Share.

ทัวร์เดินป่า ยอดสูงสุดภูสอยดาว ยอด 2102 เมตร จัดโดย TKT Ecotour 2559

0

Trip Rating เดินพิชิตยอดภูสอยดาว จัดได้เฉพาะหน้าหนาว ต้องใช้ทักษะการปีน ป่าย เดินสนุก เหมาะสำหรับผุ้ที่ผ่านการเดินป่ามาบ้างแล้วและ
ไม่กลัวความสูง ความยากระดับ 3 ดาว

ไฮไลต์ -
1 ทดสอบตนเอง ขึ้นยอดเขาสูงอันดับ 4 ของประเทศไทย 2102 เมตร (นับเฉพาะบรรดายอดเขาที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงได้ ณ ตอนนี้นะ ไม่นับกะเจอลาที่ยังไม่ได้เปิดอย่างเป็นทางการ )
2ลิ้มลองประสบการณ์เส้นทางการไปถึงยอดสูงสุดภูสอยดาวไม่เหมือนยอดเขาอื่น ๆ ในทุกยอด เพราะมันคือการไต่เขาเพื่อพิชิต หลาย ๆจุดต้องมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลผู้พิชิตอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย เรียกว่า ใน 4-5 ยอด ยอดนี้ขึ้นยากกว่ายอดเขาหลาย ๆ ยอด แต่สำหรับนักผจญภัยแล้วสิ่งเหล่านี้กลับทำให้เลือดในร่างกายสูบฉีด ตื่นเต้นและสนุกที่ได้ปีน ป่าย เกาะรากไม้ ใช้เชือก บางช่วงต้องปีนหิน ดึงตัวเองขึ้นไปด้านบนเรื่อย ๆ ระหว่างทางจะห็นธรรมชาติที่ยังคงสมบูรณ์มาก ยิ่งปีนสูงยิ่งเจอหมอกจาง ๆ ปกคลุมป่าและรอบๆตัวเอาเอง เจอป่าโบราณต้นไม้ใส่เสื้อเต็มไปหมด …
3 ทัวร์ของเรามีทีมที่ขึ้นมาแล้วหลายรอบ และทางอุทยานแห่งชาติมีอุปกรณ์ความปลอดภัยครบ ดังนั้นเส้นทางของทริปนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไปหากใจไหว …. หนาวนี้พร้อมไปวัดใจกับเรา ก็สมัครมาเลย
*** ไปช่วงหนาวไม่มีดอกไม้ จะดูดอกไม้ที่ภูสอยดาวต้องไปหน้าฝน( ปลาย กค – ตค) จะมีอากาศเย็น ลานสน และความท้าทายของยอดสูงสุดมาทดแทน ***

คำเตือน : ใครจะชวนเพื่อนมา พิมพ์โปรแกรมให้เขาอ่านก่อน อย่าหลอกเขามานะจ๊ะ ให้เขามาจากการตัดสินใจของเขาเอง บนข้อมูลที่เพื่อนต้องทราบว่า ทริปต้องลุยแค่ไหน พร้อมไปท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และเข้าใจธรรมชาติ…

TKT ECOTOUR(11/03232) จ-ศ 10.00-19.00
Line@ : @trekkingthai
โทร 02-278-0225/02619-7993 อีเมล์ domestic@trekkingthai.com

พิมพ์เนื้อหา พิมพ์เนื้อหา แบบฟอร์มสอบถามอัตโนมัติ ใบสมัครแบบ pdf ใบสมัครแบบ word ใบสมัครแบบส่งอัตโนมัติ แผนที่จุดนัดพบ
เงื่อนไขการยึด/คืนมัดจำ
ทำไมควรเลือกเรา

ทัวร์เดินป่าพิชิตยอดสูงสุดภูสอยดาว ยอด 2102 เมตร จัดโดย TKT Ecotour 2559

กดที่ tab ต่างๆ เพื่อดูรายละเอียด

กำหนดจัดทริปปี 2559

ทริป 1/2559 11 – 13 พ.ย. 59 เดินทางคืน 10 พ.ย 59
ทริป 2/2559 18 – 20 พ.ย. 59 เดินทางคืน 17พ.ย 59
ทริป 3/2559 25 – 27 พ.ย. 59 เดินทางคืน 24 พ.ย 59
ทริป 4/2559 2 – 4ธ.ค. 59 เดินทางคืน 2 ธ.ค. 59 (วันพ่อแห่งชาติ 2)
ทริป 5/2559 3 – 5 ธ.ค. 59 เดินทางคืน 2 ธ.ค. 59 (วันพ่อแห่งชาติ 1)
ทริป 5.1 /2559  9-11 ธ.ค. 59  เดินทางคืน 8 ธ.ค. 59
ทริป 6/2559 10 – 12 ธ.ค. 59 เดินทางคืน 9 ธ.ค. 59
ทริป 7/2559 16 – 18 ธ.ค. 59 เดินทางคืน 15 ธค 59
ทริป 8/2559 23 – 25 ธ.ค. 59 เดินทางคืน 22 ธ.ค. 59
ทริป 9/2559 30 ธ.ค.- 1 มค 60 เดินทางคืน 29 ธ.ค. 59 (วันหยุดยาวปีใหม่ 1)
ทริป 10/2559 31 ธ.ค.- 2 มค 60 เดินทางคืน 30 ธ.ค. 59 (วันหยุดยาวปีใหม่ 2)

กำหนดจัดทริปปี 2560

ทริป 1/2560 6 – 8 ม.ค. 60 เดินทางคืน 5 มค 60
ทริป 2/2560 13 – 15 ม.ค. 60 เดินทางคืน 12 มค 60
ทริป 3/2560 27 – 29 ม.ค. 60 เดินทางคืน 26 มค 60

หมายเหตุ

1 ช่วงกำหนดเวลาดังกล่าวขึ้นอยู่กับประกาศปิด – เปิดของทางอุทยานเป็นสำคัญ และหากในช่วงระหว่างที่ท่องเที่ยวขึ้นพิชิตยอดสูงสุด
มีฝนตกหนัก หรือสภาพอากาศไม่เื้ออำนวยต่อการขึ้นเขา ทางเราขอสงวนสิทธิไม่นำคณะขึ้นเขาเพื่อความปลอดภัยจ้า โดยทางเราจะคืนค่าใช้จ่าย ในส่วนค่าตอบแทนเจ้าหน้านำขึ้นพิชิตยอดตามจริงให้กับทุกท่านจ้า
หรือหากท่านสนใจช่วงใดที่นอกเหนือจากตารางดังกล่าว ก็สามารถโทรมาสอบถามได้นะค่ะ

2 ทั้งนี้กรณีอยากไปวันอื่น ๆ หากเพื่อน ๆ มีสมาชิกประมาณ 6-7 คนขึ้นไปแล้ว ติดต่อจองมาแต่เนิ่น ๆ นะค่ะ ทางเราจะช่วยประกาศหาเพื่อน ๆ ให้ จะได้หาคนมาร่วมทริปเพิ่มได้ทัน
หรืออยากให้จัดฉพาะกลุ่มเป็นส่วนตัวก็ติดต่อมาได้เลยจ้า(อย่างน้อยสามสัปดาห์ก่อนเดินทาง)

รายละเอียดการเดินทาง

วันเดินทาง

21.00 สมาชิกทุกท่านพร้อมกันที่ บริเวณ Food Center ของ The Season สนามเป้า (BTS สนามเป้า ลงทางออกที่ 1)
แผนที่เดินทางhttp://www.trekkingthai.com/wordpress/?p=4551

21.30 ล้อหมุนมุ่งหน้าสู่ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว พร้อมทีมงาน TKT ดูแลตลอดการเดินทาง

วันที่แรก กรุงเทพ- อช.ภูสอยดาว (อาหารเช้า-กลางวัน-เย็น)

06.30 อรุณสวัสดิ์รับแสงแดดยามเช้า ที่ อช.ภูสอยดาว ล้างหน้าเรียกความสดชื่นรับเช้าวันใหม่

07.00 จัดการแยกสัมภาระกันก่อนค่ะ ให้แต่ละท่านนำกระเป๋าของตัวเองใส่ถุงพลาสติกสีขาวที่ทางเราเตรียมไว้ให้ ติดป้ายชื่อให้เรียบร้อย
(น้ำหนักไม่เกินท่านละ 6 กิโลกรัมค่ะ ขอแนะนำว่านำไปแต่เฉพาะของที่ จำเป็นเท่านั้นค่ะ ถ้าหากน้ำหนักเกินจากส่วนที่แจ้งไว้
รบกวนชำระเพิ่มตามจริง กิโลกรัมละ 30 บาท ซึ่งโดยปกติน้ำหนักนี้เพียงพอสบายๆ ค่ะ ) สำหรับเสื้อผ้าที่ใส่วันกลับ
ก็ใส่ถุงฝากไว้ที่รถได้ค่ะ

07.30 เติมพลังมื้อเช้ากันแบบเต็มที่ กับอาหารมื้ออร่อยด้วยฝีมือป้าน้อย(แม่ครัวประจำของเรา)

หลังจากรับ ประทานมื้อเช้าเสร็จ ก็ได้เวลาเก็บตก สำรวจตรวจตราความพร้อมกันอีกครั้งค่ะ แนะนำว่าให้มีกระเป๋า เป้ใบเล็กติดตัว 1 ใบค่ะ
สำหรับไว้ใส่เสบียงมื้อกลางวัน น้ำดื่ม และของมีค่าที่จะนำติดตัว แต่ต้อง มั่นใจว่า ของทุกอย่างจะ ต้องห่อใส่ถุงพลาสติกกันเปียกก่อนนะค่ะ

08.30 ได้เวลาออกตัวจากจุดสตาร์ทแล้วค่ะ เราจะเริ่มเดินจากบริเวณเรียบ “น้ำตกภูสอยดาว” ค่ะ สำหรับวันนี้ สามารถชื่นชมความงามของน้ำตกได้อย่างเดียวนะค่ะ ใครอยากลองสัมผัสละอองน้ำก็ขอเป็นวันกลับ ค่ะ ช่วงนี้จะเป็นการวอร์มอัพร่างกายนะค่ะ แผนที่ทางเดินขึ้นภู เครื่องเริ่มติดแล้ว ได้เวลาเครื่องเริ่มร้อนที่ “เนินส่งญาติ” แล้วค่ะ

เนินส่งญาติ เรียกได้ว่าเป็นเนินวัดใจ เนินแรกๆ เลยค่ะ เส้นทางอาจจะชันแต่เมื่อผ่านมาได้อีกหลายๆ เนินก็สบายแล้วค่ะ แต่ปัจจุบันนี้
ทางเดินค่อนข้างสบายไม่ลำบากเหมือนเมื่อก่อนแล้วค่ะ เพราะเค้าได้ช่วยผ่อนแรงนักท่องเที่ยวด้วย การทำบันไดให้แล้วค่ะ อาจจะไม่ใช่
ตลอดทั้งเส้นทางแต่ก็ช่วยได้เยอะเลยค่ะ

คราวนี้เราก็ได้เวลาปราบเซียนตัวจริงกันที่ “เนินปราบเซียน” เส้นทางอาจจะไม่ชันเท่าเนินส่งญาติ แต่ก็ยาวพอให้เราได้พิชิตใจตัวเองได้ดีทีเดียวค่ะ เหนื่อยบ้าง พักบ้างไม่เป็นไรค่ะ ผ่านเนินนี้ได้ กำลังใจก็กลับมาอีกโขเลยค่ะ

เดินไปเรื่อยๆ ก็เจอกับเนินที่ทำให้ตกใจกับชื่อเนิน “เนินเสือโคร่ง” แต่เนินนี้ไม่ได้น่ากลัวเหมือนกับชื่อ นะค่ะ เป็นเพียงเพราะว่า
ที่แห่งนี้เคยมีดอกเสือโคร่งเยอะนั่นเอง เลยเป็นที่มาของชื่อเนินค่ะ ก่อนจะได้เจอความงดงามที่แท้จริง

วัดใจครั้งสุดท้ายที่ “เนินมรณะ” ดูเหมือนจะข่มขวัญและ กำลังใจ แต่สิ่งใดที่ไม่ได้มาด้วยความพยายาม หรือต้องฝ่าฟัน ความสวยงาม
ที่เห็นก็คงจะเป็นภาพ ที่อยู่ไม่คงทนค่ะ เนินนี้เรียกได้ว่าแทบจะตั้งฉากไปกับแกนโลกเลยทีเดียว แต่ความงามระหว่างที่เราได้
ปีนป่ายมันขึ้นไป ขอบอกว่าสวยอย่าบอกใครเลยค่ะ วิวภูเขาที่เรียงสลับซับซ้อนในมุมมองตั้งฉาก ก็สวยงามไม่แพ้ใครเลยค่ะ
และก็เดินไม่ลำบากเช่นกัน เพราะว่ามีเครื่องช่วยผ่อนแรกพวกเราด้วยบันได วิเศษอีกแล้วค่ะ สู้สุดใจเลยค่ะ

รวมระยะทางเดิน 6.5 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมงค่ะ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและ ความพร้อมของแต่ละคน
จึงไม่แนะนำให้เร่งเดิน เพื่อให้ถึงจุดหมายปลายทางไวๆ แต่อยากให้เดิน แบบผ่อนคลาย ปล่อยใจไปกับเสียงของธรรมชาติที่
อยู่เป็นเพื่อนเราตลอดการเดินทางก็ได้ และจะเดิน อย่างเป็นสุขกว่าด้วย เหนื่อยก็พัก วิวสวยก็ถ่ายรูป เดินๆ นั่งๆ จุดหมาย
ปลายทางความสวยยังรอเรา อยู่ไม่หนีไปไหน ซึ่งเมื่อเทียบกับการขึ้นภูกระดึง ทางขึ้นภูสอยดาวจะใกล้ ความเหนื่อยในช่วงขึ้น
ทางชันก็พอ ๆ กัน พอพ้นจากช่วงนี้แล้ว ก็จะเจอกับลานสนอันกว้างใหญ่คอยต้อนรับพวกเราอยู่ค่ะ แต่อย่าลืมเก็บภาพ
ความสำเร็จกับป้ายผู้พิชิตภูสอยดาวนะค่ะ

15.00 โดยประมาณ เราจะมีทีมงานเป็นม้าเร็วมาเตรียมสถานที่รอไว้ค่ะ นั่งพักให้หายเหนื่อยกันสักหน่อย ก็เตรียมสำรวจพื้นที่ลานสนกันได้เลยค่ะเมื่อขึ้นมาบนนี้แล้ว ก็เหมือนกับเราอยู่ในดินแดนส่วนตัว เลยค่ะ สายหมอกก็เริ่มพัดผ่าน ราวกับว่าเราอยู่ในห้วงดินแดนของความฝันก็ไม่ปานค่ะ สำหรับช่วงฤดูกาลคนอาจจะเยอะสักหน่อย แต่เราก็แบ่งปันความสวยงามกันค่ะ สำหรับพี่ๆ ท่านใดมีความสนใจในการเรียนรู้การตั้งแคมป์ก็ช่วยทีมงานจัดแจงกางเต็นท์ได้เลยค่ะ ไม่สงวนลิขสิทธิ์แต่อย่างใดค่ะ หรือพี่ๆจะไปปล่อยใจปล่อยอารมณ์กับธรรมชาติแล้วมาช่วยเป็น พ่อครัวหัวป่าร่วมกับบรรเลงมื้ออาหารค่ำด้วยกันก็ได้นะค่ะ จะได้สัมผัสความรู้สึกไปอีกแบบเลยค่ะ

19.00 ได้เวลารับประทานอาหารเย็นร่วมกันแล้วค่ะ หลังจากที่เดินกันมาเหนื่อยๆ ก็ต้องเติมพลังงาน กลับคืนให้กับร่างกายค่ะ

*** เราจะจัดเต็นท์ให้นอนหลังละ 2-3 ท่าน กรณีต้องการพักเดี่ยว มีค่าใช้จ่ายเพิ่มท่านละ 500 บาท (เป็นค่าใช้จ่ายน้ำหนักสัมภาระกองกลาง / ค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ / ค่าเสื่อมอุปกรณ์จ้า)

วันที่สอง พิชิตยอดสูงสุดภูสอยดาว 2102 เมตรจากระดับน้ำทะเล(อาหารเช้า-กลางวัน-เย็น)

06.00 ตื่นเช้ารับแสงอรุณบนยอดดอย สูดรับอากาศสดชื่นยามเช้าให้เต็มปอด กับสายหมอกบางๆ ให้เต็มที่เลยค่ะ

07.00 รับประทานอาหารเช้าตุนพลังงานให้เรียบร้อย จากนั้นทีมงานจะแจกข้าวห่อให้คนละ 1 ห่อ ส่วนน้ำดื่มให้ทุกท่านนำขวดน้ำ
ที่นำติดตัวมาจากวันแรก เติมน้ำให้เต็มและนำติดตัวไปด้วย

จะขึ้นพิชิตยอดสูงสุดภูสอยดาว ต้องเตรียมอะไรติดตัวไปบ้าง

1 กระเป๋าเป้ขนาดเล็กมีที่รัดเอว ไว้สำหรับใส่ข้าวห่อ และน้ำดื่ม
2 ถุงมือไว้สำหรับปีนป่าย เชือก หรือเกาะรากไม้
3 ไฟฉายคาดหัว ติดตัวไว้เผื่อกรณี Night Trail
4 ไม้เท้า

08.00 ได้เวลาออกเดินทางไปพิชิตยอดสูงสุดกันแล้ว…. เราจะเดินไปทางหลังบ้านของเจ้าหน้าที่ มุ่งหน้าสู่ ภูเขาเบื้องหน้าที่ตั้งตระหง่านรอเราอยู่เบื้องหน้า เดินผ่านลานสนไปเรื่อย ๆ จนเริ่มตัดเข้าสู่ป่าทึบ ระหว่างทางเดินเราจะผ่านดงไผ่กงจักร ดงเมเปิ้ล ช่วงเดือนธันวาคมใบเมเปิ้ลจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง สวยงามเชียวแหละ ลักษณะทางเดินเริ่มแรกจะเป็นทางราบส่วนใหญ่ มีทางชันบ้างเล็กน้อย เมื่อเราเดินสิ้นสุดจากเนินเขาลูกแรก ก็ได้เวลาไต่ระห่ำขึ้นพิชิตยอดกันแล้ว ทางเดินจะชันราว 60-90 องศา ต้องเดินเรียงแถวใช้เกียร์ 4 เกือบ
ตลอดการเดินเท้า บางจุดเราต้องเดินจับเชือกขึ้นไปด้านบน บางจุดต้องจับรากไม้ ดึงตัวเองขึ้นไปด้านบน เมื่อใกล้ถึงยอด เราจะเดินเลาะ
ขอบเขา 2 ช่วง จะถึงจุดที่เราต้องปีนหินก้อนใหญ่ ขึ้นไปกันแล้ว จุดนี้ทางเจ้าหน้าที่อุทยานจะคอยดูแลเป็นพิเศษ มีอุปกรณ์เซฟตี้คอยป้องกันการลื่น หรือก้าวพลาด เมื่อไต่หินพ้นขึ้นถึงจุดด้านบนแล้ว เดินไปอีกราว 200 เมตร ก็ถึงจุดสูงสุดของภูสอยดาวแล้ว เย้!!!!

เมื่อขึ้นไปถึงจุดสูงสุดเราจะเห็นภาพทิวเขาสลับซับซ่้อนกว้างออกไปไกลสุดสายตา มองลงไปด้านล่างสังเกตดี ๆ จะเห็นจุดแค้มปิ้งลานสนที่เรานอนพักกันอยู่ด้วย…. เก็บภาพผู้พิชิตเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาพักทานข้าว เติมพลังกันเสียหน่อยแล้ว

12.00 ทานข้าวห่อกันที่จุดสูงสุดของยอดภูสอยดาว หรือระหว่างทาง

14.00 ได้เวลาอำลายอดสูงสุดของภูสอยดาว เดินเท้ากลับทางเดิมที่เราขึ้นมา

17.00 กลับถึงแค้มป์ แยกย้ายอาบน้ำชำระล้างร่างกายให้สดชื่น …

ยืนส่งพระอาทิตย์กลับบ้านก่อนมาร่วมปาร์ตี้มื้อเย็นกับเมนูสุด Wow กันที่แค้มป์

19.00 รับประทานอาหารเย็น พักผ่อน นอนนับดาวกันอีกหนึ่งคืนค่ะ

*** เราจะจัดเต็นท์ให้นอนหลังละ 2-3 ท่าน กรณีต้องการพักเดี่ยว มีค่าใช้จ่ายเพิ่มท่านละ 500 บาท เป็นค่าใช้จ่ายน้ำหนักสัมภาระกองกลาง / ค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ / ค่าเสื่อมอุปกรณ์จ้า)

วันที่ 3 อำลำภูสอยดาว (อาหารเช้า-กลางวัน-เย็น)

06.00 ได้เวลาตื่นรับแสงอาทิตย์สุดท้ายบนยอดภูแล้วค่ะ

07.30 รับประทานอาหารเช้า เตรียมพร้อมเก็บสัมภาระ ทุกอย่างต้องเก็บกลับลงไปให้หมดนะค่ะ เหลือไว้ได้เพียงอย่างเดียวคือหัวใจที่อิ่มเอมไปด้วยภาพความประทับใจในธรรมชาติบนนี้ค่ะ

08.30 เริ่มออกเดินทางกันได้เลยค่ะ โบกมืออำลาความงามเดินกลับลงไปยังเส้นทางเดิมที่เราเดินมาค่ะ ระหว่างทางลงก็เก็บตกมุมที่เราเดินผ่านมา หรือมุมไหนที่เราพลาดไปก็แวะเก็บกันได้เล็กน้อยค่ะ ในช่วงขาลงนี้อาจจะลำบากกว่าขาขึ้นมาเล็กน้อย ตรงที่เราจะต้องเกร็ง
กล้ามเนื้อขา ก็ค่อยๆลงมา เรื่อยๆค่ะ จะได้ช่วยผ่อนอาการการเกร็งกล้ามเนื้อได้ หรือจะใช้ไม่เท้าช่วยในการผ่อนแรงได้ค่ะ ระหว่างทาง
ก็ถ่ายภาพกันได้อีก

12.30 โดยประมาณ รับประทานอาหารกลางวัน มื้อนี้ฝากท้องกับป้าน้อยอีก 1 มื้อค่ะ หลังจากนั้นก็อาบน้ำ ชำระร่างกายให้สะอาดสดชื่น
ทีนี้ใครอยากสัมผัสความเย็นชุ่มฉ่ำของน้ำตกก็เล่นได้เลยค่ะ

14.30 ล้อหมุนจาก อช.ภูสอยดาว เป็นการอำลาอย่างแท้จริงค่ะ

19.00 แวะรับประทานอาหารเย็นที่ นครสวรรค์ เป็นอาหารมื้อเย็นที่คุณต้องทานกันได้เยอะแน่ๆ เลย

24.00 ถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ

ภาพบรรยากาศทริป

ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน

หมายเหตุ โปรแกรมสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยมิต้องแจ้่งให้ทราบล่วงหน้า แต่ทั้งทาง TKT จะ
ยึดความพึงพอใจของทุกท่านเป็นหัวใจสำคัญ

Trip Rating เดินพิชิตยอดภูสอยดาว ต้องใช้ทักษะการปีน ป่าย เดินสนุก เหมาะสำหรับผุ้ที่ผ่านการเดินป่ามาบ้างแล้วและ
ไม่กลัวความสูง ความยากระดับ 4ดาว

ราคาท่านละ 4750 บาท
(ราคานี้เรารวมค่าลูกหาบ 6 กก ให้แล้ว ปกติต้องจ่ายเองไป-กลับ กกละ30 บาท รวม 30*6*2 = 360 บาท)

สมาชิกตลอดชีพ ได้ส่วนลด 150 บาท คน/ทริป (ค่าสมัครตลอดชีพ 500 บาท)

กรณีเดินทางไปเจอกับทีมงานที่อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ราคาท่านละ 3700 บาท
***ทั้งนี้ทางเรายืนยันการออกเดินทางเมื่อมีสมาชิกออกเดินทางจากกรุงเทพฯ 6 ท่าน

จำนวนที่รับได้ 6-9 ท่าน ถ้ามีสมาชิก 6 ท่าน ต้องการจะเป็นกรุ๊ป Private ท่านสามารถกำหนดวันจัดเองได้ แต่ต้องโอนมัดจำมาล่วงหน้า
3 อาทิตย์ก่อนเดินทาง เพื่อเตรียมตัว หรือ หากจะไปวันธรรมดาก็ได้ สามารถเปิดรับสมัครสมาชิกเพิ่มเพื่อลดค่าใช้จ่ายก็ได้ราคากรุ๊ปเหมา
จะคิดตามจำนวนคน ณ วันไปจริง (9 ท่าน/ท่านละ4700 8 ท่าน/ท่านละ 5000 น้อยกว่านี้โปรดสอบถาม)

อัตรานี้รวม
– ค่ารถตู้ TOYOTA COMMUTER D4D รุ่นใหม่ 9 ที่นั่ง
– ค่าที่พัก 2 คืน : นอนเต็นท์ + ถุงนอน+แผ่นรองนอน
– ค่าอาหาร 9 มื้อ ตามรายการ
– ค่าลูกหาบแบกสัมภาระ ไม่เกิน 6 กิโลกรัม มูลค่า 360 บาท (หากน้ำหนักเกินจ่ายเพิ่มตามจริง กิโลกรัมละ 30 บาท) -วันเดินทางมาลองชั่งและจัดของได้ที่จุดออกทริปก่อนได้จะได้รู้น้ำหนักไปก่อนและจัดสัมภาระตั้งแต่ก่อนเดินทาง
– กองกลางที่เตรียมให้ – เต็นท์ – ถุงนอน- แผ่นรองนอน-กราวน์ชีทกลาง-ฟลายชีตกลาง
-เครื่องกรองน้ำกองกลาง
– ยาที่ใช้บ่อย
– ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามรายการ
– ค่าเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดการเดินทาง
– ค่าประกันอุบัติเหตุ 1,000,000 บาท

อัตรานี้ไม่รวม
– ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
– ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

วิธีการจองและชำระค่ามัดจำ

จันทร์ – ศุกร์ ช่วงเวลา 10.00 – 19.00 น.
หรือรับข่าวสารจากทีมงานของเราแบบใกล้ชิดได้ที่ http://line.me/ti/p/%trekkingthai
Line@ ID : @trekkingthai
โทรจองได้ที่ 02-2780225/ 02-6197993 / 02-6171775

โดยโอนเงินมัดจำท่านละ 2500 บาท (ที่เหลือชำระในวันออกเดินทาง)

มาที่ บัญชีออมทรัพย์ ชื่อ นายนิพัทธ์พงษ์ ชวนชื่น
1. ธ.กรุงเทพฯ สาขาเดอะ เซอร์เคิล ราชพฤกษ์ เลขที่ 089-7-06322-8
2. ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาเดอะ เซอร์เคิล ราชพฤกษ์ เลขที่ 406-3-19665-8
3. ธ.กสิกรไทย สาขาเซฟ-อี พุทธมณฑลสาย 2 เลขที่ 001-8-73989-5
4. ธ.กรุงไทย สาขาเดอะ เซอร์เคิล ราชพฤกษ์ เลขที่ 983-6-49843-5

พิมพ์และแล้วแฟกซ์แบบฟอร์มการสมัคร แล้วแฟกซ์ไปที่ 02-6199770 หรือ Email มาที่ domestic@trekkingthai.com
แจ้ง ชื่อ-นามสกุลจริง ชื่อเล่น เพศ อายุ และเบอร์โทรที่ติดต่อได้ให้เราทราบด้วยนะ อย่าลืม ๆๆ

ใบสมัคร

แบบ pdf http://www.trekkingthai.com/tour/tkt_apply.pdf

แบบ word http://www.trekkingthai.com/tour/tripapply.docx

แบบ ส่งอัตโนมัติ (ต้องมีภาพสลิปพร้อมแนบ) http://www.trekkingthai.com/wordpress/?page_id=2502

เราจะมีการตอบกลับทุกครั้งที่ได้รับใบสมัคร กรณีส่งอีเมล์หรือส่งแฟกซ์มาแล้วมาแล้วไม่มีใครติดต่อกลับในช่วง 2 วันทำการก็ขอให้โทรมาสอบถาม เพื่อป้องกันการตกหล่นของเอกสาร

**( ออกทริปได้ เมื่อมี สมาชิกครบ 6 ท่านขึ้นไป )

เงื่อนไขการยกเลิกทริป :
1 กรณียกเลิกก่อนออกเดินทาง 15 วัน ทางเรายินดีคืนเงินมัดจำ 100%
2กรณียกเลิกก่อนออกเดินทาง 14 วัน ทางเราต้องขอยึดเงินมัดจำทั้งหมดนะจ๊ะ
3 กรณีที่มีสมาชิกมาแทนท่านที่ยกเลิกทริป ทางเรายินดีคืนเงินมัดจำให้ทั้งหมดจ้ะ
…………………………

ที่นอนหลับพักผ่อนในทริปนี้

คืนแรก + คืนสอง กางเต็นท์นอนหลังละ 2-3 ท่าน

*** เราจะจัดเต็นท์ให้นอนหลังละ 2-3 ท่าน กรณีต้องการพักเดี่ยว มีค่าใช้จ่ายเพิ่มท่านละ 500 บาท
(เป็นค่าใช้จ่ายน้ำหนักสัมภาระกองกลาง / ค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ / ค่าเสื่อมอุปกรณ์จ้า)

รายการอาหารของทริปนี้ที่ทางเราเคยจัดให้แบบคร่าว ๆ เอามาเล่าให้น้ำลายไหลกัน ^^

วันที่ 1 ของการเดินทาง
เช้า ทานข้าวเช้่าที่ร้านป้าน้อย อช.ภูสอยดาว
กลางวัน ข้าวห่อ เช่น ข้าวผัดกระเพรา ไข่ดาว / ข้าวราดหมูกระเทียม เป็นต้น
เย็น สตาฟจัดทำอาหาร + ของหวาน เช่น สปาเก็ตตี้ / กุ้งอบวุ้นเส้น / หมูหวาน / น้ำพริกกะปิ ไข่ชะอม มื้อนี้เป็นมื้อที่ทีมงานจะสร้างสรรค์อาหารมาให้ชิมกันเต็มที่ ของหวาน อาจะเป็นสไตล์ตะวันตก หรือแบบไทยๆ กล้วยตากบวชชี /
ฟักทองบวชชี ฯลฯ (แล้วแต่สตาฟทริปนั้นจะสร้างสรรค์)

วันที่ 2 ของการเดินทาง
เช้า ข้าวผัด / ข้าวต้ม/แซนวิส / ขนมปัง แยม (แล้วแต่สตาฟจัดทำ)
กลางวัน ข้าวห่อ เช่น ข้าวผัด (แล้วแต่สตาฟจัดทำ)
เย็น สตาฟจัดทำอาหาร + ของหวาน เช่น สปาเก็ตตี้ / กุ้งอบวุ้นเส้น / หมูหวาน / น้ำพริกกะปิ
ไข่ชะอม / กล้วยตากบวชชี / ฟักทองบวชชี ฯลฯ (แล้วแต่สตาฟจัดทำ)

วันที่ 3 ของการเดินทาง
เช้า ข้าวผัด / ข้าวต้ม/แซนวิส / ขนมปัง แยม (แล้วแต่สตาฟจัดทำ)
กลางวัน ส้มตำ ไก่ย่าง ลาบ แซ่ยอีหลี ที่ร้านป้าน้อย อช.ภูสอยดาว
เย็น ร้านนัดพบ หรือร้านร.เรือ จ.นครสวรรค์ หรืออื่น ๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของเวลาเป็นสำคัญ

หมายเหตุ หากมีท่านใดที่แพ้อาหารบางชนิด / ทานอาหารบางอย่างไม่ได้ เช่น ไม่ืทานเนื้อ เป็นมังสวิรัติ ไม่ทานเผ็ด รบกวนแจ้งให้ทางเราด้วยนะค่ะ เพื่อที่ทางเราจะได้จัดการอาหารให้มีความเหมาะสมกับท่านนะค่ะ เพราะเราปรารถนาให้ท่านได้เที่ยวอย่างสนุกกับการเรียนรู้สิ่งรอบ ๆตัว ท้องอิ่ม และนอนหลับสบายค่ะ

คำถามที่พบบ่อย +การเตรียมตัว

1. ไปคนเดียวได้ไหม
มีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย ที่สมัครไปร่วมทัวร์ภูสอยดาวเพียงท่านเดียว แล้วก็ไปพบกับเพื่อนใหม่ที่เดินขึ้นภูไปด้วยกัน กลับมาก็สานต่อความสัมพันธ์แลกเบอร์ แชร์ facebook แลก Line
กลายเป็นเพื่อน หรือบางคู่ไปได้ไกลกว่านั้น กิจกรรมเดินป่าเป็นกิจกรรมที่ง่ายต่อการเห็นตัวตนของผู้คน ทำให้คนที่มีจริต ความชอบเดียวกันเข้าใจกันได้ชัดเจนขึ้น หรือกระจ่างขึ้น

2. คำแนะนำในการเตรียมตัว การจัดสัมภาระ ต้องแบกเป้เองไหม

2.1 เครื่องแต่งกายสำหรับทริปนี้

กางเกง : กางเกงขายาว เนื้อผ้าเบาแห้งไว จะดีมาก ทริปนี้ไม่แนะนำกางเกงยีนส์ เพราะมักจะทำให้เสียดสี รู้สึกอึดอัดเวลาเดินเขาซึ่งต้อง ขึ้นลงอยู่บ่อยครั้ง และหนักตัวเวลาเดิน

เสื้อ : เป็นเสื้อยืดแขนยาว หรือแขนสั้นก็ได้จ้า สีสันได้ตามสะดวกเลย แต่ถ้าจะให้ถ่ายรูปออกมาดูดี
กิ๊บเก๋ ต้องเน้นสีสด ๆ ถ่ายรูปแล้วจะสวย แต่ถ้ามีปลอกแขนจะดีมาก ๆ เลย เพื่อป้องกันการถูกขีดข่วนจากหนามและป้องกัน”ตัวคุ่น”ได้ระดับหนึ่ง

รองเท้า : ควรจะเตรียมรองเท้าเพื่อกิจกรรม outdoor จุดสำคัญคือให้เน้นที่ดอกยางลึก เกาะดิน หินดีพอสมควรเป็นชนิดเดินป่าโดยตรง
และรองเท้าแตะสักคู่เอาไว้เพื่อใส่ตอนเดินไปมาที่จุดตั้งแค้มป์

รองเท้าแบบประหยัด คุณภาพก็ตามราคาแต่ใช้งาน 1 ทริป สำหรับคนที่ไปไม่บ่อย จะมีรองเท้าผ้าใบที่คนจีนใช้ในการเดินไปทำไร่นาหรือาชีพบนดอย แบบนี้
http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/shopping/show.pl?P0076

ถุงเท้า : ควรเตรียมถุงเท้ายาว และหนาสักนิดไปใส่ด้วยนะค่ะ เพราะการเดินป่าระยะไกลนั้น โดยไม่ใส่ ถุงเท้านั้นจะทำให้เท้าที่เสียดสีกับรองเท้าเป็นเวลานานเกิดการพองและเป็นแผลถลอกได้ค่ะ
แผ่นรองเท้าถ้ามีก็ดี ทำให้เดินสบายขึ้น สภาพพื้นที่มีการจัดทำทางให้เดินสะดวกกว่าพื้นที่เดินป่าอื่นๆแล้ว ทางขึ้นภูกว้างหลายเมตร-โล่ง เวลาเดินบนหลังแปก็โล่งๆ ราบๆ แต่ช่วงไปเดินน้ำตก
ใครเตรียมรองเท้า-ถุงเท้าไม่ดี ก็พบว่าลื่น ข้อเท้าแพลงอยู่บ่อยครั้ง

หมวก / ผ้าคลุมหน้า : เอาไว้ใส่ป้องกันแสงแดด และรังสียูวีที่จะมาทำร้ายใบหน้าสวย ๆ หล่อ ๆ ของเราในช่วงระหว่างเดินไป – กลับ

เสื้อกันฝน : แนะนำให้มีติดกระเป๋าไว้ เผื่อเจอฝนหลงฤดู ดังนั้นการเตรียมตัวป้องกันเปียกไว้ก่อนก็ทำให้การเดินป่ามีความสุขขึ้น

2.2 กระเป๋าสำหรับใส่สัมภาระ ควรจะแยกออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้
2.2.1 กระเป๋าเป้ที่เอาขึ้นภูสอยดาว ให้เน้นเฉพาะสัมภาระที่จำเป็นจริง ๆ เช่น ถุงนอน เสื้อกันหนาว กระเป๋าเงิน โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ พร้อมกับ “ห่อสัมภาระทั้งหมดด้วยถุงพลาสติก” เพื่อป้องกันน้ำเวลาฝนตก และโคลน และน้ำเวลาที่เราเดินลุยน้ำตก
บางทีฝนตกตลอดทาง ขึ้นไปถ้าเสื้อผ้าเปียกจะนอนลำบาก สัมภาระเราจะถูกแบกโดยลูกหาบ แนะนำเป็นเป้ หรือกระเป๋าผ้า กระเป๋าลากสี่เหลี่ยมแบบเดินทาง จะไม่สะดวกนัก ของที่ใส่ในเป้ให้แยกเป็นถุงๆ ถุงพลาสติคมัดให้แน่นกันน้ำเข้า อย่าใส่โดยไม่มีการกันน้ำ
ฝนตกแล้วน้ำจะซึมเข้า เพราะอุปกรณืของลูกหาบไม่กันน้ำ

2.2.2 เป้เล็กใส่ของระหว่างเดินขึ้นภู อาหารว่าง อุปกรณ์กล้อง ของมีค่าติดกาย ร่ม-เสื้อกันฝน ยา แว่นกันแดด(ที่มีไม่ค่อยได้ใช้)

2.2.3 ถุงใส่ของเตรียมกลับบ้านสำหรับใส่เสื้อผ้า /เครื่องสำอางค์/อุปกรณ์อาบน้ำ แนะนำให้เป็นเป้ใบเล็ก ๆ สำหรับใส่เสื้อผ้าและอุปกรณ์อาบน้ำตอนขากลับลงจากยอดเขาค่ะ โดยเราจะเก็บกระเป๋าใบนี้ไว้บนรถตู้ค่ะ

2.3 ทิชชู่เปียก เตรียมไว้เวลาจะทำธุระส่วนตัวจ้า เนื่องจากข้างบนมีห้องน้ำ แต่ไม่สะดวก หากใช้ทิชชู่เสร็จก็ช่วยกันเก็บทิ้งใส่ถุงขยะ เราจะนำลงไปทิ้งด้านล่างไม่ทิ้งอะไรที่ไม่ย่อยสลายไว้บนภู

2.4 ไฟฉาย จะเป็นแบบคาดหัว หรือแบบถือจะได้ค่ะ แล้วแต่สะดวกเลย จำเป็นเพราะกลางคืนโดยเฉพาะตอนฝนตก ต้องใช้ส่องรอยน้ำซึม รั่ว

2.5 กล้องถ่ายรูป มือถือ ที่มีซองกันน้ำ ไว้เก็บภาพสุดประทับใจ ซองกันน้ำเป็นแบบราคาไม่สูงนักก็ใช้ได้ที่ภูสอยดาวแล้วล่ะ

2.6 เป้ใบหลัก และสัมภาระ เราจัดให้ลูกหาบนำขึ้นไปให้ ในจำนวนไม่เกิน 6 กก ต่อท่าน ซึ่งเป็นจำนวนที่เพียงพอโดยปกติ นักท่องเที่ยวจะแบกเฉพาะเป้เล้กสำหรับใส่น้ำ ของว่าง ขนมหวานทานระหว่างทาง (แนะนำของที่ให้พลังงานไวเช่น กล้วยตาก ขนมกลุ่มช๊อคโกแลต)
และใส่ gadget ต่างๆ รวมทั้ง ร่มหรือเสื้อกันฝน อย่าลืมห่อเสื้อผ้าของท่านกันน้ำฝนรั่วหากระหว่างทางมีฝนตก

2.7 คุณจะต้องเดินราว 4-6 ชั่วโมง ขึ้นเขาไปหลังเขา เรามีคำแนะนำการเตรียมร่างกายดังนี้
2.7.1 วิธีทำให้เดินได้นานแบบสบายมากขึ้น – ให้ไปเดินออกกำลังระยะไกล 3-6 ชม ในวันหยุด ที่สวนสาธารณะ เช่น สวนรถไฟ สวนเบญจสิริกิตต์ สวนลุมพินี เดินทางราบ สำหรับคนที่วิ่งเป็นประจำวันละ 1/2 ชม -1 ชม /ปั่นจักรยานเป็นประจำ/ เต้นแอโรบิค
สามารถไปได้ทันที สบายๆ

2.7.2 วิธีทำให้เดินแล้วลดอาการเจ็บเข่า และ ปวดกล้ามเนื้อน้อยลงตอนขึ้น ลง ชัน – ให้ออกกำลังโดยการ ย่อตัวขึ้นลงทุกวันก่อนไป เน้นที่กล้ามเนื้อหน้าขา และยืดแขนขาร่างกาย (ตรงกับท่าที่ 13 ในเอกสารในลิ้งค์นี้ -และควรฝึกท่าอื่นๆ ไปด้วยก่อนไป)
http://www.pt.mahidol.ac.th/ptclinic/index.php?option=com_content&view=article&id=224:2009-10-26-04-55-19&catid=64:2009-09-06-10-27-11&Itemid=143

2.7 เปิดตา เปิดใจสำหรับสิ่งรอบ ๆ ตัว ที่ท่านจะได้ไปสัมผัสจากทริปนี้ อันนี้สำคัญ เพราะถ้ารีบเดิน จะถึงเร็วเดี๋ยวจะเบื่อง่าย ค่อยๆเดินไม่ช้าไม่เร็วไป มองหามุมถ่ายภาพของตนเอง เวลาขึ้นภูเฉลี่ย 4-6 ชม โดยปกติบ่ายๆ ก็ขึ้นถึงหลังเขากันแล้ว

3. เที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นอย่างไร
เพื่อ การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เพื่อให้การท่องเที่ยวของเราไม่ทำร้ายธรรมชาติมากเกินไป เราขอร้องให้นักท่องเที่ยวที่เลือกใช้บริการของเรา ช่วยกันปฏิบัติตามคำแนะ นำที่ดังนี้ …
1. ศึกษาข้อมูลก่อนเดินทาง หากท่านชวนเพื่อนไป เพื่อนของท่าน อาจยังไม่ทราบ การให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ (นำข้อมูลโปรแกรม คำแนะนำ แชร์เฟสบุ๊คให้เขาได้อ่าน) จะทำให้ท่านทราบสภาพพื้นที่ และเที่ยว พัก ชมธรรมชาติได้สนุกขึ้น
เราเคยพบเพื่อนักท่องเที่ยวที่โดนเพื่อนชวนมาโดยไม่แจ้งข้อมูล ทำให้การแต่งกาย การเตรียมตัวไม่พร้อม และเที่ยวไม่สนุกเลย ข้อนี้จึงสำคัญมาก เพื่อนทุกคนที่ไปกับท่านควรได้รู้ข้อมูลก่อนเดินทาง
2. กรุณาช่วยลดของเสียและขยะ ด้วยการลดการนำพลาสติค หรือ ภาชนะโฟม หรือ สิ่งไม่จำเป็นเข้าไป อะไรที่ใช้ซ้ำได้ก็แนะนำให้ใช้ซ้ำ ขยะเราจะพยายามนำลงมา โดยเฉพาะอะไรที่ไม่ย่อยสลาย พบเห็นขยะตกค้างช่วยแจ้งเตือนสตาฟด้วย
3. ไม่ทิ้งขยะในป่า หรือในน้ำ ขยะที่เกิดจากสารเคมีสังเคราะห์เช่น พลาสติค เป็นวัสดุที่ควรนำออกมากำจัดนอกป่า
4 ไม่ซื้อของป่า สัตว์ป่า ถ้าพบคนนำมาขายก็ห้ามซื้อ ไม่เบียดเบียนชีวิตในป่า เพื่อความสนุกสนานหรือคึกคะนอง ที่ภูสอยดาวเรามีโอกาสได้พบซาลามานเดอร์ เขาอยู่ได้ในน้ำสะอาด แต่น้ำสกปรกได้ ถ้านักท่องเที่ยวไปอาบ หรือ
นำสารเคมีไปใช้ในลำธาร ซึ่งจะทำให้เขาอยู่ไม่ได้
5. ร่วมสนับสนุนท้องถิ่น ด้วยการอุดหนุนขนม อาหารของท้องถิ่น ที่ระลึก แม้มีแพคเกจจิ้งไม่สวยเท่าร้านหรูในเมืองก็ตาม เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนที่เราไปเยือนโดยตรงนั่นเอง
6. เรียนรู้ สอบถาม ไกด์และไกด์ท้องถิ่นในเรื่องราวของนิเวศวิทยาและธรรมชาติ แม้เป็นทริปที่ดูสบาย ๆ ท่านก็จะได้ความรู้และเข้าใจในทัวร์ เราอยากให้ท่านได้รับประสบการณ์จากการเดินทาง นอกเหนือจากการได้ความบันเทิง อย่างเดียว
ขอให้ไปเยือนอย่างเคารพและเข้าใจ ..ในธรรมชาติ

4. โทรศัพท์บนภู มีสัญญาณไหม
ต้องเดินไปโทร จะมีจุดที่พอมีสัญญาณดีแทค เอไอเอส อยู่บ้าง สัญญาณบางช่วงมีขาดหายบ้าง

5 บนภูได้ข่าวว่ามีแมลงบางอย่างกัดเจ็บเหมือนกัน คืออะไร ระวังยังไง

เขาคือตัวคุ่น เป็นแมลงริ้นดำชนิดหนึ่งที่กัดแล้วจะทำให้เกิดตุ่มแดง หรือแผลอักเสบได้ ถือเป็นแมลงที่ควรระวัง แต่ไม่ต้องกลัวมากจนเกินไป ของภูสอยดาวเลยทีเดียว คนที่แพ้จะไม่หายไปเป็นปีๆ เลยทีเดียว ป้องกันโดยการใส่เสื้อฟ้าแขนยาว
หรือปลอกแขน ทายาป้องกัน(แนะนำควรแรงระดับ DEET 95 ) หากท่านทาน้ำมันหรือยาป้องกันอื่นๆให้สังเกตด้วย ถ้าคุ่นไม่ยุ่งกับท่านก็ใช้ได้เหมือนกัน คุ่นบินไม่เร็วนัก โดยทั่วไปแล้วจะเข้ากัดมากสองช่วงเวลาในหนึ่งวัน คือช่วงเช้า
และเย็น เวลา 7.00–8.00 น. และ 16.00–17.00 น. ส่วนตอนสายๆจนถึงบ่ายพบน้อย

เป็นกลุ่มแมลง ริ้นดำ – อ่านเพิ่มเติมได้จาก http://www.thairath.co.th/content/118047
และ http://www.qsbg.org/Database/Article/Art_Files/299297Black%20flies.pdf
http://nstda.or.th/rural/public/100%20articles-stkc/83.pdf
อ่านแล้วท่านจะรู้จักและเข้าใจ คุ่น มากยิ่งขึ้นแน่นอน

ยากันแมลงที่ทางร้าน TKT Adventure มีจำหน่าย
http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/shopping/show.pl?P0165

รู้ไว้ก่อนไปกับเรา…กติกาในการไปทัวร์เชิงนิเวศกับ ทีเคที อีโคทัวร์ จ้ะ (Responsible Travel Tips)

เพื่อ การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เพื่อให้การท่องเที่ยวของเราไม่ทำร้ายธรรมชาติมากเกินไป เราขอร้องให้นักท่องเที่ยวที่เลือกใช้บริการของเรา ช่วยกันปฏิบัติตามคำแนะ นำที่ดังนี้ …

1. ศึกษาข้อมูลก่อนเดินทาง หากท่านชวนเพื่อนไป เพื่อนของท่าน อาจยังไม่ทราบ อาจยังมีแนวคิดว่าไปเที่ยวป่า ก็สามารถทำตนเหมือนเที่ยวเมืองได้ การแลกเปลี่ยนข้อมูล จะทำให้ท่านทราบสภาพพื้นที่ และเที่ยว พัก ชมธรรมชาติได้สนุกขึ้น
2. แต่งกายเหมาะสม เนื่องจากทริปนี้มีทั้งบุกป่าฝ่าดง และลุยน้ำ เสื้อผ้าที่ใส่จึงควรเป็นเสื้อผ้าที่ใส่แล้วคล่องตัว ไม่อึดอัด ไม่รุ่มร่าม ส่วนยีนส์นั้นไม่แนะนำให้ใส่เด็ดขาดค่ะ รองเท้าควรจะเป็นแบบปิดปลายเท้า และรัดส้น มีดอกยางสักนิดค่ะ

3. กรุณาช่วยลดของเสียและขยะ ด้วยการลดการนำพลาสติค หรือ ภาชนะโฟม หรือ สิ่งไม่จำเป็นเข้าไป อะไรที่ใช้ซ้ำได้ก็แนะนำให้ใช้ซ้ำ

4. ไม่ทิ้งขยะในป่า หรือในน้ำ ขยะที่เกิดจากสารเคมีสังเคราะห์เช่น พลาสติค เป็นวัสดุที่ควรนำออกมากำจัดนอกป่า

5. ไม่ซื้อของป่า สัตว์ป่า ไม่เบียดเบียนชีวิตในป่า เพื่อความสนุกสนานหรือคึกคะนอง

6. ร่วมสนับสนุนท้องถิ่น ด้วยการอุดหนุนขนม อาหารของท้องถิ่น ที่ระลึก แม้มีแพคเกจจิ้งไม่สวยเท่าร้านหรูในเมืองก็ตาม เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนที่เราไปเยือนโดยตรงนั่นเอง เช่น

7. เรียนรู้ สอบถาม ไกด์และไกด์ท้องถิ่นในเรื่องราวของนิเวศวิทยาและธรรมชาติ แม้เป็นทริปที่ดูสบาย ๆ ท่านก็จะได้ความรู้และเข้าใจในทัวร์ เราอยากให้ท่านได้รับประสบการณ์จากการเดินทาง นอกเหนือจากการได้ความบันเทิง อย่างเดียว

ที เคที อีโคทัวร์ ขอขอบคุณในความร่วมมือของทุกท่านแทนธรรมชาติ ที่ท่านเข้าไปเยือนอย่างเคารพและเข้าใจ .. ขอให้ทุกท่านสนุกกับกิจกรรมทัวร์เชิงนิเวศกับเราครับ ป่าเขาและท้องถิ่นห่างไกลยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จิตใจดีงามทุกคน…

Share.

About Author

Comments are closed.