เลือกโปรแกรมทัวร์ 2560

เลือกซื้ออุปกรณ์เดินป่า

เข้าบอร์ดซื้อ-ขายอุปกรณ์เดินป่า



Share.

ทัวร์เดินป่าภูสอยดาว ชมทุ่งดอกหงอนนาค ลานสน ฝนพรำ จัดโดย TKT ECOTOUR ปี 2560

0

ทัวร์เดินป่าภูสอยดาว ชมทุ่งดอกหงอนนาค ลานสน ฝนพรำ จัดโดย TKT ECOTOUR ปี 2560

ไฮไลต์

1 ชื่นชมทุ่งทะเลดอกหงอนนาค ราชินีดอกไม้เจ้าน้ำตาแห่งลานสนสามบนของภูสอยดาว ซึ่งจะผลิบานแย้มความงามให้นักท่องเที่ยวได้เชยชมกันในช่วงเดือนสิงหาคม – ตุลาคม ของทุกๆปี
2 เก็บภาพหมอกจางๆ ที่ปกคลุมทั่วลานสนสามใบ ซึ่งเราจะได้เห็นบรรยากาศแบบนี้ในช่วงหน้าฝนเท่านั้น
3 เก็บภาพน้ำตกสายทิพย์ น้ำตกสีขาวใสที่ไหลผ่านกองหินที่ถูกปกคลุมด้วยมอสสีเขียวครึ้ม

ระยะเวลาการจัดทริป : 3 วัน 2 คืน ไม่นับวันเดินทาง

ราคาทริปท่านละ : 4500 บาท

Trip Rating :ระดับ ปานกลาง เดินป่าระยะ 6.5 กม ขึ้นเขาไปชมทุ่งดอกไม้ที่สวยมาก / วันที่สองมีเดินลัดเลาะ มีช่วงปีนป่ายใช้มือเท้าครบ มีเนินชันเตี้ย มีช่วงลงเนินลื่น ควรใส่รองเท้าให้เหมาะสม การนอนจะนอนในเต็นท์มักพบฝนตกตลอด ถ้ากลัวเปียก กลัวฝน ไม่ควรไป เพราะมีโอกาสเปียกได้แม้อยู่ในเต็นท์

หมายเหตุ : ขอแนะนำสำหรับผู้ที่จะชวนเพื่อนๆ มาร่วมขบวน ควรส่งโปรแกรมให้เพื่อนๆ ได้อ่าน และอธิบายให้เพื่อนๆ ทราบกันทุกคนก่อนนะค่ะ ว่าทริปนี้จะต้องเตรียมตัวยังไงและต้องเจอกับอะไรบ้าง กินอย่างไร นอนอย่างไร เดินแบบไหน  เพราะไม่ใช่การเดินเที่ยวแบบง่าย ๆ และโอกาสเจอฝนสูง โดยเฉพาะเส้นทางการเดิน พร้อมกับสภาพอากาศที่จะต้องเจอกับสายฝน (ไม่ควรหลอกเพื่อนมา ควรให้เขาประเมินตนเอง ปกติคนที่กังวลหรือกลัวเมื่อผ่านการแค้มปิ้งจากภูสอยดาวไปแล้ว
การใช้ชีวิตในเมืองก็จะง่ายขึ้นเยอะ และส่วนใหญ่จะหาทางกลับเข้าสู่ธรรมชาติอีกครั้ง) รองเท้าที่ใส่จะต้องให้ความสำคัญกับดอกยางมากๆ ค่ะ เพราะตลอดทางเดินที่ต้องเดินขึ้นเขา หรือระหว่างทางที่เราไปเยือนน้ำตกอันสวยงามจะต้องผ่านเส้นทาง ที่สูงชันบ้าง ลื่นบ้าง แต่ก็คุ้มที่ได้ไปสัมผัสค่ะ รับรองว่าทุกคนจะสนุกและประทับใจกับสิ่งที่ได้พบแน่นอน

เพิ่มเติม : 1. ระหว่างเส้นทางเดิน อยากจะให้ค่อยๆเดิน ค่อยๆชม และเรียนรู้ธรรมชาติไปด้วยค่ะ เดินบ้างหยุดบ้างเพื่อเก็บร้อยเรื่องราวความประทับใจระหว่างทาง ทุกย่างก้าวที่ผ่านบนเส้นทางนี้อาจมีอะไรดีๆ ที่ไม่สามารถหาดูได้ในป่าคอนกรีตก็ได้นะค่ะ แม้แค่สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ก็อาจจะทำให้เรายิ้มได้ค่ะ
2. เราจัดการทริปมาเกินสิบห้าปี อุปกรณ์แค้มป์และความปลอดภัยเรามีครบ และมีมาตรฐานการจัดการที่ชัดเจน เพื่อให้สมาชิกเที่ยวได้อย่างปลอดภัย
3. ราคาของเรา รวมลูกหาบส่วนกลางถึง 6 กก(ค่าลูกหาบ ปัจจุบันคิด กกละ 30 ไปกลับ 60 บาทต่อ 1 กก)+ รวมบริการ เต็นท์ ถุงนอน แผ่นรองนอน แล้ว(เป็นที่เดียวที่จัดให้ครบ 3 อย่าง)+ อาหารจัดให้ครบ 9 มื้อ

TKT ECOTOUR(11/03232) จ-ศ 10.00-19.00
Line@ : @trekkingthai
โทร 02-278-0225/02619-7993 อีเมล์ domestic@trekkingthai.com

พิมพ์เนื้อหา พิมพ์เนื้อหา แบบฟอร์มสอบถามอัตโนมัติ ใบสมัครแบบ pdf ใบสมัครแบบ word ใบสมัครแบบส่งอัตโนมัติ แผนที่จุดนัดพบ
เงื่อนไขการยึด/คืนมัดจำ
ทำไมควรเลือกเรา

ทัวร์เดินป่าภูสอยดาว ชมทุ่งดอกหงอนนาค ลานสน ฝนพรำ จัดโดย TKT ECOTOUR ปี 2560

กดที่ tab ต่างๆ เพื่อดูรายละเอียด

  • พลาดไม่ได้สำหรับทริปหน้าฝน กับการชมนางเอกแห่งทริปภูสอยดาว นั่นก็คือ ทุ่งดอกหงอนนาค ทุ่งดอกไม้สีม่วงอ่อนดอกเล็กๆ ที่ชูช่อโบกสะบัดความงามเมื่อรวมตัวกันบนลานสนต้นไม้ใหญ่ กลับให้ความรู้สึกประทับใจที่ไม่เล็กแน่นอน – ประสบการณ์ยาวนาน 15 ปี – อาหารเราจัดครบ9มื้อ+รวมราคาลูกหาบแล้ว(หลายที่จะยังไม่รวมให้)+อุปกรณ์พักแรมที่จำเป็นมีให้(เต็นท์ที่มีฟลายชีตกันน้ำอย่างดี-ถุงนอน-แผ่นรองนอน-แผ่นรองนั่ง-กราวน์ชีต-ฟลายชีตชั้นที่ 2คลุมเต็นท์ทั้งหลังอีกที-เครื่องกรองน้ำกลาง-เสื้อกันฝนลำลอง)

    เดือนสิงหาคม – ตุลาคม ของทุกๆปี ดอกหงอนนาคราชินีบนยอดของภูสอยดาว จะผลิบานแย้มความงามให้นักท่องเที่ยวได้เชยชมกัน ใครที่รักในความงดงามของดอกไม้ ก็พลาดไม่ได้กับการเก็บภาพความประทับใจเหล่านี้ลงในภาพของความทรงจำค่ะ

    /เนื้อหา/

    กำหนดการจัดทริปปี 2560 ช่วงดูดอกไม้หน้าฝน มอสเขียวขจี น้ำตกสวยงาม

    ทริป 0.4 7-9 กค 60 เดินทางคืน 6 ก.ค. 60
    ทริป 0.5 8-10 กค 60 เดินทางคืน 7 ก.ค. 60 ทริปนี้วันหยุดยาว มีน้ำบ้างแล้ว แต่ดอกไม้น้อย
    ทริป 0.6 21-23 กค 60 เดินทางคืน 20 ก.ค. 60 มีน้ำบ้างแล้ว แต่ดอกไม้น้อย
    ทริป 1/2560 28-30 กค 60 เดินทางคืน 27 กค 60
    ทริป 2/2560 4-6 ส.ค. 60 เดินทางคืน 3 ส.ค. 60
    ทริป 3/2560 11-13 ส.ค. 60 เดินทางคืน 10 ส.ค. 60วันหยุดยาววันแม่แห่งชาติ  1
    ทริป 4/2560 12-14 ส.ค. 60 เดินทางคืน 11 ส.ค. 60  วันหยุดยาววันแม่แห่งชาติ  2
    ทริป 5/2560 18-20 ส.ค. 60 เดินทางคืน 17 ส.ค. 60
    ทริป 6/2560 25-27 สค 60 เดินทางคืน 24 ส.ค. 60
    ทริป 7/2560 1-3 ก.ย. 60 เดินทางคืน 31 ส.ค.60
    ทริป 8/2560 8-10 ก.ย. 60 เดินทางคืน 9 ก.ย. 60
    ทริป 9/2560 15-17 ก.ย. 60 เดินทางคืน 14 ก.ย. 60
    ทริป 10/2560 22-24 ก.ย. 60 เดินทางคืน 21 ก.ย. 60
    ทริป 11/2560 29กย-1 ต.ค. 60 เดินทางคืน 28 กย 60
    ทริป 12/2560 6-8 ตค 60 เดินทางคืน 5 ตค 60
    ทริป 13/2560 13-15 ต.ค. 60 เดินทางคืน 12 ต.ค. 60
    ทริป 14/2560 20-22 ตค 60 เดินทางคืน 19 ตค 60 (ปิยมหาราช1)
    ทริป 15/2560 21-23 ตค 60 เดินทางคืน 20 ตค 60 (ปิยมหาราช2)
    ทริป 16/2560 27-29 ตค 60 เดินทางคืน 26 ตค 60
    ********************

    จากนั้น จะเป็นทริป ภูสอยดาว แบบ ขึ้นยอดสูงสุด 2102 เมตร ผจญภัยปีนเขา-สัมผัสอากาศหนาวเย็น วิวทุ่งหญ้าสีทอง (พย60-มค61) ซึ่งสวยงามและท้าทาย
    ให้อ่านโปรแกรมหน้าหนาวได้ที่
    http://www.trekkingthai.com/wordpress/?p=3345
    ***************************
    (สนใจให้โทรสอบถามและลงชื่อแจ้งเบอร์โทรไว้ที่สำนักงานเลย ทริปของเราปกติออกได้ทุกอาทิตย์ และเต็มในอาทิตย์เทศกาลเร็วมาตลอด )
    เช็คเบื้องต้นว่าทริปไหนเต็มไปแล้วบ้าง+ชมภาพและคลิปจำนวนมากได้ที่แฟนเพจ ภูสอยดาวtktecotour

    https://www.facebook.com/phusoidao?fref=ts

     

    รายละเอียดการเดินทาง

    วันเดินทาง

    21.00  สมาชิกทุกท่านพร้อมกันที่ บริเวณ Food Center ของ The Season สนามเป้า (BTS สนามเป้า ลงทางออกที่ 1)
    แผนที่เดินทางhttp://www.trekkingthai.com/wordpress/?p=4551

    21.30 ล้อหมุน ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ทีมงานบริการน้ำดื่ม

    วันที่หนึ่ง อช.ภูสอยดาว – ลานสนสามใบ(อาหารเช้า-กลางวัน-เย็น)

    06.30 อรุณสวัสดิ์รับแสงแดดยามเช้า ที่ อช.ภูสอยดาว ล้างหน้าเรียกความสดชื่นรับเช้าวันใหม่

    07.00 จัดการแยกสัมภาระกันก่อนค่ะ ให้แต่ละท่านนำกระเป๋าของตัวเองใส่ถุงพลาสติกสีขาวที่ทางเราเตรียมไว้ให้ ติดป้ายชื่อให้เรียบร้อย (น้ำหนักไม่เกินท่านละ 6 กิโลกรัม ขอแนะนำว่านำไปแต่เฉพาะของที่จำเป็นเท่านั้นนะคะ ถ้าหากน้ำหนักเกินจากส่วนที่แจ้งไว้ รบกวนชำระเพิ่มตามจริง กิโลกรัมละ 30 บาท
    ซึ่งโดยปกติน้ำหนักนี้เพียงพอสบายๆ ค่ะ ) สำหรับเสื้อผ้าที่ใส่วันกลับ ก็ใส่ถุงฝากไว้ที่รถค่ะ

    07.30 เติมพลังมื้อเช้ากันแบบเต็มที่ กับอาหารมื้ออร่อยด้วยฝีมือพี่เขียว(แม่ครัวประจำของเรา) หลังจากรับประทานมื้อเช้าเสร็จ ก็ได้เวลาเก็บตก สำรวจตรวจตราความพร้อมกันอีกครั้งค่ะ แนะนำว่าให้มีกระเป๋าเป้ใบเล็กติดตัว 1 ใบค่ะ สำหรับไว้ใส่เสบียงมื้อกลางวัน น้ำดื่ม และของมีค่าที่จะนำติดตัว แต่ต้องมั่นใจว่า ของทุกอย่างจะ ต้องห่อใส่ถุงพลาสติกกันเปียกก่อนนะคะ

    แผนที่ทางเดินขึ้นภู

    08.30 ได้เวลาออกเดินทางกันแล้ว เราจะเริ่มเดินจากบริเวณ “น้ำตกภูสอยดาว” ค่ะ สำหรับวันนี้สามารถชื่นชมความงามของน้ำตกได้อย่างเดียวนะคะ ใครอยากลองสัมผัสละอองน้ำก็ขอเป็นวันกลับค่ะ ช่วงนี้จะเป็นการวอร์มอัพร่างกายนะคะ เดินราบ ๆ กันไปเสียก่อนผ่านสามเฒ่าผู้ยิ่งใหญ่ และสถานีมอส

    เมื่อเครื่องเริ่มติดแล้ว ได้เวลาเครื่องเริ่มร้อนที่ “เนินส่งญาติ” เรียกได้ว่าเป็นเนินวัดใจเนินแรกๆ เลย เส้นทางค่อนข้างชันแต่ไม่ยาวมาก   คราวนี้เราก็ได้เวลาปราบเซียนตัวจริงกันที่ “เนินปราบเซียน” เส้นทางอาจจะไม่ชันเท่าเนินส่งญาติ  แต่ก็ยาวพอให้เราได้พิชิตใจตัวเองได้ดีทีเดียวค่ะ เหนื่อยบ้าง พักบ้างไม่เป็นไรค่ะ ผ่านเนินนี้ได้กำลังใจก็กลับมาอีกโขเลยล่ะ

    เดินต่อมาอีกสักพักเราจะถึง “เนินป่าก่อ” ราชาแห่งป่าดิบเขา

    เดินไปเรื่อยๆ ก็เจอกับเนินที่ทำให้ตกใจกับชื่อเนิน “เนินเสือโคร่ง” แต่เนินนี้ไม่ได้น่ากลัวเหมือนกับชื่อนะจ๊ะ เป็นเพียงเพราะว่า ที่แห่งนี้เคยมีดอกเสือโคร่งเยอะนั่นเอง เลยเป็นที่มาของชื่อเนินค่ะ

    วัดใจครั้งสุดท้ายที่ “เนินมรณะ” เนินนี้เรียกได้ว่าแทบจะตั้งฉากไปกับแกนโลกเลยทีเดียว แต่ความงามระหว่างที่เราได้ปีนป่ายมันขึ้นไป ขอบอกว่าสวยอย่าบอกใครเลยค่ะ วิวภูเขาที่เรียงสลับซับซ้อนในมุมมองตั้งฉากก็สวยงามไม่แพ้ใครเลยค่ะ และก็เดินไม่ลำบากเช่นกัน เพราะว่ามีเครื่องช่วยผ่อนแรกพวกเราด้วยบันได
    วิเศษอีกแล้วค่ะ สู้สุดใจเลยจ้า

    รวมระยะทางเดิน 6.5 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมงค่ะ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและความพร้อมของแต่ละคน จึงไม่แนะนำให้เร่งเดิน เพื่อให้ถึงจุดหมายปลายทางไวๆ แต่อยากให้เดินแบบผ่อนคลาย ปล่อยใจไปกับเสียงของธรรมชาติที่อยู่เป็นเพื่อนเราตลอดการเดินทางก็ได้ และจะเดินอย่างเป็นสุขกว่าด้วย เหนื่อยก็พัก วิวสวยก็ถ่ายรูป เดินๆ นั่งๆ จุดหมายปลายทางความสวยยังรอเราอยู่ไม่หนีไปไหน ซึ่งเมื่อเทียบกับการขึ้นภูกระดึง ทางขึ้นภูสอยดาวจะใกล้ ความเหนื่อยในช่วงขึ้นทางชันก็พอ ๆ กัน

    พอพ้นจากช่วงนี้แล้ว ก็จะเจอกับลานสนอันกว้างใหญ่ พร้อมกันทุ่งดอกไม้ที่ชูช่อสะบัดคอคอยต้อนรับพวกเราอยู่ค่ะ แต่อย่าลืมเก็บภาพความสำเร็จกับป้ายผู้พิชิตภูสอยดาวนะค่ะ

    15.00 โดยประมาณ เราจะมีทีมงานเป็นม้าเร็วมาเตรียมสถานที่รอไว้ค่ะ นั่งพักให้หายเหนื่อยกันสักหน่อยก็เตรียมสำรวจพื้นที่ลานสนกันได้เลยค่ะ เมื่อขึ้นมาบนนี้แล้ว ก็เหมือนกับเราอยู่ในดินแดนส่วนตัวเลยค่ะ ยิ่งถ้าเป็นช่วงที่ฝนเพิ่งหยุดตก สายหมอกก็เริ่มพัดผ่าน ราวกับว่าเราอยู่ในห้วงดินแดนของความฝันก็ไม่ปานค่ะ สำหรับช่วงฤดูกาลคนอาจจะเยอะสักหน่อย แต่เราก็แบ่งปันความสวยงามกันค่ะ

    ท่านใดมีความสนใจในการเรียนรู้การตั้งแคมป์ก็ช่วยทีมงานจัดแจงกางเต็นท์ได้เลยค่ะไม่สงวนลิขสิทธิ์แต่อย่างใด หรือจะไปปล่อยใจปล่อยอารมณ์กับธรรมชาติ แล้วมาช่วยเป็นพ่อครัวหัวป่าร่วมกับบรรเลงมื้ออาหารค่ำด้วยกันก็ได้นะจ๊ะ จะได้สัมผัสความรู้สึกไปอีกแบบเลยค่ะ

    19.00 ได้เวลารับประทานอาหารเย็นร่วมกันแล้วค่ะ หลังจากที่เดินกันมาเหนื่อยๆ ก็ต้องเติมพลังงานกลับคืนให้กับร่างกายค่ะ เรื่องอาหารี่ผ่านมาได้รับคำชมแทบจะทุกทริปค่ะ ว่าพกพ่อครัวแม่ครัวมาเองเลย)

    *** เราจะจัดเต็นท์ให้นอนหลังละ 2-3 ท่าน กรณีต้องการพักเดี่ยว มีค่าใช้จ่ายเพิ่มท่านละ 500 บาท(เป็นค่าใช้จ่ายน้ำหนักสัมภาระกองกลาง / ค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ / ค่าเสื่อมอุปกรณ์จ้า)

    วันที่สอง น้ำตกสายทิพย์ หลักเขตแดนไทย-ลาว ทุ่งดอกหงอนนาค (อาหารเช้า-กลางวัน-เย็น)

    06.00 ตื่นเช้ารับแสงอรุณบนยอดดอย สูดรับอากาศสดชื่นยามเช้าให้เต็มปอด กับสายหมอกบางๆให้เต็มที่เลยค่ะ

    07.30 นั่งล้อมวงทานอาหารเช้าร่วมกันอย่างเอร็ดอร่อย เติมพลังกันให้เต็มอิ่ม

    08.30 ก็ได้เวลาไปเที่ยวน้ำตกที่สวยงามที่อยู่ในหุบบนยอดภูกันแล้วค่ะ สำหรับการเดินเที่ยวน้ำตกสายทิพย์

    “น้ำตกสายทิพย์” ทางลงค่อนข้างลาดชันพอสมควร ที่น้ำตกแห่งนี้เราจะเห็นความงามของสายน้ำตกไปพร้อมๆ กับความเขียวขจีของต้นมอสและเฟิร์นที่เกาะอยู่ตามโขดหินบางช่วงของการเดินเส้นทางนี้ หากโชคดีก็จะเห็นความสวยงามของสีสันที่ตัดกันของใบเมเปิ้ลสีแดงอมส้ม ตกพรมลงมาวางอยู่บนสีเขียวของมอส ให้ภาพความงดงามไปอีกรูปแบบหนึ่งค่ะ นอกจากนี้เส้นทางของน้ำตกแห่งนี้ ยังชี้ชวนให้เราได้ชมกับไม้พันธุ์ต่างๆ ที่ขึ้นแทรกอยู่ภายในหุบเขานี้ ไม่ว่า
    จะเป็นเฟิร์นชนิดต่างๆ ดอกไม้ป่า กล้วยไม่ป่า หรือเห็ดชนิดต่างๆ ด้วยเช่นกัน เพลิดเพลินกับการเดินชมความงามจนลืมเหนื่อยไปได้เลยค่ะ

    12.00 กลับมาเติมพลังมื้อกลางวันกันที่แคมป์ค่ะ

    13.30 หลังจากทานมื้อเที่ยงเสร็จแล้ว ก็ปล่อยเวลาเต็มที่เลยค่ะ เดินเล่นชมวิวหามุมถูกใจถ่ายรูปกับทุ่งดอกหงอนนาค นำภาพกลับไปอวดสายตาเพื่อนๆ ได้เลยค่ะ แดดร่มลมตกกันสักนิด นัดกันไปยังหินหลักเขตแดน ไทย – ลาว ให้แน่ใจว่านี่คือสุดเขตประเทศไทย และเป็นจุดเริ่มต้นประเทศลาว เดินชมวิวไปเรื่อย ไปถ่ายรูปที่จุดชมวิว เก็บภาพมุมสูงอีกด้านหนึ่งของภูสอยดาว ระหว่างทางเดินกลับ ก็ค่อยโบกมือลาแสงอาทิตย์สุดท้ายของวันค่อยๆ ลับหายไปเบื้องหลังลานสน หากท่านชอบเรียนรู้ธรรมชาติลองมองสิ่งเล็ก ๆในระหว่างการเดินในเส้นทางดู มีดอกไม้ป่าเล็กๆ อีกหลายชนิดที่เบ่งบานแซมไปกับทุ่งหงอนนาคอยู่ด้วย

    19.00 รับประทานอาหารเย็น พักผ่อน นอนนับดาวกันอีกหนึ่งคืนค่ะ

    *** เราจะจัดเต็นท์ให้นอนหลังละ 2-3 ท่าน กรณีต้องการพักเดี่ยว มีค่าใช้จ่ายเพิ่มท่านละ 500 บาท(เป็นค่าใช้จ่ายน้ำหนักสัมภาระกองกลาง / ค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ / ค่าเสื่อมอุปกรณ์จ้า)

    วันที่สาม อำลำภูสอยดาว (อาหารเช้า-กลางวัน-เย็น)

    06.00 ได้เวลาตื่นรับแสงอาทิตย์สุดท้ายบนยอดภูแล้วค่ะ เพราะวันนี้เราต้องอำลาทุ่งหงอนนาคราชินีภูสอยดาวแล้วค่ะ

    07.30 รับประทานอาหารเช้า เตรียมพร้อมเก็บสัมภาระ ทุกอย่างต้องเก็บกลับลงไปให้หมดนะค่ะเหลือไว้ได้เพียงอย่างเดียวคือหัวใจที่อิ่มเอมไปด้วยภาพความประทับใจในธรรมชาติบนนี้ค่ะ

    08.30 เริ่มออกเดินทางกันได้เลยค่ะ โบกมืออำลาความงามเดินกลับลงไปยังเส้นทางเดิมที่เราเดินมาค่ะ   ระหว่างทางลงก็เก็บตกมุมที่เราเดินผ่านมา หรือมุมไหนที่เราพลาดไปก็แวะเก็บกันได้เล็กน้อยค่ะในช่วงขาลงนี้อาจจะลำบากกว่าขาขึ้นมาเล็กน้อย ตรงที่เราจะต้องเกร็งกล้ามเนื้อขา ก็ค่อยๆลงมาเรื่อยๆค่ะ จะได้ช่วยผ่อนอาการการเกร็งกล้ามเนื้อได้ หรือจะใช้ไม่เท้าช่วยในการผ่อนแรงได้ค่ะระหว่างทางก็ถ่ายภาพกันได้อีก

    เมื่อลงมาถึงแล้ว ทีมงานบริการน้ำอัดลมเย็น ๆ ชื่นใจ ให้หายเหนื่อยกันสักพัก จากนั้นก็ได้เวลาอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดสดชื่น

    13.30 โดยประมาณ รับประทานอาหารกลางวัน มื้อนี้ฝากท้องกับพี่เขียวอีก 1 มื้อค่ะ มื้อนี้เราจะแซ่บกับส้มตำ ข้าวเหนียว ไก่ย่าง ยำรสเด็ด

    14.30 ล้อหมุนจาก อช.ภูสอยดาว เป็นการอำลาอย่างแท้จริงค่ะ

    19.00 แวะรับประทานอาหารเย็นที่ นครสวรรค์ หรือพิษณุโลก หรือบริเวณอืนๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของเวลาเป็นสำคัญ รับรองได้ว่าจะเป็นอาหารมื้อเย็นที่คุณต้องทานกันได้เยอะแน่ๆ เลย

    24.00 ถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพและเต็มเปี่ยมด้วยความทรงจำ

    หมายเหตุ โปรแกรมทริปอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ โดยที่มิต้องแจ้งล่วงหน้า เนื่องจากสภาวะอากาศและปัจจัยอื่นๆอีกมากที่อาจทำให้การเดินทางไม่เป็นไปตามแผน และควบคุมไม่ได้ แตทางเราจะยึดมั่นถึงความสุขและรอยยิ้มของท่านเป็นสำคัญ

    [button color="#009933"]ราคาท่านละ 4500 บาท
    (ราคานี้เรารวมค่าลูกหาบ 6 กก ให้แล้ว ปกติต้องจ่ายเองไป-กลับ กกละ30 บาท รวม 30*6*2 = 360 บาท)
    สมาชิกตลอดชีพ ได้ส่วนลด 150 บาท คน/ทริป (ค่าสมัคร 500 บาท)

    กรณีเดินทางไปเจอกับทีมงานที่อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ราคาท่านละ 3500 บาท
    ***ทั้งนี้ทางเรายืนยันการออกเดินทางเมื่อมีสมาชิกออกเดินทางจากกรุงเทพฯ 6 ท่าน

    จำนวนที่รับได้ 6-36 ท่านต่อคณะ ถ้าเป็นเทศกาลอาจมีหลายกลุ่ม แต่จะกระจายเป็นคณะย่อย ๆ ให้ เพื่อความใกล้ชิดของท่านที่ไป ถ้ามีสมาชิก 6 ท่าน ต้องการจะเป็นกรุ๊ป Private ท่านสามารถกำหนดวันจัดเองได้ แต่ต้องโอนมัดจำมาล่วงหน้า 3 อาทิตย์ก่อนเดินทาง เพื่อเตรียมตัว หรือ หากจะไปวันธรรมดาก็ได้ สามารถเปิดรับสมัครสมาชิกเพิ่มเพื่อลดค่าใช้จ่ายก็ได้ราคากรุ๊ปเหมาจะคิดตามจำนวนคน ณ วันไปจริง(9 ท่าน/ท่านละ4650 8 ท่าน/ท่านละ 4950 น้อยกว่านี้โปรดสอบถาม)


    ภาพ-ชายชา/trekkingthai

    อัตรานี้รวม
    – ค่ารถตู้ TOYOTA COMMUTER D4D รุ่นใหม่ 9 ที่นั่ง
    – ค่าที่พัก 2 คืน : นอนเต็นท์ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว
    – ค่าอาหาร 9 มื้อ ตามรายการ
    – ค่าลูกหาบแบกสัมภาระ ไม่เกิน 6 กิโลกรัม มูลค่า 360 บาท (หากน้ำหนักเกินจ่ายเพิ่มตามจริง กิโลกรัมละ 30 บาท) -วันเดินทางมาลองชั่งและจัดของได้ที่จุดออกทริปก่อนได้จะได้รู้น้ำหนักไปก่อนและจัดสัมภาระตั้งแต่ก่อนเดินทาง
    – กองกลางที่เตรียมให้ – เต็นท์ – ถุงนอน- แผ่นรองนอน-กราวน์ชีทกลาง-กราวน์ชีทในเต็นท์(ช่วยลดปัญหาน้ำซึมจากด้านล่างตอนฝนตก)-ฟลายชีต 2 ชั้น(เต็นท์+ฟลายชีตเสริมทำให้กันฝนได้ดีขึ้น)-มีแผ่นรองนั่ง(ทำให้นั่งทานข้าวได้สบายขึ้นเมื่อฝนตก)-ฟลายชีตกลาง-
    -เครื่องกรองน้ำกองกลาง
    -เสื้อกันฝนลำลอง – ยาที่ใช้บ่อย
    – ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามรายการ
    – ค่าเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดการเดินทาง
    – ค่าประกันอุบัติเหตุ 1,000,000 บาท

    อัตรานี้ไม่รวม
    – ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
    – ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

    วิธีการจองและชำระค่ามัดจำ

    จันทร์ – ศุกร์ ช่วงเวลา 10.00 – 19.00 น.
    หรือรับข่าวสารจากทีมงานของเราแบบใกล้ชิดได้ที่ http://line.me/ti/p/%trekkingthai
    Line@ ID : @trekkingthai
    โทรจองได้ที่ 02-2780225/ 02-6197993 / 02-6171775

    โดยโอนเงินมัดจำท่านละ 2500 บาท (ที่เหลือชำระในวันออกเดินทาง)

    มาที่ บัญชีออมทรัพย์ ชื่อ นายนิพัทธ์พงษ์ ชวนชื่น
    1. ธ.กรุงเทพฯ สาขาเดอะ เซอร์เคิล ราชพฤกษ์ เลขที่ 089-7-06322-8
    2. ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาเดอะ เซอร์เคิล ราชพฤกษ์ เลขที่ 406-3-19665-8
    3. ธ.กสิกรไทย สาขาเซฟ-อี พุทธมณฑลสาย 2 เลขที่ 001-8-73989-5
    4. ธ.กรุงไทย สาขาเดอะ เซอร์เคิล ราชพฤกษ์ เลขที่ 983-6-49843-5

    พิมพ์และแล้วแฟกซ์แบบฟอร์มการสมัคร แล้วแฟกซ์ไปที่ 02-6199770 หรือ Email มาที่ domestic@trekkingthai.com
    แจ้ง ชื่อ-นามสกุลจริง ชื่อเล่น เพศ อายุ และเบอร์โทรที่ติดต่อได้ให้เราทราบด้วยนะ อย่าลืม ๆๆ

    ใบสมัคร

    แบบ pdf http://www.trekkingthai.com/tour/tkt_apply.pdf

    แบบ word http://www.trekkingthai.com/tour/tripapply.docx

    แบบ ส่งอัตโนมัติ (ต้องมีภาพสลิปพร้อมแนบ) http://www.trekkingthai.com/wordpress/?page_id=2502

    เราจะมีการตอบกลับทุกครั้งที่ได้รับใบสมัคร กรณีส่งอีเมล์หรือส่งแฟกซ์มาแล้วมาแล้วไม่มีใครติดต่อกลับในช่วง 2 วันทำการก็ขอให้โทรมาสอบถาม เพื่อป้องกันการตกหล่นของเอกสาร

    **( ออกทริปได้ เมื่อมี สมาชิกครบ 5 ท่านขึ้นไป )

    เงื่อนไขการยกเลิกทริป :
    1 กรณียกเลิกก่อนออกเดินทาง 15 วัน ทางเรายินดีคืนเงินมัดจำ 100%
    2กรณียกเลิกก่อนออกเดินทาง 14 วัน ทางเราต้องขอยึดเงินมัดจำทั้งหมดนะจ๊ะ
    3 กรณีที่มีสมาชิกมาแทนท่านที่ยกเลิกทริป ทางเรายินดีคืนเงินมัดจำให้ทั้งหมดจ้ะ

  • วีดีโอ โดย Athiwat Kshemasanta Na Ayudthya

    วีดีโอ โดย pipekansava

    ดูภาพใหม่ๆของปี (ทยอยอัพเดต) ได้ที่
    https://www.facebook.com/phusoidao?fref=ts

  • ที่นอนหลับพักผ่อนในทริปนี้

    คืนแรก + คืนสอง กางเต็นท์นอนหลังละ 2-3 ท่าน

    *** เราจะจัดเต็นท์ให้นอนหลังละ 2-3 ท่าน กรณีต้องการพักเดี่ยว มีค่าใช้จ่ายเพิ่มท่านละ 500 บาท
    (เป็นค่าใช้จ่ายน้ำหนักสัมภาระกองกลาง / ค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ / ค่าเสื่อมอุปกรณ์จ้า)

    รายการอาหารของทริปนี้ที่ทางเราเคยจัดให้แบบคร่าว ๆ เอามาเล่าให้น้ำลายไหลกัน ^^

    วันที่ 1 ของการเดินทาง
    เช้า ทานข้าวเช้่าที่ร้านป้าน้อย อช.ภูสอยดาว
    กลางวัน ข้าวห่อ เช่น ข้าวผัดกระเพรา ไข่ดาว / ข้าวราดหมูกระเทียม เป็นต้น
    เย็น สตาฟจัดทำอาหาร + ของหวาน เช่น สปาเก็ตตี้ / กุ้งอบวุ้นเส้น / หมูหวาน / น้ำพริกกะปิ ไข่ชะอม มื้อนี้เป็นมื้อที่ทีมงานจะสร้างสรรค์อาหารมาให้ชิมกันเต็มที่ ของหวาน อาจะเป็นสไตล์ตะวันตก หรือแบบไทยๆ กล้วยตากบวชชี / ฟักทองบวชชี ฯลฯ (แล้วแต่สตาฟทริปนั้นจะสร้างสรรค์)

    วันที่ 2 ของการเดินทาง
    เช้า ข้าวผัด / ข้าวต้ม/แซนวิส / ขนมปัง แยม (แล้วแต่สตาฟจัดทำ)
    กลางวัน ข้าวห่อ เช่น ข้าวผัด (แล้วแต่สตาฟจัดทำ)
    เย็น สตาฟจัดทำอาหาร + ของหวาน เช่น สปาเก็ตตี้ / กุ้งอบวุ้นเส้น / หมูหวาน / น้ำพริกกะปิ
    ไข่ชะอม / กล้วยตากบวชชี / ฟักทองบวชชี ฯลฯ (แล้วแต่สตาฟจัดทำ)

    วันที่ 3 ของการเดินทาง
    เช้า ข้าวผัด / ข้าวต้ม/แซนวิส / ขนมปัง แยม (แล้วแต่สตาฟจัดทำ)
    กลางวัน ส้มตำ ไก่ย่าง ลาบ แซ่ยอีหลี ที่ร้านป้าน้อย อช.ภูสอยดาว
    เย็น ร้านร.เรือ จ.นครสวรรค์ หรืออื่น ๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของเวลาเป็นสำคัญ

    หมายเหตุ หากมีท่านใดที่แพ้อาหารบางชนิด / ทานอาหารบางอย่างไม่ได้ เช่น ไม่ืทานเนื้อ เป็นมังสวิรัติ ไม่ทานเผ็ด รบกวนแจ้งให้ทางเราด้วยนะค่ะ เพื่อที่ทางเราจะได้จัดการอาหารให้มีความเหมาะสมกับท่านนะค่ะ เพราะเราปรารถนาให้ท่านได้เที่ยวอย่างสนุกกับการเรียนรู้สิ่งรอบ ๆตัว ท้องอิ่ม และนอนหลับสบายค่ะ

    พ่อครัว-แม่ครัวของเรา

  • ผจญภัย-เดินป่า ลานสน ภูสอยดาว 3 วัน 2 คืน
    เส้นทาง กรุงเทพ-พิษณุโลก-อ.ชาติตระการ-อช.ภูสอยดาว
    จุดท่องเที่ยวหลัก ทุ่งดอกหงอนนาค ลานสน น้ำตกสายทิพย์
    ขอให้พิมพ์-หรือส่งลิ้งค์โปรแกรมให้สมาชิกในทีมได้อ่านก่อนเดินทาง

    คำถามที่พบบ่อย +การเตรียมตัว

    สำหรับใช้อธิบายเพื่อชวนเพื่อนของท่านมาร่วมทริป
    1. ดอกไม้ในแต่ละเดือน บรรยากาศเป็นอย่างไร ไปช่วงไหนดีที่สุด ฝนมากน้อยแค่ไหนในแต่ละช่วง
    ภูสอยดาว เดือนต่างๆ จากสถิติตั้งแต่ปี 2544 ที่ทัวร์เราเริ่มจัด ช่วงที่ดีมีคนนิยมเที่ยวเพื่อไปชมดอกไม้ของปีคือ สค-ตค
    สิงหาคม ดอกไม้ปานกลาง-มาก เป็นช่วงเปิดฤดู มอสที่น้ำตกจะสมบูรณ์(คนยังไปเที่ยวน้อย) ฝนยังไม่มาก โอกาสถ่ายรูปฟ้าใสมีมาก ถ้าไม่ชอบฝน อยากได้รูปมอสเขียว ๆ ไปเดือนสิงหา
    กันยายน ดอกไม้มากสุดในฤดูกาลท่องเที่ยว ฝนจะค่อยๆ มากขึ้น จนฝนหนักสุด อาจตกได้ทั้งวันในตอนที่มรสุมเข้า น้ำตกมักมีสีน้ำตาลแดง โอกาสถ่ายรูปทุ่งดอกไม้ในสายหมอกมีมาก หลังฝนหยุดใหม่ๆ หมอกจะไหลเข้ามาบนยอดเขา (รางวัลของคนสู้ฝน ใครไม่กลัวฝน ไปเดือนกันยา)

    ตุลาคม ดอกไม้มาก-ปานกลาง น้ำตกมีน้ำมาก น้ำใสกว่าเดือนกันยายน ฝนต้นเดือนจะมากและทยอยลดลง ปกติช่วงวันปิยจะไม่เจอฝน โอกาสถ่ายรูปได้ทั้งสองแบบมีมาก(ฝนตก+ฟ้าใส) ถ้าไม่ชอบฝนโดยสถิติเราแนะนำไปหลัง 10 ตค

    ——————
    นอกฤดูท่องเที่ยว ภูสอยดาวก็เที่ยวได้นะ
    พย ดอกไม้น้อย น้ำตกเริ่มลดลง กลางเดือนอากาศหนาว เรามีจัดขึ้นยอดสูงสุด 1 ครั้ง

    ธค ดอกไม้น้อย น้ำตกแห้ง อากาศหนาวเย็น มีคนไปแค้ม ดูดาว สัมผัสอากาศหนาวกัน

    เดือนอื่นๆ ดอกไม้น้อย ทั้งนี้ระบุได้ยากว่าไปแล้วจะเจอฝนไหม หรือแดดทั้งสามวันไหม แต่ถ้าไปซ้ำมีโอกาสได้เจอครบรูปแบบ แต่ปีหลังๆ พยากรณ์อากาศของไทยแม่นยำมากขึ้น ชัดเจนมากขึ้นในระดับ 1 อาทิตย์ก่อนเดินทาง

    * ทั้งสามเดือนในฤดูท่องเที่ยวสวยงาม ถ่ายรูปได้เยอะ ถ้าท่านต้องไปซ้ำแนะนำเลือกเดือนที่แตกต่าง เพราะมีดอกไม้อื่นๆ หลายชนิดบานตามฤดูกาลของเขา แต่ดอกไม้ส่วนใหญ่จะมีอายุการบานสั้นกว่าดอกหงอนนาค *

    2. ไปคนเดียวได้ไหม
    มีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย ที่สมัครไปร่วมทัวร์ภูสอยดาวเพียงท่านเดียว แล้วก็ไปพบกับเพื่อนใหม่ที่เดินขึ้นภูไปด้วยกัน กลับมาก็สานต่อความสัมพันธ์แลกเบอร์ แชร์ facebook แลก Line กลายเป็นเพื่อน หรือบางคู่ไปได้ไกลกว่านั้น กิจกรรมเดินป่าเป็นกิจกรรมที่ง่ายต่อการเห็นตัวตนของผู้คน ทำให้คนที่มีจริต ความชอบเดียวกันเข้าใจกันได้ชัดเจนขึ้น หรือกระจ่างขึ้น

    3. คำแนะนำในการเตรียมตัว การจัดสัมภาระ ต้องแบกเป้เองไหม

    3.1 เครื่องแต่งกายสำหรับทริปนี้

    กางเกง : กางเกงขายาว เนื้อผ้าเบาแห้งไว จะดีมาก ทริปนี้ไม่แนะนำกางเกงยีนส์ เพราะมักจะทำให้เสียดสี รู้สึกอึดอัดเวลาเดินเขาซึ่งต้อง ขึ้นลงอยู่บ่อยครั้ง และหนักตัวเวลาเดิน แล้วฝนตก (แต่บางคนที่ถนัด รับสภาพได้ หรือชินจริงๆ ก็ไม่เป็นไรนะ)

    เสื้อ : เป็นเสื้อยืดแขนยาว หรือแขนสั้นก็ได้จ้า สีสันได้ตามสะดวกเลย แต่ถ้าจะให้ถ่ายรูปออกมาดูดี
    กิ๊บเก๋ ต้องเน้นสีสด ๆ ถ่ายรูปแล้วจะสวย แต่ถ้ามีปลอกแขนจะดีมาก ๆ เลย เพื่อป้องกันการถูกขีดข่วนจากหนามและป้องกัน”ตัวคุ่น”ได้ระดับหนึ่ง เนื่องจากอาจเปียกฝน เน้นว่าถ้าแห้งไวจะดี ฟ้าบนภูอาจมีแดดเพียงไม่กี่ ชม ต่อวัน ในช่วงที่ฝนชุก

    รองเท้า : ควรจะเตรียมรองเท้าเพื่อกิจกรรม outdoor (ของ keen tewa และอีกหลายยี่ห้อ) ซึ่งเปียกได้ แห้งง่าย จุดสำคัญคือให้เน้นที่ดอกยางลึก เกาะดิน หินดีพอสมควรเป็นชนิดเดินป่าโดยตรง หรือใครไม่อยากลงทุนมากจะเป็นรองเท้าผ้าใบก็ได้ แต่ให้เลือกแบบดอกยางหนาไว้ แบบดอกยางเรียบเวลาเดินไปน้ำตกสายทิพย์อาจลื่นได้ง่าย และรองเท้าแตะสักคู่เอาไว้เพื่อใส่ตอนเดินไปมาที่จุดตั้งแค้มป์ เนื่องจากฝนตกเสมอ รองเท้าหลักของท่านมักจะต้องเปียก แต่ถ้าใส้รองเท้าแตะขึ้นโดยไม่มีการผิดหัวแม่เท้าไว้ ต้องรับความเสี่ยงจากการโดนหนามแทงโดยเฉพาะในระหว่างเดินน้ำตก

    รองเท้าแบบประหยัด คุณภาพก็ตามราคาแต่ใช้งาน 1 ทริป สำหรับคนที่ไปไม่บ่อย จะมีรองเท้าผ้าใบที่คนจีนใช้ในการเดินไปทำไร่นาหรือาชีพบนดอย แบบนี้
    http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/shopping/show.pl?P0076

    ถุงเท้า : ควรเตรียมถุงเท้ายาว และหนาสักนิดไปใส่ด้วยนะค่ะ เพราะการเดินป่าระยะไกลนั้น โดยไม่ใส่ ถุงเท้านั้นจะทำให้เท้าที่เสียดสีกับรองเท้าเป็นเวลานานเกิดการพองและเป็นแผลถลอกได้ค่ะ แผ่นรองเท้าถ้ามีก็ดี ทำให้เดินสบายขึ้น สภาพพื้นที่มีการจัดทำทางให้เดินสะดวกกว่าพื้นที่เดินป่าอื่นๆแล้ว ทางขึ้นภูกว้างหลายเมตร-โล่ง เวลาเดินบนหลังแปก็โล่งๆ ราบๆ แต่ช่วงไปเดินน้ำตก ใครเตรียมรองเท้า-ถุงเท้าไม่ดี ก็พบว่าลื่น ข้อเท้าแพลงอยู่บ่อยครั้ง

    หมวก / ผ้าคลุมหน้า : เอาไว้ใส่ป้องกันแสงแดด และรังสียูวีที่จะมาทำร้ายใบหน้าสวย ๆ หล่อ ๆ ของเราในช่วงระหว่างเดินไป – กลับ

    เสื้อกันฝน : แน่นอนว่าเราไปเดินป่าช่วงหน้าฝน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องเจอแน่นอนก็คือสายฝน ดังนั้นการเตรียมตัวป้องกันเปียกไว้ก่อนก็ทำให้การเดินป่ามีความสุขขึ้น ที่ภูสอยดาวโดยรวมใช้ร่มก็ได้เพราะทางโดยรวมโล่ง แต่ช่วงเดินไปเที่ยวน้ำตก มีเสื้อกันฝนก็สะดวกกว่าแต่จะร้อนอบเวลาฝนตก

    3.2 กระเป๋าสำหรับใส่สัมภาระ ควรจะแยกออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้
    3.2.1 กระเป๋าเป้ที่เอาขึ้นภูสอยดาว ให้เน้นเฉพาะสัมภาระที่จำเป็นจริง ๆ เช่น ถุงนอน เสื้อกันหนาว กระเป๋าเงิน โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ พร้อมกับ “ห่อสัมภาระทั้งหมดด้วยถุงพลาสติก” เพื่อป้องกันน้ำเวลาฝนตก และโคลน และน้ำเวลาที่เราเดินลุยน้ำตก บางทีฝนตกตลอดทาง ขึ้นไปถ้าเสื้อผ้าเปียกจะนอนลำบาก สัมภาระเราจะถูกแบกโดยลูกหาบ แนะนำเป็นเป้ หรือกระเป๋าผ้า กระเป๋าลากสี่เหลี่ยมแบบเดินทาง จะไม่สะดวกนัก ของที่ใส่ในเป้ให้แยกเป็นถุงๆ ถุงพลาสติคมัดให้แน่นกันน้ำเข้า อย่าใส่โดยไม่มีการกันน้ำ ฝนตกแล้วน้ำจะซึมเข้า เพราะอุปกรณืของลูกหาบไม่กันน้ำ

    3.2.2 เป้เล็กใส่ของระหว่างเดินขึ้นภู อาหารว่าง อุปกรณ์กล้อง ของมีค่าติดกาย ร่ม-เสื้อกันฝน ยา แว่นกันแดด(ที่มีไม่ค่อยได้ใช้)

    3.2.3 ถุงใส่ของเตรียมกลับบ้านสำหรับใส่เสื้อผ้า /เครื่องสำอางค์/อุปกรณ์อาบน้ำ แนะนำให้เป็นเป้ใบเล็ก ๆ สำหรับใส่เสื้อผ้าและอุปกรณ์อาบน้ำตอนขากลับลงจากยอดเขาค่ะ โดยเราจะเก็บกระเป๋าใบนี้ไว้บนรถตู้ค่ะ
    3.3 ทิชชู่เปียก เตรียมไว้เวลาจะทำธุระส่วนตัวจ้า เนื่องจากข้างบนมีห้องน้ำ แต่ไม่สะดวก หากใช้ทิชชู่เสร็จก็ช่วยกันเก็บทิ้งใส่ถุงขยะ เราจะนำลงไปทิ้งด้านล่างไม่ทิ้งอะไรที่ไม่ย่อยสลายไว้บนภู

    3.4 ไฟฉาย จะเป็นแบบคาดหัว หรือแบบถือจะได้ค่ะ แล้วแต่สะดวกเลย จำเป็นเพราะกลางคืนโดยเฉพาะตอนฝนตก ต้องใช้ส่องรอยน้ำซึม รั่ว
    3.5 กล้องถ่ายรูป มือถือ ที่มีซองกันน้ำ ไว้เก็บภาพสุดประทับใจ ซองกันน้ำเป็นแบบราคาไม่สูงนักก็ใช้ได้ที่ภูสอยดาวแล้วล่ะ

    3.6 เป้ใบหลัก และสัมภาระ เราจัดให้ลูกหาบนำขึ้นไปให้ ในจำนวนไม่เกิน 8 กก ต่อท่าน ซึ่งเป็นจำนวนที่เพียงพอโดยปกติ นักท่องเที่ยวจะแบกเฉพาะเป้เล้กสำหรับใส่น้ำ ของว่าง ขนมหวานทานระหว่างทาง (แนะนำของที่ให้พลังงานไวเช่น กล้วยตาก ขนมกลุ่มช๊อคโกแลต) และใส่ gadget ต่างๆ รวมทั้ง ร่มหรือเสื้อกันฝน อย่าลืมห่อเสื้อผ้าของท่านกันน้ำฝนรั่วหากระหว่างทางมีฝนตก

    3.7 คุณจะต้องเดินราว 4-6 ชั่วโมง ขึ้นเขาไปหลังแป เรามีคำแนะนำการเตรียมร่างกายดังนี้
    3.7.1 วิธีทำให้เดินได้นานแบบสบายมากขึ้น – ให้ไปเดินออกกำลังระยะไกล 3-6 ชม ในวันหยุด ที่สวนสาธารณะ เช่น สวนรถไฟ สวนเบญจสิริกิตต์ สวนลุมพินี เดินทางราบ สำหรับคนที่วิ่งเป็นประจำวันละ 1/2 ชม -1 ชม /ปั่นจักรยานเป็นประจำ/ เต้นแอโรบิค สามารถไปได้ทันที สบายๆ

    3.7.2 วิธีทำให้เดินแล้วลดอาการเจ็บเข่า และ ปวดกล้ามเนื้อน้อยลงตอนขึ้น ลง ชัน – ให้ออกกำลังโดยการ ย่อตัวขึ้นลงทุกวันก่อนไป เน้นที่กล้ามเนื้อหน้าขา และยืดแขนขาร่างกาย (ตรงกับท่าที่ 13 ในเอกสารในลิ้งค์นี้ -และควรฝึกท่าอื่นๆ ไปด้วยก่อนไป)
    http://www.pt.mahidol.ac.th/ptclinic/index.php?option=com_content&view=article&id=224:2009-10-26-04-55-19&catid=64:2009-09-06-10-27-11&Itemid=143

    3.7 เปิดตา เปิดใจสำหรับสิ่งรอบ ๆ ตัว ที่ท่านจะได้ไปสัมผัสจากทริปนี้ อันนี้สำคัญ เพราะถ้ารีบเดิน จะถึงเร็วเดี๋ยวจะเบื่อง่าย ค่อยๆเดินไม่ช้าไม่เร็วไป มองหามุมถ่ายภาพของตนเอง เวลาขึ้นภูเฉลี่ย 4-6 ชม โดยปกติบ่ายๆ ก็ขึ้นถึงหลังแปกันแล้ว

    4. สูงวัยไปได้ไหม เด็กไปได้ไหม
    โดยสถิติ เราเคยนำครอบครัวที่มีน้องวัย 5 ขวบไปด้วย – จนถึง คุณตา-ยายวัย 70 ปี และ 50+ อีกมากมายขึ้นภูสอบดาวมาแล้ว จุดตัดสินไม่น่าใช่แค่อายุแต่เป็น
    4.1. ความแข็งแรงของสุขภาพ โดยรวมคนธรรมดาเดินตัวเปล่าก็ขึ้นได้หมด ปัญหามักเกิดกับคนที่ข้อเข่าไม่ดี ซึ่งจะเจ็บง่ายกว่าเพราะทางขึ้นลงภูนั่นเอง
    4.2.โรคประจำตัว ต้องรู้จักตนเอง เป็นโรคประจำตัวอะไร แจ้งมาให้หมด เคยพบท่านที่เป็นหืดหอบ แต่ไม่ยอมแจ้ง จนเป้นที่ข้างบน ซึ่งแก้ไขปัญหากันได้แต่ก็ไม่สะดวกทั้งผู้ไปและผู้จัด คนเป็นโรคหัวใจ ไม่แนะนำให้ไป แนะนำให้เที่ยวที่อื่นๆ แทน
    4.3 พาเด็กไปต้องดูแลให้ดี เจ้าหน้าที่ดูแลเด็กได้ไม่ทั่วถึงแน่นอน กิจกรรมเดินป่า ทุกคนต้องรับผิดชอบตนเองได้ระดับหนึ่ง และเป็นเด็กที่ไม่ถูกสปอยล์ จะสนุกมาก
    4.4 จิตใจต้องสู้ หรือ อยากจะขึ้นภูจริงๆ – ไม่ใช่โดนหลอกมา เราเคยพบคนที่โดนเพื่อนหลอกมา ร่างกายปกติ แต่ใจไม่สู้ หยุดเดินเมื่อถึงเนินมรณะ ต้องให้ลูกหาบพาลง เพราะเขาไม่สนุกที่จะไปต่อแล้ว หากมาเพราะอยากเห็น อยากชม และรู้สภาพ ไม่ต้องกังวล เดินเรื่อยๆ ไปเนิบๆ เที่ยวช้าๆ ใจเย็นๆ ก็ขึ้นถึงทุกคน
    4.5 สงสัยว่าจะได้ไหมสอบถามเพิ่มเติมกับพนักงานขายทางโทรศัพท์ก่อนได้ เพื่อจะได้สัมภาษณ์และประเมินให้จ้า

    4. เที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นอย่างไร
    เพื่อ การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เพื่อให้การท่องเที่ยวของเราไม่ทำร้ายธรรมชาติมากเกินไป เราขอร้องให้นักท่องเที่ยวที่เลือกใช้บริการของเรา ช่วยกันปฏิบัติตามคำแนะ นำที่ดังนี้ …
    1. ศึกษาข้อมูลก่อนเดินทาง หากท่านชวนเพื่อนไป เพื่อนของท่าน อาจยังไม่ทราบ การให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ (นำข้อมูลโปรแกรม คำแนะนำ แชร์เฟสบุ๊คให้เขาได้อ่าน) จะทำให้ท่านทราบสภาพพื้นที่ และเที่ยว พัก ชมธรรมชาติได้สนุกขึ้น เราเคยพบเพื่อนักท่องเที่ยวที่โดนเพื่อนชวนมาโดยไม่แจ้งข้อมูล ทำให้การแต่งกาย การเตรียมตัวไม่พร้อม และเที่ยวไม่สนุกเลย ข้อนี้จึงสำคัญมาก เพื่อนทุกคนที่ไปกับท่านควรได้รู้ข้อมูลก่อนเดินทาง
    2. กรุณาช่วยลดของเสียและขยะ ด้วยการลดการนำพลาสติค หรือ ภาชนะโฟม หรือ สิ่งไม่จำเป็นเข้าไป อะไรที่ใช้ซ้ำได้ก็แนะนำให้ใช้ซ้ำ ขยะเราจะพยายามนำลงมา โดยเฉพาะอะไรที่ไม่ย่อยสลาย พบเห็นขยะตกค้างช่วยแจ้งเตือนสตาฟด้วย
    3. ไม่ทิ้งขยะในป่า หรือในน้ำ ขยะที่เกิดจากสารเคมีสังเคราะห์เช่น พลาสติค เป็นวัสดุที่ควรนำออกมากำจัดนอกป่า
    4 ไม่ซื้อของป่า สัตว์ป่า ถ้าพบคนนำมาขายก็ห้ามซื้อ ไม่เบียดเบียนชีวิตในป่า เพื่อความสนุกสนานหรือคึกคะนอง ที่ภูสอยดาวเรามีโอกาสได้พบซาลามานเดอร์ เขาอยู่ได้ในน้ำสะอาด แต่น้ำสกปรกได้ ถ้านักท่องเที่ยวไปอาบ หรือ นำสารเคมีไปใช้ในลำธาร ซึ่งจะทำให้เขาอยู่ไม่ได้
    5. ร่วมสนับสนุนท้องถิ่น ด้วยการอุดหนุนขนม อาหารของท้องถิ่น ที่ระลึก แม้มีแพคเกจจิ้งไม่สวยเท่าร้านหรูในเมืองก็ตาม เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนที่เราไปเยือนโดยตรงนั่นเอง
    6. เรียนรู้ สอบถาม ไกด์และไกด์ท้องถิ่นในเรื่องราวของนิเวศวิทยาและธรรมชาติ แม้เป็นทริปที่ดูสบาย ๆ ท่านก็จะได้ความรู้และเข้าใจในทัวร์ เราอยากให้ท่านได้รับประสบการณ์จากการเดินทาง นอกเหนือจากการได้ความบันเทิง อย่างเดียว ขอให้ไปเยือนอย่างเคารพและเข้าใจ ..ในธรรมชาติ

    5. โทรศัพท์บนภู มีสัญญาณไหม
    ต้องเดินไปโทร จะมีจุดที่พอมีสัญญาณดีแทค เอไอเอส อยู่บ้าง สัญญาณบางช่วงมีขาดหายบ้าง

    6 บนภูได้ข่าวว่ามีแมลงบางอย่างกัดเจ็บเหมือนกัน คืออะไร ระวังยังไง

    เขาคือตัวคุ่น เป็นแมลงริ้นดำชนิดหนึ่งที่กัดแล้วจะทำให้เกิดตุ่มแดง หรือแผลอักเสบได้ ถือเป็นแมลงที่ควรระวัง แต่ไม่ต้องกลัวมากจนเกินไป ของภูสอยดาวเลยทีเดียว คนที่แพ้จะไม่หายไปเป็นปีๆ เลยทีเดียว ป้องกันโดยการใส่เสื้อฟ้าแขนยาว หรือปลอกแขน ทายาป้องกัน(แนะนำควรแรงระดับ DEET 95 ) หากท่านทาน้ำมันหรือยาป้องกันอื่นๆให้สังเกตด้วย ถ้าคุ่นไม่ยุ่งกับท่านก็ใช้ได้เหมือนกัน คุ่นบินไม่เร็วนัก โดยทั่วไปแล้วจะเข้ากัดมากสองช่วงเวลาในหนึ่งวัน คือช่วงเช้า และเย็น เวลา 7.00–8.00 น. และ 16.00–17.00 น. ส่วนตอนสายๆจนถึงบ่ายพบน้อย

    เป็นกลุ่มแมลง ริ้นดำ – อ่านเพิ่มเติมได้จาก http://www.thairath.co.th/content/118047
    และ http://www.qsbg.org/Database/Article/Art_Files/299297Black%20flies.pdf
    http://nstda.or.th/rural/public/100%20articles-stkc/83.pdf
    อ่านแล้วท่านจะรู้จักและเข้าใจ คุ่น มากยิ่งขึ้นแน่นอน

    ยากันแมลงที่ทางร้าน TKT Adventure มีจำหน่าย
    http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/shopping/show.pl?P0165

    รู้ไว้ก่อนไปกับเรา…กติกาในการไปทัวร์เชิงนิเวศกับ ทีเคที อีโคทัวร์ จ้ะ (Responsible Travel Tips)

    เพื่อ การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เพื่อให้การท่องเที่ยวของเราไม่ทำร้ายธรรมชาติมากเกินไป เราขอร้องให้นักท่องเที่ยวที่เลือกใช้บริการของเรา ช่วยกันปฏิบัติตามคำแนะ นำที่ดังนี้ …

    1. ศึกษาข้อมูลก่อนเดินทาง หากท่านชวนเพื่อนไป เพื่อนของท่าน อาจยังไม่ทราบ อาจยังมีแนวคิดว่าไปเที่ยวป่า ก็สามารถทำตนเหมือนเที่ยวเมืองได้ การแลกเปลี่ยนข้อมูล จะทำให้ท่านทราบสภาพพื้นที่ และเที่ยว พัก ชมธรรมชาติได้สนุกขึ้น

    2. แต่งกายเหมาะสม เนื่องจากทริปนี้มีทั้งบุกป่าฝ่าดง และลุยน้ำ เสื้อผ้าที่ใส่จึงควรเป็นเสื้อผ้าที่ใส่แล้วคล่องตัว ไม่อึดอัด ไม่รุ่มร่าม ส่วนยีนส์นั้นไม่แนะนำให้ใส่เด็ดขาดค่ะ รองเท้าควรจะเป็นแบบปิดปลายเท้า และรัดส้น มีดอกยางสักนิดค่ะ

    3. กรุณาช่วยลดของเสียและขยะ ด้วยการลดการนำพลาสติค หรือ ภาชนะโฟม หรือ สิ่งไม่จำเป็นเข้าไป อะไรที่ใช้ซ้ำได้ก็แนะนำให้ใช้ซ้ำ

    4. ไม่ทิ้งขยะในป่า หรือในน้ำ ขยะที่เกิดจากสารเคมีสังเคราะห์เช่น พลาสติค เป็นวัสดุที่ควรนำออกมากำจัดนอกป่า

    5. ไม่ซื้อของป่า สัตว์ป่า ไม่เบียดเบียนชีวิตในป่า เพื่อความสนุกสนานหรือคึกคะนอง

    6. ร่วมสนับสนุนท้องถิ่น ด้วยการอุดหนุนขนม อาหารของท้องถิ่น ที่ระลึก แม้มีแพคเกจจิ้งไม่สวยเท่าร้านหรูในเมืองก็ตาม เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนที่เราไปเยือนโดยตรงนั่นเอง เช่น

    7. เรียนรู้ สอบถาม ไกด์และไกด์ท้องถิ่นในเรื่องราวของนิเวศวิทยาและธรรมชาติ แม้เป็นทริปที่ดูสบาย ๆ ท่านก็จะได้ความรู้และเข้าใจในทัวร์ เราอยากให้ท่านได้รับประสบการณ์จากการเดินทาง นอกเหนือจากการได้ความบันเทิง อย่างเดียว

    ที เคที อีโคทัวร์ ขอขอบคุณในความร่วมมือของทุกท่านแทนธรรมชาติ ที่ท่านเข้าไปเยือนอย่างเคารพและเข้าใจ .. ขอให้ทุกท่านสนุกกับกิจกรรมทัวร์เชิงนิเวศกับเราครับ ป่าเขาและท้องถิ่นห่างไกลยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จิตใจดีงามทุกคน…

  • **** ระดับดาวความง่าย – ยากของระดับการเดินป่า

    ทริปนี้ เราจัดในระดับ 2.5

     

    แผนที่เส้นทางเดินภูสอยดาว1

    แผนที่เส้นทางเดินภูสอยดาว1

    เส้นทางเดินป่าภูสอยดาว  2

    เส้นทางเดินป่าภูสอยดาว 2

     

    เส้นทางการเดินป่าภูสอยดาว    เริ่มต้นจากน้ำตกภูสอยดาว  – ลานสนสามใบ ความสูงจากระดับน้ำทะเล  1633  เมตร

    น้ำตกภูสอยดาว  –  เนินส่งญาติ    ระยะทางราว   1 กิโลเมตร
    เนินส่งญาติ  – เนินปราบเซียน   ระยะทางราว   1  กิโลเมตร  300 เมตร
    เนินปราบเซียน  –  เนินป่าก่อ ระยะทางราว  1  กิโลเมตร   100 เมตร
    เนินป่าก่อ – เนินเสือโคร่ง  ระยะทางราว   1  กิโลเมตร  500 เมตร
    เนินเสือโคร่ง – เนินมรณะ ระยะทางราว  200 เมตร
    เนินมรณะ  –  ลานสนสามใบ  ระยะทางราว  800 เมตร
    ลานสนสามใบ – จุดตั้งแค้มป์  ระยะทาง  600 เมตร

    รวมระยะทางทั้งหมด   6กิโลเมตร  500  เมตร

    ************************************************

    1 ดาว เดินป่าระดับง่ายมาก คือ เส้นทางเดินป่าที่ใช้เวลาในการเดินจากจุดเริ่มเดินไปยังจุดตั้งแค้มป์ใช้เวลา 3-4 ชั่วโมงต่อวัน ระยะเวลาในตั้งแค้มป์ 1-2 วัน ผู้เดินทางไม่ต้องแบกสัมภาระเอง และที่จุดตั้งแค้มป์มีสาธารณูปโภคอำนวยความสะดวกครบครัน ผู้ที่เดินทางไปไม่ต้องใช้ทักษะในการเอาตัวรอด

    2 ดาว เดินป่าระดับง่าย คือ เส้นทางเดินป่าที่ใช้เวลาในการเดินจากจุดเริ่มเดินไปยังจุดตั้งแค้มป์ใช้เวลา 3-4 ชั่วโมงต่อวัน ระยะเวลาในตั้งแค้มป์ 1-2 วัน ผู้เดินทางแบกสัมภาระเองบ้างบางส่วน ที่จุดตั้งแค้มป์ไม่มีสาธารณูปโภคอำนวยความสะดวก ผู้ที่เดินทางไปต้องใช้ทักษะในการเอาตัวรอดและช่วยเหลือตัวเองบ้างนิดหน่อย

    2.5 ดาว เดินป่าระดับง่ายแต่ได้ใช้ทักษะ คือ เส้นทางเดินป่าที่ใช้เวลาในการเดินจากจุดเริ่มเดินไปยังจุดตั้งแค้มป์ใช้เวลา 3-4 ชั่วโมงต่อวัน ระยะเวลาในตั้งแค้มป์ 1-2 วัน ผู้เดินทางแบกสัมภาระเองบ้าง ที่จุดตั้งแค้มป์ไม่มีสาธารณูปโภคอำนวยความสะดวก ผู้ที่เดินทางไปต้องใช้ทักษะในการเอาตัวรอดและช่วยเหลือตัวเองเพิ่มเติม เช่น ปีนรากไม้ ไต่เชือก ล่องแก่ง หรือทักษะการดำรงชีพระดับต้นเพิ่มเติมจากทริประดับง่าย

    3 ดาว เดินป่าระดับกลาง คือ เส้นทางเดินป่าที่ใช้เวลาในการเดินจากจุดเริ่มเดินไปยังจุดตั้งแค้มป์ใช้เวลา 5-7 ชั่วโมงต่อวัน ระยะเวลาในตั้งแค้มป์ 1-2 วัน อาจจะมีการย้ายแค้มป์ ผู้เดินทางแบกสัมภาระเองบ้างบางส่วน ที่จุดตั้งแค้มป์ไม่มีสาธารณูปโภคอำนวยความสะดวก ผู้ที่เดินทางไปต้องใช้ทักษะในการเอาตัวรอดและช่วยเหลือตัวเองบ้างนิดหน่อย

    3. 5 ดาว เดินป่าระดับกลาง – ยาก คือ เส้นทางเดินป่าที่ใช้เวลาในการเดินจากจุดเริ่มเดินไปยังจุดตั้งแค้มป์ใช้เวลา 5-7 ชั่วโมงต่อวัน ระยะเวลาในตั้งแค้มป์ 1-2 วัน อาจจะมีการย้ายแค้มป์ “ผู้เดินทางแบกสัมภาระเองทั้งหมด” ที่จุดตั้งแค้มป์ไม่มีสาธารณูปโภคอำนวยความสะดวก ผู้ที่เดินทางไปต้องใช้ทักษะในการเอาตัวรอดและช่วยเหลือตัวเองได้เต็มที่ อาจต้องปีนป่าย นอนเปล ไม่ได้อาบน้ำ ความสะดวกน้อย

    4 ดาว เดินป่าระดับยาก คือ เส้นทางเดินป่าที่ใช้เวลาในการเดินจากจุดเริ่มเดินไปยังจุดตั้งแค้มป์ใช้เวลา 5-7 ชั่วโมงต่อวัน ระยะเวลาในตั้งแค้มป์ 2วันเป็นต้นไป มีการย้ายแค้มป์ ผู้เดินทางแบกสัมภาระเองทั้งหมด ที่จุดตั้งแค้มป์ไม่มีสาธารณูปโภคอำนวยความสะดวก ผู้ที่เดินทางไปต้องใช้ทักษะในการเอาตัวรอดและช่วยเหลือตัวเองได้เต็มที่

    4.5 ดาว เดินป่าระดับยากมาก(ทริปสำรวจ) คือ เส้นทางเดินป่าที่ทางผู้จัดยังไม่มีข้อมูลในการจัดเส้นทางที่แน่ชัด เส้นทางจุดตั้งแค้มป์อาจมีการเปลี่ยนแปลง ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ระยะเวลาในตั้งแค้มป์ 2วันเป็นต้นไป มีการย้ายแค้มป์ ผู้เดินทางแบกสัมภาระเองทั้งหมด ที่จุดตั้งแค้มป์ไม่มีสาธารณูปโภคอำนวยความสะดวก ผู้ที่เดินทางไปต้องใช้ทักษะในการเอาตัวรอดและช่วยเหลือตัวเองได้เต็มที่

    ปล. เกณฑ์นี้เป็นเกณฑ์ที่ทางทีมงาน TKT กำหนดนิยามขึ้นมาเองเพื่อเป็นเกณฑ์ในการชี้แจงระดับความง่าย – ยากในการเดินป่า เพื่อให้ผู้ที่ร่วมเดินทางกับเรามองภาพการเดินป่าและประเมินศักยภาพตนเองได้ง่ายมากขึ้น โดยใช้ประสบการณ์การจัดทริปที่ผ่านมามากกว่า 17 ปี ในการกำหนด ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมของแต่ละกลุ่ม

————————————————————-
ผู้สนใจจองหรือสอบถามมาได้เลย
ติดต่อสอบถาม ให้กรอกข้อมูลแล้วเราจะตอบกลับไปให้ทราบ
(ระมัดระวังตรงกรอกอีเมล์ให้ถูกต้องนะจ๊ะ)

ชื่อ-นามสกุล (required)

อีเมล์(required)

โทรศัพท์สำหรับติดต่อกลับ

ชื่อทริป-หัวข้อที่สอบถาม

ข้อความสอบถาม (ควรระบุ ทริป/วันที่จะเดินทาง/จำนวนคน กรณีสอบถามจำนวนที่ยังว่าง)

Share.

About Author

ทีมงานของเราทุกคนชอบการท่องเที่ยว เดินทาง เดินป่า เราอยากให้คนไทยออกเที่ยวธรรมชาติกันมากๆ สนุกให้เต็มที่ มีหัวใจอนุรักษ์ TrekkingThai.Com

Comments are closed.