Refresh ร้าน TKT Adventure จำหน่ายอุปกรณ์เดินป่าราคาถูกมากว่า 7 ปี

... อุปกรณ์เดินป่า ---- เป้ ( Backpack) ....

..........ทรงชัย อังกาทิพย์


ช่วงนี้เป็นฤดูแห่งการท่องเที่ยวสังเกตุได้ว่าร้านค้าที่ขายเกี่ยวกับ อุปกรณ์ท่องเที่ยว ต่างมีคนมาอุดหนุนอย่างเนื่องแน่น สินค้าหนึ่งในนั้นที่ได้รับความนิยมจากเหล่านักเดินทางคือ " เป้ " อุปกรณ์อย่างแรกที่ทุกคนจะต้องมี สัมภาระที่ใช้เดินทางจะถูกบรรจุอยู่ใน เป้ ก่อนออกเดินทางเราลองมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเป้กันดีกว่าเพื่อครั้งต่อไปเราจะได้เลือกเป้ที่เหมาะกับตนเองและดีที่สุดเท่าที่เราสามารถเลือกเป็นเจ้าของได้

ประเภทของ เป้
ในโลกของอุปกรณ์โดยเฉพาะ เป้ นั้นมีหลายรูปแบบแล้วแต่การใช้งาน ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการ เป้ ไปใช้งานแบบไหน ในโลกนี้ไม่มี เป้ ที่สามารถใช้งานได้ครอบคลุมการใช้งานทุกอย่าง เพราะงานแต่ละอย่างต้องการคุณสมบัติของ เป้ ที่ไม่เหมือนกันก่อนซื้อเป้จะต้องรู้ความต้องการของตนเองก่อนว่าเราซื้อเป้ไปใช้งานประเภทไหน
ณ วันนี้เป็นที่เราใช้อยู่ถ้าแบ่งตามโครงสร้างสามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิดคือ
1.เป้ โครงนอก (External Frame)
2.เป้ โครงใน (Internal Frame)
เป้ โครงนอก (External Frame) ชื่อก็บอกอยู่แล้วนะครับเป็น เป้ ที่มีโครงอยู่ด้านนอก ทำไม เป้ ต้องมีโครง การที่จะต้องมีโครงนั้นเพื่อให้ เป้ สามารถคงรูปได้โดยที่ไม่เปลี่ยน ผู้ออกแบบต้องการให้บรรจุสัมภาระแล้วตัว เป้ ไม่เสียรูปซึ่งจะทำให้การแบก เป้ สามารถเข้ากับแผ่นหลังของคนใช้อีกด้วย นอกจากนี้โครง เป้ ยังมีข้อดีคือเพิ่มความแข็งแรงให้กับตัว เป้ อีกทั้งสามารถรับน้ำหนักของสัมภาระได้ดีขึ้นอีกด้วย เป้ โครงนอกถือกำเนิดขึ้นมาก่อนเป้โครงใน ตัวโครงสร้างของ เป้ แบบนี้เราเห็นจนชินตาจะมีท่ออลูมิเนียมเชื่อมต่อด้วยหมุดอลูมิเนียมเป็นโครงสี่เหลี่ยมตามรูป เป้ ซึ่งมีทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ ข้อดีของ เป้ โครงนอกมีความแข็งแรงสูง สามารถรับน้ำหนักได้มาก อีกทั้งราคาไม่แพง ส่วนข้อเสียรูปทรงของ เป้ เป็นสี่เหลี่ยมเมื่อแบกแล้วตัว เป้ จะไม่เข้ากับสรีระของผู้ใช้ เวลา เดินป่า ตัวโครงอลูมินียมจะเป็นอุปสรรคในการเดินเนื่องจากกิ่งไม้จะเกาะเกี่ยวอยู่ตลอดเวลาซึ่งไม่คล่องตัวเนื่องจากตัวเป้เสมือนแยกออกจากร่างกายเคลื่อนไหวไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน นอกจากนี้เมื่อใช้งานไปนานๆตัวเป้ที่ยึดกับโครงเป้ด้วยหมุดอลูมิเนียมจะฉีกขาดทำให้เมื่อซ่อมแซมแล้วการรับน้ำหนักจะไม่ดีเท่าของเดิม

เป้ โครงนอก (External Frame) เหมาะกับการใช้งานในลักษณะการเดินทางทั่วไปที่ต้องการการรับน้ำหนักมากๆทางที่ไม่รกมากนักอีกทั้งควรจะเป็นการเดินทางที่มีจุดพักนานๆ(เมื่อถึงที่พักแล้วใช้ เป้ ขนาดเล็กติดตัวไปท่องเที่ยวต่อไป) เป้โครงนอกไม่เหมาะแก่การ เข้าป่า ที่ต้องเดินกันอย่างหนักหน่วงเพราะเหตุที่ขาดความคล่องตัวนั่นเอง อีกทั้งเป็น เป้ ที่เหมาะกับมือใหม่ที่ต้องการเป้ราคาไม่แพงแต่มีคุณภาพดี
เป้ โครงนอกจะมีโครงสร้างเป็นสี่เหลี่ยมตัวโครงอลูมิเนียมจะยืดยาว(ในบางรุ่น)ซึ่งค่อนข้างเกะกะ ตัวโครงจะมีที่ใส่ เต็นท์ หรือสัมภาระชิ้นใหญ่ที่ไม่ต้องการใส่เข้าไปในตัว เป้ ดังนั้นเราจะมีพื้นที่ใช้สอยภายในเป้ค่อนข้างมาก

เป้ โครงใน (Internal Frame) ถึงแม้ว่าจะเกิดหลัง เป้ โครงนอกแต่ได้รับความนิยมมากกว่าเนื่องจากมีการแก้ไขข้อด้อยต่างๆของ เป้ โครงนอก อีกทั้งมีรูปแบบที่หลากหลายให้เลือกตามความเหมาะสมต่อการใช้งานในแต่ละประเภทจึงไม่แปลกที่ทุกวันนี้เราจะเป็นแต่ เป้ โครงในกันอย่างเจนตา เป้ โครงในชื่อมันบอกอยู่แล้วว่าตัวโครง เป้ จะอยู่ด้านในโดยจะซ่อนโครงซึ่งส่วนใหญ่จะทำด้วยแผ่นอลูมิเนียมไว้ด้านหลัง เป้ มีช่องขนาดพอดีกับแผ่นโครง คุณสมบัติของการมีโครงอยู่ด้านในก็คล้ายกับโครงนอกคือเป็นการรักษารูปทรงของ เป้ ให้คงรูปตลอดเวลาอีกทั้งเมื่อทำการแบก เป้ แล้วตัว เป้ ต้องเข้ากับสรีระของผู้แบกจนเสมือนเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกาย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก
ลักษณะของ เป้ โครงในได้มีการพัฒนาไปมากมีการออกแบบให้เหมาะสมต่อการใช้งานแต่ละประเภทอีกทั้งมีหลายขนาด แบ่งเป็นของหญิงและชายอีกด้วย คุณสมบัติในการใช้งานมีให้เลือกจนบางครั้งเราเลือกแทบไม่ถูกทีเดียว ลักษณะที่เราจะรู้ได้ว่า เป้ นี้คือโครงในโดยทั่วไปเราดูที่ด้านหลัง เป้ ส่วนที่จะชิดแผ่นหลังของผู้ใช้งาน ด้านหลัง เป้ จะคงรูปเมื่อคลำดูจะพบว่ามีแผ่นอลูมิเนียมเป็นเส้นอยู่2เส้น,หรือแบบ1เส้นแบบนี้เป็น เป้ โครงในมาตรฐาน ส่วนที่ไฮเทคขึ้นมาคือตัวโครงจะใช้พลาสติกที่มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดี บางรุ่นที่ไฮเทคขึ้นไปอีกจะใช้คาร์บอนไฟเบอร์มาทำเป็นโครง เป้ บางยี่ห้อจะใช้แผ่นพลาสติกขึ้นรูปเป็นแผ่นโครง เป้ หรือจะใช้การฉีดแผ่นโฟมขึ้นเป็นโครงทั้งด้านหลัง เป้ เลยก็มี หรืออาจจะใช้วัสดุเหล่านี้มารวมเข้าด้วยกันใน เป้ ใบเดียว
กลับมาที่ความสำคัญของโครงอีกครั้ง จากประสบการณ์ที่เคยใช้ เป้ ไทยและเป้นอก ครั้งแรกที่ผมรู้จัก เป้ โครงในเมื่อสัก10ปีที่แล้วผมซื้อ เป้ ไทยทำที่เลียนแบบ เป้ นอกข้างในมีโครงที่เป็นแผ่นอลูมิเนียมอยู่ด้านหลังด้วยความไม่รู้ผมใช้ไปตลอดตอนนั้นผมรู้สึกว่ามันไม่ต่างจาก เป้ ทหารที่แต่เดิมเคยใช้เลยหนักเหมือนกันแถมยังด้อยกว่าเรื่องความไม่คล่องตัว เจ้าโครงอลูมิเนียมนี่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ผมทนใช้เป้แบบนี้มาสัก2ปี ได้เรียนรู้จากการใช้งานว่าเจ้าแผ่นโครงมันต้องเข้ารูปกับแผ่นหลังของเราถึงจะสบาย(ใส่ของหนักมากจนแผ่นอลูมิเนียมมันอ่อนและดัดเข้ารูปหลังโดยอัตโนมัติ) จากนั้นมาทุกครั้งก่อนเดินทางผมต้องมานั่งดัดแผ่นโครงก่อนออกเดินทางวัดระยะทดลองแล้วเพื่อให้เข้าแผ่นหลัง
แต่ด้วยวัสดุที่ใช้ทำแผ่นโครงเป็นอลูมิเนียมพื้นๆที่มีในบ้านเรามันไม่มีความแข็งที่จะคงรูปตัวเองได้พอใส่ของและแบกขึ้นหลังได้สักพักโครงจะเปลี่ยนรูปไปตามสัมภาระที่เราใส่เรียกว่าหมดรูปก็ว่าได้ นานวันเข้าเมื่ออายุมากอีกทั้งเดินหนักขึ้นเรื่อยๆ แบกของหนักมากขึ้น(สมบัติบ้าเยอะ)อาการปวดหลังยามแบกเป้โดยเฉพาะบริเวณกระดูกสันหลังเหนือสะโพกเริ่มหนักมากขึ้นจนในบางครั้งหมดอยากจะทิ้งเป้เลยทีเดียวแต่ด้วยอาชีพผลิตหนังสือท่องเที่ยวที่ต้องเดินทางแบกทั้งเป้และกระเป๋ากล้องมันทำแบบนั้นไม่ได้ ผมจึงเริ่มศึกษาเป้จากต่างประเทศว่าทั้งๆที่บ้านเราลอกแบบของเขามาทั้งหมดแต่ไหงมันถึงแตกต่างกัน จนผมมาพบหัวใจของความต่างคือเรื่องการใช้วัสดุคุณภาพที่บ้านเราไม่มี(ถ้ามีก็ไม่คุ้มทุนในการผลิตเพราะต้นทุนแพงกว่าเดิมมาก)ยิ่งเมื่อได้ลองใช้เป้นอก(ของเพื่อนๆ)บรรจุของที่น้ำหนักใกล้เคียงกันเป้ไทยของผมมันหนักเหมือนเดิม แต่ใช้เป้นอกเมื่อล็อคทุกจุดมันเหมือนไม่เป็นส่วนเกินมีการเฉลี่ยน้ำหนักไปตามจุดต่างๆไม่รู้สึกหนักจุดใดจุดหนึ่ง และที่สำคัญเมื่อถอดโครงอลูมิเนียมสีขาวๆ(เหมือนของเป้เราเลย)ออกมาดูและดัดความต่างจึงปรากฏว่ามันแข็งกว่าไม่สามารถดัดได้เหมือนของไทยอีกทั้งมีความยืดหยุ่นสูงมากอันนี้คือหัวใจสำคัญว่าทำไม่มันถึงต่างกันระหว่างเป้ไทยที่ลอกแบบเขามากับเป้นอกของแท้
แต่ในตอนนั้นผมติงว่าเป่นอกมันไม่เหมาะกับแผ่นหลังคนไทย เป้นอกออกแบบมาให้ฝรั่งที่ตัวสูงใหญ่กว่าคนไทยมีช่วงแผ่นหลังที่ยาวกว่าการแบกเป้นอกในช่วงนั้นจึงดูค่อนข้างตลกและเกะกะไม่น้อย แต่ในปัจจุบันเป้ได้รับการพัฒนาไปมากแผ่นหลังของตัวเป้สามารถปรับระดับได้ ทั้งนี้เพื่อให้เหมาะกับหลังของแต่ละคนปัญหาดังกล่าวจึงหมดไป
กลับมาถึงเรื่องเดิมอีกครั้งนะครับเหตุผลทำไมเป้โครงในถึงได้รับความนิยมมากกว่าเป้โครงนอก ส่วนหนึ่งมากจากเป้โครงในผู้ออกแบบไม่กรอบจำกัดในเรื่องโครงที่อยู่ด้านนอกดังนั้นผู้ออกแบบเป้จึงทำการใส่คุณลักษณะที่เหมาะกับการใช้งานแต่ละประเภทได้ไม่ว่าจะเป็นเดินป่าแค้มปิ้ง ขึ้นยอดเขาแบบ(Mountaineering)หรือพวกไต่หน้าผา เล่นสกี
ข้อดีของเป้โครงใน คือเรื่องของความยืดหยุ่นในการใช้งานได้ดีกว่าเป้โครงนอกสามารถดัดแปลงประยุกต์ให้เหมาะกับสถานการณ์บางอย่างได้ ให้ความสบายในยามเดินทางไกลมากกว่าเพราะมีการออกแบบให้เข้ากับสรีระของผู้ใช้(สามารถปรับได้ด้วยตนเอง) ทำให้เกิดความคล่องตัวมีความสมดุลย์และเสถียรภาพมากกว่าหรือถ้ากล่าวโดยรวมคือเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเลยทีเดียว ข้อเสีย แน่นอนมีข้อดีก็ย่อมมีข้อเสียแต่เป็นข้อเสีย ที่สามารถยอมรับได้ นั่นคือเรื่องของการรับน้ำหนักที่ไม่สามารถแบกได้เท่าเป้โครงนอก การแนบเข้าแผ่นหลังมากทำให้การระบายอากาศไม่ดีเท่าเป้โครงนอกที่มีช่องว่างระหว่างตัวเป้กับแผ่นหลัง เรื่องราคาที่แพงกว่าเป้โครงนอกเนื่องจากใช้เทคโนโลยีที่มากกว่า
- เป้ ขนาดเล็ก(Day pack) เป้แบบนี้มีขนาดไม่ใหญ่จุดประสงค์ในการออกแบบเป้คือใช้งานในช่วงเวลาสั้นๆ ผู้ออกแบบจะออกแบบให้เหมาะกับกิจกรรมนั้นๆเช่นปีนเขา , วิ่ง , เดินป่าช่วงสั้นๆ ฯลฯ เป้ขนาดเล็กเราจะพบเห็นมากที่สุดเพราะสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างสบายแล้วขนาดไหนที่เขาเรียกว่า เป้ขนาดเล็ก(Day pack) ถ้าใช้ขนาดความจุเป็นลิตร จะอยู่ที่ไม่เกิน 20-25ลิตร
สำหรับนักเดินทางมืออาชีพถ้าเดินทางในระยะใกล้1วัน,2วัน เป้ขนาดเล็กดูจะเหมาะสมกว่าเนื่องจากมีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไปนักให้ความคล่องตัวในการใช้งานมากกว่า หรือถ้าเป็นการเดินทางไกลๆสัมภาระส่วนใหญ่จะบรรจุลงเป้ใบใหญ่ส่วนเครื่องใช้กระจุกกระจิกที่จะต้องหยิบใช้ง่ายๆควรจะมีเป้ขนาดเล็กสักใบเหมือนอย่างที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเขาใช้ เพราะหลังจากเข้าที่พักการเดินเที่ยวในเมืองหรือในเส้นทางเดินป่าระยะสั้น(เส้นทางศึกษาธรรมชาติ)เป้ขนาดเล็กที่สามารถบรรจุกล้องถ่ายภาพ,กล้องสองตา อาหารว่าง หนังสือคู่มือดูนกหรือหนังสือคู่มือศึกษาพรรณไม้ เสื้อกันฝนฯลฯ เป้ขนาดเล็กดูจะเหมาะสมที่สุด
ในโลกของเป้ ผู้ออกแบบพยายามออกแบบเป้ให้เหมาะแก่การใช้งานในแต่ละประเภทอย่างนักปีนเขาก็จะมีเป้ที่มีขนาดไม่ใหญ่พื้นที่ในการใส่สัมภาระมีไม่มากเพราะต้องการความคล่องตัวรูปแบบจะเพรียวเข้ากับแผ่นหลังส่วนใหญ่จะเป็นเป้โครงใน บนตัวเป้จะมีที่เกี่ยวอุปกรณ์ปีนเขาอย่างเช่นคาราไบเนอร์ เป้สำหรับนักสกี จะมีขนาดเล็กเข้ากับแผ่นหลัง จะไม่มีสายระโยงระยาง มีเข็มขัดรัดเอวเพื่อความคล่องตัว เนื้อผ้าจะต้องเคลือบกันน้ำเป็นอย่างดี
สำหรับผู้ที่ต้องการคุณลักษณะที่พิเศษไปกว่านั้นอย่างเช่นนักกีฬาวิ่งหรือนักเดินทางที่ต้องการความคล่องตัวอาจจะใช้กระเป๋าคาดเอวที่มีช่องใส่ขวดน้ำ( Fanny Packs) มีพื้นที่ใส่ขนมอาหารสัก1มื้อหรือเครื่องใช้กระจุกกระจิก แต่ถ้าต้องการพื้นที่ใส่ของเพิ่มมากขึ้นแต่ยังคงลักษณะกระเป๋าคาดเอวก็ต้องใช้ใบใหญ่กว่าเดิมซึ่งฝรั่งเรียกว่า "Lumbar Packs" เป็นกระเป๋าคาดเอวที่มี่ขนาดใหญ่และมีสายคล้องไหล่ทั้งสองข้าง กระเป๋าแบบนี้เราสามารถดัดแปลงมาใส่กล้องหรือเดินทางในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ดูดีไม่น้อย (ผมใช้ Lumbar Packs มาดัดแปลงเป็นกระเป๋ากล้องซึ่งมีความคล่องตัวกว่ากระเป๋ากล้องปกติมาก) นอกจากกระเป๋าคาดเอวยังมีเป้พิเศษอีกแบบหนึ่งในภาษาชาวบ้านเราเรียกว่า"เป้น้ำ"(Hydration Packs) ซี่งมีรูปร่างหน้าตาไม่ต่างไปจากเป้ขนาดเล็กแต่สิ่งที่พิเศษคือมีถุงใส่น้ำดื่มซ่อนอยู่ด้านในพร้อมสายดูดน้ำเมื่อเวลาเดินป่าหรือวิ่งหรือปั่นจักรยานเราสามารถดูดน้ำผ่านสายได้ทันที เป้น้ำ( Hydration Packs)มีหลายขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กคือใส่เฉพาะถุงน้ำเพียงอย่างเดียวจะมีช่องใส่ของเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หรือมีขนาดใหญ่ตั้งแต่25-40ลิตรซึ่งสามารถใส่สัมภาระเหมือนเป้ทั่วไปได้ เมื่อคุณต้องเลือกเป้สักใบ
ก่อนอื่นจะต้องตอบคำถามของตัวเองให้ได้ว่าต้องการเป้เพื่อไปใช้งานใด ถ้ารู้คำตอบการเลือกเป้ให้เหมาะแก่การใช้งานก็ง่ายขึ้น ในที่นี้ผมขอเจาะเฉพาะเรื่องเป้ที่ใช้งานในการเดินป่านะครับในการเลือกเป้เพื่อใช้งานเดินป่าส่วนใหญ่ที่พบเจอคือเลือกเป้ที่ใหญ่ไว้ก่อนโดยไม่ดูความเหมาะสมด้านอื่นหรือความสามารถในการแบกสัมภาระของตัวเองและที่สำคัญสรีระของผู้ใช้งานว่าเหมาะสมกับเป้ที่เลือกหรือไม่ ข้อควรคำนึงในการเลือกอีกข้อหนึ่งที่สำคัญอีกข้อหนึ่งคือเรื่องรูปทรงว่าเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศอย่างเมืองไทยหรือไม่เหล่านี้คือสิ่งที่ควรจะต้องตอบคำถามแก่ตนเองให้ได้ไม่อย่างนั้นเป้ที่เราเลือกมาใช้งานอาจจะไม่สามารถตอบสนองความต้องการของเราได้อย่างเต็มที่
ขนาดใครคิดว่าไม่สำคัญ อย่างที่กล่าวข้างต้นแล้วคือคนส่วนใหญ่เลือกเป้ใหญ่ไว้ก่อน เป็นเรื่องที่ไม่ผิดถ้าคุณใช้เป้เพื่อใส่สัมภาระแล้วให้คนอื่นแบกให้หรือเดินเพียง100-200เมตรแล้วเข้าที่พักยกตัวอย่างเช่นชายไทยสูง170เซนติเมตร ดันไปเลือกใช้เป้ขนาด 65-70ลิตร เมื่อบรรจุสัมภาระเต็มอัตราศึกคุณอาจจะแบกมันขึ้นบ่าไม่ไหวหรือ ก้นเป้อาจจะเลยมาอยู่ที่ต้นขาแทนที่จะอยู่บริเวณเอว ส่วนหัวเป้อาจจะเลยศีรษะไปหลายสิบเซ็นติเมตร คุณลองนึกภาพตามผมดูนะครับ ชายคนนี้เมื่อต้องเดินในป่าดงดิบชื้นของเมืองไทยและไปหลายวันเขาจะมีสภาพเช่นไร ? เป็นเรื่องที่น่าคิดไม่น้อย ดังนั้นเรื่องขนาดเป้จึงมีความสำคัญมากในการเลือกเป้เพื่อใช้ในการเดินป่าหลักการคร่าวๆที่เข้าใจง่ายที่สุดคือขนาดที่เหมาะสมในการเลือกขนาดเป้คือชายไทยที่มีส่วนสูงประมาณ 170 เซนติเมตร ขนาดเป้โดยเฉลี่ยควรจะอยู่ที่ 50-55ลิตร ส่วนหญิงไทยความสูงโดยเฉลี่ยที่160-165 เซนติเมตร ขนาดเป้ควรอยู่ที่40-45ลิตร นี่คือหลักคร่าวๆที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสมได้อาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่าก็ได้มิใช่กฏตายตัว สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือเมื่อทดลองใส่ของแล้วแบกดูว่ามันเข้ากับร่างกายเราหรือไม่เป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยเป็นอย่างยิ่ง
รูปแบบของ เป้ ที่เหมาะสม แล้วรูปแบบไหนล่ะที่เหมาะสมแก่การใช้งาน เดินป่า เมืองไทยคงต้องดูหลายปัจจัย ถ้าคำนึงถึงความคล่องตัวในการใช้งานเป้ทหารราคาไม่กี่ร้อยบาทที่มีขนาดไม่ใหญ่โตจนเกินไปนักเมื่ออยู่บนบ่าแล้วมีขนาดไม่เกินช่วงหลังเราดูจะคล่องตัวที่สุดเพราะไม่มีอะไรเกะกะให้เกาะเกี่ยวยามที่เาต้องเดินมุดลอดตามทางเดินที่รกเรื้อ แต่ในการเดินทางปัจจุบันสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินป่ามีมากขึ้น การเดินทางที่มากวันหรือเหตุผลใดๆที่เพิ่มมากขึ้นเป้ทหารจึงลดบทบาทลง เป้แบบโครงในดูจะเหมาะสมมากกว่าแบบอื่นๆ รูปแบบเป้มีให้เลือกมากมายสิ่งที่ควรคำนึงถึงคือเมื่อใส่สัมภาระเต็มที่แล้วตัวเป้ควรจะมีขนาดความกว้างที่ใกล้เคียงความกว้างของลำตัวเรามากที่สุดอาจจะใหญ่กว่าเล็กน้อยก็ได้เพราะถ้าตัวเป้ใหญ่มากเวลาเดินแทรกตัวผ่านต้นไม้ตัวไปแต่เป้ไม่ยอมไปด้วย
เลือกอย่างไรให้เหมาะกับตัวคุณ จะเลือกเป้ทั้งทีก็ต้องพิถีพิถันสักหน่อยเมื่อทำการเลือกขนาดและรูปแบบได้แล้วคราวนี้ส่วนสำคัญคือเรื่องของความพอเหมาะพอดีกับร่างกายของคุณใช่ว่าได้รูปแบบและขนาดแล้วเราจะได้เป้ในฝันก็หาไม่เพราะมันมีปัจจัยที่ควรคำนึงถึงคือเรื่องความพอดีกับร่างกาย จุดที่ควรสังเกตุคือความยาวของช่วงหลังจะมีส่วนสำคัญในการเลือกเป้เป็นอย่างยิ่ง ความยาวช่วงหลังของแต่ละคนจะไม่เท่ากันเป้ได้ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับความยาวช่วงหลังในขนาดที่แตกต่างกันทั้งๆที่เป็นเป้ในรุ่นเดียวกันบางบริษัทจะกำหนดไว้ว่าเป็นขนาดเล็ก ,กลาง, ใหญ่ โดยเขาจะกำหนดที่ความยาวของช่วงหลัง การวัดความยาวของช่วงหลังเขามีวิธีวัดดังนี้คือ จากท้ายทอยวัดลงมาจนถึงสะโพกโดยมีการแบ่งขนาดไว้ 3ขนาดคือ

ขนาดเล็ก จะมีความยาวช่วงหลังอยู่ที่ไม่เกิน 17.5นิ้ว
ขนาดกลาง จะมีความยาวช่วงหลังตั้งแต่ 18-19.5 นิ้ว
ขนาดใหญ่ จะมีความยาวช่วงหลังตั้งแต่ 20 นิ้วขึ้นไป
แต่ถ้าวัดแบบชาวบ้านว่ามันเหมาะกับตนเองหรือไม่สามารถใช้วิธีใส่สัมภาระจำลองไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ กระดาษเพื่อให้เป้ได้รูปทรงพร้อมใช้งานจากนั้นทำการลองแบกเป้ ขั้นต่อไปคือจัดการล็อคสายต่างๆรวมทั้งบริเวณเอวโดยจุดล็อคตรงเอวจะต้องอยู่ในตำแหน่งที่พอดีไม่ต่ำกว่าเอวหรือเหนือเอวมากนัก ส่วนด้านบนของตัวเป้ให้สังเกตุขอบด้านบนของเป้(ไม่รวมฝาปิดเป้นะครับ)จะต้องอยู่ในแนวระดับท้ายทอยอย่าให้สูงไปกว่านี้เพราะเมื่อบรรจุสัมภาระแล้วฝาปิดจะสูงขึ้นมาอีกเล็กน้อยไม่เกะกะยามเมื่อเราต้องก้มตัวนัก
เป้บางรุ่นสามารถปรับระดับของช่วงหลังซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเนื่องจากเป้แต่ละยี่ห้อรากฐานในการออกแบบคือเพื่อฝรั่งที่มีส่วนสูงมากกว่าคนไทย เมื่อเป้สามารถปรับระดับความยาวของช่วงหลังได้ก็จะช่วยให้เราหาความพอดีของช่วงหลังของเป้ใบนั้นได้อย่างไม่ยาก เป้ที่ดีเมื่อทำการล็อคทุกจุดแล้วน้ำหนักที่อยู่บนตัวเป้จะต้องกระจายไปทุกส่วนไม่รู้สึกว่ากดทับจุดใดจุดหนึ่ง จุดที่น่าสนใจในเป้ของคุณ
เริ่มจากเนื้อผ้าที่ใช้ทำเป้ส่วนใหญ่จะใช้ผ้าไนลอน 600ดีเนียซึ่งมีความหนาและทนทานต่อการใช้งานหนัก บางยี่ห้ออาจจะใช้ผ้าไนลอนที่มีชื่อทางการค้าว่า คอดูล่า ที่มีคุณสมบัติในการกันน้ำดีกว่าผ้าไนลอนปกติ แต่ก็มีความหนักและน้ำหนักมากกว่า ในปัจจุบันเป้แต่ละใบส่วนใหญ่จะใช้วัสดุหลายชนิดรวมกันมาทำเป้ ยกตัวอย่างเช่นถ้าใช้ผ้าแบบคอดูร่ามาทำเป้ เป้ใบนั้นจะมีน้ำหนักมากและแพง แต่ถ้านำผ้าหลายชนิดมารวมกันก็จะช่วยลดน้ำหนักและราคาลงได้เช่นกัน ในการลดน้ำหนักของเป้เขาจะใช้ผ้าไนลอนแบบ Ripstop ที่มีตารางอยู่ในเนื้อผ้า ความหนาของเนื้อผ้าจะบางกว่าผ้าแบบคอดูร่าแต่มีความแข็งแรงใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะใช้ผ้าชนิดไหนก็จะมีการเคลือบกันน้ำ การกันน้ำในที่นี้จะสามารถกันฝนได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ถ้าเราเอาเป้ไปแช่น้ำ น้ำจะซึมเข้าไปตามรู แนวตะเข็บผ้าหรือซิบได้ดังนั้นควรระวังในเรื่อองนี้ด้วยไม่ใช่พอคนขายบอกว่าเป้กันน้ำก็ใช้โดยไม่ระวังพอน้ำซึมเข้าเป้ตามจุดเหล่านั้นก็หาว่าเปป้ไม่ได้เรื่อง ในส่วนของเนื้อผ้าที่เคลือบกันน้ำนั้นมีอายุการใช้งานขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาและสภาพการใช้งานไม่ช้าสารเคลือบกันน้ำก็จะลอกออกดังนั้นเรื่องการกันน้ำจะต้องทำใจว่ามันไม่ได้กันตลอดไป เราควรหาวิธีอย่างอื่นในการกันน้ำกับสัมภาระของเราดีกว่าที่จะพึ่งสารเคลือบของตัวเป้เพียงอย่างเดียว
ระบบหลังของเป้ แต่ละยี่ห้อมีการออกแบบระบบหลังไม่เหมือนกัน สำหรับคนไทยที่มีส่วนสูงโดยเฉลี่ยน้อยกว่าฝรั่งควรจะเลือกใช้ระบบหลังที่สามารถปรับได้ทั้งนี้เพื่อให้เข้ากับช่วงหลังของเราให้มากที่สุด สำหรับเป้โครงในอย่างหนึ่งที่เราต้องยอมรับคือเรื่องของการระบายความร้อนที่สู้เป้โครงนอกไม่ได้เนื่องจากระบบหลังของเป้โครงในจะอยู่ชิดแผ่นหลังของเราการระบายอากาสจะไม่ดีพอ ดังนั้นเมื่อเดินป่าเป้จะเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ในการออกแบบ ผู้ผลิตจะใช้โฟมที่ไม่อมน้ำ อีกทั้งนำผ้าตาข่ายมาใช้เพื่อการระบายอากาศที่ดี และทำการเสริมโฟมเพื่อรองรับแรงกระแทกอีกทั้งเป็นการสร้างช่องว่างในการระบายอากาศไปในตัว เป้ที่เหมาะสมกับแต่ละคนคือระบบหลังจะต้องเข้ากับแผ่นหลังและความยาวของแผ่นหลังได้มากที่สุด
อีกจุดที่ขอเน้นคือเรื่องของสายสะพายเป้และเข็มขัดรัดเอว สองจุดนี้สำคัญมาก เป้ที่เราใช้เดินป่าจะต้องมีสายรัดที่สามารถรับน้ำหนักได้ดี ดังนั้นควรดูว่าสายสะพายและสายรัดเอวมีการใช้โฟมเพื่อรองรับแรงกดทับมากน้อยแค่ไหน อีกทั้งมีความกว้างพอประมาณสายอย่าให้แคบหรือกว้างจนเกินไป(กว้างมากจะเสียดสีไหล่ของเราจนเกิดบาดแผลได้ ส่วนแคบเกินไปจะไม่สามารถรับน้ำหนักที่กดทับได้) เมื่อลองแบกเป้ดูจะต้องสังเกตุว่ารับน้ำหนักดีหรือไม่มีความกระชับไหมอย่างสายรัดเอวจะต้องมีความหนาและโอบรับเอวเราได้ดีทั้งนี้น้ำหนักเป้จะลงมาที่บริเวณนี้มากพอสมควรโฟมที่ใช้ทำสายรัดเอวจะต้องสามารถรับแรงกดทับได้ดี ในการเดินป่าหนักอย่างเลือกสายรัดเอวที่มีแต่เพียงผ้าเท่านั้นตรงนี้สำคัญมากครับ

จะซื้อเป้สักใบซื้อที่ไหนดี?
มีคนกล่าวถึงการซื้อของในสวนจตุจักรว่าไม่ดีเป็นของที่มีคุณภาพต่ำ ไว้ใจไม่ได้ ซื้อแล้วผิดหวังไม่ได้อย่างที่คิด มันคือความจริงบางส่วนเท่านั้นของดีมีคุณภาพสูงในสวนจตุจักรก็มีอยู่มากมายเพียงแต่เราหาไม่เจอเท่านั้น ก่อนซื้อเป้สักใบต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับว่าสินค้ามันมีเกรดของมันในที่นี้ผมขอจำแนกอย่างคร่าวๆดังนี้นะครับ
-ของแท้จากบริษัทแม่โดยตรง แน่นอนเป็นเป้ที่นำเข้าอย่างเป็นทางการเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการประกันบางยี่ห้อรับประกันตลอดอายุการใช้งาน มีที่มาที่ไปอย่างถูกกฏหมายเป็นสินค้าที่เชื่อได้ว่ามีคุณภาพเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกอย่างเหมือนในแคตาล็อค ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ราคาจะต้องแพงมากพอสมควร แล้วคุณจะหาซื้อได้ที่ไหน เป้แบบนี้ค่อนข้างหายากเนื่องจากมีคนนำเข้ามาไม่มากเท่าที่เห็นก็มีของ The North Face (เห็นแถวชั้นล่างเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว) ถ้ามีงบประมาณมากก็ตัดสินใจซื้อเป้แบบนี้ได้เลยรับรองว่าไม่ผิดหวัง
-ของแท้เกรดบี เป้แบบนี้เป็นของแท้เหมือนแบบแรกทุกอย่างไม่ว่าจะสีผ้า รูปแบบ วัสดุทุกชิ้น เพียงแต่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพเนื่องจากอาจมีการเย็บผิดเป็นบางจุดคือมีตำหนิเล็กน้อยสินค้าล็อตนั้นจะถูกตีกลับทันทีปกติบริษัทแม่จะสั่งให้ทำลายทันทีเพื่อไม่ให้เล็ดรอดออกไปภายนอก แต่คุณลองคิดดูนะครับว่าทุกอย่างมันเป็นต้นทุนของโรงงานอย่างน้อยเอาค่าแรงก็ยังดี หรืออาจจะมีคนในลักลอบเอาออกมาก่อนที่จะถูกทำลาย เป้แบบนี้จะมีเข้ามาเป็นบางครั้งไม่มากนักซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักเล่นเนื่องจากมีคุณภาพเกือบจะเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ราคาจะถูกกว่ากันครึ่งหนึ่งทีเดียวแต่คุณจะไม่ได้รับการประกันจากบริษัทเท่านั้น ในสวนจตุจักรพอจะหาได้แต่ค่อนข้างยากอยู่สักหน่อยจะต้องเลือกร้านที่เป็นรายใหญ่จริงๆอีกทั้งลูกค้าถ้าสนิทกับเจ้าของร้านก็จะได้รับการแนะนำก่อนเนื่องจากต้องเป็นคนเล่นเป้บ้างเพราะมันจะมีราคาแพงกว่าเป้ทั่วๆไปอยู่มากพอสมควรถ้าคุณเป็นคนที่เอาจริงเอาจังในเรื่องคุณภาพแต่เงินไม่ถึงที่จะซื้อของจากบริษัทแม่โดยตรงผมขอแนะนำสินค้าเกรดบีครับ
-ของเลียนแบบ โดยปกติบริษัทแม่ที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์จะพยายามลดต้นทุนไม่ผลิตเองแต่จะไปจ้างโรงงานที่ได้มาตรฐานในต่างประเทศที่มีคุณภาพราคาไม่แพงช่วยผลิต ทางบริษัทแม่จะทำการส่งวัสดุทุกอย่างรวมทั้งต้นแบบมาให้โรงงานที่ทำการว่าจ้างทั้งนี้มีการคำนวณเผื่อเอาไว้แล้วประมาณ10% ถ้าโรงงานมีฝีมือในการผลิตโรงงานจะมีวัสดุที่เผื่อเอาไว้10% เมื่อส่งของให้แก่ทางบริษัทแม่แล้วโรงงานจะผลิตเป้เลียนแบบของแท้ทุกอย่างเพราะมีวัสดุอยู่แล้ว แต่ในบางครั้งวัสดุบางชิ้นขาดอาจจะมีการเอาชิ้นอื่นมาใส่(ปริมาณความต้องการมากเลยไม่เพียงพอต่อความต้องการ) ดังนั้นบางล็อตอาจจะมีสีที่ไม่ตรงกับสินค้าของแท้ ซึ่งเป้เลียนแบบจะมีมากที่สุดในท้องตลาด ซึ่งมีคุณภาพใกล้เคียงกับสินค้าเกรดบี ราคาไม่แพงสามารถตัดใจซื้อได้ไม่ยาก การซื้อเป้เลียนแบบต้องทำใจสักเล็กน้อยเนื่องจากไม่มีการตรวจสอบคุณภาพจากโรงงานอย่างเข้มงวดเหมือนสินค้าแบบแรกดังนั้นความแข็งแรงทนทานจึงด้อยลงมาตามราคาที่ถูกมากขึ้น
-ของปลอม เป้แบบนี้ที่ทำให้หลายคนช้ำใจมานักต่อนักเพราะวัสดุไม่ได้คุณภาพอย่างทีควรจะเป็นเนื่องจากมันคือของปลอม ในเมื่อความต้องการเป้มียี่ห้อสูงมากขึ้นทุกวันพ่อค้าหัวใสจะผลิตของปลอมออกมาวางขายคู่กันในราคาที่ถูกมากถ้าไม่สังเกตุเห็นเพียงมียี่ห้อที่คุ้นตาก็ซื้อไปโดยไม่ดูแน่นอนเรื่องคุณภาพไม่ต้องพูดถึงเพราะมันไม่ได้อยู่แล้ว ในสวนจตุจักรมีสินค้าประเภทนี้มากทีเดียวการปลอมนั้นเขาปลอมแม้กระทั่งป้ายที่ห้อยมากับเป้แต่ถ้าใช้การสังเกตุจะพบว่ากระดาษที่ทำป้ายมันมีคุณภาพที่ไม่ถึงเท่าป้ายของจริง รวมไปถึงวัสดุและคุณภาพในการผลิตจะไม่เรียบร้อย ดังนั้นถ้าคุณต้องการซื้อของปลอมเพราะว่าราคาถูกก็ต้องเลือกกันให้มากเป็นพิเศษ ข้อแนะนำในการดูเป้
การดูเป้แบบคร่าวๆอย่างแรกดูที่รูปลักษณ์ภายนอกพร้อมเนื้อผ้า และฝีมือในการเย็บว่าเนี๊ยบไหม ตะเข็บมีการเย็บดีไหม ซึ่งจะต้องดูทั้งภายนอกและภายใน เมื่อขั้นตอนนี้ผ่านเรามาดูที่ชิ้นส่วนหลักคือสายเป้บางยี่ห้อและบางรุ่นจะมีการทอสายให้เป็นยี่ห้อหรือมีการทอโลโก้ของเป้นั้นลงบนสาย รวมไปถึงเนื้อเส้นใยที่ใช้ทำสายจะมีคุณภาพไม่เหมือนของที่ใช้ในเมืองไทยซึ่งจะแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ตัวล็อคโดยเฉพาะตัวล็อคบริเวณสายรัดเอวซึ่งมีขนาดใหญ่มักจะมีโลโก้หรือชื่อยี่ห้อเป้เป็นประกัน ถ้าเป็นของแท้เกรดบี ตัวล็อคขนาดเล็กตามจุดต่างๆจะมีโลโก้หรือยี่ห้อเป้เลยทีเดียว(เป็นเฉพาะบางยี่ห้อเท่านั้น) ตัวล็อคถ้าสังเกตุของที่ผลิตในเมืองไทยจะใช้วัตถุดิบอีกแบบหนึ่งบอกด้วยภาพษาเขียนคงไม่ชัดเจนพอผมอยากให้ลองไปเทียบของแท้ดูนะครับแล้วจะรู้ว่ามันต่างอย่างไร ซิปบางยี่ห้อหัวซิบจะมีการปั๊มโลโก้หรือยี่ห้อเป้ลงบนหัวซิบ หรือถ้าไม่มีการปั๊มยี่ห้อเป้บนหัวซิบ เขาอาจจะใช้ซิปที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลก ยี่ห้อซิปดังกล่าวคือยี่ห้อ YKK อันนี้เชื่อได้เลยว่าหมดปัญหาเรื่องซิปแตกก่อนเวลาอันควร แต่ในทางปฏิบัติเท่าที่ผมใช้เป้ซิปยี่ห้ออื่นก็ไม่ค่อยมีปัญหานะครับ
ในสินค้าเกรดบี จะมีคุณลักษณะเหมือนทุกอย่างอย่างที่กล่าวมาแล้ว แต่ถ้าสินค้าเลียนแบบของแท้ชิ้นส่วนหลักๆจะเป็นแบบที่กล่าวมาแล้วโดยเฉพาะตัวล็อคตรงสายรัดเอว แต่ถ้าเป็นของปลอมอาจจะไม่มีในแบบที่กล่าวถึงเลยสักอย่าง ดังนั้นในการเลือกซื้อเป้คงต้องใช้ความพินิจพิเคราะห์กันค่อนข้างมาก นอกจากนี้แล้วเราต้องดูเจ้าของร้านด้วยว่าให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการเลือกเป้ให้เราบ้างหรือเปล่า อย่างซื้อเป้กับร้านที่จ้องจะขายอย่างเดียวโดยที่ไม่แนะนำอะไรเราเลย หรือเพียงเห็นว่ามันเป็นของถูก เมื่อซื้อไปอาจจะกลายเป็นถูกหลอกซึ่งจะมาเจ็บช้ำกันเปล่าๆ ยิ่งถ้ามีร้านที่เขากล้าให้เราเปลี่ยนเมื่อซื้อไปได้สักวันแล้วเราตรวจพบว่ามันเกิดความบกพร่องจากการผลิตจนใช้งานไม่ได้ก็ยิ่งดีเลย

การดูแล เป้ ของคุณ
หลายคนมีความเข้าใจว่าเมื่อซื้อ เป้ คุณภาพเยี่ยมแล้วมันจะอยู่กับเราไปชั่วกาลนานเห็นทีจะคิดผิดเพราะเป้ก็เหมือนตัวเราถ้าใช้งานมากๆก็ย่อมเสื่อมไปตามเวลา ดังนั้นจึงต้องมีการดูแลรักษากันบ้าง ก่อนนำไปใช้งานเราควรตรวจดูตัวล็อคต่างๆว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้และตำแหน่งที่มันควรจะอยู่หรือไม่ หลังจากใช้งานแล้วถ้ามันไม่เลอะโคลนหรือสกปรกไม่มากผมขอแนะนำว่าไม่ควรไปทำอะไรเลยไม่ว่าจะเป็นเรื่องการล้างเพียงแต่ผึ่งลมให้แห้งสนิทเพื่อป้องกันเชื้อราเท่านั้น แต่ถ้าสกปรกเป็นจุดๆเพียงใช้ผ้าชุบน้ำบิดให้หมาดแล้วทำความสะอาดเฉพาะจุดจากนั้นผึ่งลมให้แห้งเป็นใช้ได้ แต่ถ้าเลอะโคลนสกปรกแบบสุดๆ ควรใช้น้ำเปล่าล้างทำความสะอาดโดยใช้มือหรือฟองน้ำเช็ดออกเท่านั้นอย่าใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาทำความสะอาดใดๆทั้งสิ้น เพราะน้ำยาเหล่านี้จะไปทำลายสารเคลือบกันน้ำของเป้ให้เสื่อมลงเร็วกว่าปกติจากนั้นทำการผึ่งลมให้แห้งสนิท ที่แนะนำให้ผึ่งลมเพราะว่าถ้าตากแดดแสง UV จะไปทำลายสารเคลือบและคุณภาพของผ้าให้เสื่อมเร็วกว่าปกติไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง การทำความสะอาดเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
ในกรณีที่ใช้งานหนัก เป้ อาจจะขาดโดยเฉพาะบริเวณสายสะพายไหล่ ส่วนใหญ่จะหาช่างซ่อมยาก ลองให้ช่างเย็บ รองเท้าเดินป่า เขาเย็บดูก็ได้แต่ถ้าไม่มีใครเย็บให้เราจำเป็นต้องทำเอง ความหนาของผ้าเป็นอุปสรรคจักรเย็บผ้าทั่วๆไปไม่สามารถใช้ได้จำเป็นต้องผึ่งการเย็บด้วยมือต้องไปหาเข็มเย็บผ้าขนาดใหญ่พร้อมด้ายขั้นต้นคือด้ายที่ใช้เย็บกางเกงยีนที่มีความเหนียวหรือจะเป็นด้ายที่ใช้เย็บรองเท้ารับรองว่าดีที่สุดในการ ซ่อมเป้ จากนั้นทำการเย็บเอาตามใจชอบได้เลย

ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของ เป้ ที่ นักเดินทาง ทั้งหลายควรทราบ....

...นำลงครั้งแรกในเทรคกิ้งไทย.คอม..เราเติมฝัน วันแรมทาง.ให้คุณ..