ทัวร์ปากีสถาน Fairy Meadows – Nanga Parbat -ตื่นเต้นกับการข้ามสะพานHussaini Bridge – เส้นทางสายไหม Karakoram Highway 11 วัน 10 คืน ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี จัดโดยTKT ECOTOUR

0

ทัวร์ปากีสถาน
Fairy Meadows – Nanga Parbat
ตื่นเต้นกับการข้ามสะพานHussaini Bridge 1 สะพานที่อันตรายที่สุดในโลก-เส้นทางสายไหม Karakoram Highway 11 วัน 10 คืน จัดโดยTKT ECOTOUR

เราจะพาท่านบินลัดฟ้าไปกับสายการบิน Thai airways เพื่อเดินทางไปตามเส้นทางสายแห่งความฝัน  คาราโครัมไฮเวย์ (Karakoram Highway)  เส้นทางที่สูงที่สุดในโลก และเป็นอดีตเส้นทางค้าขายเก่าในอดีตกาลหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Silky Road  กันแบบเต็มอิ่มครบมนต์เสน่ห์แห่งปากีสถานในช่วงเวลา 11 วัน 10 คืน  เราจะไปยลโฉม “ทุ่งหญ้าแห่งเทพนิยาย”   Fairy Meadows สถานที่ติดอันดับสวยที่สุดของโลกเป็นอันดับที่ 3  แนบชิดยอดเขา Nanga Parbat  แบบชิดใกล้ที่ Nanga Parbat Base camp  แวะพักที่เมือง Hunza เป็นเมืองโบราณที่อยู่ในหุบเขาซึ่งห่างไกลจากมลพิษ  อุดมสมบูรณ์ได้ด้วยหุบเขาผลไม้ และสุดยอดยอดเขาหิมะและแม่น้ำสีเทอควอยซ์   เร้าใจไปทุกย่างก้าวบนสะพาน Hussaini Bridge 1  ในสะพานที่ติดอันดับความอันตรายระดับโลกที่ถูกแวดล้อมด้วยเทือกเขาหิมาลัย  ตื่นตาตื่นใจกับ Passu Valley Glacier ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่และยอดเขาที่มีลักษณะคล้ายกับทรงแหลมของหลังคาปราสาท “Passu Cathedral”  ก่อนเดินทางกลับเที่ยวชมเมืองอิสลามาบัดเต็มอิ่มมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวปากีสถาน
Highlight:

  • ยลโฉม “ทุ่งหญ้าแห่งเทพนิยาย” Fairy Meadows สถานที่ติดอันดับสวยที่สุดของโลกเป็นอันดับที่ 3
  • แนบชิดยอดเขา Nanga Parbat ยอดเขาสูงอันดับ9 ของโลก หนึ่งในยอดเขาของเทือกเขาหิมาลัยด้วยการเดินขึ้นพิชิต Nanga Parbat Base camp   
  • ท่องเที่ยวตามเส้นทางสายแห่งความฝัน  คาราโครัมไฮเวย์ (Karakoram Highway)  เส้นทางที่สูงที่สุดในโลก และเป็นอดีตเส้นทางค้าขายเก่าในอดีตกาลหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Silky Road 
  • เต็มอิ่มกับวิวสุดยอดขุนเขาหิมาลัยและขุนเขาการาโกรัมที่ต่อเชื่อมกันในดินแดนปากีสถาน  จนกลายเป็นยอดเขาหิมะที่สูงใหญ่วางเรียงตัวอย่างสลับซับซ้อน  ด้านล่างบ้างเป็นธารน้ำแข็ง  บ้างเป็นทะเลสาบสีฟ้าใสราวกับเทอควอยซ์
  • ตื่นเต้นกับการเดินชมวิวเทือกเขาหิมาลัยบนสะพานที่ได้ชื่อว่าอันตรายติดอันดับต้น ๆ ของโลก 
  • สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชาวปากีสถาน 1 ในประเทศที่ติดอันดับอารยธรรมเก่าแก่ของโลก

สไตล์การท่องเที่ยว   Trekking +  City

Level : Moderate   (การเดินทางค่อนข้างสมบุกสมบัน  นั่งรถไกล  ที่พักอาจไม่สบายมากนัก มีตั้งแต่ที่พักระดับ Guesthouse –  ที่พักระดับ3ดาว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแต่ละพื้นที่ที่เราไปเยือน  มีการพักแค้มป์และเดิน Trekking   และมีโอกาสปรับเปลี่ยนโปรแกรมการเดินทางค่อนข้างสูงอันเนื่องมาจากสภาพอากาศและเหตุการณ์ในพื้นที่)

ระยะเวลาของทริปนี้   11 วัน 10 คืน

ช่วงอายุที่แนะนำสำหรับทริปนี้     20 ปีขึ้นไป

อัตราค่าบริการ    38500 บาท  ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน และค่าทำวีซ่าปากีสถาน

TKT ECOTOUR(11/03232) จ-ศ 10.00-19.00
Line@ : @trekkingthai
โทร 02-278-0225/02619-7993 อีเมล์ domestic@trekkingthai.com

กำหนดการเดินทางปี 2561

ทริปช่วงใบไม้เปลี่ยนสี 1 /2561   12 ต.ค. –  22  ต.ค. 61  ออกเดินทางวันที่ 12  ต.ค. 61  (ช่วง Autumn ของปากีสถาน เป็นช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสี  อากาศหนาวสุดโรแมนติก)

ทริปช่วงใบไม้เปลี่ยนสี 2/2561   2 พ.ย.-  12 พ.ย. 61  ออกเดินทางวันที่  2  พ.ย. 61  (ช่วง Autumn ของปากีสถาน เป็นช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสี  อากาศหนาวสุดโรแมนติก)

รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1   ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  – เมืองอิสลามาบัด (Islamabad)  ปากีสถาน  (-/-/-)

16.00     คณะเดินทางทุกท่านพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้นผู้โดยสารขาออกต่างประเทศ  ชั้น 4  ทางออกที่ 4  พบกับทีมงานTKT ที่จะคอยดูแลและอำนวยความสะดวกขั้นตอนการ Check In ที่สายการบินThai airwaysเที่ยวบินที่ TG 349

19.00    ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ บินตรงไปยังท่าอากาศยานสนามบินอิสลามาบัด  ปากีสถาน ใช้เวลาในการเดินทาง 5 ชั่วโมง 10  นาที

22.10   เดินทางถึงท่าอากาศยานเบเนซีบุตโต ปากีสถาน  รับสัมภาระให้เรียบร้อย  ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง   จากนั้นออกเดินทางเข้าสู่ที่พักในเมือง Isamabad  ***  เวลาที่ปากีสถานจะช้ากว่าของไทย  2  ชั่วโมง

วันที่ 2   Chillas – เมืองเล็ก ๆ ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบ  (อาหารเช้า-กลางวัน- เย็น)

เช้า  ทานอาหารเช้าที่โรงแรม  จากนั้นเตรียมตัวออกเดินทางไปยัง Chillas   ซึ่งใช้เวลาการเดินทางราว 10 ชั่วโมง  ระหว่างทางเราจะผ่านHaripur, Abbottabad, Naran,Kaghan

กลางวัน  แวะทานอาหารกลางวันที่Besham

เย็น  เดินทางถึงเมือง Chillas  เมืองเล็ก ๆ ที่เงียบสงบและแวดล้อมไปด้วยธรรรมชาติอันสวยงามล้อมรอบไปด้วยภูเขาหิมะอันสูงใหญ่
เราจะนำสัมภาระเก็บเข้าที่พักให้เรียบร้อย   จากนั้นรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน

19.00 รับประทานอาหารเย็นร่วมกันที่ร้านอาหาร

***  คืนนี้เตรียมจัดแยกกระเป๋าเป้สำหรับขึ้นไปยัง  Fairy Meadow  อีก 1 ใบ   ดังนี้
1  เสื้อกันหนาว
2  เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนนอน
3  ไฟฉาย

4  ไม้เท้าสำหรับเดิน trek
5   กล้องถ่ายรูป
6   สิ่งของมีค่าติดตัว
7   ยาประจำตัว

คืนนี้เราจะนอนพักผ่อนกันที่ Panorama Hotel  Chillas หรือระดับเทียบเท่า

วันที่  3   Fairy Meadow   ทุ่งหญ้าแห่งเทพนิยาย  (อาหารเช้า- กลางวัน-เย็น)

เช้า   รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

จากนั้นเก็บสัมภาระให้เรียบร้อย   เตรียมตัวขึ้นไปยลโฉม “ทุ่งหญ้าแห่งเทพนิยาย”   Fairy Meadows ติดอันดับสถานที่สวยที่สุดของโลกเป็นอันดับที่ 3 ทุ่งหญ้าแห่งนี้อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,300 เมตร ทุ่งหญ้าสีเขียวขจีแห่งนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยป่าด้านข้าง   มีธารน้ำแข็ง Raikot  มองเลยจากป่าไปจะเห็นยอดเขานังกาพาร์บัต  (Nanga Parbat)  ยอดเขาสูงอันดับ 9 ของโลกจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการเดินป่าสู่ยอดเขานังกาพาร์บัต

การเดินทางสู่ Fairy Meadows เริ่มต้นจากการนั่งรถ Jeep ที่สะพาน Raikot วิ่งผ่านถนนที่สุดหวาดเสียวเพื่อเข้าสู่หมู่บ้าน Tatoระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร   หลังจากนั้นจะเป็นการเดิน Trek ระยะสั้นประมาณ 5 กิโลเมตร  เพื่อเข้าสู่ Fairy Meadows  ซึ่งต้องใช้รองเท้าสำหรับ Trek  และแบะกระเป๋าเป้สำหรับค้างคืน 1 คืน   หรือหากท่านไม่อยากเดินก็สามารถเลือกขี่ม้าลัดเลาะตามสันเขาขึ้นไปยัง Fairy meadows ก็ได้จ๊ะ(มีค่าใช้จ่ายต่างหากท่านละ  3000   รูปีปากีสถาน  ประมาณ 1000 บาทไทย  และกรณีที่ไม่ต้องการแบกสัมภาระส่วนตัวเองท่านสามารถจ้าง Porters ช่วยแบกสัมภาระได้นำ้หนักไม่เกิน 5 กิโลกรัม ในราคา 500 บาท)

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง

บ่าย     เดินทางถึง Fairy Meadow  นำสัมภาระเก็บเข้าที่พักให้เรียบร้อย    พักผ่อนเดินชมบรรยากาศธรรมชาติอันสวยงามให้เต็มที่

เย็น   รับประทานอาหารเย็นร่วมกันที่ร้านอาหาร

คืนนี้เราจะนอนพักกันที่บ้านพัก Fairy Meadow

วันที่ 4  Nanga Parbat Base camp   (อาหารเช้า- กลางวัน-เย็น)

เช้า รับประทานอาหารเช้าที่บ้านพัก

จากนั้นเตรียมน้ำดื่มและของกินเล่นที่ให้พลังงานสูงติดตัว เตรียมพร้อมสำหรับเดิน Trek  ไปยัง  Nanga Parbat Base camp  ของยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 9 ของโลก (แนะนำนั่งม้าไปก่อนในช่วงขาขึ้น  แล้วเดินกลับขาลงจะไม่เหนื่อยมากจ้ะ  มีค่าใช้จ่ายต่างหากท่านละ  3000   รูปีปากีสถาน  ประมาณ 1000 บาทไทย)

Nanga Parbat เป็นยอดเขาที่สูง 8,126เมตร นังกาปาร์บัตแปลว่า “ยอดเขาเปลือย”หรือ“ภูเขากินเลือด” (Killer Mountain) เพราะเป็นภูเขาที่มีอันตรายที่สุดในบรรดายอดเขาแปดพันเมตร (ยอดเขาสิบสี่ยอดที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 8,000 เมตร หรือ 26,000 ฟุต) สิบสี่ยอดในการพิชิตโดยเฉพาะในครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 20 ที่ผู้เสียชีวิตมากมายในการพยามที่จะพิชิตยอดเขานี้

เที่ยง    ทานอาหารกลางวันระหว่างทาง

เราจะใช้เวลาในการเดินไป – กลับ Nanga Parbat Base camp  ราว  6 –  7  ชั่วโมง

เย็น  รับประทานอาหารเย็นร่วมกันที่ร้านอาหาร Fairy Meadow

คืนนี้เราจะนอนพักกันที่บ้านพัก Fairy Meadow

วันที่ 5  Gilgit – KKH-Gupis Valley – Khalti Lake – Khalti Village (อาหารเช้า-กลางวัน -เย็น)

เช้า    รับประทานอาหารเช้าที่บ้านพัก

จากนั้นเก็บสัมภาระ โบกมืออำลา “ทุ่งหญ้าแห่งเทพนิยาย”   โดยเราจะเดินทางผ่าน Gilgit  เมืองประวัติศาสตร์ที่มีอายุทางประวัติศาสตร์ยาวนาน ล้อมรอบไปด้วยยอดเขาและธารน้ำแข็ง   โดยจะใช้เส้นทาง คาราโครัมไฮเวย์  ซึ่งเป็นเส้นทางที่สูงที่สุดในโลก และเป็นเส้นทางค้าขายเก่าของโลก  หรือ Silky Road  ระหว่างทางเราจะเห็นวิวภูเขาที่สวยงามตลอดรายทาง มุ่งหน้าสู่ Gupis  เป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความสวยงามของยอดเขาที่มีสีขาวของหิมะ และวิวโค้งของแม่น้ำสีเขียวอมฟ้า จนได้รับการขนานนามว่าเป็นทะเลสาบสีเขียวเทอร์คอยส์ (The land of Lakes) ในหุบเขาแห่งนี้อุดมไปด้วยพืชเมืองหนาว เช่น แอ๊ปเปิ้ล เชอร์รี่ แอ๊พพริคอท วอลนัท   เที่ยวชม Gupis valley และ Khalti Lake Khalti village.

DCIM100MEDIADJI_0081.JPG

คืนนี้เราจะนอนพักผ่อนกันที่PTDC Gupis Valley. หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 6  Phander valleyPhander Lake  Yasin Valley  –Hunsa – Rakaposhi View Point – Karimabad   (อาหารเช้า-กลางวัน -เย็น)

เช้า   รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

จากนั้นเดินทางไป Phander valley เพื่อชมความสวยงามของทะเลสาบ Phander Lake  หุบเขาที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในปากีสถานจนได้ฉายาว่า “แคชเมียร์น้อย” ทะเลสาบมีสีฟ้าใสดูคล้ายกับเทอควอยซ์   และถือได้ว่าเป็นแหล่งผลิตปลาเทร้าส์   จากนั้นไปต่อด้วยไปเก็บภาพที่หุบเขา  Yasin Valley  แล้วจึงเดินทางไปยัง  Hunza เป็นเมืองโบราณที่อยู่ในหุบเขาซึ่งห่างไกลจากมลพิษ  อุดมสมบูรณ์ได้ด้วยหุบเขาผลไม้ ทั้งเชอรี่  แอพพลิคอต เป็นต้น  เดิมเมืองนี้เป็นรัฐอิสระที่มีอำนาจปกครองตนเองเป็นเวลามากกว่า 900 ปี ผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม นิกายชีอะ พูดภาษาอูรดูเป็นภาษาท้องถิ่น

แวะพักถ่ายรูปที่จุดชมวิวเส้นทางสายไหมเก่า  (Old Silk Road view point)

รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารที่ Hunza

บ่าย     แวะเก็บภาพสวย ๆ ของเทือกเขาที่สลับซับซ้อนที่จุดชมวิวราคาโพชิ (Rakaposhi View Point) ที่มีความสูง 7,790 เมตร

จากนั้น  เดินทางถึงที่พัก Hunza Embassy Hotel หรือ Hilltop Hotel หรือระดับเทียบเท่า

เย็น     รับประทานอาหารเย็นร่วมกันที่ร้านอาหารที่ Hunza

คืนนี้เราจะนอนพักผ่อนกันที่  Hunza Embassy Hotel หรือ Hilltop Hotel หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 7  Hunza Bazar, Altit, Baltit Fort– Hopper Valley- Hopper Glacier -Dukhair Valley for Sun Set  (อาหารเช้า-กลางวัน-เย็น)

หลังจากทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว    เราจะไปเที่ยวชมวิถีชีวิตของชาวปากีสถานกันที่ Hunza Bazar เป็นตลาดพื้นเมืองที่มีของที่ระลึกให้ท่านเลือกสรรมากมายอีกด้วย  จากนั้นไปต่อกันที่ ป้อมอัลติท(Altit Fort) และป้อมบัลติท ( Baltit Fort)  ที่มีอายุมากกว่า 700 ปี โดยผ่านการบูรณะมาหลายครั้งเป็นสถานที่ที่อยู่บนทำเลที่สวยงาม สามารถมองเห็นวิวของหุบเขา Hunza รอบด้าน ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งดำเนินการโดย Baltit Heritage Trusts และอยู่ระหว่างการพิจารณาให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโก   จากนั้นไปเดินเล่นบน Glacier ที่ Hopper Valley และ Hopper Glacier

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหาร

บ่าย   เดินทางไปชมวิวยามเย็นที่หุบเขาดุยเกอร์  (Dukhair Valley )  เพื่อชมความงามของพระอาทิตย์ตกดินท่ามกลางเทือกเขาสลับซับซ้อนสูงตระหง่านกว่า 6000 เมตร ของยอดเขาราคาโพชิ (Rakaposhi) 7788 เมตร, ยอดเขาดิรันพีค (Diran Peak), ยอดเขาโกลเด้นพีค (Gloden Peak), ยอดเขาอัลเทอร์พีค (Ulter Peak)ยอดเขาฮุนซ่าพีค (Hunza Peak)ยอดเขาเลดี้ฟิงเกอร์ (Lady Finger) และเทือกเขา
สูงอื่น ๆ

เย็น   รับประทานอาหารเย็นร่วมกันที่ร้านอาหาร

คืนนี้เราจะนอนพักผ่อนกันที่Eagles Nest หรือ Fairyland Hotel  หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 8   Khunjrab Pakistan – Pak  China Border – Passu Valley  (อาหารเช้า-กลางวัน-เย็น)

อรุณสวัสดิ์จ้ะ  วันนี้เราตื่นแต่เช้ากันหน่อยนะจ๊ะ  เราจะมาถ่ายรูปพระอาทิตย์ยามเช้ากัน

เช้า   หลังรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

เก็บสัมภาระให้เรียบร้อย  เตรียมพร้อมออกเดินทางไปยัง Khunjrab Pakistan  ภูเขาสูงเทือกเขาKarakoramที่กั้นเขตแดนระหว่างปากีสถานและเขตซินเจียงประเทศจีน  เที่ยวชมชายแดนปากีสถานและจีน (Pak-China Bordar)  เก็บภาพบรรยากาศชายแดนสองประเทศปากีสถานและจีน

เดินทางกันต่อไปยังเมือง Passu  หมู่บ้านเล็ก ๆบนทางหลวงคาราโครัมไฮเวย์   ติดกับแม่น้ำHunza  ตื่นตาตื่นใจกับธารน้ำแข็งขนาดใหญ่  และยอดเขาที่มีลักษณะคล้ายกับทรงแหลมของหลังคาปราสาทจนได้ชื่อว่า“Passu Cones” or “Passu Cathedral”

คืนนี้เราจะนอน  Camping  กันที่ Passu

วันที่ 9  Hussaini Bridge -Passu ValleyAttabad Lake – Gulmit Valley – Chillas(อาหารเช้า-กลางวัน-เย็น)

เช้า   รับประทานอาหารเช้า
จากนั้นเก็บสัมภาระเรียบร้อย แล้วไปท้าวัดใจเดินข้ามสะพานที่อันตรายที่สุดในโลกแห่งหนึ่งที่
Hussaini Bridgeสะพานไม้ที่พาดผ่าน Borit Lake  จากนั้นเก็บตก Passu Valley   จากนั้นเดินทางไปยัง Attabad Lake ทะเลสาบสีฟ้า

สดใสราวกับเทอควอยซ์ในหุบเขา Gojal  แห่งเมือง Hunza  ทะเลสาบแห่งนี้เกิดจากเหตุการณ์เขื่อนถล่มในปี 2010 ปิดเส้นทางไหลของแม่น้ำฮุนซ่า

จากนั้นมุ่งหน้าสู่เมืองGulmit  “หุบเขาแห่งทุ่งดอกไม้”  ตามความหมายของภาษาท้องถิ่น  เมืองแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของโกจัล เท่ซิล (Gojap Tehsil) ซึ่งครอบคลุมทางเหนือของหุบเขาฮุนซ่า ดินแดนแห่งนี้กว้างไกลตามแนวเขตคาราโครัมไฮเวย์   เมืองแห่งนี้เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่อยู่สูง 2408 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล (7900 ฟุต)  เมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยภูเขา ยอดเขาสูงและธารน้ำแข็ง  เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องเดินทางมายังเมืองแห่งนี้

บ่าย       เดินทางมุ่งหน้าสู่ Chillas
เย็น     รับประทานอาหารเย็น

คืนนี้เราจะนอนพักผ่อนกันที่โรงแรมในเมือง Chillas  

วันที่ 10  Islamabad  (อาหารเช้า-กลางวัน-เย็น)

เช้า  รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

เก็บสัมภาระเตรียมพร้อมเดินทางกลับไปยังเมือง Islamabad  เมืองหลวงแห่งประเทศปากีสถาน

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหาร

บ่าย   เดินทางถึงที่พักที่เมือง  Islamabad เก็บสัมภาระให้เรียบร้อยและพักผ่อนตามอัธยาศัย

เย็น    รับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหาร

คืนนี้เรานอนพักผ่อนกันที่ ASM Islamabad   หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 11 Texila Museum- Faisal Mosque – Margala Hill Islamabad  (อาหารเช้า-กลางวัน-เย็น)

เช้า   รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

เก็บสัมภาระให้เรียบร้อย   วันนี้เราจะไปเที่ยวในเมืองอิสลามาบัด  (Islamabad)   ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยกัน

เริ่มจากไปเรียนรู้ความเป็นมาของชาวปากีสถานที่  พิพิธภัณฑ์ Texila แล้วต่อด้วย   Faisal Mosque  เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียใต้และใหญ่เป็นอันดับ  6  ของโลก   ถูกสร้างโดยกษัตริย์ Faisal bin Abdul-Aziz แห่งซาอุดิอาระเบีย  และออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี Vedat Dalokay ผู้ซึ่งได้รับรางวัลสถาปัตยกรรม Agha Khan Award ซึ่งลักษณะของมัสยิดแห่งนี้ถูกออกแบบให้คล้ายกับเต็นท์ของชาว Bedouin  ในทะเลทราย  โดยมีฉากหลังของมัสยิดเป็น  Margalla Hills

บ่าย  ไปชมวิวส่งท้ายวันก่อนเดินทางกลับกันที่  Islamabd Margalla Hill ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย  เพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพที่งดงามของมัสยิด Islamabad และ Faisal ที่ Pir Sohawa ตั้งอยู่ในบริเวณ Margalla Hills

เย็น  รับประทานอาหารเย็น

จากนั้นออกเดินทางไปยังสนามบิน ท่าอากาศยานเบเนซีบุตโต เที่ยวบินเวลา 23.35 น. ด้วยสายการบินไทย TG350 ถึง สนามบินสุวรรณภูมิเวลา 06.20 น. ตามเวลาประเทศไทย

หมายเหตุ โปรแกรมทริปอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ โดยที่มิต้องแจ้งล่วงหน้า เนื่องจากสภาวะอากาศและปัจจัยอื่นๆ อีกมากที่อาจทำให้การเดินทางไม่เป็นไปตามแผน และควบคุมไม่ได้ แต่ทางเราจะยึดมั่นถึงความสุขและรอยยิ้มของท่านเป็นสำคัญ

อัตรานี้รวม

1.ค่าที่พักรีสอร์ท 10 คืน  ที่พักตั้งแต่ระดับ Guesthouse -โรงแรมระดับ 3 ดาว  ทั้งนี้ขึ้นอยู่แต่ละสภาพพื้นที่
***กรณีต้องการพักเดี่ยว มีค่าใช้จ่ายเพิ่มท่านละ 15000 บาท

2.ค่ารถรับส่ง ตลอดการเดินทาง

3.ค่ารถนำเที่ยวสถานที่ต่างๆ

4.ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่สถานที่ต่างๆ และ Local Guide

5.ค่าอาหารทุกมื้อในโปรแกรมพร้อมเครื่องดื่มระหว่างมื้อ

6.ค่าเข้าอุทยานสถานที่ต่างๆ

7.ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์
คลิกอ่านรายละเอียด)ไม่รวมประกันสุขภาพ  
หากต้องการซื้อประกันการเดินทางเพิ่ม >>> Click

8.ค่าตอบแทนมัคคุเทศก์คอยดูแลท่านตลอดการเดินทางตั้งแต่ไทย – ปากีสถาน

อัตรานี้ไม่รวม

1 ค่าทิป Local ไกด์และคนขับ  : 5 USD /วัน/คน

2 ค่าตั๋วเครื่องบินไป – กลับ  สุวรรณภูมิ –  ปากีสถาน และค่าโหลดกระเป๋าขึ้นเครื่อง

3  ค่าขี่ม้าขึ้น Fairy Meadow  ราคาไป-กลับ 3000 PKR และ Nanga Parbat Baseamp ราคาไป-กลับ 3000 PKR  รวมเป็น 6000 PKR  หรือประมาณ 2000 บาทไทย  **กรณีต้องการใช้บริการขี่ม้าไปยังFairy  Meadow  และNanga Parbat Base campสามารถแจ้งกับทีมงานก่อนเดินทางนะจ๊ะ

4 ค่า Porters ช่วยแบกสัมภาระส่วนตัวขึ้น Fairy Meadows  กรณีไม่ต้องการแบกสัมภาระส่วนตัวเอง  มีค่าใช้จ่ายท่านละ 500 บาท

5 ค่าใช้จ่ายส่วนตัว/ ค่าใช้ดื่มมินิบาร์/ค่าโทรศัพท์ / ค่าซักรีดในโรงแรม

6 ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

วิธีการจองและชำระค่ามัดจำ

ขั้นตอนการจองทริป
โอนเงินมัดจำจองทริป มาตามเลขที่บัญชีที่แจ้งไว้
ส่งหลักฐานการโอนเงิน +ใบสมัครทริป+สำเนา Passport มาที่เมล์ servicedesign@trekkingthai.com
เมื่อสมาชิกครบจำนวนที่พอออกเดินทางได้แล้ว (เราจะยืนยันการจัดทริปก่อนออกเดินทาง 2 เดือน ทางทีมงานTKTจะติดต่อท่านกลับไป    เพื่อดำเนินการโอนเงินค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือของทริป โดยขอชำระก่อนออกเดินทาง  2 สัปดาห์
เมือทีมงานยืนยันการออกเดินทางแน่นอนแล้ว  ทางทีมงานจะติดต่อสมาชิกให้ดำเนินการจัดส่งเอกสารการทำวีซ่า และนัดวันไปสถานทูตเพื่อดำเนินการเรื่องวีซ่าท่องเที่ยวปากีสถาน
ในกรณีที่ท่านต้องการให้ทางทีมงานดำเนินการจัดซื้อตั๋วเครื่องบิน รบกวนแจ้งกับทางทีมงาน TKT โดยทางเรายินดีบริการซื้อตั๋วเครื่องบินให้ท่านในมูลค่าตามจริงของวันนั้น ๆ ทั้งนี้ก่อนจะดำเนินการจัดซื้อตั๋วเครื่องบิน   ทางทีมงานเราจะแจ้งราคาให้
ท่านทราบก่อนทุกครั้งเพื่อการตัดสินใจ
หลังจากที่ท่านยืนยันการซื้อตั๋วเครื่องบิน ให้ดำเนินการโอนเงินค่าตั๋ว จากนั้นส่งหลักฐานการโอนเงิน มาที่เมล์servicedesign@trekkingthai.com

ยืนยันทริปได้โดยโอนเงินมัดจำรอบแรกจำนวนท่านละ 5000 บาท
มัดจำรอบที่
2 จำนวนท่านละ  10000 บาท  
ค่าทริปส่วนที่เหลือชำระก่อนวันเดินทาง 2 สัปดาห์

มาที่ บัญชีออมทรัพย์ ชื่อ นายนิพัทธ์พงษ์ ชวนชื่น
1. ธ.กรุงเทพฯ สาขาเดอะ เซอร์เคิล ราชพฤกษ์ เลขที่ 089-7-06322-8
2. ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาเดอะ เซอร์เคิล ราชพฤกษ์ เลขที่ 406-3-19665-8
3. ธ.กสิกรไทย สาขาเซฟ-อี พุทธมณฑลสาย 2 เลขที่ 001-8-73989-5
4. ธ.กรุงไทย สาขาเดอะ เซอร์เคิล ราชพฤกษ์ เลขที่ 983-6-49843-5

 

หรือชำระผ่านบัตรเครดิตระบบของ paypal กดที่ชำระทันที


 

หรือชำระผ่านบัตรเครดิตระบบของ tripspace (มีค่าธรรมเนียม 70 บาท/ท่าน)

เราจะมีการตอบกลับทุกครั้งที่ได้รับใบสมัคร กรณีส่งอีเมล์หรือส่งแฟกซ์มาแล้วมาแล้วไม่มีใครติดต่อกลับในช่วง 2 วันทำการก็ขอให้โทรมาสอบถาม เพื่อป้องกันการตกหล่นของเอกสาร

เงื่อนไขการยกเลิกทริป :
1. ยกเลิกทริปก่อนเดินทาง 30 วัน บริษัทคืนเงินให้ทั้งหมด
2. แจ้งยกเลิกทัวร์อย่างน้อย 15 วัน ก่อนวันเดินทาง  ทางเราขอสงวนสิทธิ์คืนเงินลูกค้าจำนวน 20 % ของราคาทริป
3 แจ้งยกเลิกทัวร์ระหว่าง 7 – 14 วัน ก่อนวันเดินทาง ทางเราขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำในทุกกรณี
(เว้นในกรณีที่บริษัทสามารถหาสมาชิกท่านอื่นมาทดแทนได้ ทางเราจะคืนเงินให้ทั้งหมด หรือ หักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามจริง)

ติดต่อสอบถามทีมงานเพิ่มเติม

จันทร์ – ศุกร์ ช่วงเวลา 10.00 – 19.00 น.

เพิ่มเพื่อน

แชทกับเราได้ง่ายๆ และ ได้ข่าวดีๆก่อนใครไลน์ @trekkingthai กดแอดได้เลย

โทรจองได้ที่ 02-6197993 / 081-8230898

ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการให้บริการ
– ยืนยันการออกเดินทางเมื่อสมาชิกครบ 6 ท่าน ++
– บริษัทเป็นเพียงตัวแทนการท่องเที่ยว และตัวแทนการท่องเที่ยวในต่างประเทศซึ่งไม่อาจรับผิดชอบต่อ
1 ความเสียหายต่างๆ ที่อยู่เหนือการควบคุมของเจ้าหน้าที่บริษัทฯ อาทิ การนัดหยุดงาน การจลาจล  ภัยธรรมชาติ ฯลฯ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้น ทั้งทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ฯลฯ
2 การตอบปฏิเสธการเข้าและออกเมืองของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าหรือออกเมือง อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฏหมาย หรือเอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง หรือการถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
เงื่อนไขอื่นๆ
• บริษัทฯ มีสิทธ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
• บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจากสายการบิน ภัยธรรมชาติ ปฏิวัติ และอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทั้งทางตรงหรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือจากอุบัติเหตุต่างๆ

หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์และจะไม่รับผิดชอบค่าบริการที่ ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการห้ามออกนอกประเทศ หรือ ห้ามเข้าประเทศ อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
• รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ได้สำรองที่โรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่ เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทน หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมีการยกเลิก ล่าช้า เปลี่ยนแปลง การบริการจากหน่วยงานที่ให้บริการ บริษัทฯ จะดำเนินโดยสุดความสามารถที่จะจัดบริการทัวร์อื่น ทดแทนให้ แต่จะไม่คืนเงินให้ สำหรับค่าบริการนั้นๆ
• มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัท ฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทนบริษัทฯ นอกจากมีเอกสาร ลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทฯ กำกับเท่านั้น

การเตรียมตัวสำหรับทริปนี้
1  การเดินทางทริปนี้เส้นทางค่อนข้างไกล  เส้นทางสัญจรไม่ราบเรียบ ขรุขระ และค่อนข้างลำบาก แนะนำควรพกหมอนรองคอ /อุปกรณ์ชาร์จอุปกรณ์อิเลคโทรนิค (Power bank)/ที่ปิดตานอน/ ผ้าพันคอหรือผ้าห่มบาง ๆ
2 รองเท้า   แนะนำเตรียมไป 2 แบบคือ
2.1  รองเท้าลำลองทั่วไป   ไว้สำหรับใส่เดินเที่ยวตามเมืองต่าง ๆ
2.2  รองเท้าสำหรับ Trek พื้นรองเท้าควรมีความแข็งและดอกยางลึก ไว้สำหรับใส่เดิน Trek ขึ้น Fairy Meadow และ Nanga Parbad Base Camp
3  เสื้อผ้า   แนะนำดังนี้
3.1   เสื้อผ้าลำลองสำหรับใส่เที่ยวตามเมืองทั่วไป   เน้นสีสันสดใสได้เลยจ้า แต่ขอเน้นสุภาพนิดนึงนะจ๊ะ
3.2  กางเกงลำลองสำหรับใส่เที่ยวตามเมืองแนะนำเป็นกางเกงขายาวทั่วไปได้เลยจ้ะ    แต่ะสำหรับช่วงเดิน Trek  ไม่แนะนำกางเกงยีนส์หรือกางเกงรัดรูปโดยเด็ดขาดจ้ะ  แต่แนะนำเป็นกางเกงสำหรับเดิน Trek  โดยเฉพาะ  เนื้อผ้าระบายอากาศได้ดี  และมีความยืดหยุ่นจ้ะ +  กางเกงที่เป็นผ้า Heat tech หรือ Fleece  ไว้สำหรับใส่ด้านในเพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกายในอบอุ่นจ้ะ

3.3  เสื้อ Heat tech + เสื้อกันหนาว + เสื้อกันลม   เพราะอากาศที่ปากีสถานค่อนข้างหนาวมากค่ะ
4  เสื้อกันฝน   เมื่อออกเดินทางมีโอกาสเจอสภาพอากาศแปรปรวนเป็นเรื่องปกติค่ะ   เพราะฉะนั้นการพกเสื้อกันฝนติดกระเป๋าไปด้วยจะช่วยให้อุ่นใจค่ะ
5  ถุงมือ + ถุงเท้า   แนะนำควรเป็นถุงมือและถุงเท้าที่ทำมาจาก wool  เพราะสามารถระบายอากาศได้ดี  ซึมซับเหงื่อได้ดี  และให้ความอบอุ่นเมื่ออุณหภูมิต่ำ  และไม่ค่อยเก็บกลิ่นจ้า  อิอิ
6  หมวก  ควรมีทั้งหมวกกันแดด และหมวกไหมพรมจ้ะ
7  แว่นกันแดด   เป็นอุปกรณ์จำเป็นมากสำหรับการเดิน Trek  บนภูเขาสูง  เพราะจะมีแสงสะท้อนของ UV จากหิมะที่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ดวงตาอ่อนล้า และร้ายแรงที่สุดสามารถเกิด snowblind  ควรเลือกแว่นกันแดดสำหรับการเดินเทรคหรือปีนเขาที่สามารถป้องกันแสงสะท้อนได้ทั้งจากด้านข้างและด้านหลังได้ดี
8   กระเป๋า  แนะนำควรมี 3 ใบ  ดังนี้
8.1   กระเป๋า  Outdoor Duffle (โดยเฉพาะ) เป็นกระเป๋าทรงกระบอกขนาดใหญ่  ไว้สำหรับใส่สัมภาระเดินทางให้Porter แบกไปยังแค้มป์ที่ Fairy Meadow
8.2  กระเป๋าเป้สำหรับเดิน Trek ขนาด  40 ลิตรขึ้นไป  ไว้สำหรับช่วงเดิน Trek  และใส่สัมภาระเดินทาง
8.3  กระเป๋า Day Pack  ไว้สำหรับใส่สิ่งของมีค่า กระเป๋าสตางค์  Passport มือถือ กล้องติดตัว
9  ไม้เท้า หรือ Trekking Pole
10  Travel Plug
11  ยาประจำตัว และยาสามัญทั่วไป   และต้องแจ้งเรื่องโรคประจำตัวและยาที่แพ้ให้ทางทีมงานทราบก่อนออกเดินทางจ้่ะ
12 กล้องถ่ายรูป
13 การแลกเงิน  แนะนำให้แลกเงินเป็น USD (ดอลลาร์) จากไทยไปก่อนจ้ะ แล้วจึงค่อยไปแลกเป็นเงินPKR (รูปีปากีสถาน)  ที่ปากีสถานจ้ะ

การทำวีซ่าปากีสถาน
การทำวีซ่าปากีสถาน (ยื่นก่อนวันเดินทางภายใน 45 วันและในวันยื่นวีซ่าผู้เดินทางต้องมาแสดงตัวด้วยตนเองนะจ๊ะ)

เอกสารที่ใช้ในการขอวีซ่าท่องเที่ยวดังนี้

1  หนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน (นับจากวันเดินทาง) และมีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า พร้อมสำเนาหนังสือเดินทาง 1 ฉบับ
2. รูปสีพื้นหลังขาว 2 นิ้ว (ขนาดสูง 45 mmx กว้าง 35mm)/ 2 ใบ (รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมแว่นถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน)
จดหมายรับรองการทำงาน (ภาษาอังกฤษ) ระบุ ตำแหน่ง เงินเดือน และ วันเดือนปี ที่เริ่มเข้าทำงาน (ฉบับจริง)
4. สำเนาหนังสือรับรองของบริษัท (กรณีเป็นเจ้าของบริษัท)/(เป็นภาษาอังกฤษ) และ หลักฐานการเงินของบริษัท
5. สำเนาบัตรประชาชน
6. สำเนาทะเบียนบ้าน
7. สำเนาสมุดบัญชีออมทรัพย์ส่วนตัว (Update ปัจจุบัน 6 เดือนย้อนหลังถึงปัจจุบัน) (สถานฑูต ไม่รับหนังสือการันตีที่ออกจากธนาคาร ใช้เฉพาะบัญชีออมทรัพย์เท่านั้นนะคะ)
8. สำเนาใบสมรส/ใบหย่า(ถ้ามี) /สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)/(แปลเป็นภาษาอังกฤษ)9. สำเนาใบสูติบัตร (กรณีเด็กอายุไม่ถึง 20 ปี)/(แปลเป็นภาษาอังกฤษ)
10. หากมีใบเชิญจากเอเย่นซีท่องเที่ยวจากปากีสถานที่มี license ที่ถูกต้อง จะทำให้วีซ่าได้ง่ายขึ้น(ทางทีเคทีเป็นผู้ดำเนินการ)
11 สำเนาตั๋วเครื่องบิน
เมื่อส่งเอกสารให้สถานฑูตตรวจสอบและแสดงตัว หากเอกสารครบถ้วนแล้ว เจ้าหน้าที่พิจารณาวีซ่าจะให้เราไปชำระค่าวีซ่า จากนั้นนำใบ pay in การชำระค่าวีซ่า มาส่งแนบไปกับเอกสาร รอใบนัดรับวีซ่า ซึ่งโดยปกติเวลาในการทำวี่าจะใช้เวลาประมาณ 3-7 วันทำการ

จัดส่งเอกสารมาที่  สำนักงาน TKT ECOTOUR  1031/7  ถนนพหลโยธิน  สามเสนใน  เขตพญาไท  แขวงพญาไท กรุงเทพฯ 10400

ผู้สนใจจองหรือสอบถามมาได้เลย
ติดต่อสอบถาม ให้กรอกข้อมูลแล้วเราจะตอบกลับไปให้ทราบ
(ระมัดระวังตรงกรอกอีเมล์ให้ถูกต้องนะจ๊ะ)

ชื่อ-นามสกุล (required)

อีเมล์(required)

โทรศัพท์สำหรับติดต่อกลับ

ชื่อทริป-หัวข้อที่สอบถาม

ข้อความสอบถาม (ควรระบุ ทริป/วันที่จะเดินทาง/จำนวนคน กรณีสอบถามจำนวนที่ยังว่าง) เพื่อการตอบกลับที่เร็วและชัดเจน

About Author

Comments are closed.