดโปร่งและป้องกันการกลั่นตัวเป็นหยดน้ำได้อีกด้วย เต็นท์แบบนี้จะใช้ฟรายชีทหรือผ้าร่มที่เคลือบกันน้ำคลุมทับอีกชั้นหนึ่ง

3. เต็นท์โดม (Dome tent)

เต็นท์ประเภทนี้ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน เรียกว่ามองไปทางไหนก็จะพบเห็นเต็นท์โดมไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศ รูปทรงของเต็นท์โดมมีลักษณะคล้ายโดมโค้งแบบครึ่งวงกลมคว่ำอยู่กับพื้น ตัวโดมถูกขึ้นรูปด้วยเสาที่ทำจากไฟเบอร์กลาสหรือเสาอลูมินั่ม 2 เส้น ที่ไขว้กันอยู่ หลังคาเต็นท์จะถูกคลุมทับด้วยฟรายชีทหรือผ้าร่มกันฝนอีกชั้นหนึ่ง

ข้อดีของเต็นท์โดมคือกางง่าย ใช้งานสะดวก พื้นที่ใช้สอยภายในเต็นท์มีมากเข้าออกง่าย โปร่ง ระบายอากาศได้ดีทำให้การกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ (condensation) หมดไปเพราะตัวเต็นท์มีการระบายอากาศได้หลายทาง เต็นท์โดมสามารถใช้ได้ทุกฤดูกาลในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อน,หนาว,ฝน สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก เนื่องตัวเต็นท์ขึ้นรูปได้โดยที่ไม่ต้องขึงด้วยเชือกและยึดด้วยสมอบก (Free Standing)

สำหรับข้อด้อยของเต็นท์โดม อาจจะกล่าวได้ว่าไม่มีเลยก็ได้ แต่บางคนอาจจะแย้งว่ามันหนัก น้ำมันซึม สู้ลมแรงไม่ไหว สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถือว่าเป็นข้อด้อยของเต็นท์โดม เพียงแต่เราจะต้องเพิ่มเงินให้มากขึ้นเพื่อซื้อเต็นที่ใช้วัสดุคุณภาพสูง เพราะปัญหาดังกล่าวจะหมดไปเมื่อเราใช้เสาอลูมินั่มที่ใช้ในวงการอากาศยาน คุณภาพของผ้าที่ผ่านการเคลือบอย่างดี รวมไปถึงการเย็บตะเข็บที่ได้มาตรฐาน รวมไปถึงการเคลือบรอยตะเข็บ (Seamseal) ซึ่งสามารถป้องกันการรั่วซึมได้เป็นอย่างดี การสู้ลมแรงสามารถแก้ไขได้ด้วยการเลือกเต็นท์ที่ใช้เสามากกว่า 2 เส้นรวมไปถึงการยึดโยงฟรายชีทให้แน่นหนาก็สามารถแก้ปัญหาทั้งหมดได้ไม่ยาก แต่ทั้งนี้เราจะต้องแลกด้วยราคาที่สูงกว่าราคาเต็นท์ตามท้องตลาดถึง 3-4 เท่า ซึ่งตรงนี้คือปัญหาที่ทำให้เต็นท์ในเมืองไทยมีข้อด้อย ปัจจุบันบริษัทผลิตเต็นท์ในบ้านเรามีความสามารถผลิตเต็นท์ที่มีคุณภาพเหมือนของต่างประเทศ (มีมาตั้งนานแล้ว) เพียงแต่ที่ไม่สามารถผลิตได้ก็ตรงที่นักท่องเที่ยวบ้านเรานิยมของถูก จึงทำให้การออกแบบและเลือกใช้วัสดุมีข้อจำกัดไปในตัว

4. Hoop Tent

เป็นเต็นท์ที่ได้รับการพัฒนามาจากเต็นท์โดมรูปทรงเป็นทรงกระบอก ผนังเต็นท์มีลักษณะโค้งใช้เสา2เสา มีพื้นที่ใช้สอยน้อยกว่าเต็นท์โดมมีน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ชอบแบกเป้ทั้งหลาย ผนังเต็นท์ใช้ผ้าร่มที่ไม่กันน้ำ เนื่องจากต้องการการระบายอากาศที่ดี ส่วนเพดานใช้ผ้ามุ้งที่สามารถป้องกันแมลงอย่างตัวริ้นได้ ใครที่ชอบชมเดือนดาวริมทะเลในฤดูร้อนก็สามารถทำได้อย่างเต็มที่

5. The Bivy

Bivy เต็นท์รูปแบบนี้ยังไม่มีคำภาษาไทยที่แน่ชัด แต่ถ้าอธิบายตามลักษณะของเต็นแบบนี้แล้วเราคงร้องอ๋อเนื่องจากมันมีรูปร่างเหมือนถุงนอนที่เราใช้กันนี่เอง ที่พิเศษกว่าถุงนอนที่ใช้กันคือมันจะมีผ้าคลุมบริเวณใบหน้าเพื่อป้องกันฝนหรือหิมะ ในบางรุ่นอาจจะมีโครงมารับบริเวณใบหน้าเพื่อความโปร่งสบายไม่อึดอัดเวลานอน เต็นท์แบบนี้เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่จำกัดอย่างการปีนหน้าผาที่ต้องค้างกลางทาง (บนหน้าผา) หรือการเดินทางด้วยจักรยานหรือผู้ที่ต้องการเต็นท์ที่มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Bivy เหมาะกับสภาพภูมิอากาศหนาวเย็นในต่างประเทศมากกว่าในเมืองไทย เนื่องจากเต็นท์ลักษณะนี้มีพื้นที่ว่างน้อยมาก การถ่ายเทของอากาศเป็นไปด้วยความยากลำบากในการใช้งานจึงรู้สึกค่อนข้างอึดอัด อับชื้นเนื่องจากอากาศถ่ายเทไม่สะดวก

6. เต็นท์สำหรับครอบครัว (Family size tent)

เต็นท์แบบนี้มีขนาดใหญ่ตั้งแต่ 4 คนขึ้นไปเหมาะกับการใช้งานในแบบครอบครัวหรือการเดินทางด้วยรถ เนื่องจากมีขนาดค่อนข้างใหญ่และมีน้ำหนักมาก ภายในเต็นท์ความสะดวกสบายกว้างขวางกว่าเต็นท์ที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด มีหลายรูปทรงไม่ว่าจะเป็นทรงโดม ทรงเหลี่ยมคล้ายบ้านหลังย่อมๆ ก็มี

สำหรับในต่างประเทศนั้นมีการแบ่งเต็นท์แบบ 3 ฤดูและ 4 ฤดู เต็นแบบ 4 ฤดูนั้นเหมาะกับการใช้งานในหิมะหรือการพิชิตยอดเขาสูงอย่างเช่นเอเวอร์เรสต์ เต็นท์ในแบบ 4 ฤดูนั้นจะต้องมีความแข็งแรงสูงมากสามารถทนแรงลมหรือพายุหิมะ อีกทั้งน้ำหนักของหิมะที่ท่วมทับเต็นท์ นอกจากนั้นยังต้องสามารถป้องกันอากาศหนาวเย็นภายนอกที่จะเข้ามาภายในเต็นท์ได้อีกด้วย เต็นท์แบบนี้ไม่เหมาะกับเมืองไทย เนื่องจากการระบายอากาศไม่ดีพอจะสร้างความอบอ้าวไม่สบายตัวแทบจะนอนไม่ได้เลยทีเดียว ก่อนจะซื้อคงต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเราด้วย

ในการแบ่งประเภทของเต็นท์อีกแบบหนึ่งที่นักเดินทางบ้านเราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี คือการแบ่งตามจำนวนผู้ใช้อาทิเช่น เต็นเดี่ยว เต็นท์ 2 คน 3 คน 6 คนเป็นต้นเมื่อนำมารวมเข้ากับการแบ่งตามฤดูกาลเต็นท์บ้านเราควรใช้แบบ 3 ฤดูซึ่งเหมาะกับสภาพอากาศบ้านเราเป็นอย่างมาก แต่การที่เราจะนำเต็นท์ที่ได้รับการออกแบบมาจากต่างประเทศคงต้องเลือกกันมากสักหน่อย เนื่องจาก 3 ฤดูของเขานั้นหนาวกว่าบ้านเรา อีกทั้งความชื้นในอากาศก็ยังมีน้อยกว่า การใช้เต็นท์นอกจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเลือกอย่างพิถีพิถัน เราลองมาดูการจำแนกเต็นท์ตามจำนวนผู้ใช้กันดีกว่าว่าเขาแบ่งกันอย่างไร

1. เต็นเดี่ยว ( Solo tent)

เต็นเดี่ยวชื่อก็บอกอยู่แล้วนะครับว่าเป็นเต็นท์ที่ใช้นอนได้เพียงคนเดียว ขนาดของเต็นท์แบบนี้ค่อนข้างกระทัดรัด มีน้ำหนักเบา แต่มีพื้นที่จำกัดสามารถใช้วางสัมภาระส่วนตัวและนอนได้1คนเท่านั้น เต็นท์เดี่ยวเหมาะมากกับนักเดินทางที่ต้องการความคล่องตัวไม่ต้องการแบกหนักๆ อย่างพวกนักจักรยาน นักเดินป่า ฯลฯ สำหรับรูปแบบเต็นท์มีหลายลักษณะเช่นรูปทรงสามเหลี่ยมเหมือนเต็นท์ใหญ่ ใช้เสาไฟเบอร์กลาสขนาดสั้น ความสูงของเต็นท์ไม่มากนัก รูปทรงแบบนี้ใช้นอนได้เพียงอย่างเดียวจะนั่งภายในเต็นท์ก็ค่อนข้างลำบาก ข้อดีเพียงอย่างเดียวคือเรื่องน้ำหนักที่เบากว่าเต็นท์ทั่วๆ ไป อีกทั้งราคาไม่แพงจนเกินไปนัก รูปทรงถัดมาจะมีลักษณะทรงโดมย่อส่วนใช้เสาไฟเบอร์กลาสหรือเสาอลูมินั่ม 2 เส้น ไขว้กันอยู่ บางรุ่นจะมีรูปทรงแบบอุโมงค์หรือทรงกรวย 2 กรวยประกบกัน 2 แบบหลังนี้มีพื้นที่ใช้สอยเพียงพอต่อความต้องการสำหรับคนเดียว อีกทั้งการนั่งภายในเต็นท์มีความสะดวกสบายมากกว่าแบบสามเหลี่ยม นอกจากการใช้เสา 2 เส้นแล้วในปัจจุบันได้มีการพัฒนาการออกแบบเต็นท์ล้ำสมัย โดยใช้เสาเพียง 1 เส้นทางเท่านั้นก็สามารถกางเต็นท์ได้ พื้นที่ใช้สอยของเต็นท์เสาเดียวนั้นมีมากพอใช้งานอย่างสบายๆ

ลักษณะของเต็นท์เดี่ยว ตัวเต็นท์จะใช้ผ้าร่มที่ไม่เคลือบสารกันน้ำทั้งนี้เพื่อให้ลมผ่านเข้าออกได้ สำหรับมุ้งนั้นใช้ประเภทที่ริ้นไม่สามารถเข้าได้

2. เต็นท์แบบ 2-3 คน

เต็นท์ประเภทนี้ได้รับความนิยมจากนักแรมทางมากที่สุด เพราะมีหลายแบบให้เลือกอีกทั้งคนไทยคุ้นเคยกับการเที่ยวเป็นกลุ่มใหญ่ รูปแบบของเต็นท์ประเภทนี้มีตั้งแต่เต็นท์สามเหลี่ยม เต็นท์โดม เต็นท์โดมแบบหกเหลี่ยม Hoop tent เต็นท์ประเภทนี้เหมาะกับนักแรมทางที่ชื่นชอบธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดหรืออาจจะเป็นผู้ประกอบการทัวร์ทั้งหลาย

3. เต็นท์แบบ 4 คน

เต็นท์แบบนี้เหมาะกับกลุ่มขนาดเล็กที่ชอบเดินทางด้วยรถยนต์หรือเดินป่าแบบมีลูกหาบ เป็นเต็นท์ที่ให้ความสะดวกสบายมากที่สุด รูปทรงที่นิยมคือแบบหกเหลี่ยม เนื่องจากมีความแข็งแรงทนทานต่อแรงลมมากกว่าเต็นท์แบบอื่นๆ

4. เต็นท์แบบครอบครัวหรือ Family tents

เป็นเต็นท์ที่มีขนาดใหญ่ให้ความหรูหราสะดวกสบาย มีพื้นที่ใช้สอยมากมาย ตัวเต็นท์มีการแบ่งสัดส่วนการใช้งานอย่างชัดเจนเหมาะกับการเดินทางแบบครอบครัวหรือกลุ่มใหญ่ และนักเดินทางในรูปแบบ Car camping

บทนำ | ประเภท | วัสดุที่ใช้ทำเต็นท์ | การเลือกเต็นท์
ส่วนประกอบและโครงสร้าง | การดูแลรักษา | Tips&Tricks

Page by กระดานดำออนไลน์