โดยความเอื้อเฟื้อจากอนุสาร อสท.

 



การดูนก

การดูนกนับเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ธรรมชาติ นักดูนกจึงควรเตรียมความพร้อม ทั้งในแง่ของใจที่ตระหนักถึงความเป็นผู้ไปเยือนที่ต้องเคารพในสิทธิ์ของสัตว์ป่าซึ่งเปรียบเสมือนเจ้าของบ้านและการเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะช่วยให้เรียนรู้เรื่องราวจากธรรมชาติได้ดีที่สุด
มีข้อแนะนำจากนักดูนกรุ่นเก่า ๆ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการเริ่มต้นดูนก ขั้นแรก ทำความรู้จักนกในถิ่นที่อยู่ก่อน โดยจดจำนกที่พบเห็นบ่อย ๆ บริเวณบ้าน เพื่อสร้างความชำนาญในการพิจารณาลักษณะและสีสันกิริยาอาการต่างๆของนก ซึ่งจะทำให้เข้าใจพฤติกรรมและชีวิตนกได้ดีขึ้น ขั้นต่อมาการเตรียมอุปกรณ์สำหรับดูนก นั่นก็คือ
1. กล้องส่องทางไกล กำลังขยายที่เหมาะสำหรับการดูนกจะอยู่ในช่วง 7X-10X
2. คู่มือดูนก A Guide to The Bird of Thailand ฉบับสมบูรณ์ในปัจจุบัน เรียบเรียงโดยนายแพทย์
บุญส่งเลขะกุล และคุณฟิลลิป ดี. ราวนด์ เปรียบเหมือนตำราที่บอกถึงชื่อและวงศ์ของนก ข้อมูลของนกแต่ละชนิด ลักษณะต่างๆ ของนก นอกจากนี้ก็ยังมี Bird Guide of Thailand โดยนายแพทย์บุญส่งเลขะกุลและ Mr.Edward Cronin Jr. ฉบับพิมพ์ครั้งที่สอง อีกเล่มหนึ่งคือ A Field Guide to The Bird of South East Asia ของ Mr.Ben King
3. สมุดบันทึก การจดบันทึกจะทำให้เก็บรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับนกไว้ได้ อาจจะวาดภาพ
ประกอบ รวมทั้งระบุสภาพแวดล้อมที่พบเห็นนกในขณะนั้น สถานที่ และเวลา
ในการจำแนกชนิดของนกนั้น สิ่งสำคัญก็คือรูปร่าง วิธีที่นกเคลื่อนไหว วิธีกินอาหารและวิธีการบิน นก
ทุกชนิดมีลักษณะบอกถึงชนิดของตัวเอง
 
บ้านของนก

ป่าเต็งรัง
พรรณไม้เด่นคือ เต็งและรัง มีความหลากหลายน้อยกว่าป่าประเภทใดเพราะไม่มีไม้ชั้นกลางและชั้นล่าง ซึ่งเป็นแหล่งหากินของนกหลายชนิด นกที่พบมักเป็นนกขนาดกลาง เช่นนกหัวขวาน นอกจากนี้ยังมีนกปีกลายสก๊อต นกขุนแผน นกโพระดกธรรมดา นกที่พบบ่อย เช่น นกเขียวก้านตองหน้าผากสีทอง นกเฉี่ยวบุ้งกลาง นกปรอดหัวสีเขม่า นกขุนทอง และนกกระทาทุ่ง นกเด่นของป่าเต็งรัง โดยเฉพาะภาคตะวันตกเช่น นกอีแพรดคิ้วขาว นกกระจิบหญ้าสีน้ำตาล นกไต่ไม้ท้องสีเม็ดมะขาม นกกะลิงเขียด นกขมิ้นหัวดำใหญ่ และเหยี่ยวเล็กตะโพกขาว ส่วนนกขนาดเล็กนั้นพบน้อย
ป่าเบญจพรรณ
เป็นป่าผลัดใบที่เป็นป่าโปร่ง มีต้นไม้ขนาดใหญ่และขนาดกลางหลายชนิด บางแห่งมีไผ่ขึ้นอยู่ทั่วไป พบตามที่ราบลุ่ม แม่น้ำ หุบเขา และไหล่เขาจนถึงระดับความสูง 1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง นกที่พบค่อนข้างหลากหลายและคล้ายกับนกในป่าดิบแล้ง มีนกน้อยชนิดที่ชอบอยู่เฉพาะป่าเบญจพรรณ เช่น นกกะลิงเขียด นกหัวขวานเขียวตะโพกแดง นกเขียวก้านตองหน้าผากสีทอง และเนื่องจากมีแหล่งน้ำจึงพบนกน้ำน้อย ป่าเบญจพรรณมีนกขนาดเล็ก ที่หากินพื้นล่างและระดับกลางของต้นไม้มากกว่าป่าเต็งรัง
ทุ่งหญ้า
ทุ่งหญ้ามีทั้งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและเกิดจากไร่ที่ถูกทิ้งร้างจนกลายเป็นทุ่งหญ้า บางแห่งมีไม้ยืนต้นขึ้นอยู่ห่างๆ นกที่พบนั้นมีน้อย แต่ตามชายทุ่งซึ่งติดกับป่าจะพบนกหลายชนิด นกเด่นๆ เช่น นกกระทาทุ่ง นกกระจิบหญ้าท้องเหลือง นกยอดข้าวหางแพนหัวแดง นกกระติ๊ดแดง นกกินแมลงกระหม่อมแดง นกกินแมลงตาเหลือง
ป่าดิบแล้ง
พบในระดับความสูง 600-1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง พรรณไม้ขึ้นปะปนกันหนาแน่น มีความหลากหลายของนกมาก โดยเฉพาะนกในวงศ์ไก่และนกกระทา วงศ์นกเขาและนกพิราบ วงศ์นกคัคคู วงศ์นกเค้า วงศ์นกเงือก วงศ์นกโพระดก วงศ์นกหัวขวาน วงศ์นกปรอด วงศ์นกกางเขน วงศ์นกจับแมลง วงศ์นกกินปลี นกขุนแผนอกสีส้ม นกขุนแผนหัวแดง นกที่อาศัยเฉพาะในป่าดิบแล้ง เช่นไก่ฟ้าพญาลอ นกแต้วแล้วเขียวเขมร นกโกโรโกโส นกขมิ้นขาว และนกปรอดเล็กสีไพลตาแดง
ป่าดิบชื้น
เป็นป่ารกทึบ เขียวชอุ่มทั้งปี ความหลากหลายของนกสูงมาก ที่พบเช่น วงศ์นกกินแมลง นกแต้วแล้ว นกเขา นกขุนแผน นกกาฝาก นกกินปลี นกปากกบ นกพญาปากกว้าง และนกกระทา
ป่าพรุ
จัดว่าเป็นป่าดิบชื้นแบบพิเศษที่เกิดในที่ลุ่มต่ำ ซึ่งมีสภาพเป็นแอ่งน้ำจืดขัง ติดต่อกันมาชั่วนาตาปี นกที่พบส่วนใหญ่พบในป่าดิบชื้นภาคใต้ มีแหล่งกำเนิดในเขตย่อยซุนดา นกหายากที่พบในป่าพรุ เช่นนกเค้าแดงนกเงือกดำ นกโพระดกหลากสี นกจับแมลงสีฟ้ามาเลเซีย นกกินแมลงหลังฟู นกตบยุงมาเลเซีย นกกระเต็นน้อยแถบอกดำ นกปากกบพันธุ์ชวา นกกางเขนน้อยปีกดำ
ป่าชายเลน
พบตามปากแม่น้ำและก้นอ่าว ที่ลมสงบ มีนกเพียงไม่กี่ชนิดที่พบเฉพาะในป่าชายเลนด้านตะวันตก คือนกกระเต็นใหญ่ปีกสีน้ำตาล นกแต้วแล้วป่าโกงกาง นกจับแมลงป่าโกงกาง นกโกงกางหัวโต นกกระจ้อยป่าโกงกาง นกกินปลีคอสีทองแดง นกเปล้าแดง
ป่าดิบเขา
พบในระดับความสูง 900-2,500 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นป่าโปร่งกว่าป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น เขียวชอุ่มตลอดปี อากาศค่อนข้างเย็น นกที่พบ อยู่ในวงศ์นกกินแมลง วงศ์นกปรอด วงศ์นกกับแมลง วงศ์นกพญาไฟ วงศ์นกจาบปีกสีอ่อน
ป่าละเมาะ ทุ่งโล่งและพื้นที่การเกษตร
นกเด่นๆที่พบเช่น นกกระแตแต้แวด นกจาบคาเล็ก นกจาบฝนปีกแดง นกคุ่มอกลาย นกตบยุงเล็ก นกกะรางหัวขวาน นกยอดหญ้าหัวดำ ถ้าหากมีไม้ยืนต้นดั้งเดิมขึ้นกระจายห่างๆ ก็อาจมีนกตีทอง นกเค้าโมง นกกิ้งโครงแกลบหัวเทา นกหัวขวานด่างอกลายจุด






หาดทรายและหาดหิน
เราจะพบนกชายเลนบางชนิดเช่น นกหัวโตมลายู นกคอสั้นตีนไว นกพลิกหิน นกปากแอ่นหางลาย นกหัวโตทรายเล็ก นกหัวโตทรายใหญ่ นกหัวโตสีเทา รวมทั้งนกนางนวลแกลบต่างๆ บริเวณชายฝั่งที่เป็นหน้าผาหินหรือเป็นหาดหินมักพบนกยางทะเล นกชนิดอื่นๆ พบน้อย
ท้องทะเล
นกทะเลที่พบอยู่ใกล้ชายฝั่งมักเป็นพวกนกนางนวล นกน๊อดดี้ และนกสกัว นกทะเลที่พบห่างไกลชายฝั่ง และตามเกาะต่างๆ มักเป็นนกโตรสลัด นกบู๊บบี้ นกร่อนทะเล นกโต้คลื่นและนกจมูกหลอด
ห้วย หนอง คลอง บึงและทะเลสาบ
เป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำ ริมฝั่งซึ่งมีพืชริมน้ำขึ้นหนาแน่นจะพบนกจาบคา นกแซงแซว นกอีเสือ และนกพง ถัดจากริมฝั่งไปมักพบนกยางไฟ นกอีล้ำ นกอัญชัน ไกลออกไปบริเวณน้ำลึก มีพืชพวกจอก แหนขึ้นอยู่มักพบนกอีแจว นกพริก นกอีโก้ง ส่วนบริเวณที่มีน้ำลึกมาก ไม่มีพืชใดๆ ขึ้นอยู่ แต่อาจมีพืชใต้น้ำ มักพบนกเป็ดน้ำ นกคู๊ท นกนางนวลแกลบ นกกาน้ำและนกกระทุง
ลำธารและแม่น้ำ
ริมฝั่งลำธารที่มีก้อนหินเป็นซอกเล็กซอกน้อยในระดับความสูงตั้งแต่ 600 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ขึ้นไปมักพบนกกางเขนน้ำหลังเทา นกเขนหัวขาวท้ายแดง นกเขนเทาหลังแดง นกมุดน้ำ นกเอี้ยงถ้ำ นกยางเขียว ถ้าระดับความสูงต่ำกว่านั้นลงมาจะพบนกกางเขนน้ำหลังดำใหญ่ ส่วนตามแม่น้ำหากมีหาดทรายริมฝั่งอาจพบนกกระแตหาด นกแอ่นทุ่งเล็ก ถ้าแม่น้ำกว้าง ป่าสมบูรณ์และเงียบสงบอาจพบนกอ้ายงั่วได้
เมือง
ในเมืองที่มีแต่อาคารบ้านเรือนนกที่พบบ่อยเช่น นกกระจอกบ้าน นกพิราบป่า นกแอ่นบ้าน นกเอี้ยงสาริกา ตามสวน หรือพื้นที่สีเขียวในเมืองสามารถพบนกขมิ้นน้อยธรรมดา นกตีทอง นกอีวาบตั๊กแตน นกพญาไฟเล็ก นกกาเหว่า ส่วนตามชานเมืองซึ่งเป็นไร่นา และพื้นที่รกร้างจะมี นกกระจิบหญ้าสีเรียบ นกยอดหญ้าหัวดำ นกอีเสือหัวดำ นกเขาไฟ นกยางเปีย นกยางกรอกพันธุ์ชวา





........... สารบัญ
---------------------------------------------------------------------
บทนำ สภาพพื้นที่แหล่งอาศัยของนก
แหล่งดูนกภาคเหนือ
แหล่งดูนกปริมณฑลกรุงเทพฯ
แหล่งดูนกภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคตะวันออก
แหล่งดูนกภาคใต้
การเริ่มต้นดูนก
การเตรียมตัวไปดูนก
เทคนิคการดูนกในธรรมชาติ
องค์กรที่จัดกิจกรรมดูนก
ข้อควรปฏิบัติสำหรับนักดูนก

ข้อมูลโดย ....การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
สนับสนุนข้อมูลโดย...อนุสาร อ.ส.ท.