เขตสัตวภูมิศาสตร์ zoogeographic Regions

.................ในโลกของเรานั้นมีส่วนที่เป็นแผ่นดินซึ่งตั้งอยู่บนมหาสมุทร กระจัดกระจายอยู่ตามส่วนต่างๆของโลก เนื่องจากโลกของเรามีสัณฐานที่กลม ป่องออกที่ส่วนกลาง เอียงจากแกนหมุนรอบตัวเองเล็กน้อย ทำให้ความใกล้ไกลระหว่างดวงอาทิตย์กับผิวโลกแตกต่างกัน ซึ่งแน่นอนอุณหภูมิบนพื้นผิวโลกย่อมแตกต่างกันไปด้วย ประกอบกับลักษณะและองค์ประกอบที่แตกต่างกันของผิวโลกในแต่ละส่วนดังที่กล่าวมาแล้ว ทำให้พืชพรรณและสัตว์ต่างๆที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมนั้นๆ มีวิวัฒนาการแตกต่างกันออกไป เมื่อนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษา จึงแบ่งพื้นที่บนโลกออกเป็นเขตตามลักษณะของสัตว์ที่พบ และเรียกเขตเหล่านี้ว่า เขตสัตวภูมิศาสตร์ zoogeographic Regions ซึ่งนักวิทยาศาสตร์แบ่งเขตสัตวภูมิศาสตร์ออกได้เป็น ๖ เขตใหญ่ๆดังนี้

๑. เขตนีอาร์คติก Nearctic มีพื้นที่ครอบคลุมทวีปอเมริกาเหนือ ตั้งแต่แม่น้ำ Rio Grande ซึ่งกั้นพรมแดนระหว่างเม็กซิโก กับสหรัฐอเมริกา ไปจนจรดมหาสมุทร อาร์คติก ทางตอนเหนือของเขตนี้มีอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี เราจึงพบความหลากหลายของนกในตอนเหนือน้อยกว่าทางตอนใต้ของเขตที่มีอากาศที่อบอุ่น ซึ่งนกในเขตนี้จะมีการอพยพลงใต้ไปหากินในเขต เขตนีโอทรอปิค Neotropic ที่มีพื้นที่ครอบคลุมทวีปอเมริกากลาง และ อเมริกาใต้ นกที่สำคัญในเขตนี้ เช่น นกสกุลไก่งวง Turkey นกอินทรีหัวขาว Blade Eagle แร้งคาลิฟอร์เนีย California Condor เป็นต้น

๒.เขตนีโอทรอปิค Neotropic มีพื้นที่ครอบคลุมทวีปอเมริกากลาง และ อเมริกาใต้ ตั้งแต่แม่น้ำ Rio Grande จนถึงเกาะเฟอร์นันโดโป Fernando Po ทั้งนี้รวมถึงหมู่เกาะในทะเลคาริเบียนและหมูเกาะกาลาปากอสพื้นที่ในเขตนี้ส่วนใหญ่จะเป็นที่ราบและอยู่ในเขตร้อน มีป่าดิบชื้นและทุ่งหญ้ากึ่งทะเลทรายเป็นส่วนใหญ่ ในเขตนีโอทรอปิค นี้นับว่าเป็นเขตที่มีความสำคัญมาก เพราะมีความหลากหลายของนกมากที่สุดในโลก มีนกประจำถิ่นไม่ต่ำกว่า ๑ ใน ๓ ของโลกเลยทีเดียว มีนกที่พบเฉพาะเขตนี้ประมาณถึง ๓๑ วงศ์ เช่น นก HOATZIN
นกOVENBIRD นก TRUMPETERS นก OILBIRDS นกHUMMINGIRDS นกแก้วMACAWS เป็นต้น

๓.เขตอาฟโฟร์โทปิค Afrotopicมีพื้นที่ครอบคลุมแอฟริกาเกือบทั้งทวีป ลงมาจนถึงแหลมกูดโฮป รวมทั้งเกาะมาดากาสตาร์และเกาะเล็กๆใกล้เคียง และตอนใต้ของคาบสมุทรอาริเบีย ยกเว้นตอนเหนือของทวีป ตั้งแต่ทะเลทรายซาฮาร่าขึ้นไป สภาพพื้นที่จะมีป่าดิบชื้นอยู่ตอนกลางของทวีป นอกนั้นเป็นทะเลทรายและทุ่งหญ้า มีนกที่พบเฉพาะเขตนี้ประมาณ ๑๒ วงศ์ เช่น นกกระจอกเทศ (OSTRICH) นกเลขานุการ (SECRETARY BIRD) นกกระสาปากรองเท้า SHOEBILL นกทูราโค (TOURACOS) นกตะขาบดิน (GOUNDROLLERS) เป็นต้น

๔.เขตพาลีอาร์คติก Palearctic เป็นเขตที่ใหญ่ที่สุด แบ่งออกเป็นด้านตะวันตก และตะวันออก ครอบคลุม เอเชียตอนบน ตะวันออกกลาง ยุโรป และแอฟริกาตอนเหนือของทะเลทรายซาฮาร่า เอเชียตะวันตกบางส่วน และทวีปเอเชียตอนเหนือเทือกเขาหิมาลัย และแม่น้ำแยงซีเกียงขึ้นไปรวมทั้งหมู่เกาะญี่ปุ่นด้วย ดังนั้นเขตนี้จึงเป็นที่กว้างใหญ่ที่สุด แต่ความหลากหลายของนกในเขตนี้กลับมีน้อย เนื่องด้วยพื้นที่ส่วนใหญ่แห้งแล้งและหนาวเย็น นกที่พบเฉพาะเขตนี้มีเพียงวงศ์เดียว คือนก แอคเซ็นเตอร์ ACCENTORS

๕.เขตโอเรียนตัล Oriental
มีพื้นที่ครอบคลุมเอเชียใต้ ตั้งแต่ปากีสถานจนถึงตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งหมู่เกาะฟิลิปปินส์ สุมาตรา ชวา บอร์เนียว เซเลบีส และเกาะใกล้เคียง ทางเหนือจรดจีนตอนใต้ ไต้หวัน และฮ่องกง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน นกที่พบเฉพาะในเขตนี้มี 2 วงศ์ คือ นกเขียวคราม FAIRY BLUEBIRDS และนกเขียวก้านตอง LEAFBIRDS ประเทศไทยของเราก็ตั้งอยู่ในเขตนี้ครับ

๖.เขตออสเตรเลียน Australian มีพื้นที่ครอบคลุมทวีปออสเตรเลีย และ หมู่เกาะใกล้เคียง ทัสมาเนีย นิวซีแลนด์ นิวคาเลโดเนีย นกที่พบเฉพาะในเขตนี้มี ๑๕ วงศ์ เช่น นกอีมู EMUS นกคัสโซวารี CASSOWARIES นกการเวก BIRD OF PARADISE นกโบเวอร์ BOWERBIRDS นกกีวี KIWIS นกหางพิณ LYRE BIRDS

เขตโอเรียนตัล Oriental

.................มาว่ากันโดยละเอียดอีกสักหน่อยสำหรับเขตที่เป็นที่ตั้งของประเทศไทย เขตโอเรียนตัล นี้ บางตำราก็เรียกว่า เขต อินโดมาลายัน (INDOMALAYAN)ด้านเหนือติดเขตเขตพาลีอาร์คติค ด้านตะวันตกติดเขตอาฟโฟร์โทปิค ด้านตะวันออกเฉียงใต้ติดเขตออสเตรเลี่ยน .................ดังนั้นในเขตนี้จึงมีความหลากหลายของนกมากรองจากเขตนีโอทรอพปิคัลเลยทีเดียว มีนกที่สำรวจพบแล้วในเขตนี้กว่า 2000 ชนิดเป็นนกประจำถิ่นราว 1860 ชนิด มี1400 ชนิดเลยที่เดียวที่เป็นนกที่พบเฉพาะเขตนี้ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ยังจำแนกเขตโอเรียนตัลออกเป็นได้ 6 เขตย่อย(Sub-Region)

เขตย่อยอินเดีย India Sub-Region

................มีพื้นที่ครอบคลุมเอเซียใต้จากทะเลทรายราชาสถานจรดเทือกเขา อาระกัน ทางเหนือถึงเชิงเขาหิมาลัย ทางใต้รวมศรีลังกาและหมู่เกาะมัลดีฟด้วย เขตย่อยนี้ไม่มีความสำคัญต่อประเทศไทยเท่าไรเพราะเราไม่พบนกที่มีถิ่นกำเนิดในเขตย่อยนี้ในบ้านเราเลย (อาจจะพบนก BENGAL FLORICAN ทางภาคอีสานเพราะมีรายงานพบนกชนิดนี้ในเขมร)

เขตย่อยหิมาลายัน-จีน Sino-Himalayan Sub-Region ................เขตย่อยนี้ครอบคลุมพื้นที่ของเทือกเขาหิมาลัยทางด้านตะวันออกเรื่อยมาจนถึงพม่าตอนเหนือ ลาวตอนเหนือ จนไปถึงจีนตอนใต้ขึ้นไปสุดฝั่งแม่น้ำแยงซีเกียง รวมถึงฮ่องกงและไต้หวันด้วย ซี่งรวมถึงภูเขาในภาคตะวันตกบางส่วนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของไทยซึ่งเกิดยุคเดียวกับเทือกเขาหิมาลัย นกที่พบในเขตนี้เช่น นกกินปลีหางยาวเขียว Green-tailed Sunbird นกปีกแพรสีเขียว(Green Cochoa) นกหางรำดำ (Black-headed Sibia) เป็นต้น

เขตย่อยอินโด-พม่า Indo-Burmese Sub-Region
................มีพื้นที่ระหว่างเทือกเขาในแนวภาคเหนือและภาคตะวันตกของไทยไปจนจรดเทือกเขาอาระกัน มีพื้นที่ในตอนล่างของประเทศพม่า เราจะพบเขตย่อยนี้ทางตะวันตกในเขตเทือกเขาตะนาวศรี นกที่พบในเขตนี้ เช่น นกภูหงอนพม่า Burmese Yuhina นกเงือกกรามช้างปากเรียบ (Pain-pouched Hornbill )
เขตย่อยอินโดจีน Indo-Chinese Sub-Region มีพื้นที่ครอบคลุมประเทศไทยตั้งแต่ระดับคอคอดกระ หรือเส้นรุ้งที่ 11 องศา 40 ลิปดาเหนือ ขึ้นมาไปจนจรดเขตย่อยโซโนหิมาลายัน ซึ่งรวมอินโดจีนและเกาะไหหลำด้วย ด้านตะวันตกจรดเขตย่อยอินเดีย รวมหมู่เกาะอันดามันและหมู่เกาะนิโคบาร์ด้วย เราสามารถพบนกในเขตย่อยนี้ทางภาคตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือ นกที่พบเช่น ไก่ฟ้าพญาลอ Siamese Fireback, นกโกโรโกโส Coral-billed Ground-Cuckoo เป็นต้น

เขตย่อยซุนดา Sundaic Sub-Region

................ ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมคาบสมุทรไทยมาเลย์ ตั้งแต่คอคอดกระลงมาจนถึงมาลายู สิงคโปร์ สุมาตรา ชวา บอร์เนียว เกาะปาลาวัน และเกาะเล็กๆบนเขตไหล่ทวีปซุนดรา (Sundra Shelf) เราจะพบเขตย่อยนี้ได้ทางภาคใต้ของเรา มีนกประจำถิ่นที่พบเฉพาะเขตเช่น นกแต้วแล้วแดงมาลายู (Granet Pitta) นกขุนแผนตะโพกสีน้ำตาล (Cinamon-Rumped Trogon) นกพญาไฟเล็กคอดำ (Fiery Minivet) เป็นต้น
เขตย่อยวอลเลเซีย Wallacean Sub-Region เขตย่อยนี้อยู่ระหว่างเขตย่อยซุนดา กับเขตออสเตรเลเซีย ครอบคลุมพื้นที่ของหมู่เกาะฟิลิปปินส์(ยกเว้นเขตปาลาวัน) เกาะเซเลบีซ หมู่เกาะเครื่องเทศ และเกาะเล็กๆใกล้เคียง นกส่วนใหญ่ที่พบคล้ายคลึงกับเขตซุนดา และเขตออสเตรเลียเลเซียด้วย

...............จะเห็นได้ว่าประเทศไทยของเราตั้งอยู่ในเขตที่เป็นรอยต่อระหว่างเขตย่อยทั้งสี่คือ เขตย่อยหิมาลายัน-จีน เขตย่อยอินโด-พม่า เขตย่อยอินโดจีน เขตย่อยซุนดา การที่ประเทศไทยเป็นจุดเชื่อมต่อเขตย่อยเช่นนี้ ทำให้เราสามารถพบนกของเขตย่อยทั้งสี่เขตได้ในประเทศไทย ซึ่งบางชนิดก็เป็นนกเฉพาะเขต (Endemic) รวมกับนกในเขตพาลีอาร์คติก Palearctic ที่อพยพหนีความหนาวเย็นลงมาในประเทศไทยเช่น นกชายเลน เหยี่ยว เป็ด ห่านต่าง รวมถึงนกที่ อพยพเข้ามาทำรังวางไข่ในประเทศไทย หรือใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านเพื่อไปสู่มาเลเซีย อินโดนีเซีย รวมถึงทางตอนเหนือของออสเตรเลีย จึงนับว่าบ้านเรามีความหลากหลายของนกมากที่สุดในภูมิภาคนี้ และเป็นแหล่งดูนกที่ดีที่สุดของโลกด้วย ปัจจุบันเราพบนกในบ้านเราแล้วกว่า ๙๗๐ ชนิด หรือเกือบร้อยละสิบ ของนกที่พบทั่วโลก อีกทั้งภูมิอากาศของประเทศไทยที่เป็นแบบมรสุมเขตร้อน ประเทศไทยจึงมีป่าหลายประเภท ทั้งป่าดิบเขา ป่าดงดิบ ป่าสน ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ทุ่งหญ้า และเมื่อรวมกับการมีชายฝั่งทะเลที่ยาวกว่า ๒,๐๐๐ กม. เราจึงมีป่าชายเลนดีๆ หลายแห่งอีกด้วย ทำให้ประเทศไทยมีพื้นป่าที่หลากหลาย อันเป็นแหล่งอาหารสำหรับนกแต่ละชนิดต่างๆ กันไป
นี่เองเป็นคำตอบว่าทำไมนักดูนกจากทั่วโลกจึงได้มุ่งมาดูนกที่ประเทศไทยของเรา น่าภูมิใจจริง ๅ แต่อย่าลืมช่วยกันรักษาความภาคภูมิใจนี้ให้ลูกหลานของเราสืบไปนะครับ