Browsing: ข้อมูลจัดทริปเอง

เที่ยวตามใจฉัน ได้ตามใจฝัน ที่ทรัพย์ไพรวัลย์ พิษณุโลก (ตอน ๒)

0

เที่ยวตามใจฉัน ได้ตามใจฝัน ที่ทรัพย์ไพรวัลย์ พิษณุโลก (ตอน ๒) เรื่องและภาพ โดย พี่ชายชา เช้านี้ตื่นมาด้วยความสดชื่นหลังจากหลับสบายบนที่นอนอันแสนนุ่ม เพื่อสุขภาพที่ดี จึงออกมาฟิตเนสตามด้วยว่ายน้ำให้พอสบายตัว สระน้ำใหญ่และสะอาดดีมาก ออกเหงื่อกันแล้วก็มาทานอาหารเช้าซึ่งรวมในค่าห้องอยู่แล้ว นั่งทานมื้อเช้าด้านนอกอาคารแกล้มธรรมชาติ ชมนกชมไม้ชมกระรอกมันช่างเป็นสุขยิ่งนัก อิ่มหน่ำสำราญกับอาหารเลิศรสและบรรยากาศอันสุดวิเศษแล้วก็กลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า รอเจ้าหน้าที่มารับไปชมช้างที่ทางรีสอร์ทเลี้ยงไว้ตามธรรมชาติ เจ้าหน้าที่ได้เล่าเกร็ดความรู้เรื่องช้างประกอบไปด้วย และเล่าเรื่องสนุกๆของช้างที่นี่ให้ฟัง ช้างที่นี่มีความพิเศษที่หาได้ยากในช้างเลี้ยงทั่วไปคือ ความเป็นครอบครัวสายเลือดเดียวกันที่ถูกเลี้ยงแบบปล่อยให้ใช้ชีวิตอยู่รวมกันเหมือนโขลงช้างตามธรรมชาติ ไม่ได้ใช้วิธีแยกเลี้ยงแบบเพื่อความสะดวกเหมือนที่อื่นๆ ทำให้พวกมันยังคงมีพฤติกรรมการดูแลกันแบบครอบครัวให้เห็น (มีข้อติงนิดนึง ช้างที่บอกว่าเลี้ยงตามธรรมชาติทำไมมีโซ่ล่ามขาไว้ เมื่อถามเจ้าหน้าที่ก็ได้ความว่า..เนื่องจากไม่ได้มีรั้วล้อม จึงต้องมีโซ่คล้องไว้เพื่อใช้เวลาที่จำเป็น เพื่อความปลอดภัยทั้งคนและช้างเอง) การมาชมช้างควรทำตามคำแนะนำของควาญช้างและเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย และความสวมรองเท้าผ้าใบเพราะเดินเข้าป่าไปไกลเหมือนกัน จากนั้นก็ไปเรียนรู้วิธีการดำเนินชีวิตในป่าแบบควาญช้าง ซึ่งเป็นชาวกระเหรี่ยง เริ่มจากการก่อไฟด้วยไม้ไผ่ (ไม่มีไม้ขีดหรือไฟแช็ก) สีไม้ไผ่จนได้ไฟมาใช้ สีกันจนเหงื่อไหลกันเลยทีเดียว และเรียนรู้วิธีหุงข้าว ทำไข่ตุ๋นด้วยกระบอกไม้ไผ่ เป็นความรู้ใหม่ที่ได้รับและมีประโยชน์สำหรับคนที่ชอบเดินป่าเขา ข้าวและไข่ตุ๋นที่หัดทำก็นำกลับไปเป็นมื้อเที่ยงวันนี้อร่อยด้วยฝีมือเราเอง หลังเช็คเอาท์เมื่อขับรถออกมาประมาณ ๑๐๐ หรือ ๒๐๐ เมตร ก็จะมีร้านกาแฟ Elephent House Lake View Cafe อยู่ริมสระน้ำใหญ่ ถ้ามาช่วงบ่ายวันหยุด นอกจากจะได้นั่งจิบกาแฟกับขนมเค้กนุ่มๆ และอาหารฝรั่งอร่อยๆ แล้ว ยังจะได้ชมช้างมาอาบน้ำที่สระนี้ และมีกิจกรรมทำแซนวิชเลี้ยงช้างให้ทำอีกด้วย (เปิดขายอาหารสำหรับคนใช้เป็นเส้นทางผ่านแวะกินได้ และมีกิจกรรมช้างให้ทำบริเวณร้านด้วย) ออกจากร้านกาแฟมาได้สักนิด ก็เหลือบไปเห็นสวนไดโนเสาร์เป็นลานกว้างและมีรูปปั้นไดโนเสาร์อยู่หลายตัวควรคู่กับการลงไปถ่ายรูปเก็บไว้ ขากลับใช้เส้นทางเพชรบูรณ์เพื่อจะได้แวะชิมกาแฟยามบ่ายกับวิวพระธาตุผาซ่อนแก้ว เย็นๆแวะกินไก่ย่างวิเชียรบุรี ก่อนมุ่งหน้าสู่เมืองกรุง ทริปนี้เป็นทริปที่ไม่ได้วางแผนอะไรเลยกะไปภูทับเบิก แต่กลับไปติดอยู่ที่ #ทรัพย์ไพรวัลรีสอร์ท เพราะความเป็นธรรมชาติของที่นี้ แล้วยังได้ความรู้ความสนุกสนานแบบคาดไม่ถึง แนะนำสำหรับคนที่อยากพักผ่อนแบบส่วนตัวหรือแบบครอบครัวในสถานที่ๆไม่ไกลจากกรุงเทพมากนักกับบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวเนื้อที่กว้างขวางไม่แออัด มีกิจกรรมดีๆให้ทำหลายอย่าง มีโอกาสจะแวะมาพักอีกนะจ๊ะ การติดต่อ โทร.๐๘๑-๕๓๓๗๒๘๘, ๐๕๕-๒๙๓๒๙๓ อีเมล์ contact@sappraiwan.com เว็บไซต์  https://www.sappraiwan.com หากคุณไม่ออกเดินทางไปเผชิญโลกกว้าง คุณก็คิดว่าโลกมันกว้างเท่าที่คุณเห็น ——————————— มิตรภาพ…ความฝัน…วันแรมทาง www.trekkingthai.com แชทกับเราได้ง่ายๆ และ ได้ข่าวดีๆก่อนใครไลน์ @trekkingthai กดแอดได้เลย Follow Instagram trekkingthai : https://goo.gl/cKG4EP Follow Fanpage @trekkingthai : https://goo.gl/FHu8z0 Follow Website trekkingthai.com : http://goo.gl/XarqEW ———————————-

4 แหล่งอารยธรรมโบราณไทยในสุโขทัย

0

เมืองไทยยังคงมีสถานที่น่าท่องเที่ยวที่คนไทยยังไปไม่ถึงอีกจำนวนมาก อย่างเช่นที่จังหวัดสุโขทัย มิใช่เป็นเพียงราชธานีเก่าของไทยเท่านั้น ที่นี่ยังเป็นแหล่งอารยธรรมของไทยที่คนไทยน่าเดินทางไปศึกษาและสัมผัส ชื่นชมรวมถึงอนุรักษ์ของดีเมืองไทย การเดินทางไปก็ไม่ยาก เนื่องจากสุโขทัยมีสนามบินประจำจังหวัด ค่าใช้จ่ายในการเดินทางภายในประเทศไม่แพง และยังสามารถจองตั๋วเครื่องราคาประหยัดอย่างสายการบิน นกแอร์ (NokAir) หรือ ไทเกอร์แอร์ (Tiger Air) เป็นต้น แล้วไปเที่ยวกัน มีหลายที่ที่อยากแนะนำ 1.วัดศรีชุม สุโขทัย วัดเก่าแก่ที่สร้างตั้งแต่ยุคสมัยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช แม้ว่าจะถูกทิ้งร้างไปช่วงหนึ่ง แต่ก็ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ในช่วงปี 2496-2499 ซึ่งเป็นการบูรณะโดยยึดรูปแบบ วิธีการ และวัสดุแบบโบราณ ในปัจจุบันมีจุดเด่นอยู่ที่อาคารพระมณฑปคับแคบมาก ที่เรียกว่า “ปฏิมาฆระ” มีข้อน่าสังเกตตรงที่แม้มณฑปจะแคบ แต่กำแพงมณฑปกลับมีความกว้างร่วม 3 เมตรมีช่องกำแพงคล้ายอุโมงค์ แล้วทำเป็นบันไดทางเดินขึ้นไปบนหลังคา อีกอย่างหนึ่งก็คือ “พระอจนะ” พระประธานองค์โต เอกลักษณ์มรดกสุโขทัย ขนาดใหญ่เติมพื้นที่ แล้วยังมีศิลาจารึกหลักที่ ๒ (จารึกวัดศรีชุม) ที่เล่าเรื่องการก่อตั้งราชวงศ์สุโขทัย น่าไปชมจริงๆ 2. วัดตระพังเงิน สุโขทัย เป็นวัดเก่าแก่ในยุคพุทธศตวรรษที่ 20 มีความโดดเด่นคือ มีน้ำล้อมรอบเหมือนเป็นกำแพงให้วัด จึงเป็นที่มาของชื่อวัด เพราะ “ตระพัง” แปลว่า สระน้ำ เจดีย์ของที่นี่เป็นทรงดอกบัวตูม บริเวณวัดมีความร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย นั่งพักผ่อนริมน้ำรับอากาศเย็นๆ หลังเดินชมโบราณสถานให้ความชุ่มเย็นทั้งกายและใจ ขอบคุณภาพจาก thailovetrip.com 3. อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย สุโขทัย เมืองศรีสัชนาลัยนี้เดิมชื่อว่า เมืองเชลียง เป็นการสร้างเมืองใหม่เพื่อเป็นศูนย์กลางการปกครอง ที่นี่อุทยานประวัติศาสตร์ มีโบราณวัตถุที่สำรวจพบแล้วถึง 204 แห่ง จากที่คาดการณ์ไว้ว่าน่าจะมีถึง 215 แห่ง วัดในบริเวณอุทยานนี้มีด้วยกันหลายวัด นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความงดงามแนวอนุรักษ์จะชอบมาท่องเที่ยวที่นี่ เพราะได้สัมผัสถึงศิลปะเก่าแก่แต่โบราณของไทย และจะมีคุณค่ามากยิ่งขึ้นหากได้ศึกษาประวัติมาก่อนชมสถานที่จริง 4. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก สุโขทัย หลังจากชื่นชมโบราณสถานมาหลายแห่ง นักท่องเที่ยวไม่พลาดที่จะชมศิลปะโบราณวัตถุที่นี่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่สุโขทัย ที่เป็นแหล่งรวมศิลปวัตถุ โบราณวัตถุจำนวนมาก ที่ท่านเจ้าคุณสวรรควรนายก ซึ่งเป็นเจ้าคณะจังหวัดและเจ้าอาวาสวัดสวรรคาราม ได้ถวายให้เป็นสมบัติของชาติ หลังมรณภาพของท่านจึงได้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ขึ้นภายในวัดเมื่อ พ.ศ. 2508 ที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นเครื่องถ้วยชามสังคโลกเก่าแก่ และยังมีศิลปะอื่นอีกมากมายทั้งสองชั้นของอาคาร และศิลปะเขมร ล้านนา อู่ทอง…

6 “ของกินบ้านเฮา” ที่นักท่องเที่ยวควรลอง

0

6 “ของกินบ้านเฮา” ที่นักท่องเที่ยวควรลอง บินไปกับสายการบินภายในประเทศที่ชื่นชอบในบริการแล้วบินตรงสู่เชียงใหม่ เที่ยวให้เพลิดเพลินใจแล้ว อีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือ การได้ลองลิ้มรสอาหารคนเมืองยอดนิยมที่ถูกปาก หลายๆ อย่างแพร่หลายมาถึงภาคอื่นๆ ของประเทศแล้ว แต่การได้ชิมในถิ่นต้นกำเนิดย่อมได้รสชาติดั้งเดิมกว่า อาหารชนิดไหนบ้างไม่น่าพลาด มาดูกัน “ของกิ๋นบ้านเฮา เลือกเอาเต๊อะนาย” 1. ข้าวซอย ชื่อมีคำว่า “ข้าว” ก็จริง แต่กลับเป็นอาหารประเภทเส้น อาหารชนิดนี้ขึ้นชื่อและแพร่หลายจนหากินได้ไม่ยากนักแม้ในกรุงเทพฯ หน้าตาของอาหารที่เห็นคือ เส้นข้าวซอยสีเหลืองมีให้เลือกทั้งประเภทนุ่มและประเภทกรอบ ลาดด้วยน้ำข้าวซอยเข้มข้นจนเห็นกะทิลอยตัว เนื้อใช้น่องไก่ทั้งน่องไม่ต้องหั่นเล็กๆ หรือฉีกเป็นชิ้น กินกับเครื่องเคียงมีน้ำพริกป่นผัดน้ำมัน หอมแดง ผักกาดดอง มะนาวหั่นซีก ผักชี ต้นหอม โอย…ลำแต๊ๆ 2. ขนมจีนน้ำเงี้ยว ทางเหนือเรียกขนมจีนว่า “หนมเส้น” หน้าตาของอาหารชนิดนี้ก็คล้ายคลึงกับขนมจีนภาคกลาง น้ำยาที่ราดเป็นส่วนผสมของน้ำยาปลากับน้ำยาป่า มีเลือด มะเขือเทศเป็นลูกๆ พริกแห้งทั้งเม็ด เวลารับประทานก็บีบมะนาวเพิ่มความจี๊ดจ๊าด กับแคบหมูกรอบๆ 3. น้ำพริกหนุ่ม, น้ำพริกอ่อง น้ำพริกเป็นอาหารทั่วไปของคนไทยอยู่แล้ว แต่น้ำพริกของทางเหนืออาจแปลกตานิดหน่อย คือ อาหารทางเหนือ ดูเหมือนจะเน้นไปที่ผัก น้ำพริกอ่องมีหมูบดเป็นส่วนประกอบนำไปเคี่ยวกับมะเขือเทศพริกแห้งใส่น้ำพอขลุกขลิก เสร็จแล้วจะเห็นน้ำสีส้มๆ มีน้ำมันลอย ส่วนน้ำพริกหนุ่ม เนื้อสีเขียวของพริกหนุ่มย่างไฟโขลกผสมหอมกระเทียม ทั้งสองน้ำพริกกินกับผักสดตามความชอบใจ ถูกปากคนไทยทุกคน 4. ไส้อั่ว ของฝากที่คนไปแอ่วเมืองเหนือมักติดมือมาฝากคนที่บ้าน หน้าตาเหมือนไส้กรอกเส้นยาวๆ ไส้อั่ว หมายถึง ไส้ที่มีการนำสิ่งของยัดไว้ ซึ่งนิยมใช้ไส้หมู ยัดหมูบดปรุงรสอันประกอบด้วยเครื่องแกง แล้วนำไปย่างไฟ กลิ่นหอมหวนชวนกินมากๆ 5. ตำขนุน หรือเรียกว่า ตำบ่าหนุน อีกหนึ่งอาหารพื้นเมืองที่หากินที่อื่นยาก เป็นการเอาขนุนอ่อนเอามาต้มจนเปื่อย แล้วโขลกรวมกับเครื่องแกงให้ละเอียด หน้าตาเมื่อเสร็จแล้วอาจคล้ายกับน้ำพริกนิดหน่อย เครื่องเคียงก็มีกระเทียมเจียว ผักชี ต้นหอม และพริกแห้งทอด 6. แกงโฮ๊ะ เหมือนจับฉ่ายของคนเมือง เพราะเป็นการเอาอาหารเหลือหลายๆ อย่างมาใส่เครื่องแกงผัดรวมกัน ชื่อว่าแกงแต่ผลสำเร็จอาจเหมือนผัดเพราะมีน้ำเพียงขลุกขลิก ส่วนประกอบเน้นวุ้นเส้น หน่อไม้ และแต่งกลิ่นโดยใส่ใบมะกรูด ตะไคร้ ซึ่งในปัจจุบันไม่ได้ใช้อาหารเหลือมาทำ ใครอยู่ต่างจังหวัด ถ้าอยากชิมรสชาติอาหารเหนือแบบต้นตำรับ ก็คงต้องบินกันไปถึงที่ซะแล้ว เดี๋ยวนี้การจองตั๋วเครื่องนั้นเป็นเรื่องง่ายๆเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก เพราะไม่ว่าจะเป็นสายการบินประจำชาติอย่าง การบินไทย…

Tips : 7 ขั้นตอนการเตรียมตัวและรถก่อนออกทริปเที่ยวแคมป์ปิ้ง

0

Tips : 7 ขั้นตอนการเตรียมตัวและรถก่อนออกทริปเที่ยวแคมป์ปิ้ง หลายๆ ครั้งที่ออกทริปกันเคยสงสัยบ้างไหมว่าเราควรที่จะเตรียมตัวเองอย่างไรกันบ้างก่อนออกเดินทางไปเที่ยวกันไกลๆ เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจ ว่าเราจะไม่ลืมอะไรไป ไม่ว่าจะเที่ยวแค้มกันในช่วงวันหยุด ปิดเทอมหรือเทศกาลต่างๆ สงกรานต์ ปีใหม่ ก็เป้นช่วงที่อันตรายช่วงหนึ่งที่เกิดอุบัติเหตุ เราจึงควรตวจสอบและเช็คความเรียบร้อยของตัวเราและตัวรถที่จะออกทริปไป…. 1. เตรียมพร้อมกับตัวเอง การจะเดินทางไปไกลๆ เราจะต้องรักษาสุขภาพตัวเองดีๆ นอนหลับให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมง และควรรับประททานอาหารที่สะอาด ปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยงจาก อาการ ท้องเสีย,อาหารเป็นพิษ เป็นต้น และไม่ควรกินยาที่ทำให้ง่วง อาจจะเกิดอันตรายได้ 2. เตรียมรถไปตรวจสุขภาพ การเช็คสภาพรถไว้ก่อนสัก 6 – 7วัน ควรดูให้แน่ใจว่ารถของคุณไม่มีข้อบกพร่องอะไร ให้มีความมั่นใจและมีความปลอดภัยในการเดินเดินทางในทริปนั้นๆ • เช็คยางรถยนต์ ควรตรวจเช็คยางก่อนออกเดินทางไกล ในทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยทุกครั้ง แนะนำเติมลมยางจากปกติเพิ่มอีก 1-2 ปอนด์ (ตัวอย่างเช่นปกติเติม 30 ให้เพิ่มเป็น 32 ) และยางอะไหล่ต่างๆ ด้วย • เช็คดูไฟสัญญาณต่างๆ ให้เรียบร้อยทุกดวง ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าส่องทาง ไฟท้าย ไฟสูง – ต่ำ ไฟเลี้ยว ไฟเบรค หรือไฟขอทาง • เช็คทำความสะอาดและปรับ กระจกข้าง กระจกมองหลัง ให้ดีควรเคลือบกระจกไปเลย เผื่อเวลามีฝนตกขึ้นมามันจะไม่ทำให้น้ำฝนมาเกาะที่กระจก จนบังกระจกได้ • เช็คสภาพของผ้าเบรค น้ำมันเบรค และน้ำมันเครื่องต่างๆ • เช็คที่ปัดน้ำฝนทั้ง 2 ข้างว่ายังปัดได้ดีหรือไม่ ไม่ชำรุดหรือเสียหาย ใช้ได้ดีอยู่เวลาเจอกับฝนตกหนักๆ จะช่วยให้เรามองเห็นทางได้ดีขึ้น เอาจริงๆ แล้วการตรวจสอบสภาพรถใช้เวลาไม่นานเลยอาจจะใช้เวลาแค่ 15 – 20 เท่านั้นเองจริงๆ และควรตรวจบ่อยๆ จะดีมากเลย แต่ที่ไม่ควรก็คืออย่าเติมน้ำมันหรือแก๊สก่อนออกเดินทางด้วย… 3. เตรียมของที่จำเป็นไว้ • ควรที่จะมีเสบียงไว้บ้างเวลาเดินทางไกลๆ เผื่อเกิดอาการหิวขึ้นมา เช่น ขนม ถั่ว และควรมีน้ำไว้ 1 – 2…