Refresh

...อุปกรณ์เดินป่า ---- ถุงนอน....

..........ทรงชัย อังกาทิพย์


นักเดินทางกับ ถุงนอน ดูจะเป็นของคู่กัน ยิ่งอากาศหนาวๆอย่างนี้มันสร้างความอุ่นกายและอุ่นใจให้กับเราได้เป็นอย่างดี พวกเราใช้ ถุงนอน กันเป็นประจำจนเป็นความเคยชินทุกครั้งต้องนำติดตัวไปด้วยแต่ถ้าถามว่าเรารู้จัก ถุงนอน ที่ใช้ดีแค่ไหน ตรงนี้คงได้คำตอบที่แตกต่างกันออกไป มีเพื่อนนักเดินทางด้วยกันเคยมาปรึกษาว่าจะซื้อ ถุงนอน สักผืนหนึ่งให้ช่วยแนะนำที นั่นเป็นคำถามที่สะกิดใจให้ต้องถามตัวเองว่า แล้วตัวผมนั้นรู้จัก ถุงนอน ที่ใช้อยู่ดีแค่ไหน ตอนนั้นผมรู้ว่า ถุงนอน ที่ใช้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนั้นไม่ค่อยได้ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นเท่าไหร่(เล่นใช้มาหลายปีไม่เคยเปลี่ยนเลย) ผมใช้อย่างคนทั่วไปที่ไม่ได้สนใจอะไรอย่างอื่นนอกจากมันคือ ถุงนอน เท่านั้น คราวนี้เราลองมาทำความรู้จัก ถุงนอน ให้ลึกกว่าที่เคยกันดีกว่า ถุงนอน ที่คุณใช้อยู่เป็นเช่นไร
คุณเคยสังเกตุ ถุงนอน ของคุณเองบ้างไหมครับว่ามันเป็นเช่นไร ถุงนอน ในบ้านเราส่วนใหญ่มีรูปแบบและคุณภาพที่ใกล้เคียงกัน อีกทั้งมีการออกแบบให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศของเมืองไทยอย่างแท้จริง และที่สำคัญ ถุงนอน ที่มีขายตามท้องตลาดทุกวันนี้มีราคาถูก ปัจจัยนี้เห็นจะสำคัญกว่าสิ่งใด
ในการซื้อ ถุงนอน ของพวกเราแทบจะบอกได้เลยว่าเราไม่มีข้อมูลในการเลือกซื้อเลย เราไม่รู้ว่าถ้าซื้อ ถุงนอน ควรจะต้องดูอะไรบ้าง เลือกแบบไหนทุกอย่างไม่รู้อะไรเลยเราใช้ ถุงนอน สี่เหลี่ยมผืนบางทั้ง 3 ฤดูไม่ว่าจะร้อน ฝน หนาว ถุงนอน ผืนบางได้หมด บริษัทผู้ผลิตไม่ให้ข้อมูลที่ชัดเจนในตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก
ถุงนอน ของคุณหรือของผมหรือของทุกคนล้วนจะมีรูปทรงที่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีซิปรูปตัวแอล มีเส้นใยสังเคราะห์อย่างบาง เมื่อม้วนเก็บแล้วมีขนาดใหญ่พอสมควรกินพื้นที่ของเป้ไปเสีย1ใน3 บางครั้งจำเป็นต้องเอา ถุงนอน ออกมามัดข้างเป้ ประสิทธิภาพในการให้ความอบอุ่นอยู่ในขั้นพอใช้ได้เท่านั้น(ในอุณหภูมิที่ไม่ต่ำมากนัก) สำหรับบางท่านอาจจะบอกว่า ถุงนอน ที่ใช้อยู่มีเส้นใยสังเคราะห์ที่หนาเวลาม้วนเก็บแล้วแทบจะเต็มเป้แต่ก็ให้ความอบอุ่นในยามค่ำคืนอย่างสบายๆไม่ว่าจะหนาวขนาดไหน แต่อีกท่านบอกว่ารูปทรงสี่เหลี่ยมนั้นเชยไปแล้วเดี๋ยวนี้ต้องใช้แบบกึ่งสี่เหลี่ยม(ไม่ใช่มัมมี่นะครับ) แหมอึดอัดนิดหน่อยแต่ก็อุ่นไม่แพ้ ถุงนอน ใบใหญ่และหนาๆ อีกท่านบอกว่า ถุงนอน ที่ใช้อยู่มีเส้นใย180กรัมบ้าง 220กรัมบ้าง
ข้อมูลดังข้างต้นหลายคนอาจจะงงว่ามันคืออะไรกันมันเกี่ยวกับ ถุงนอน ที่ใช้อยู่เช่นไร มันสำคัญอย่างไรกับ ถุงนอน ที่ใช้อยู่ค่อยๆติดตามไปนะครับว่าสิ่งเหล่านี้มันเกี่ยวข้องกันอย่างไร
หลักการทำงานของ ถุงนอน
ท่านทราบหรือไม่ว่า ถุงนอน ที่ใช้อยู่นั้นมันให้ความอบอุ่นแก่เราอย่างไร หลักการทำงานนั้นง่ายมากไม่ได้มีความพิศดารอะไรเลยเพียงแต่เราคาดไม่ถึงเท่านั้นเอง มนุษย์เป็นสัตว์เลือดอุ่นร่างกายของเราได้ปล่อยพลังงานความร้อนอยู่ตลอดเวลาอย่างที่เราไม่รู้สึก ถุงนอน ที่เราใช้อยู่ใช้หลักการทางธรรมชาติคือความร้อนจากร่างกายของเรามาทำให้เราอุ่นกายในยามค่ำคืนนั่นเอง
ความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายนั้นจะออกมาทุกทิศทุกทางถ้าเปรียบเทียบการทำงานของ ถุงนอน เราสามารถยกตัวอย่างง่ายๆในวันที่อากาศร้อนเมื่อเราเข้าไปอยู่ในห้องปรับอากาศทันทีที่เราสัมผัสได้คือผิวกายที่เป็นพื้นที่ในการระบายความร้อนออกจากร่างกายจะรู้สึกเย็นเมื่อสัมผัสกับอากาศภายในห้องในขณะนั้น อากาศภายในห้องกำลังดึงความร้อนจากร่างกายของเราหรืออีกนัยหนึ่งคือมีการถ่ายเทความร้อนนั่นเอง แต่ถ้าเราเพิ่มจำนวนคนเข้าไปในห้องเข้าไปอีกสัก10คน อากาศที่เคยรู้สึกว่าเย็นสบายจะเริ่มรู้สึกไม่ค่อยมีความเย็นเสียแล้ว เนื่องจากว่ามีการถ่ายเทความร้อนของจากร่างกายสู่บรรยากาศภายในห้องที่มีการปิดกั้น เช่นเดียวกับการทำงานของ ถุงนอน
เราทำการจำกัดพื้นที่เพื่อให้มีช่องว่างระหว่างร่างกายกับอากาศภายนอกน้อยลงหลังจากนั้นใช้ความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายในการทำให้เราอุ่นขึ้น การที่มีช่องว่างน้อยเท่าไหร่ก็จะยิ่งช่วยให้การใช้ความร้อนจากร่างกายมีประสิทธิภาพนั่นเอง การจำกัดพื้นที่อย่างเดียวคงไม่เพียงพอในการที่จะช่วยให้ ถุงนอน ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีของเส้นใยมีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการที่จะช่วยเก็บกักความอบอุ่นของร่างกายให้อยู่ได้นานตราบจนรุ่งเช้า เส้นใยสังเคราะห์คือส่วนสำคัญในการเก็บกักความร้อนของร่างกาย
ลองจินตนาการดูนะครับในขณะที่เรานอนอยู่ใน ถุงนอน ร่างกายของเราจะปล่อยความร้อนออกมาอยู่ตลอดเวลาเสมือนเป็นเครื่องทำความร้อนอัตโนมัติ ความร้อนที่ออกมาจะเคลื่อนตัวออกไปทุกทิศทุกทางเส้นใยสังเคราะห์ดังกล่าวถ้าเราตัดเส้นใยสัก 1 เส้นแล้วเอากล้องไมโครสโคปส่องดูจะเห็นว่าเส้นใยจะมีรูอาจจะมีรูเดียว หรือ2รูหรือ4-7รู ความร้อนจะไหลเข้าไปตามรูของเส้นใยเหล่านั้น เส้นใยเหล่านั้นจะทำหน้าที่เก็บไออุ่นที่ออกมาจากร่างกายถ้ายิ่งมีเส้นใยมากเท่าใดก็เสมือนว่าเรามีที่เก็บไออุ่นมากขึ้นนั่นเอง ในขณะเดียวกันไออุ่นจะไหลออกไปสู่ด้านนอกผ่านผ้าไนลอนที่ห่อหุ้มตัวใยสังเคราะห์ก่อนที่จะออกไปสู่ภายนอกในที่สุด ดังนั้นถ้าเรามองดู ถุงนอน อย่างพิเคราะห์เราจะเห็นว่า ถุงนอน ที่เราใช้อยู่นั้นมิได้เก็บกักความร้อนจากร่างกายเสียร้อยเปอร์เซ็นต์แต่มีการคายความร้อนออกไปอย่างช้าๆสิ่งนี้มีความสำคัญต่อนักเดินทางในเมืองร้อนอย่างเราเป็นอย่างมาก
ท่านผู้อ่านลองนึกดูนะครับถ้า ถุงนอน ของเราเก็บกักความร้อนได้ร้อยเปอร์เซ็นต์โดยที่ไม่มีการระบายออกได้มันจะกลายเป็นตู้อบดีๆนี่เองเนื่องจากร่างกายของเราไม่ได้หยุดปล่อยความร้อนเหมือนกับเครื่องทำความร้อนที่สามารถกำหนดได้ดั่งใจปราถนา สิ่งที่เราสัมผัสได้คือความไม่สบายตัว เหนียวเหนอะหนะจากเหงื่อนั่นเอง ดังนั้น ถุงนอน ที่ดีในบ้านเรา(ต้องขอย้ำว่าในบ้านเรานะครับ)จะต้องสามารถระบายความร้อนได้บ้าง ถุงนอน จึงเป็นฉนวนกันความร้อนจากร่างกายให้ระบายออกไปอย่างช้าๆอีกทั้งเป็นฉนวนกันความหนาวเย็นที่จะเข้ามาถึงตัวเราได้อย่างช้าๆเช่นกัน
โครงสร้างของ ถุงนอน
โครงสร้างของ ถุงนอน นั้นมีดังนี้
-ผนังชั้นนอก ผนังชั้นนอกของ ถุงนอน คือปราการด่านแรกที่อากาศภายนอกจะเข้าสู่ร่างกายจะใช้ผ้าไนลอนที่มีคุณสมบัติเหนียว คงทนขาดยาก
-เส้นใยสังเคราะห์ เส้นใยสังเคราะห์ ถุงนอน บ้านเราจะใช้เส้นใย Polyfilled แบบ Air Hollow Conjugate เส้นใยแบบรูเดียว ถุงนอน ที่ใช้อยู่ในบ้านเราจะใช้เส้นใยที่มีน้ำหนักประมาณ100-300กรัมต่อตารางเมตร จำนวนน้ำหนักของเส้นใยยิ่งมากก็จะเพิ่มพื้นที่ในการเก็บไออุ่นทำให้ร่างกายเราอุ่นขึ้นไปอีก เหตุที่ ถุงนอน บ้านเราใช้เส้นใยเหล่านี้เพราะจะทำให้ ถุงนอน มีราคาไม่แพงจนเกินไป แต่ปัญหาที่แก้ไม่ตกคือ
เรื่องของขนาดเพราะถ้าเราต้องการประสิทธิภาพในการเก็บไออุ่นมาก ถุงนอน ก็จะมีขนาดหนามากตามไปด้วย นอกจากเส้นใยแบบรูเดียวแล้ววัสดุที่ใช้เก็บไออุ่นยังมีวัสดุจากธรรมชาติอย่างเช่นขนเป็ดหรือขนห่าน ขนสัตว์เหล่านี้มีความสามารถเก็บกักความอบอุ่นได้เป็นอย่างดี แต่มีข้อเสียคือเมื่อโดนน้ำหรือความชื้นความเป็นฉนวนของ ถุงนอน จะลดตามลงไปด้วย เส้นใยสังเคราะห์แบบไฮเทคโนโลยี ปัจจุบันเราจะเริ่มเห็น ถุงนอน ในบ้านเรามีโฆษณาว่าใช้เส้นใยของยี่ห้อหนึ่ง เส้นใยดังกล่าวมีความพิเศษกว่าเส้นใยแบบรูเดียวอย่างไรเราลองมาดูกันนะครับ
Hollofil II เส้นใยสังเคราะห์จากบริษัท Dupont ผู้นำในการผลิตเส้นในสังเคราะห์ของโลก เส้นใยชนิดนี้มีรูภายในเส้นใยถึง 4 รู รูภายในเส้นใยที่เพิ่มขึ้นช่วยให้การเก็บความอบอุ่นจากร่างกายของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่า 20% จากเส้นในปกติ นอกจากประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นแล้ว เส้นใยแบบ Hollofil II ยังมีความอ่อนนุ่มมีสปริงในตัว ความรู้สึกที่สัมผัสจึงค่อนข้างสบายตัว
Quallofil เส้นใยสังเคราะห์ที่ใช้เทคโนโลยีสูงประสิทธิภาพในการเก็บความอบอุ่นสูงกว่า 25% ของเส้นใยปกติ ประสิทธิภาพที่เพิ่มมากขึ้นเพราะเส้นใยแต่ละเส้นมีรูอยู่ถึง 7 รู แน่นอนเมื่อรูมีมากขึ้นมันก็ไปแทนเนื้อที่ของตัวเส้นใยดังนั้นน้ำหนักของเส้นใยก็จะลดลงไปตามด้วย ถุงนอน ที่ใช้เส้นใยชนิดนี้จะมีน้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับคุณภาพแล้วถือว่าดีเยี่ยมเลยทีเดียว ซึ่งในขณะนี้ถือว่าเป็นเส้นใยที่มีประสิทธิภาพมากสุดของ Dupont เลยทีเดียว
-ผนังชั้นในที่อยู่ชิดกับร่างกายในยามนอนใน ถุงนอน ส่วนใหญ่จะใช้ผ้า 2ชนิดคือผ้าไนลอนที่มีคุณสมบัติแห้งไวไม่เก็บความอับชื้น อีกชนิดหนึ่งคือผ้าฝ้ายที่มีความอ่อนนุ่ม นอนสบายไม่ระคายเคืองต่อผิวอันบอบบางแต่จะแห้งช้าเมื่อเปียกชื้นอีกทั้งเก็บฝุ่นโดยเฉพาะพวกไรฝุ่นที่สำคัญมีโอกาสเหม็นอับมากกว่าผ้าไนลอน
-ฮูด (Hood) เป็นส่วนที่คลุมศรีษะซึ่งจะคลุมตั้งแต่ไหล่ไปจนถึงศรีษะ ถุงนอน แบบสี่เหลี่ยมจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับ Hood นักเนื่องจากตัว Hood จะเป็นชิ้นส่วนแยกจากตัว ถุงนอน โดยนำมาคลุมศรีษะซึ่งไม่สามารถป้องกันความเย็นที่ไหลลงมาสู่หัวไหล่และจะเข้าไปใน ถุงนอน ได้อีก
-ซิป เป็นชิ้นส่วนที่อำนวยความสะดวกให้แก่เราเพื่อให้สามารถเข้าออกได้สะดวก ซิปที่ใช้จะเป็นซิป2ทางที่สามารถรูดได้จากภายใน ถุงนอน หรือด้านนอก ถุงนอน ก็ได้
รูปแบบของ ถุงนอน
1. ถุงนอน แบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า ลักษณะ ถุงนอน จะมีรูปทรงแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เชื่อมติดกันด้วยซิปรูปตัวแอล โดยสามารถกาง ถุงนอน เป็นผ้าห่มหรือนำมาเชื่อมต่อกันได้ รูปทรงนี้ได้รับความนิยมมากที่สุดเนื่องจากให้ความสบายในการนอนคือมีเนื้อที่ภายใน ถุงนอน มากสามารถขยับพลิกไปมาได้สบาย อีกทั้งในแง่การผลิตค่อนข้างง่ายกว่าแบบอื่นๆ ข้อเสียของ ถุงนอน แบบนี้คือการเก็บความอบอุ่นไม่ดีพอเนื่องจากพื้นที่ภายใน ถุงนอน มีมากเกินไป เปลืองเนื้อที่ในการบรรจุสัมภาระเพราะมีขนาดค่อนข้างใหญ่โต ถ้าจะกล่าวตามจริงแล้วมันควรจะอยู่ในรถหรือการเดินทางในแบบคาร์แค้มป์มากกว่าเดินป่าอย่างที่หลายคนถนัด เพราะถ้าเราต้องการ ถุงนอน ที่มีขนาดเล็กกระทัดรัดก็จะต้องใช้เส้นใยอย่างบางซึ่งการเก็บความอบอุ่นก็จะลดลงตามไปด้วย
2. ถุงนอน แบบมัมมี่ มีรูปทรงคล้ายมัมมี่ที่เราเห็นในภาพยนต์เป็น ถุงนอน ที่เข้ารูปร่างกายมนุษย์มากที่สุดอีกทั้งรูปทรงแบบนี้มีประสิทธิภาพในการเก็บกักความอุ่นได้ดีที่สุดเนื่องจากมีพื้นที่ภายใน ถุงนอน น้อยมากกว่าแบบอื่นๆ ยิ่งรวมกับคุณสมบัติอันยอดเยี่ยมของเส้นใยด้วยแล้ว ถุงนอน แบบมัมมี่จึงเหมาะกับสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นมากๆ
3. ถุงนอน แบบกึ่งสี่เหลี่ยม เป็นการผสมผสานระหว่าง ถุงนอน แบบสี่เหลี่ยมผืนผ้ากับ ถุงนอน แบบมัมมี่คือปลาย ถุงนอน จะสอบลงเล็กน้อยเพื่อลดพื้นที่ภายในให้น้อยลง ถุงนอน แบบนี้เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากมีคุณสมบัติที่ดีกว่าแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าไม่ว่าจะเป็นขนาดที่เล็กลงกว่าเดิม ให้ความรู้สึกอบอุ่นได้เร็วกว่าและดีกว่าแบบแรก ถึงแม้ว่าจะนอนไม่สบายเท่าแบบแรกแต่ก็ดีกว่าแบบมัมมี่ ยิ่งถ้าได้เส้นใยคุณภาพสูงประสิทธิภาพของ ถุงนอน ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นกว่าแบบแรกจนสามารถตัดสินใจได้ไม่ยาก
ตอนนี้เราทราบแล้วนะครับว่า ถุงนอน เป็นเช่นไรคำถามต่อมาคือแล้วเราจะเลือก ถุงนอน แบบไหนเพื่อให้เหมาะกับตนเองก่อนอื่นจะต้องรู้ก่อนนะครับว่าเราจะเอา ถุงนอน ไปใช้ในภูมิอากาศแบบใดอย่างเช่นถ้าเราต้องการใช้ ถุงนอน ในช่วงฤดูร้อนหรือฤดูฝน ถุงนอน ที่เราควรใช้คือ ถุงนอน แบบบางที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเนื่องจากเราต้องการความสบายในการนอนอีกทั้งไม่ต้องการประสิทธิภาพในการกักเก็บความอบอุ่นจากร่างกายดีนัก ถุงนอน แบบบางจึงเป็นทางเลือกที่ดี
ส่วนถ้าใครต้องการไปยอดเขาหิมาลัยหรือไปผจญหิมะ ถุงนอน ที่ใช้ควรเป็น ถุงนอน แบบมัมมี่ และมีเส้นใยอย่าง Quallofil ที่มีประสิทธิภาพเยี่ยมยอดในเรื่องนี้ สำหรับอากาศหนาวๆอย่างดอยหลวงเชียงดาวหรือดอยอินทนนท์เป็นการพบกันครึ่งทางของ ถุงนอน แบบกึ่งสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ผสมผสานความโดดเด่นระหว่างถุงนอนแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าและ ถุงนอน แบบมัมมี่
นอกจากภูมิอากาศและรูปทรงของ ถุงนอน ที่เราต้องศึกษาก่อนซื้อแล้ว ปัจจัยอื่นๆที่ต้องดูคือเรื่องคุณภาพของเส้นใยที่นำมาทำ ถุงนอน เส้นใยเหล่านี้จะมีผลไปถึงขนาดและน้ำหนักของ ถุงนอน ที่เราต้องคำนึงถึงอีกด้วย การใช้เส้นใยระดับ Hollofil II หรือ Quallofil จะช่วยให้เราได้ ถุงนอน ที่มีขนาดกระทัดรัดลงกว่าเดิมมาก อีกทั้งน้ำหนักที่ไม่เกิน1 กิโลกรัม หรือเพียงกิโลเศษๆ ทำให้เรามีพื้นที่ในการเก็บสัมภาระมากขึ้น
ขนาดของ ถุงนอน จึงไม่เป็นอุปสรรคในการนำพาในการเลือกซื้อถ้าเป็น ถุงนอน ต่างประเทศจะต้องดูระดับอุณหภูมิที่ข้างถุงของ ถุงนอน ให้ดี ประเทศเราไม่ใช่เมืองหนาวการเลือกใช้ควรจะอยู่ที่ระดับ 5 องศาเซลเซียสขึ้นไปหรือ ถุงนอน ประเภทฤดูร้อนของฝรั่งนั่นเอง ในปัจจุบันเริ่มมีบริษัทผลิตอุปกรณ์แค้มปิ้งในเมืองไทยนำเอาเส้นใยคุณภาพดังกล่าวมาใช้กับ ถุงนอน ในสายการผลิตแล้ว เพียงแต่ราคา ถุงนอน จะมีราคาแพงกว่า ถุงนอน ปกติประมาณ2-3เท่า แต่ก็ถูกกว่าการซื้อถุงนอนของต่างประเทศมาก อีกทั้งเป็น ถุงนอน ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในเมืองไทยปัญหาจึงแทบจะไม่มี
หลายคนบอกว่าแล้วมันมีความจำเป็นมากแค่ไหนในการใช้ ถุงนอน คุณภาพขนาดนั้น สำหรับตัวผมแล้วในเมื่อเรามีทางเลือกที่ดีกว่าแล้วเราไม่คิดที่จะเลือกเลยหรือ ทุกวันนี้การเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเท่าทันเป็นสิ่งจำเป็นอุปกรณ์แค้มปิ้งก็เช่นกันคุณลองนึกดูนะครับว่าเงินที่เราเสียไปครั้งแรกมากกว่าปกติ2-3เท่า แต่สิ่งที่เราได้คือความประหยัดในด้านอื่นไม่ว่าน้ำหนักที่ลดลงประมาณ10%ขึ้นไป พื้นที่ 25%ขึ้นไป เราสามารถนอนท่ามกลางความหนาวเย็นได้อย่างเป็นสุขกว่าสมัยก่อนที่ต้องครางฮือไปตลอดจนรุ่งเช้า
วิธีการเก็บและการดูแลรักษา ถุงนอน
หลังจากที่กลับมาจากการเดินทางสิ่งแรกที่ควรจะทำกับ ถุงนอน ควรจะนำออกมาผึ่งลมให้แห้งสนิทในกรณีที่ไม่สกปรก แต่ถ้าสกปรกคงจะต้องดูว่ามันมากหรือไม่ถ้านิดหน่อยควรจะทำความสะอาดเป็นจุดๆด้วยการนำผ้าชุบน้ำหมาดๆเช็ดแล้วผึ่งลมให้แห้ง แต่ถ้าสกปรกมากๆจำเป็นต้องซักควรเลือกทำความสะอาดด้วยมือใช้น้ำยาซักฟอกที่มีฤทธิ์อ่อนๆหรือจะใช้สบู่ จากนั้นซักด้วยมือ เมื่อทำความสะอาดเสร็จควรล้างน้ำจนสะอาดแล้วทำการบีบไล่น้ำออกอย่าบิด ถุงนอน เพราะการบิดจะทำให้โครงสร้างของเส้นใยเปลี่ยนไป ถ้าใครมีเครื่องซักผ้าก็นำลงปั่นหมาดในระดับผ้าไหมเท่านั้นแล้วนำมาผึ่งแดดให้แห้ง การซัก ถุงนอน ไม่ควรทำบ่อยนักจะทำก็ต่อเมื่อมันมีความสกปรกมากๆจนเลี่ยงไม่ได้เท่านั้น ในการเก็บถ้ามีพื้นที่มากพอไม่ต้องม้วนเก็บให้แขวนเพราะวิธีนี้จะช่วยคงคุณสมบัติของเส้นใยให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ แต่ถ้ามีพื้นที่ไม่พอก็ต้องทำการม้วนเพียงหลวมๆไม่ต้องรัดแน่นเพราะไม่อย่างนั้นเส้นใยจะหมดสภาพในการสปริงตัวเอง
ท้ายเรื่อง
หลังจากการเดินทางไปเที่ยวเมืองน่านครั้งที่ผ่านมาผมพบว่านักท่องเที่ยวของเราซึ่งรวมไปถึงเพื่อนๆของผมเลือกซื้อและใช้อุปกรณ์อย่างไม่เหมาะกับตนเองค่อนข้างมาก ทำให้ไม่ได้ช่วยผ่อนแรงหรือผ่อนกำลังทรัพย์แก่ตนเองเลยการซื้อของงที่ไม่ได้คุณภาพที่ดีทำให้เราต้องสิ้นเปลืองเงินอีกครั้ง บางคนใช้อุปกรณ์ไม่เหมาะสมกับตนเองบ้างใช้เป้หลังที่ใหญ่เกินตัวทำให้มีปัญหาในการแบกร่างกายบอบช้ำโดยไม่จำเป็น บางคนมีเป้ดีแต่ไม่รู้จักใช้ฟังค์ชั่นที่เขาออกแบบทำให้ไม่ต่างไปจากการใช้เป้ราคาถูกเป็นต้น ณ วันนี้การเป็นนักเดินทางที่ดีจะต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มมากขึ้น
เพราะเดี๋ยวนี้เรามีทางเลือกมากกว่าแต่ก่อน เรามีโอกาสใช้ของคุณภาพสูงในราคาไม่แพง(เมื่อเทียบกับเมื่อก่อน) ของมือสองคุณภาพสูงแต่ราคาถูกก็มีให้เลือก ถ้าเป็นคนคิดไกลมีวิสัยทัศน์ลงทุนครั้งแรกอาจสูงกว่าสักหน่อยแต่เมื่อคิดในระยะยาวมันคุ้มกว่ามากอย่างเห็นได้ชัด ถ้ามองในคุณภาพการใช้ชีวิตแล้วมันช่วยให้การเดินทางเต็มไปด้วยความสุข สุขภาพแข็งแรงสามารถเดินทางต่อได้อย่างไม่ทรุดโทรมเพราะสิ่งเหล่านี้หลายคนได้พิสูจน์มาแล้วซึ่งรวมถึงตัวผมเองด้วย การเปลี่ยนแปลงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทีเดียวทั้งหมดเราค่อยๆเปลี่ยนไปตามกำลังทรัพย์และความจำเป็นก่อนหลัง ช้าๆได้พร้าเล่มงามครับ
ขอขอบคุณโชว์รูม Karana TravelGEAR ปากทางสุขุมวิท25 โทร.261-5210261-5211 และร้านชายตะวันแค้มปิ้ง ถนนวุฒากาศ โทร.01-3339930 ที่เอื้อเฟื้อข้อมูล

...นำลงครั้งแรกในเทรคกิ้งไทย.คอม..เราเติมฝัน วันแรมทาง.ให้คุณ..