เมื่อสามสาวไฟแรงแอบหนีไปเที่ยวเขาใหญ่ ......................................................................................โดย นู๋อ้อ Un.K

เมื่อเกิดอยากเป็นพระลอ
ครั้งหนึ่งในชีวิตของนักดูนกอย่างไร อยากจะแปลงร่างเป็นพระลอซักครั้ง (อิอิ)
"ปู่กระสันถึงไก่ ไพรพฤกษ์
ปู่รำลึกถึงไก่ ไก่ก็มา
บ่รู้กี่คณากี่หมู่
ปู่เลือกไก่ตัวงาม ทรงทรามวัย ทรามแรง
สร้อยแสงแดง พระพราย ขนเขียวลาย ยะยับ
ปีกสลับเบญจรงค์ เลื่อมลาย หงสบาท
ขอบตาชาดพะพริ้ง สิงคลิ้งหงอน พรายพรรณ
ขันขานเสียงเอาใจ เดือยงอนใสระรอง "

อยากรู้ว่า ไก่ฟ้าพญาลอ จะสวยเหมือนที่บรรยายไว้ในลิลิตพระลอหรือเปล่าหนอ ที่สำคัญไปเฝ้ามาหลายรอบแล้ว ไม่เจอสักที คราวนี้แหละ....
เมื่อนักดูนกพเนจรรวมฝูง
ครั้งนี้ ได้โอกาสที่รวมเพื่อน ๆ ได้ อาจจะไม่ครบทีม แต่เลยครึ่งก็เอาแล้ว ก็แต่ละคนธุระปะปังเยอะกันเหลือเกิน คนนั้นติดนั่น คนนั้นติดหนี้ (นี่) หลังจากนัดหมายเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วว่า "เราไปเขาใหญ่กันดีกว่า คนน่าจะน้อย เพราะเขาคงไปกันตอนปีใหม่แล้วหล่ะ คงไม่มีใครไปแน่เลย"
เริ่มสตาร์ทจาก กทม. ประมาณ ตี 4 รับนู๋ดาที่ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ตอนตี 4 ครึ่งกว่า ๆ สมาชิกทีม "อ้อ หนิง ดา" เหมือนขาด ๆ "โอ" ไปนะ พวกเราไปถึงด่านเนินหอมตอน 6 โมงเช้าพอดิบพอดี เห็นเจ้าหน้าที่เดินงัวเงียออกมาเปิดไฟที่ป้อม เนื่องจาก ตอนนั้น ฟ้ายังไม่สางเลย พวกเราเลยนั่งกินข้าวเหนียวหมูย่างรอในรถ พอฟ้าเริ่มใสสว่างกระจ่างตา ก็เริ่มเคลื่อนรถขึ้นเขาใหญ่ ปิดแอร์ เปิดกระจก เพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ และพร้อมกับจะได้ฟังเสียงนกไปด้วย ได้ยินเสียง "จุ๋ง ๆ ๆ" ของนกตบยุง แต่ด้วยความรู้อันน้อยนิดเลยไม่สามารถบอกได้ว่า เป็นนกตบยุงอะไร

ลุ้นแล้วลุ้นอีก กว่าจะได้เจอกัน
เราแวะที่สะพานข้ามลำตะคองนิดหนึ่ง เจอกระเต็นน้อยธรรมดา (Common Kingfisher) กับแซงแซวสีเทา (Ashy Drongo) ก็เลยไปดีกว่า... พวกเราเลี้ยวขึ้นเขาเขียวตอน 7 โมงครึ่งได้ จอดรถก่อนถึง กม.1 (ตามคำแนะนำของพี่มือเก่า) เราจอดรถรออยู่สักพัก ก็ไม่มีวี่แววว่าไก่จะมา ...ปลง กะ ปลง...เฮ่อ!!! พวกเราตัดสินใจขับรถขึ้นไปอีกหน่อย เจอ Bird Wave ก็จอดดูไปซักพัก ท้องก็เริ่มฟ้องแล้วว่า "หิว" โชว์เฟอร์รีบหันหัวรถกลับทันที มีนู๋ดาค่อยกำกับว่าให้ขับช้า ๆ เดี๋ยวจะทับเอาไก่ฟ้าเข้า เลย กม.1 ได้นิดหน่อย เห็นนกบินแว๊บ ๆ ก็เลยหยุดดู ส่องกล้องไปกลายเป็นนกแซงแซวห่างบ่วงใหญ่ และแล้วเขาก็มา โดยมีสาวเจ้านำออกมาก่อน ตามมาด้วยพ่อหนุ่มรูปงาม ลองนึกภาพเอาแล้วกันว่า ท่าทางของคนในรถแต่ละคนเป็นไง จะกรี๊ดก็กรี๊ดก็ไม่ได้ เหมือนคนเก็บกด อะไรประมาณนั้น พวกเขาเดินโชว์อยู่ 2 รอบ ก็หายเข้าข้างทางไป พวกเราหันมามองหน้ากัน แล้วยิ้ม แล้วก็ยิ้ม แล้วก็ยิ้มอีก (สงสัยจะบ้า) จะไม่ให้ยิ้มได้ไง ก็เป็นนกใหม่ของทุกคน และรอคอยมานาน ขอยิ้มอีกที

ครั้งนี้เพื่อน้องโส (ของน้องหนิง)
อาหารเช้าที่เขาใหญ่ เราเลือกเป็นที่ผากล้วยไม้ ไม่ใช่ติดใจรสชาติอาหาร ไม่ใช่บรรยากาศสุดหรู แต่เพราะอะไร ใครที่เป็นนักดูนกก็คงรู้ เราเห็นพี่ ๆ นักดูนก และนักถ่ายภาพหลายคน แต่ไม่ได้ทักทายกัน กลัวเขาจำ (ไม่) ได้ ที่ผากล้วยไม้ มีคนเยอะกว่าที่เราคาดไว้มากเลย ที่ร้านอาหารผากล้วยไม้ พวกเราเข้าไปสอบถามข้อมูลนกโกโรโกโส แต่ได้รู้ไม่ได้ออกมาตั้งแต่ปีใหม่แล้ว เป็นเพราะคนเยอะ และไก่ฟ้าที่เคยเป็นสหายเก่ากันมานั้น เกิดหันมาเป็นศัตรู ไล่จิกสุดหล่อของพวกเราจนกระเจิดกระเจิงไปเลย พอเห็นท่าว่า ไม่เจอแน่ ๆ พวกเราก็เลยกลับไปแถวที่ทำการ พยายามเดินตามหานกกระเต็นลาย (Banded Kingfisher) นกบอดของเรา แต่ก็ไม่เจอ (trail) ตอนนั้นก็เวลาเที่ยงกว่าแล้ว ด้วยประสบการณ์การดูนกมาหลายป่า พวกเราเลยตัดสินใจ "นอนดีกว่า" เปลสีชมพูสวยสดใสของเรา ก็ถูกผูกหน้าบ้านพักค่ายกรองแก้ว แล้วทุกเสียงก็เงียบ เงียบจริง ๆ

ไก่ฟ้านะเหรอ... ดูจนเบื่อ ไม่อยากคุย
ได้ยินเสียงแว่ว ๆ เข้าหูว่า "กระเต็นลายมาแล้ว" ทำให้เราพยายามลืมตาขึ้นมอง เห็นดากะหนิง รออยู่ แล้วบอกว่าไปดูนกกันต่อเถอะจะบ่าย 2 โมงครึ่งแล้ว ถึงแม้จะอยากนอนต่อ แต่ความอยากดูนกมีมากกว่า ช่วงบ่ายวันนั้น พวกเราพยายามตามหานกกระเต็นลาย โดยเดินเข้า trail มอสิงโต แต่ก็ไม่เจอ จึงเปลี่ยนใจไป trail 6 ซึ่งเป็น trail ยอดนิยมของเขาใหญ่ในช่วงนี้ เพราะมีรายงานนกเด็ดจาก trail นี้ ทั้งนกแต้วแร้วหูยาว (Eared Pitta) นกโกโรโกโส (Coral-billed Ground-Cuckoo) นก Japanese Thrush นกเดินดงหัวสีส้ม (Orange-headed Thrush) Trail 6 เป็นเส้นทางที่ดีเส้นหนึ่งสำหรับการดูนก แม้จะต้องปีนป่ายไปบ้างก็ตาม (บ่นตามประสาคนเข่าไม่ค่อยดี) นกตัวแรกที่เจอคือ นกเดินดงหัวสีส้ม แต่ที่ประทับใจพวกเรา คงไม่พ้น นกไก่ฟ้าพญาลอ (Siamese Fireback) ตัวผู้สองตัว ที่เดินหากินสบายใจ พวกเราก็นั่งดูกันจนชื่นใจไปตาม ๆ กัน จากนั้นก็จะเป็นนกแว๊บ ๆ เช่น นกกระทาดงแข้งเขียว (Scaly- breasted Prartridge) พอแสงเริ่มจะหมด เราจึงตัดสินใจเดินออก และปรึกษากันว่า จะกลับบ้านกันวันนี้ หรือจะค้างที่เขาใหญ่อีกสักคืน เพื่อพรุ่งนี้เช้าจะได้ดูนกอีกสักครึ่งวัน บทสรุปก็คือ "ค้างเถอะ ยังไม่เห็นนกโกโรโกโสเลย" นั่นคือ คำตอบจากหนิง

เขาใหญ่ คืนที่ดาวเต็มฟ้า น้ำค้างเต็มหลังคาเต็นท์
แต่เขาใหญ่คืนนี้ ไม่เหมือนกับครั้งก่อน ๆ ที่เคยมา ค่ายเยาวชน เต็มไปด้วยนักศึกษา ซึ่งดูเหมือนจะมาทำกิจกรรมอะไรสักอย่าง ทำให้ที่ตั้งใจไว้แต่แรกว่า ถ้าค้างจะนอนที่ค่ายเยาวชน เป็นอันว่าผิดหวัง นึกถึงค่ายกรองแก้ว ดูจากตอนที่แอบไปนอน ก็รู้ว่าเต็มเหมือนกัน เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะไม่กลับ ยังไงก็ไม่กลับ พวกเราจึงตัดสินใจว่า นอนเต็นท์ก็ยอม แต่ก็ไม่ง่ายอีกเหมือนกัน เพราะเต็นท์ที่ลานกางเต็นท์ลำตะคอง ถูกเช่าไปหมด แต่เจ้าหน้าที่หญิงก็ให้ความช่วยเหลือโดยพาไปเช่าเต็นท์จากบ้านเจ้าหน้าที่ เป็นเต็นท์สามเหลี่ยม ที่พวกเราไม่ได้นอนเต็นท์แบบนี้มานานแล้ว หลังจากช่วยกันกางเต็นท์ อาบน้ำแล้ว จะเป็นเพราะไม่มีอะไรทำ หรือเพราะเหนื่อยก็ไม่รู้ พวกเราก็เข้านอนทันที แต่ก่อนนอนก็ไม่ลืมที่จะโทรไป (เยาะเย้ย) หาเจ้าโอ ที่ติดธุระมาร่วม ทริปนี้กับเราไม่ได้ พวกเราทุกคนพูดว่า "น่าสงสารโอเนอะ" ที่ไม่ได้เห็นไก่ฟ้าพญาลอเหมือนเรา แต่ทำไมหัวเราะกันเสียงดังจัง แถมฝันดีทั้งคืนอีกต่างหาก

หรือนกโกโรโกโส จะใจร้าย
พวกเราตื่นกันแต่เช้า รีบเก็บของ ได้ยินเสียงนกแก๊ก (Oriental Pied Hornbill) สลับกับนกขุนทอง ร้องลั่นไปหมด แถมโชว์ตัวให้เห็นกันจะจะด้วย แต่วันนี้ พวกเราตั้งใจว่า นก common ไม่ดู (ฟังดู น่าหมั่นไส้ ยังไงชอบกล) อาหารเช้า ข้าวต้มหมู ไข่ลวก และกาแฟร้อน ที่ผากล้วยไม้อีกครั้ง แต่ก็ต้องผิดหวังกับนกโกโรโกโสอีกครั้ง ได้ข่าวเดิม ๆ ว่า ไม่ออกมาตั้งแต่ปีใหม่แล้ว

ความหวังยังไม่สิ้น
ด้วยรู้มาว่า มีคนเห็นเจ้าโกโรโกโส วิ่งไปมาอยู่ใน trail 6 วันนี้นัดกันไว้แล้ว ยังไงก็ต้องไม่พลาด ทุกคนยังมีความหวังในใจ แต่ trail 6 ตอนเช้า เงียบมากจริง ๆ เราเจอแต่ นกกินแมลง .. (Abbott's Babbler) เห็นหน้าตาละคนดูห่อเหี่ยวจัง ออกไปดูแถวกองขยะ น้ำตกเหวนรก อีกทีท่าจะดี แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ขอแวะเยี่ยมไก่ที่เขาเขียวอีกสักรอบจะเป็นไรไป พวกเราไม่ได้หวังอะไรมากนัก เพราะขณะนั้น ก็เวลาสิบโมงครึ่งแล้ว พวกเราจอดรถที่เดิมที่เจอไก่ฟ้าเมื่อวาน นั่งรอสักพัก เราก็หันไปเห็นมีตัวอะไรเดินออกมาจากด้านขวาของถนน เราเป็นคนบอกเพื่อน ๆ ว่า "ออกมาแล้ว" "หนิง! โกโรโกโส" ทุกคนเงียบ พร้อมยก Binoc ของตัวเอง พยายามดูให้มากที่สุด แต่เพราะเขาเป็นนกขี้ตื่น และคงเห็นรถเราจอดอยู่ ก็เลยตกใจ วิ่งเข้าไปทางด้านซ้าย เรารออีกพักหนึ่ง และคิดว่าคงจะไม่มีนกอะไรออกมาอีกแล้ว จึงตัดสินใจกลับ.... Happy Bird Day จริง ๆ

เพื่อนก เหม็นแค่ไหนก็ทนได้
เราพึ่งจะรู้ว่า กองขยะที่น้ำตกเหวนรกอยู่ตรงไหน เมื่อนู๋ดาเดินนำไปดู ตอนแรกพวกเราก็ยืนดูอยู่ห่าง ๆ เห็นนกจับแมลงจุกดำ (Black-napped Monarch) นกจับแมลงหัวเทา (Grey-headed Canary)แต่ที่ดีใจที่สุดก็คงจะเป็นนกแซวสวรรค์ (Asian Paradise-Flycatcher) เนื่องจากไม่ได้เห็นมาตั้งนานแล้ว หางเขายาวสวยมากเลย

ถึงท้องจะหิว แต่ก็อิ่มใจ
เรายังคงเดินดูนกเล็กนกน้อยแถว ๆ ข้างทางอีกพักนึง แต่คงเป็นเพราะตอนนั้นเที่ยงแล้ว จึงไม่ค่อยเจออะไรมาก แถม iden ไม่ค่อยได้อีกต่างหาก เราออกเดินทางกลับจริง ๆ ก็เกือบบ่ายโมงแล้ว หิวก๋วยเตี๋ยวเรือมากเป็นพิเศษ แต่ก็คุยกันอย่างอิ่มใจ คุยย้อนไปถึงว่า มาเริ่มดูนกกันยังไง คุยถึงเพื่อน ๆ นักดูนกคนอื่น ๆ ที่สำคัญที่เจ้าโอ ที่ไม่น่าพลาดทริปเด็ดอย่างนี้เลยจริง ๆ


หมายเหตุ....รูปประกอบเรื่องนี้ Copy เขามาทั้งสิ้น ที่พอรู้ก็มีของคุณ Headbanger ต้องขอขอบคุณและขออภัยช่างภาพทุกๆท่านครับ