Share.

ไฟฉายจากแดนอาทิตย์อุทัย นามว่า SF-III LIMITED โดย tanasit

0


ลักษณะเด่น ก็คือ สามารถใช้ถ่าน CR123 สองก้อน หรือ RCR123 สองก้อน หรือ 18650 หนึ่งก้อน ก็ได้ ความสว่าง 3 ระดับ สูงสุดขับที่ 2.9 แอมป์ โดยใช้ วงจร DC/DC converter ปรับไฟกระแสตรงจากตั้งแต่ 3 โวลท์เศษ ๆ (ที่ผมไม่สามารถเจาะจงตัวเลข เพราะได้มีคนทดลอง ใช้ถ่านแบบมีวงจรตัด ถ้ากระแสต่ำกว่า 3 โวลท์ แต่ ผลออกมาไม่แน่นอน) ถ้าใช้ 18650 ก้อนเดียว ขึ้นไปถึงราว 15 โวลท์ ดังนั้น ส่วนใหญ่จึงนิยมใช้ถ่าน CR123 หรือ RCR123 สองก้อน ซึ่งจ่ายไฟ 7 โวลท์เศษ ๆ เข้าวงจรขับ จะได้ไม่โหลดถ่าน จนเกินไป ส่วน run time ออกมา ที่ความสว่างสูงสุด ก็อย่างน้อย 20 นาที ถึง 53 นาที แล้วแต่ชนิดและคุณภาพของถ่านที่ใช้

LED ต้องเริ่มแรก ตั้งใจไว้ว่าจะเป็น MCE LED แต่เนื่องจากต่อมาได้มี Ostar SMT ออกมา ซึ่งสว่างกว่า MCE ถึง 30 % แถมมุมส่องลดลงเหลือแค่ 5 องศา จึงได้เปลี่ยนมาใช้ Ostar SMT และก็ต้องเปลี่ยนโคมแบบผิวส้ม มาเป็นแบบพิเศษที่เห็นดังรูป อนึ่ง Ostar SMT นั้น เป็นหลอดแบบ 4 die คือ มี 4 กลัก และไม่มีเลนส์นูนครอบเหมือนกับ MCE แต่มีกระจกใสเรียบเคลือบผิว ซึ่งทำให้มุมส่องแคบ ทำให้ส่องได้ไกลนั่นเอง

ตัวบนคือ OSTAR SMT ตัวล่างคือ MCE

เรื่องความสว่าง คำนวณออกมาจากสเป็คได้ประมาณว่า ที่ระดับความสว่างกลางราว 500 lumens และที่ระดับสูงเกินกว่า 1000 lumens และที่สำคัญคือค่านี้เป็นค่าทีเรียกว่า OTF หรือ Out The Front คือหาใช่ค่าความสว่างบนหน้าหลอดไม่ แต่เป็นค่าที่แสงสว่างจากหลอดได้ผ่านการสะท้อนจากโคม และผ่านกระจกหน้า จนออกมาจากหน้าไฟฉายแล้ว ที่ต้องเน้นเพราะสเป็คไฟฉาย 99% จะแจ้งค่าความสว่างบนตัวหลอด เพื่อจะได้ดูสูง แต่ตามความจริงแล้ว เมื่อแสงต้องส่องสะท้อนโคมและผ่านกระจกหน้า ความสว่างจะลดเหลือเพียง 80% โดยประมาณ ยกเว้นในกรณีที่โคมมีคุณภาพดี และกระจกอย่างดี ก็อาจเหลือถึง 95% SF-III ใช้กระจก SchottB270 ซึ่งมีการเคลือบกันสะท้อน (Anti-Reflective = AR) ทั้ง 2 ด้าน และหนา 2 มม. จึงสรุปได้แน่นอนว่า ณ.เวลานี้ SF-III Limited เป็นไฟฉายที่สว่างที่สุดในโลกโดยการใช้ถ่านจำนวนเท่าๆ กันแบบนี้

ด้านในของตัวถังเคลือบด้วย Chem-kote เพื่อช่วยให้ไฟเดินสะดวก ท่านที่ใช้ Surefire จะเห็นด้านในออกสีเหลืองหม่น ๆ นั่นแหละครับ เค้าเคลือบ Chem-kote เอาไว้

วงจรขับแบบ DC/DC converter แปลงมาจากวงจรของ Shark โดยการใช้การแปลงร่วมของวงจร Remora แถมมีระบบป้องกันการใส่ถ่านกลับขั้วด้วย เรียกว่า Reverse polarity protected ครับ

ถ่ายคู่กับรุ่นก่อน จะเห็นได้กว่ารุ่นนี้สั้นกว่า

3 ภาพข้างล่าง จากความสว่างต่ำสุด ถึงสูงสุด เอ…จะว่าไปไม่น่าจะบอกก็ได้เน้อะ..

Specifications ตามนี้เลยครับ

2 x CR123 or 2 x RCR123 and of course every flashaholic’s favorite, the 18650 cell.
Multifunction – 3 levels of brightness 2.9 amps to the LED in turbo mode
Gold plated inner converter module
Tailcap switch with gold plated contacts and springs
Machined from T6061
HA III olive drab
SchottB270 glass with AR coating on both sides 2mm in thickness
Chem-kote interior
Silicone o-rings
Reverse polarity protected
Aluminum orange peel reflector
One pc body
Carrying case
OPTION: specify combat grip or standard grip. Warm white or cool white OSTAR SMT LED.

ส่วนภาพ beam shot นอกบ้าน ตอนนี้ถ้าผมออกไปก็แข็งตายครับ เพราะราวติดลบ 5 celcious ก็เลยขอยืมภาพจากเพื่อนที่เยอรมันครับ

ภาพแรกใช้ไฟฉาย Wolf-Eyes Sniper ส่วนภาพต่อมาคือ SF-III Limited ทั้งคู่ที่ระดับความสว่างสูงสุดครับ กรุณาสังเกตุ side spill หรือแสงรอบนอกที่ด้านล่างบนสนามหญ้าด้วย

MJ แจ้งให้สมาชิกทราบว่าจะทำเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว มาแล้วเสร็จเอาเดือนมกราคมปีนี้ รวม 10 เดือนพอดี ที่เสียเวลามากคือใช้โรงกลึงเล็ก ๆ ที่ยี่ปุ่น แล้วส่งไปเคลือบและยิงเลเซอร์ใส่ตัวหนังสือที่อเมริกา แล้วค่อยส่งกลับไปประกอบที่ยี่ปุ่น เสร็จแล้วส่งไปให้สมาชิกทั่วโลก สรุปแล้วเจ้า SF-III Limited ต้องเดินทางรอบโลกเกือบ 2 รอบทีเดียว

อ้อ…เค้าให้ซองมาด้วย ผมมัวแต่ตื่นเต้น เกือบทิ้งไปกับกล่องแล้ว..

บทความต้นฉบับ :
http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=7&topic_no=194376&topic_id=196850

Share.

About Author

ทีมงานของเราทุกคนชอบการท่องเที่ยว เดินทาง เดินป่า เราอยากให้คนไทยออกเที่ยวธรรมชาติกันมากๆ สนุกให้เต็มที่ มีหัวใจอนุรักษ์ TrekkingThai.Com

Comments are closed.