

|
ทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร
๕. ระบบรากพิเศษ
ท่านอาจจะสงสัยว่าถ้าดินพรุมีแต่ซากใบไม้อันหยุ่นยวบแล้วต้นไม้สูงหลายสิบเมตรรอบ ๆ นี้สามารถยืนต้นอยู่ได้อย่างไรกันคำตอบมีอยู่รอบ ๆ ตัวท่านแล้วขณะนี้ หาดพิจารณาดูก็จะเห็นว่าไม่ใหญ่ในพรุมีส่วนรากค้ำยัน แบบต่าง ๆ อย่างเช่น รากที่เป็นแผ่นพูพอนกางออกตามโคนต้นของต้นขี้หนอนพรุ รากค้ำยันที่ยื่นลงมาคล้ายแขนขาของต้นตังหนใบใหญ่ และเพื่อให้ระบบรากไม่ขาดอากาศหายใจ ต้นไม้ในพรุจึงพัฒนา รากหายใจรูปร่างต่าง ๆ โผล่ขึ้นเหนือผิวน้ำด้วย อย่างเช่น รากของต้นสะเตียวที่คล้ายหัวเข่างอ รากของต้นอ้ายบ่าว หรือหลุมพีที่คล้ายหลักหมุด เรือนรากของต้นไม้ในพรุเหล่านี้จะสอดประสานและช่วยค้ำยันซึ่งกันและกันไว้อย่างเป็นระบบ ซึ่งทำให้พวกมันยืนต้นอยู่ได้แม้ต้นไม้บางต้นจะมีขนาดสูงใหญ่มากก็ตาม
๖. น้ำในป่าพรุ
น้ำในป่าพรุแม้จะดูเหมือนว่ามันหยุดนิ่งแต่ที่จริงมันไหลเอื่อย ๆ อยู่ตลอดเวลา ทำให้มีปริมาณอากาศเพียงพอต่อรากต้นไม้และบรรดาสัตว์น้ำต่าง ๆ
ดินอินทรีย์ที่ละลายปนมากับน้ำ คือเหตุผลที่ว่า ทำไมน้ำในป่าพรุจึงมีสีน้ำตาลเข้มนอกจากนี้มันยังทำให้น้ำในพรุมีค่าความเป็นกรดสูง เพราะมีสารประกอบกำมะถันของดินเลนทะเลดั้งเดิมใต้พื้นล่างซึมแทรกละลายปนขึ้นมา ทว่าสภาพดังกล่าวนี้ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตของบรรดาสัตว์น้ำแปลก ๆ แห่งป่าพรุเท่าใดนัก
๗. สัตว์น้ำในป่าพรุ
เมื่อเดินมาได้ราวครึ่งทางท่านจะพบป้ายสื่อความหายธรรมชาติ บอกเล่าเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตภายใต้ท้องน้ำสีชาเบื้องล่าง ขอให้ลองหยุดเฝ้าสังเกตที่เวิ้งน้ำ ท่านอาจโชคดีได้พบกับปลาประหลาดที่มีชื่อว่า ปลากะแมะ กำลังพารูปร่างอันพิสดารของ มันขึ้นมาฮุบอากาศที่ผิวน้ำ หรืออาจได้เป็นปลาปากยื่น ที่ชอบว่ายเวียนคอยไล่กินปลาเล็ก ๆ ใกล้ผิวน้ำ มันเป็นปลาชนิดใหม่ของโลกซึ่งพบได้เฉพาะในป่าพรุสิรินธรแห่งนี้ และที่ประหลาดไม่แพ้กันก็คือ ปลาดุกลำพัน ซึ่งมีรูปร่างเรียวยาวและมีลายคล้ายงู.....

|