Share.

ดีต่อใจ …ไปเชียงราย แต้ แต้

0

“ดีต่อใจ…ไปเชียงราย แต้ แต้”

เส้นทางท่องเที่ยวแค่สุดสัปดาห์ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้จิตใจได้หลั่งสารเอนโดรฟิน ได้ชาร์จพลัง(Recharge) เพิ่มความสดชื่น(Refresh) ผ่อนคลาย (Relax) และ ชมงานศิลป์(Art) ไม่ใช่แค่ไปชมวิว ถ่ายภาพ แต่จะได้รับความสุขทางใจด้วยนะ
เส้นทางที่เราเลือกไปครั้งนี้ เราไปแบบคนที่เคยไปเชียงรายมาหลายครั้ง เลือกไปในจุดท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ด้านจิตใจเป็นหลัก โดยสรุปเป็นโปรแกรมไว้ให้ตามรอยกันได้โดยสะดวก ใครที่อยากทำอะไรที่ดีต่อใจ แพ็กเป้แล้วไปตามพวกเราได้เลยนะจ๊ะ

เข้าหน้าฝนแล้ว…ไปชาร์จพลังเข้าหัวใจ เราขอชวนไปสัมผัสกับวิถีเชียงราย แต้ แต้ เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง ขอบอกว่ามันดีต่อใจมากๆ อ่านดูแล้วถ้าถูกใจก็จัดทริปตามรอยพวกเรามาได้เลยนะ ทริปนี้เราออกแบบเอง ไปเองมาจริงๆ เป้าหมายคือการเที่ยวแบบไม่รีบร้อน ดังนั้นจุดท่องเที่ยวในสองวันหนึ่งคืนจึงไม่ได้มากมายแต่เน้นๆ ไปผ่อนคลายร่างกาย ชมธรรมชาติ ได้สุนทรีย์กับงานศิลป์ และ ชาร์จพลังให้กายและใจ และเหมาะกับคนที่เคยไปเที่ยวเชียงรายมาบ้างแล้ว ที่ท่องเที่ยวของเราจึงไม่ใช่จุดที่เป็นกระแสหลักนะ
แต่เน้นไปที่จุดท่องเที่ยวที่จะทำให้สารเอนโดรฟิน สารสร้างความสุข ของมนุษย์หลั่งออกมาจากกิจกรรมต่างๆที่ดีต่อใจ..

ในทริปนี้ เราจะได้ ผ่อนคลาย สบายอารมณ์ กับการลงว่ายน้ำในสระน้ำแร่ร้อนผาเสริฐ ใกล้แม่น้ำกก

เราจะมีช่วงเวลาที่ห่างจากความวุ่นวายในชีวิตปกติ ออกไปค้นพบแรงบันดาลใจให้ชีวิตที่…ไร่เชิญตะวัน (ท่าน ว.วชิรเมธี)

ได้ชื่นชมงานศิลป์ ของศิลปินทั้งในเชียงราย ในไทย ไปจนถึงศิลปินต่างชาติ ที่ขัวศิลปะ

ได้สัมผัสธรรมชาติ ที่บริสุทธิ์ อยู่แบบเรียบง่ายแต่งดงาม ในไร่รื่นรมย์ อ.เทิง

เสาร์ 10.00 น.
เราเลือกบินไฟลต์เช้าจากกรุงเทพฯ เมื่อรับรถเช่าเสร็จแล้ว เราออกเดินทางไปหาอาหารเช้าแบบพื้นถิ่น ที่ร้านน้ำเงี้ยวป้าสุข แนวเครื่องเข้มข้น โดดเด่นที่น้ำซุป
คำค้นใน Google Maps – ร้านน้ำเงี้ยวป้าสุข
Tip – ถ้าเลือกมาในช่วงโลว์ซีซั่น รถเช่ามักจะมีโปรลดราคาพิเศษมากมาย ลองโทรเช็กกับรถเช่า สาขานั้นๆโดยตรง อาจได้ราคาที่ดีกว่าจองผ่านส่วนกลางจากกรุงเทพฯ
– ถนนหน้าร้านจะจอดสลับวันคู่จอดฝั่งร้าน วันคี่จอดฝั่งตรงข้าม จอดให้ถูกต้องนะจ๊ะ

เมนูที่เราสั่งมาทาน
ขนมจีนน้ำเงี้ยวหมูจะได้หมูสับปรุงรสเป็นก้อนๆมาในชาม ขนมจีนนุ่ม น้ำซุปเข้มข้น มีรสเผ็ดอ่อนๆ
ก๋วยเตี๋ยวน้ำเงี้ยวเนื้อได้ทั้งเนื้อ และ เครื่องใน เส้นมีขนาดกลาง(ไม่เล็กไม่ใหญ่)
ข้าวกันจิ๊นข้าวคลุกเลือดหมูแบบล้านนา ที่นี่เสิร์ฟแบบรสอ่อน ๆ และใส่เนื้อไม่มาก เป็นแนวของว่างมากกว่าทานเอาอิ่มจริงจัง (ในบางสูตรที่เราเคยทานจะมีเนื้อหมูสับ มีปริมาณมากขึ้น ทานแล้วอิ่มเลย)
หนังปอง เป็นแคบเนื้อ(วัวหรือควาย) ปอง = พอง ใครไม่ทานเนื้อก็ทานแคบหมูแทนได้เลย อย่าเผลอสั่งหนังปองมาล่ะ
สำรับเมนูน้ำเงี้ยวจะมีถั่วงอกและมะนาวฝานเป็นเครื่องเคียงให้ด้วย ทั้งหมดนี้ราคา 105 บาท/2 คน เท่านั้น
Tip : – ถ้าทานเผ็ดไม่ได้เลย ก็ควรสั่งแต่ข้าวกันจิ๊น ขนมหวานแทน ไม่ควรไปร้านนี้ เพราะน้ำซุปร้านป้าสุขที่นี่เผ็ดซ่าระดับหนึ่งเลยนะ กระตุ้นให้เกิดความอร่อย
– ดอกงิ้วที่ใส่ในน้ำเงี้ยวนี่ทานได้นะจ๊ะ ทานไปเลย !

10.45 น. จากร้านน้ำเงี้ยวป้าสุขในตัวเมือง เราขับไปที่บ่อน้ำร้อนผาเสริฐ
นอกจากมีสารพัดไข่ ให้อุดหนุนไปต้มทำไข่ออนเซน ยังมีบริการห้องส่วนตัว(ที่เราไม่ชอบเพราะมันช่างมืดทึบ อึดอัด) บริการนวดแผนไทย และร้านส้มตำ แบบที่บ่อน้ำร้อนหลายๆแห่งตามต่างจังหวัดของไทยมีอยู่แล้ว
ที่นี่ยังมีทีเด็ดอยู่ที่บ่อน้ำแร่ร้อนรวม ปรับอุณหภูมิจากบ่อหลักที่ 87 °C ซึ่งคงร้อนจนลวกตัว
ให้มีอุณหภูมิกำลังพอเหมาะ แค่เตรียมชุดว่ายน้ำไป(แต่หลายท่านก็มาในชุดเสื้อยืด+ขาสั้นกันนะ) จ่ายเงิน 30 บาท เก็บของ อาบน้ำ แล้วก็ลงสระได้เลย
ค้นจาก Google Maps -ให้ค้นว่า บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม (ในแผนที่ของกูเกิลระบุไว้ผิด แต่ที่นี่แหล่ะ บ่อน้ำร้อนผาเสริฐ จะติดกับปางช้างผาเสริฐ มีลานจอดรถกว้างขวางมาก
Tip – หากต้องการวิ่งสบาย แนะนำให้วิ่งไปเส้นทางที่ผ่านบ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร ต้องการวิ่งใกล้ชิดธรรมชาติ ให้วิ่งอีกด้านของลำน้ำกกที่เป็นถนนเก่า ผ่านช่องเขาและเหล่าต้นไม้ใหญ่
– หน้าหนาวตอนเช้าคนเยอะ ถ้าไปเวลาอื่น สระจะเป็นของคุณทันที!

อ่างน้ำร้อนไม่ลึก พอให้ว่ายไปมาได้ นั่งแช่ได้ แต่กระโดดไม่ได้ คำแนะนำในการลงอาบคือ ค่อยๆ แหย่เท้าลงไป เมื่อปรับตัวกับความร้อนได้แล้ว ก็ลงไปแช่ได้ อาบน้ำร้อนไม่เกิน 30 นาที แนะนำให้อาบน้ำเย็นสลับ

ควรเข้าห้องน้ำมาก่อนลงสระและมีมารยาทเช่นเดียวกับการลงสระว่ายน้ำสาธารณะทั่วไป

12.00 น. มาเดินเล่นที่-ที่ทำการอุทยานแห่งชาติลำน้ำกก วิ่งตรงเลียบลำน้ำกกมาอีกไม่นาน จะเจอบ่อน้ำร้อนริมแม่น้ำกก ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของที่ทำการ อช. ลำน้ำกก มีทิวทัศน์สวยงามร่มรื่น มีน้ำร้อนผุดขึ้นมาช้าๆจากนั้น จะไหลเป็นห้วยเล็กๆ บ่อน้ำร้อนมีอุณหภูมิตามป้ายคือ 56 °C บรรยากาศฝั่งอุทยานร่มรื่นมาก เย็นสบาย แม้จะเป็นตอนเที่ยง

ต้นไม้ใหญ่มีหลายต้น ดูยิ่งใหญ่ สวยงาม อย่างยูคาลิปตัสสายรุ้งต้นนี้สีสันลำต้นเป็นลายพรางสวยงาม

สัมผัสธรรมชาติ ที่บริสุทธิ์ ต้นไม้ที่นี่น่ากอดจริงๆ ใครไม่เคยกอดต้นไม้ (Tree Hugging) อยากให้ลองทำดูนะ เพราะมีผลดีต่อจิตใจ การสัมผัสต้นไม้จะทำให้จิตใจสงบ สบาย สำหรับพวกเราเจอต้นไม้ใหญ่ที่ไหน เรามักตรงเข้าไปกอด ไปทักทายพวกเขาเสมอ เมื่อใจสงบ ก็จะนำมาซึ่งสติและความสุข

บทความอ้างอิง –
http://themindunleashed.com/2013/07/tree-hugging-now-scientifically.html

ฝั่งที่เป็น อุทยานแห่งชาติ เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ เย็นสบายสุดๆ ต่างจากอีกฝั่งที่ไม่มีต้นไม้ใหญ่ สำหรับชาวเทรคกิ้งไทย ต้นไม้คือเพื่อนของเรา

13.00 น. ออกจาก อช.ลำน้ำกก เราเดินทางไปเสพงานศิลป์ที่ขัวศิลปะ เป็นโครงการที่ก่อตั้งโดยกลุ่มศิลปินในเชียงราย เพื่อเชื่อมศิลปะกับสังคม เพราะพวกเขาเชื่อว่าศิลปะสัมพันธ์กับวิถีชีวิต ที่ผ่านมาศิลปะมักแยกตัวอยู่อย่างโดดเดียว เป็นที่รู้จักกันในกลุ่มเล็กๆ เนื่องจากพื้นที่ของศิลปะมักจะเป็นพื้นที่เฉพาะ เช่น พิพิธภัณฑสถาน และ แกลเลอรี่ ซึ่งทำให้เกิดปัญหายากต่อ “การเข้าถึง” ใครที่ไม่คุ้นเคยก็ไม่กล้าเข้า ไม่กล้าถาม ไม่กล้าสัมผัส
ศิลปินเองก็ถูกแยกออกมาว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่มีบุคลิกพิเศษ ยากต่อการเข้าถึงเช่นกัน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ศิลปินก็คือพวกเราทุกคน เพราะเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีความงามอยู่แล้วในหัวใจ ขัวศิลปะจึงออกแบบ สร้างสรรค์ เชื่อมช่องว่างการเข้าถึงศิลปะ ด้วยกิจกรรมง่ายๆ เช่น ทานอาหาร ดื่มกาแฟ ซื้อของฝาก ในบรรยากาศศิลปะ โดยมีผลงานของศิลปินไม่ว่าจะเป็นชาวเชียงรายจัดแสดงให้ชมและจำหน่าย ขัวศิลปะ ไม่ใช่องค์กรธุรกิจ แต่คือองค์กรการศึกษา เป็นแหล่ง ศิลปะบริสุทธิ์
การจัดแสดงงานศิลป์ของที่นี่ มีการปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆนะ ไปเยือนแต่ละครั้งก็จะได้ชมภาพชุดที่แตกต่างกันไป ไปซ้ำแล้วซ้ำอีกได้
ภาพ : ภูเขาลาว / ชาตรี ศรีพรม
คำค้นทาง Google Maps – ขัวศิลปะ
Tip -ที่นี่ให้ถ่ายภาพได้นะ แต่ขอร้องอย่าไปแตะต้องภาพล่ะ
– ถ้าถูกใจภาพใดก็ซื้อหาไปสะสมหรือจะบริจาคต่อให้กับสถานที่สาธารณะต่างๆ ก็ได้นะ
– ถ้านำเด็กไปชมก็ขอให้ดูแลแนะนำอย่างใกล้ชิด ไม่แน่นะแรงบันดาลใจในวันนี้อาจสร้างศิลปินใหญ่ในวันหน้าก็ได้ ใครจะรู้

13.50 น. ข้างๆ แกลเลอรี่ จะมีร้านอาหารมาลองเต๊อะ ให้เราได้ลองชิมอาหารที่ปรุงแต่งรูป รส มาอย่างประณีต พร้อมวิวสวยๆ ของขุนเขา สำหรับจาน ชาม ช้อน การตกแต่งร้าน ตกแต่งอาหารของร้านนี้ล้วนเป็นงานศิลปะ


ทานอาหารกับ วิวสระน้ำ ภูเขา และท้องนา ตกแต่งโคมไฟด้วยสุ่มน้อยสาน

สลัดมาดาม ออกแบบจัดจานอย่างสวยงาม รสชาติดีงามเหมือนหน้าตา

ไข่ขัว ที่นี่ใช้ไข่ฟังเทศน์จากไร่เชิญตะวันมาเป็นวัตถุดิบ จานที่ใช้เป็นงานศิลปะจากดอยดินแดง
น้ำ Be young รสเปรี้ยวนำทำให้สดชื่น ทางร้านระบุว่าประกอบด้วยผลไม้และพืชกว่า 10 ชนิด ผสมกัน

15.00 น. แวะ Recharge ชาร์จพลังใจ ที่ไร่เชิญตะวัน พื้นที่สำหรับหลากหลายความต้องการ บางคนก็มาแบบเข้าวัด ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ฟังธรรมจากท่าน ว.วชิรเมธี มาปฏิบัติวิปัสสนา บางคนก็มาเพื่อเรียนรู้ปริศนาธรรม บางคนมาชมพิพิธภัณฑ์และถ่ายภาพ บางคนมาเรียนรู้เกษตรอินทรีย์
สำหรับเรา มาเพื่อรับพลังแห่งการให้ ที่นี่ช่วยเหลือเกษตรกรจำนวนมาก ทั้งสอนวิธีการทำเกษตรอินทรีย์ จัดพื้นที่ให้จำหน่ายสินค้า แม้แต่อบรมภาษาอังกฤษ โดยไม่เน้นพุทธพาณิชย์ใดๆ
คำค้น Google Maps – ไร่เชิญตะวัน
Tip – ทางเข้าจากถนนหลักจะมีรูปปั้นเณรน้อยชี้ทางเข้าไร่ชัดเจน

สถานที่กว้างขวาง ทุกคนสามารถหามุมสงบเพื่อทบทวนตนเองได้อย่างสบายใจ สถานที่สะอาด โล่ง สบายตา ใช้ชีวิตแบบวิถีชีวิตบริสุทธิ์ เรียบง่าย คนที่นี่ก็น่ารักนะ ให้คำแนะนำต่างๆแก่เรา เป็นอย่างดี

หอศิลป์ ว. วชิรเมธี ให้ทั้งคุณค่าทางสุนทรียะ รวบรวมงานศิลป์ชั้นครูมากมาย และให้คุณค่าทางธรรมด้วยภาพเชื่อมโยงคำสอนในพุทธศาสนา ในแบบที่เป็นสากล ทุกศาสนาก็เข้าถึงได้ เข้าใจร่วมกันได้

รูปหล่อเหมือน และ ภาพเขียนของ อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

สวนปริศนาธรรม ในชีวิตตัวเราต้องพึ่งตนเอง ไม่มีฮีโร่เหนือจริงแบบในหนัง จงอย่าหวังพึ่งผู้อื่น

17.00 น. มาถึงไร่รื่นรมย์ อ.เทิง ที่ที่เราจะมาใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ทานอาหารอินทรีย์ ปลอดสารพิษ และปั่นจักรยานชมไร่นาและพักแบบฟาร์มสเตย์นอนเต็นท์กันนะ
ที่นี่ทำเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร ผลิต-แปรรูป-สร้างสรรค์-มีแบรนด์ของตนเอง มีผักที่โดดเด่นตอนนี้คือ จิงจูฉ่าย ข้าวหอมนิล ดาวเรือง และผักสลัด ทุกอย่างนำมาปรุงอาหาร แปรรูป ทำเป็นอาหารสัตว์ หรือเป็นปุ๋ย
ที่นี่มีฟาร์มคาเฟ่ ร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารเพื่อสุขภาพ และอร่อย มีเครื่องดื่มและเมนูโดดเด่นของทางร้านเอง แต่ละวันมีคนจากในเมืองขับรถมาทานที่นี่กันไม่น้อย
ศูนย์การเรียนรู้ ที่นี่จัดคอร์สต่างๆ สำหรับคนเมืองที่อยากลองทำเกษตร หรือเด็กที่อยากใกล้ชิดธรรมชาติ โดยอบรมเกษตรกรรุ่นเดอะ รุ่นเดิม ที่ต้องการเปลี่ยนจากเกษตรเคมีมาเป็นเกษตรอินทรีย์ และสร้างเครือข่ายเพื่อทำให้เกิดตลาดรับซื้ออีกด้วย
ส่วนท่องเที่ยว มีจักรยาน รถเอทีวีให้บริการ จะให้นมแพะ โล้ชิงช้า เดินชมไร่ ถ่ายรูปกับวิวสวยๆ มากมาย มีสนามเด็กเล่นให้เด็กๆ ด้วย และมีจุดชมวิวที่สวยมากๆ
ฟาร์มสเตย์ มีที่พักแบบเต็นท์และแบบห้องพักไว้ให้บริการ ซึ่งเราเลือกพักที่นี่
คำค้นใน Google Maps – ไร่รื่นรมย์
Tip
– แนะนำมาทางเส้นทางหลัก 1020 ดีกว่าเส้นทางอื่นที่ทางแคบ
-กรณีสนใจเข้าพักต้องติดต่อจองล่วงหน้า
-ทางเข้าช่วงสุดท้ายเป็นถนนโรยหิน ไม่สะดวก แต่ก็ไม่ได้ลำบาก อย่าเพิ่งถอดใจ ขับเข้ามาได้เลยนะ สิ่งดีๆ รออยู่

ด้านหน้าจะมีบ้านต้นไม้ ชมวิวไร่จากมุมสูง จากนั้นเดินข้ามสะพานแขวนเล็กๆ ไปยังอาคารหลัก เป็นทั้งร้านอาหาร จุดเช็กอินเข้าพัก ชั้นล่างเป็นห้องพักรวมและพื้นที่อบรม รวมทั้งห้องสมุดขนาดย่อม

ที่ไร่ปลูกผักเองและยังส่งเสริมให้เกษตรกรใกล้เคียงปลูกมาจำหน่ายอีกด้วย การทำผักอินทรีย์ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากหากตั้งใจเพราะต้องดูแลด้วยวิถีทางธรรมชาติอย่างใส่ใจและประณีต ต้องรู้วิธีบำบัดธรรมชาติ และทำให้เกิดความสมดุล โดยรวมต้องใช้เวลาที่มากกว่าและการดูแลที่ใกล้ชิดกว่าการปลูกแบบเคมี

พื้นที่ไร่รื่นรมย์ อยู่ในหุบเขามองไปได้สุดสายตา พานอรามา

ที่นี่ห่างจากสนามบินเชียงราย ประมาณ 75 กม ก็ไม่ใกล้ตัวเมืองนัก แต่ขอบอกว่าคุ้มค่ามากที่ได้มา


ที่พักของเราเป็นเต็นท์บ้าน มี 3 เตียงนอน มีเก้าอี้นั่งหย่อนใจ ลานกลางสำหรับนั่งพักผ่อนและโล้ชิงช้า
ห้องน้ำเป็นแบบห้องน้ำรวม แยกชาย-หญิง มีเครื่องทำน้ำร้อน
ระบบไฟฟ้าเป็นแบบไฟโซลาร์เซลล์ และกรณีไฟไม่พอ (วันฝนตก ไม่มีแดด) ก็จะมีเครื่องปั่นไฟสำรอง ไร่รื่นรมย์พยายามพึ่งตนเองด้านพลังงาน มีแผนจะติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพิ่มเติมอีกมาก และอาจรวมถึงพลังงานลมด้วยในอนาคต

ในเต็นท์ที่เราพัก มีอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการอยู่แบบเรียบง่าย (หรืออาจจะเกินความเรียบง่ายไปประมาณหนึ่งด้วยซ้ำ) ได้แก่ ชาดอกไม้ น้ำขวดแบบรีฟิล พัดลม ไฟฉาย ไดร์เป่าผม ปลั๊กพ่วง
Tip – ไม่มีไวไฟ ทีวี ตู้เย็น แอร์ 4 อุปกรณ์พื้นฐานแสนสะดวกที่มีแล้วคงเกินคำว่าเรียบง่าย

มุมตากผ้า ส่องกระจกก็มีให้

เตียงสีขาว และผ้าขนหนูปักลายไร่รื่นรมย์ ที่นี่อยู่ติดท้องนา จะได้ยินเสียงแมลง เสียงกบเขียด เสียงปลา เรื่อยๆ โดยไม่ต้องเปิดจากยูทูปฟังแบบเวลาอยู่ในกรุงเทพฯ มีดวงดาวชัดแจ่ม เพราะไม่มีแสงไฟจากเขตเมืองมารบกวน เนื่องจากเป็นหุบเขาที่กว้างมาก

มีแพลอยน้ำในสระเล็กๆ ไว้นั่งดื่มชาสมุนไพรร้อนๆ เคล้าวิวภูเขา

พื้นที่ในไร่กว้างใหญ่มาก ปั่นจักรยานกันได้ไม่มีเบื่อ การปั่นจักรยานได้ทั้งออกแรง และได้สัมผัสธรรมชาติใกล้ชิด

ถ้าอยากสมบุกสมบันก็มีเอทีวีให้เลือกเช่าขี่ตะลุยทางในไร่ได้อีกด้วยนะ

จุดถ่ายภาพ ชมวิว มีทั่วไร่ มีนับไม่ถ้วน ใครชอบถ่ายภาพชนบท ธรรมชาติแบบไทย คงถ่ายกันลืมกินข้าว ส่วนพวกเรา การได้ยืนนิ่ง ชมวิวนา น้ำ ภูเขา นี่คือการอยู่ในฝันอยู่แล้ว

ที่นี่ใช้ของในไร่และเครือข่ายเกษตรอินทรีย์มาทำอาหาร มีไอศกรีมโฮมเมดกว่า 10 รสชาติให้เลือก โดยเลือกได้ถ้วยละ 3 รสชาติ ราคา 125 บาทต่อถ้วย รสชาติที่เราชอบก็มี รสมะเขือเทศ รสฟักทอง รสข้าวหอมนิล

มุมสำหรับเด็ก ออกแบบด้วยวัสดุธรรมชาติให้ ปีน ป่าย ลอด แกว่ง กันได้เต็มที่

อาหารอินทรีย์ ปลอดสารพิษ สลัดแต่ละจานจะใช้ผัก และดอกไม้ที่มีในไร่ มาผสมกันให้เราทาน หวาน กรอบ อร่อย

อาหารเช้าที่จัดให้ก็เต็มที่มากๆ จะมีรายการจานหลักให้เลือก 1 จาน อาหารที่นี่เสิร์ฟปริมาณอิ่มได้ใน 1 จานเลยทีเดียว แต่ยังมี -โยเกิร์ต ขนมปัง น้ำผึ้ง สลัดและผักสลัดเสริมอีก

สำหรับอาหารแนะนำ จากที่ชิมมาสองสามอย่าง ก็ขอแนะนำจานนี้
ข้าวยำ สูตรไร่รื่นรมย์ ทุกอย่างมาจากสวน ที่นี่ผลิตไข่ได้เองและทำไข่แดงเองนะจ๊ะ เอามาคลุกๆ ใครไม่ทานเผ็ดก็แยกพริกป่นและพริกขี้หนูออกก่อนนะ แล้วก็ราดน้ำยำ ยอดมะขามเปรี้ยว ใบจิงจูฉ่ายเจือรสฝาดนิดๆ แกล้มดอกอัญชัน อร่อยล้ำ

มุมนั่งเล่นเย็นสบาย

ถ้าอยากรับลมก็ขึ้นมานั่งเล่นชมวิวบนบ้านต้นไม้ที่สร้างแบบไม่รบกวนต้นไม้เดิมเลย
เราใช้เวลาจากเย็นวันเสาร์ถึงสายวันอาทิตย์อย่างรื่นรมย์ ทำแค่ ปั่นจักรยาน ทานอาหาร อ่านหนังสือ และชมวิว ชาร์จพลังจนแบตเตอรี่ในร่างกายเต็มแล้วก็กลับบ้านอย่างมีความสุข ความเหนื่อยล้าที่มีหายไปเมื่อไหร่แทบไม่รู้ตัว
ใครเคยมาเชียงรายบ้างแล้ว ถ้ามาครั้งหน้าเราอยากชวนมาเที่ยวแบบดูแลใจ ได้ Recharge Refresh Relax และชม ART กันนะ ตามรอยเรามาเลยก็ได้ ที่นี่ … ดีต่อใจ

Share.

About Author

ทีมงานของเราทุกคนชอบการท่องเที่ยว เดินทาง เดินป่า เราอยากให้คนไทยออกเที่ยวธรรมชาติกันมากๆ สนุกให้เต็มที่ มีหัวใจอนุรักษ์ TrekkingThai.Com

Comments are closed.